วันที่ พุธ พฤษภาคม 2561

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

อาหารไทย อร่อย ๔ ภาค ทั่วไทย


อาหารไทย ๔ ภาคที่คนไทยรู้จักกันดี

สวัสดีครับ ห่างหายกันไปนาน วันนี้ "ครัวดงละคอน"

จะมาชวนไปสัญจร รอนแรมหากับข้าวกับปลากินกัน

พาไปชมชิมอาหารไทย ๔ ภาค 

ประเภทว่าเพียงเอ๋ยปาก บอกแค่ชื่อ ก็รู้ว่าเป็นอาหารภาคไหน

ไปชมกันครับ แต่ละภาคมีกับข้าวชนิดใดกันบ้างครับ

  หากจะกล่าวถึงอาหารไทย ที่อยู่คู่กับคนไทยมาช้านาน

หรือเรียกแบบภาษาชาวบ้านๆ ก็ว่า "กับข้าว"

ไม่ว่าจะเป็น ต้ม ยำ ตำ แกง ฯลฯ

หากเอ๋ยคำว่า "กับข้าว" ก็เป็นอันเข้าใจตรงกัน

หมายถึง อาหารที่ใช้กินกับข้าว จึงเรียกว่า "กับ"

หรือแบบสั้นๆ....มีกับอะไรกินบ้าง...วันนี้   ก็เป็นอันเข้าใจ

 

ที่นี้กับข้าวกับปลา อาหารไทยๆเรา แต่ละภาค แต่ละพื้นถิ่น

รวมทั้งวัฒนธรรมในการกินอยู่ก็แตกต่างกันไป

"อาหาร" หรือ "กับข้าว"

ก็เป็นอีกสิ่งหนึ่ง ซึ่งมีเอกลักษณ์เฉพาะ ที่หากได้เห็น หรือได้ยินชื่อ

ก็สามารถบ่งบอกได้ว่าเป็นอาหารไทยจากภาคไหน

ทั้งรสชาติ และกรรมวิธีการปรุง ก็เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว

มาดูกันครับ ไล่กันไปที่ละภาค หากเอ๋ยชื่ออาหารออกมา

ท่านจะนึกถึงภาคไหน ?...อร่อยทุกภาคเลยเชียว

 ลำแต้ๆ...แซ่บหลายๆ...อร้อย...อร่อย...หร๋อยจังฮู้

 

อร่อยอันดับแรก..ยิ่งสูงยิ่งอร่อย

 

 "น้ำพริกอ่อง"

 "น้ำพริกอ่อง" หนึ่งในอาหารยอดนิยมของทางภาคเหนือ

แต่ถ้าจะให้นึกถึงภาคเหนือจริงๆ แบบชื่อเอ่ยปุ๊บ ร้องอ๋อปั๊บ

ต้องเป็น "น้ำพริกหนุ่ม"

ซึ่งเป็นน้ำพริกที่คนภาคเหนือทำกินกันแทบทุกครัวเรือน

อีกทั้งวิธีการทำนั้นก็แสนจะง่ายดาย

ใช้แค่พริกหนุ่ม หอมแดง กระเทียม เผา โขลกรวมกัน

ปรุงรสด้วยน้ำปลา จิ้มกับผักสด

พอดีในครัวผมไม่ได้ปรุงไว้ ขอนำเสนอน้ำพริกอ๋องแทนก็แล้วกัน

ไว้มื้อหน้า จะโขลกให้กินสักครก

 

อีกหนึ่งจาน หากยกมา ก็ว่าใช่เลย ภาคเหนือแน่ๆ ลำแต้ๆ...เจ้า

 "ขนมจีนน้ำเงี้ยว" 

อาหารประจำเมืองภาคเหนืออีกหนึ่งชนิด

ซึ่งก็เป็นที่นิยม และรู้จักกันดี ไม่แพ้ข้าวซอย

 

ถัดจากภาคเหนือลงมา เฉียงลงไปทางตะวันออก

อีสานบ้านเฮา...ไปเบิ้งกันคับ

 

 "ส้มตำ ไก่ย่าง ข้าวเหนียว"

 หากเอ่ยถึงชื่อสามสหายดังกล่าวข้างต้น

เป็นต้องนึกถึง ภาคอีสาน  ต้นตำหรับ "ตำส้มบักหุ่ง"

หรือที่เรียกกันแบบสากลคนไทยก็คือ "ส้มตำ"

"ตำส้มบักหุ่ง" ก็หมายถึง ส้มตำมะละกอนั่นเอง

นอกจาก "ส้มตำ" หรือ "ตำส้ม" ยังมี ตำแตง ตำถั่ว

แต่ก็ไม่โด่งดังแซ่บหลายๆเท่า "ส้มตำ"

ปัจจุบันส้มตำนั้นมีการพัฒนาก้าวนำตำไปไกล มีสารพัดตำ

ทั้งตำมั่ว ตำไทย ตำปู หรือแม้แต่ตำผลไม้ต่าง

กระทั่งกล้วยดิบก็ยังมี "ตำกล้วย" แซ่บเสียด้วยใส่ปลาร้านะ

เรียกได้ว่าส้มตำนั้นเป็นอาหารสุดแสนมหัศจรรย์

พืชผักผลไม้หลากหลายชนิด

ก็ยังสามรถนำมาประยุกต์ทำส้มตำได้

 ขอบคุณภาพจากอินเตอร์เน็ต

 แต่ถ้าจะให้แซ่บแบบอีสานแท้ๆ ต้องเป็นตำปูปลาร้า..แซ่บคักๆ

ฝรั่งมักหลายๆ โด่งดังถึงขนาดติดอันดับโลกมาแล้ว

เรียกว่าดีกรีไม่เป็นสองรองใคร หากเอ่ยถึงส้มตำ

 

ขอบคุณภาพจากอินเตอร์เน็ต

 อีกหนึ่งชนิด อร่อยแบบติดให้เลย 5 ดาว ระดับมิชลิน

"ปลาร้าทรงเครื่อง"

อีกหนึ่งอาหารที่ทำให้ต้องนึกถึงภาคอีสาน 

ปลาร้าทรงเครื่อง ชื่อก็บอกอยู่แล้วว่าต้องใส่ "ปลาร้า"

"ปลาร้า" ภาคที่นิยมกินกัน ก็ต้องเป็นทางอีสาน

ผู้ชำนาญการในเรื่องปลาร้า หรือว่า "ปลาแดก"

ที่ชาวอีสานเว้ากันซื่อๆว่า "ปลาแดก" ก็คือปลาร้านั่นเอง

นับว่าเป็นภูมิปัญญาในการถนอมอาหาร เก็บไว้กินได้นานที่เดียว

แต่จะว่าไป เดี๋ยวนี้ปลาร้าแทรกซึมความนิยมอร่อยกันไปทั่วไทย

หาได้อร่อยอยู่แค่อีสานถิ่นเดียว ก็ดูอย่างเมนูปลาร้าทรงเครื่อง

ตามตำนาน เคยเป็นอาหารขึ้นโต๊ะเสวยมาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน

 

 "ลาบ น้ำตก ซกเล็ก ก้อย"

   เมนูนี้ ผมคิดว่ามีน้อยคน ที่ไม่รู้ว่าเป็นอาหารอีสาน

นี่ก็เป็นที่นิยมกินกันทั่วบ้านทั่วเมือง โดยเฉพาะ ลาบ กับน้ำตก 

แถมตอนนี้ยังอร่อยแบบโกอินเตอร์

ฝรั่งมังค่า มะกัน - อียู ยกเครดิตให้เป็นที่หนึ่ง

ขึ้นชั้นแซงหน้าแกงมัสมั่นไปเรียบร้อยโรงเรียนน้ำตกไทย 

แซ่บอีสาน....อาหารเขาแน่จริงๆ

 

ผ่านไปแล้วสองภาค  ไวยังกับนั่งรถไฟความเร็วสูงในฝัน

แวะถัดลงมาที่ภาคกลาง....แน่นอนครับ

 หากเอ่ยถึง "น้ำพริกกะปิ"

 

 รวมทั้งบรรดาน้ำพริกต่างๆอีกหลากลาย มากมายน้ำพริก

ไม่ว่าจะเป็นน้ำพริกมะขาม ,น้ำพริกปลาแห้ง,

น้ำพริกตาแดง, ใ่ส่แมงดา หรือว่าไม่ใส่

หากเอ่ยถึงน้ำพริกตามชื่อที่ว่า ต้องนึกถึงภาคกลาง

โดยเฉพาะ น้ำพริกกะปิ คู่กับปลาทูทอด

กินกับผักสด ผักต้ม คนภาคกลางรู้จักกันดีทุกครัวเรือน

น้อยคนที่จะไม่เคยกินน้ำพริกกะปิ

เว้นแต่คนที่ไม่ชอบจริงๆ  แต่ก็รู้จัก...เนาะ

 และถ้าหากเป็นน้ำพริกตำรับชาววัง

ซึ่งมีเฉพาะภาคกลางเท่านั้น ก็ถ้วยนี้เลยครับ

"น้ำพริกลงเรือ" ตำรับชาววังขนาดแท้

คนโบราณอร่อยกันมานมนานแล้วครับ "น้ำพริกลงเรือ"

ในบรรดาอาหารตามภาคต่างๆนั้น

ก็ล้วนแล้วแต่ได้รับอิทธิพลมาจากต่างชาติแทบทั้งสิ้น

ยิ่งโดยเฉพาะอาหารทางภาคกลาง อย่างเช่น "น้ำพริก"

"พริก" แรกเริ่มเดิมที คนไทยสมัยเก่าก่อนยังไม่รู้จักพริก

เพิ่งจะได้ลิ้มรสความเผ็ด ก็เมื่อสมัยกรุงศรีอยุธยา

เมื่อคราวที่ไทยมีความสัมพันธไมตรีทางการทูตและการค้า

กับชาวต่างชาติ ในสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช

 แต่เดิมทีนั้น "พริก" เป็นพืชพื้นเมืองของชาวอินเดียนแดง

 แถวทางแถบอเมริกากลาง 

 ชาวโปรตุเกสเป็นผู้นำเข้ามาในเมืองสยาม

คนไทยจึงได้รู้จักพริกและนำมาปรุงเป็นอาหารตั้งแต่นั้นมา

 

 "ต้มยำกุ้ง"

อีกหนึ่งอาหารที่เห็นแล้วต้องนึกถึงภาคกลาง

ถือได้ว่าเป็นอีกหนึ่งเมนูเด็ดที่เป็นหน้าเป็นตาของไทยก็ว่าได้

หากเอ่ยถึง "ต้มยำกุ้ง" ชาวต่างชาติก็มักจะนึกถึงประเทศไทย

เรื่องรสชาติ การันตีได้ อร่อยติดอันดับโลกเลยที่เดียว

 

พูดถึงอาหารภาคกลางนั้นมีมากมาย หลากหลายชนิด

มีแบบครบทุกรส เปรี้ยว หวาน มัน เค็ม เผ็ด

 "แกงเลียงผักรวมกุ้งสด"  อีกหนึ่งอาหารภาคกลาง

ที่มากไปด้วยสรรพคุณทางสมุนไพร

นับว่าเป็นแกงแบบไทยๆขนานแท้ และดั่งเดิม

ขั้นตอนการปรุงก็แสนจะง่ายดาย

เรียกว่ามีแค่กะปิ พริกไทย กุ้งแห้ง หอมแดง

โขลกรวมกัน ก็นำไปปรุงเป็นน้ำแกงได้แล้วครับ

ส่วนผักนั้น ก็สามารถเลือกใส่ได้ตามชอบ ไม่มีกฎตายตัว

 "แกงส้ม"...นี่ก็ใช่ หากเอ่ยชื่อ ต้องนึกถึงภาคกลาง

ถ้วยนี้เป็นแกงส้มผักรวม รู้จักกันดีทั่วไทย แกงส้ม

หรือหากจะให้อร่อยแบบประยุกต์ ร่วมสมัย

 "แกงส้มชะอมไข่ทอด" ถ้วยนี้รู้จักกันดี

และเป็นที่นิยมกินกันทั่วบ้านทั่วเมือง

 ยิ่งตามร้านอาหาร ขาดแทบไม่ได้ หากเป็นแกงส้มแป๊ะซะ

หลายกะตังเลยเชียว..... แพงตรงปลา

 นอกจาก ต้มยำกุ้ง แกงส้ม แกงเลียง

ซึ่งเป็นอาหารพื้นถิ่นของทางภาคกลาง

ภาคกลางก็ยังมีแกง "มัสมั่น"

ที่หากเอ่ยถึงชื่อก็ต้องว่าใช่อาหารภาคกลาง

ในบรรดาแกงทั้งหลายที่มีอยู่ หากจะให้จำแนกถึงความยากง่าย

ก็ต้องยกให้แกงมัสมั่น นับว่าเป็นแกงที่ปรุงยากที่สุด

ด้วยความที่มากไปด้วยสมุนไพรที่ต้องใช้ถึง ๑๓ ชนิด

จึงจะครบถ้วนตามตำรับการแกงมัสมั่น 

อีกทั้งกรรมวิธีการปรุงก็มากไปด้วยขึ้นตอน

ต้องฝีมือเจนจัดในการปรุงจริงๆ ถึงจะปรุงได้อร่อยครบเครื่อง

จะว่าไป "แกงมัสมั่น" ที่กล่าวกันว่าเป็นอาหารไทย

จริงๆแล้วต้นตำรับแรกเริ่มเดิมที แกงมัสมั่น ไม่ใช่อาหารไทย

แกงจำพวกใช้เครื่องสมุนไพร กับกะทิเป็นส่วนประกอบ

ล้วนแล้วแต่ได้รับอิทธิพลมาจากทางอินเดีย ทั้งสิ้น

อาหารไทยเดิมๆนั้น ไม่มีครับ กะทิ หรือเครื่องเทศต่างๆ

 "แกงเขียวหวาน"

นี่ก็ได้รับอิทธิพล วัฒนธรรมในการปรุงมาจากอินเดียเช่นกัน

เพียงแต่คนไทยนำมาปรับปรุง ผสมผสาน

จนได้เป็นแกงเขียวหวาน ที่รสชาติถูกปากถูกลิ้นคนๆไทย

จนกลายเป็นแกงของไทยไปโดยปริยาย

 

สำหรับถ้วยนี้ "แกงป่า"  แกงไทยจ๋าเลยถ้วยนี้

ไม่ใส่กะทิ ส่วนพริก ข่า ตะไคร้ หอมกระเทียม ที่ใช้ตำน้ำพริกแกง

ไม่นับรวมว่าเป็นเครื่องเทศครับ  จัดอยู่ในจำพวกพืชสมุนไพร

บางพื้นถิ่นมักนิยมใส่จำพวกเครื่องเทศลงไปด้วย

"แกงป่า" นับว่าเป็นอีกหนึ่งอาหารทางภาคกลาง

เชื่อว่าทุกท่านต่างก็รู้จักกันดี

 

จากภาคกลาง....เปิดกล้องส่องสำรับกับข้าวลงไปทางภาคใต้

ดินแดนสุดท้าย ปลายด้ามขวานทองของไทยเรา

หากเอ่ยถึง "แกงไตปลา" จะเป็นภาคไหนไปไม่ได้

  ภาคอื่นต่างก็มีต้ม ยำ ตำ แกง ตามแต่ละภาคแตกต่างกันไป

แต่ทว่าหากนึกถึงอาหารใต้  "แกงไตปลา"  หรือ "แกงพุงปลา"

ต้นตำรับ ต้องมาจากทางปักษ์ใต้ที่เดียว

 จะกินกับขนมจีน หรือข้าวสวยร้อนๆ ก็อร่อยเข้าที

ยิ่งได้ผักเหนาะมาแนมกินแกล้มด้วย..หร๋อยจังฮู้

ด้วยความที่แกงไตปลามีรสชาติเผ็ดร้อน

ตามแบบฉบับของอาหารทางภาคใต้

ซึ่งมีเอกลักษณ์การปรุงแบบเฉพาะตัว เช่นน้ำพริกแกงทั้งหลาย

มักจะใส่ขมิ้นเป็นส่วนผสม ช่วยเพิ่มรส เพิ่มกลิ่นสมุนไพร

กินเข้าไปรสชาติเผ็ดร้อน เรียกเหงื่อได้ดีจริงๆ

หากนึกถึงภาคใต้...ก็ต้องถ้วยนี้เลยครับ..."แกงไตปลา"

พูดถึงเรื่องรสชาติของอาหาร และวัฒนธรรมในการกินการอยู่ 

แต่ละภูมิภาคก็มีกรรมวิธีการปรุงที่แตกต่างกันไป

ภาคเหนือ ก็จะเน้นอาหารที่หนักไปทางรสมัน

เผ็ดไม่มาก เค็มนิดหน่อย

ด้วยความที่ลักษณะของ ดิน ฟ้า อากาศ ค่อนข้างหนาวเย็น

อาหารการกินจึงต้องเน้นจำพวกไขมันเข้าไว้

เพื่อช่วยสร้างความอบอุ่นแก่ร่างกาย

 

สำหรับอาหารทางภาคใต้ ที่เน้นรสชาติไปทางดุเด็ดเผ็ดร้อน

มากไปด้วยเครื่องเทศสมุนไพร ซึ่งได้รับอิทธิพลมาจากอินเดียใต้

อีกทั้งลักษณ์ภูมิประเทศของทางภาคใต้นั่้นอยู่ติดกับทะเล

มีฝนตกชุกตลอดแทบทั้งปี จัดอยู่ในเขตร้อนชื้น

โอกาสที่จะเกิดการเจ็บไข้ไม่สบายนั้นก็มีมาก

จึงต้องเน้นอาหารที่มีรสชาติ เผ็ดร้อน

มากไปด้วนสมุนไพรและเครื่องเทศ

อาหารที่มีรสชาติเผ็ดร้อน จะช่วยสร้างความอบอุ่นให้แก่ร่างกาย

ช่วยป้องกันโรคภัยไข้เจ็บได้ดี

 

อีกหนึ่งจานที่ไม่กล่าวถึงไม่ได้   ไม่มีภาคอื่นใดครับที่ทำ

"ข้าวยำปักษ์ใต้" ....มีภาคเดียวครับในประเทศไทย

หากเอ่ยถึงข้าวยำ ราดด้วยน้ำบูดู  ต้นตำรับขนาดแท้และดั่งเดิม

ต้องเป็นอาหารของทางภาคใต้ และต้องนึกถึงภาคใต้อย่างแน่นอน

 

 

อาหารหลักยอดนิยมสุดท้ายที่คนไทยรู้จักกันดี

"ข้าว"

จานนี้ไม่ต้องบรรยายถึงสรรพคุณ และบุญคุณ

เชื่อว่าคนไทยทุกคน คงไม่มีใครที่ไม่รู้จักข้าว

เพราะพื้นฐานวิถีชีวิตของคนไทย ตั้งแต่สมัยบรรพกาล

อยู่คู่กันมากับข้าว กินข้าวกันมาจนตราบจนเท่าทุกวันนี้

 

"อาหารไทย" เป็นเอกลักษณ์ของคนไทย

บ่งบอกได้ถึงวัฒนธรรมความเป็นอยู่ 

ขนบธรรมเนียมและประเพณีของไทย

ควรค่าแก่การอนุรักษณ์ไว้เป็นมรดกทางวัฒนธรรมการกิน

เพื่อลูกหลานสืบต่อไป เฉกเช่นดังที่บรรพบุรุษได้ถ่ายทอดไว้ให้เรา

 

โดย ดงละดอน

 

กลับไปที่ www.oknation.net