วันที่ ศุกร์ พฤษภาคม 2561

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ประติมากรรมสำริดจาก ม.ราชภัฏเทพสตรี พุทธศิลป์ชิ้นเอกแห่งเมืองละโว้


.
.
          “เฮ้ย พวกมึง ...กูขุดไปกระแทกอะไรก็ไม่รู้ เหมือนไหเลยว่ะ”
          “ใจเย็น ๆ ใจเย็น ๆ หน่อย มึงขุดช้า ๆ ดูซิว่ามันเป็นอะไร เผื่อมีของดี” 
.
           .... “มันเป็นไหโบราณ ใบใหญ่เบ้อเร่อเลย เองมาดูสิ” 
.
.
             เมื่อราวกลางเดือน กรกฎาคม 2540 คนงาน 2 -3 คน ที่มารับจ้างขุดดินเพื่อทำบ่อบำบัดน้ำเสีย หลังอาคารวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏเทพสตรี ตรงคานกำแพงติดต่อกับสหกรณ์ออมทรัพย์หน่วยบัญชาการสงครามพิเศษจำกัด จังหวัดลพบุรี ได้ขุดพบไหขนาดใหญ่ใบเขื่อง วางตั้งอยู่เหมือนตั้งใจ ใต้ดินที่ระดับ 1.5 เมตร
..
          “ แอบยกไปทั้งใบดี ไม๊พวก เผื่อมีทองคำ” 
           “ อย่าเลย อย่าเลย เดี๋ยวมีคนเห็น มันจะยุ่ง ทุบมันให้แตก แล้วดูกันตรงนี้เลยว่ามีอะไรอยู่ข้างใน ดีกว่าว่ะ”
          “ เออ ดี ๆ ถ้ามีสมบัติ จะได้ยัดใส่เสื้อ ใส่ย่าม แบ่งกันไป ไม่มีคนเห็น” 
.
           คนงานคนหนึ่ง จึงใช้ชะแลงทุบเจาะลงบริเวณปากไหจนแตกกระจาย แล้วนำสิ่งของในนั้นออกมา โดยทิ้งไหไว้อย่างไม่ตั้งใจ
.
           “หุย พระพุทธรูปเก่า องค์ใหญ่ ๆ ทั้งนั้น น่าจะขายได้ราคาโขอยู่”
            “เอ็งกวาดในไหมาให้หมดเร็ว เดี๋ยวมีคนมาเห็น”
           “มันเป็นอะไรบ้างก็ไม่รู้ ชิ้นเล็กชิ้นน้อย”
           “เออน่า เอ็ง เอาขึ้นมาจากไหให้หมดก่อน อย่างอื่นค่อยว่ากัน”
.
           คนงานเหล่านั้นได้แยกของที่พบจากในไห แบ่งกันนำออกจากบริเวณที่ขุดอย่างรวดเร็ว จนเป็นที่น่าสงสัย โดยตั้งใจกันว่าจะนำไปขายให้กับเซียนพระ แล้วค่อยเอาเงินมาแบ่งกัน
.
           แต่เหมือนเป็นโชคดีของแผ่นดินลพบุรี ที่คนงานเหล่านั้นดันทิ้งซากของไหขนาดใหญ่และเศษชิ้นส่วนภาชนะที่ถูกทุบจนแตกหักไว้ตรงปากหลุมที่ขุดนั้น จนมีคนงานคนอื่นไปพบเห็นเข้า จึงแจ้งแก่เจ้าหน้าที่สถาบันราชภัฏเทพสตรีให้ทราบเรื่องเสียก่อน จึงสามารถติดตามรูปประติมากรรมสำริดอันทรงคุณค่าทั้ง 13 ชิ้น ที่บรรจุอยู่ภายในไห กลับคืนมาได้ทั้งหมด
.

.
            ไหที่พบมีความสูงถึง 54 เซนติเมตร เป็นภาชนะแบบ “อังกอร์เลี่ยนเซรามิค” (Angkorian ceramics) ทรง Storage Jar สีเทาเข้ม ปากเล็ก คอสั้น ไหล่ภาชนะกว้างมน แล้วค่อย ๆ ไล่สอบลงมาที่ฐาน ลายขูดขีดเป็นลูกคลื่น 
.
             ภายในบรรจุพระพุทธรูปสำริดยืน ปางประทานอภัย สวมอุณหิสศิราภรณ์ ศิลปะแบบนครวัด – บายน ในคติวัชรยาน ช่วงปลายพุทธศตวรรษที่ 17 ขนาดต่าง ๆ กัน จำนวน 7 องค์ พระพุทธรูปสำริดยืน ปางประทานพร ไม่สวมอุณหิสแบบบายน ช่วงพุทธศตวรรษที่ 18 จำนวน 2 องค์ และ ภาชนะในพิธีกรรมมีด้ามจับพร้อมขาตั้งรูปเศียรนาค 1 ชิ้น

.

.

.

.

.


           ประติมากรรมสำริดชิ้นเอกที่พบภายในไห เป็น พระพุทธรูปปางมารวิชัยประทับบนบัลลังก์ปัทมะในซุ้มเรือนแก้ว มีแผ่นหลังประภาวลี (Altarpiece) ด้านบนสุดของแผงหลังประภาวลีตกแต่งเป็นกิ่งต้นโพธิ์แตกแขนงออกจากประภามณฑล เป็นกิ่งท่อนขึ้นไปจนจบที่ปลายเป็นใบม้วนแหลม ด้านข้างของกิ่งทำเป็นใบโพธิ์แบบเรียวยาว ขยายใบออกเป็นซุ้มปรกโพธิ์ยอดแหลมด้านบน จัดวางรูปของอดีตพระพุทธเจ้าไว้ภายในใบของพวยระกาทั้งสองชั้น ซึ่งพระพุทธรูปแบบมีแผ่นหลังประภาวลีนี้ เป็นลักษณะเด่นชัดของพุทธศิลป์แบบขอมเจ้าพระยา อันได้แก่ รัฐละโว้ รัฐสุวรรณปุระ และรัฐสุโขทัย ในช่วง พุทธศตวรรษที่ 19 ครับ 
.

.
            ในไหยังพบสถูปจำลอง 2 ชุด ประกอบชิ้นส่วน เป็นชุดฐานแบบมีขาแท่น 4 มุม ถัดขึ้นมาเป็นฐานบัวคว่ำบัวหงายแบบสี่เหลี่ยม และแบบยกเก็จเพิ่มมุม ประดับด้วยพระพุทธรูปขนาดเล็กทั้ง 4 ด้าน ถัดขึ้นไปเป็นเรือนธาตุ ทำเก็จเพิ่มมุมที่ตัวเรือนธาตุเป็นจระนำซุ้มหรือซุ้มประตูตามแบบเรือนธาตุปราสาทเขมร ภายในทำเป็นพระพุทธรูปนั่งทั้ง 4 ทิศ เหนือเรือนธาตุทำเป็นชั้นเชิงบาตร ชิ้นหนึ่งประดับด้วยบรรพแถลงและนาคปัก อีกชิ้นประดับดอกไม้กลีบสี่เหลี่ยมข้าวหลามตัด 

.

.

 

          ด้านบนสุดของสถูปจำลอง ทำเป็น  “หม้อทรงดอกบัว - กัลปลตา” ในคติ “ครรภธาตุ” หรือสถูปทรงหม้อน้ำ “กลศกฤต” หรือ “ปูรณฆฏะ” สัญลักษณ์แห่งความอุดมสมบูรณ์ (ไม่ใช่เจดีย์ทรงลังกา ไม่มีส่วนประกอบบัลลังก์ และยอดฉัตรวลี) รูปทรงกลมเรียวกลมหรือเหลี่ยมเว้าคอดที่ส่วนล่างแบบดอกบัวตูม ชิ้นหนึ่งประดับด้วยสร้อยสังวาล ยอดบนเป็นฝาหม้อมีลายลวดบัวคั่น ปลายสุดเป็นกรวยยอดแหลม 
.

.
           รูปแบบของสถูปสำริดที่พบนี้ เป็นรูปแบบทางศิลปะอันเป็นเอกลักษณ์ ที่พบเฉพาะในเขตอิทธิพลของสามรัฐขอมลุ่มเจ้าพระยา ในช่วงยุคพุทธศตวรรษที่ 19 ซึ่งเป็นช่วงยุค “หลังบายน” เท่านั้น ช่วงเลานี้เป็นช่วงเวลาผสมผสานคติความเชื่อใหม่ ในคติเถรวาทที่ได้รับอิทธิพลมาจากปาละ – พุกามจากทางเหนือ เข้ามาผสมผสานกับรูปศิลปะและคติความเชื่อแบบวัชรยานตันตระเดิม ที่เคยนิยมในกลุ่มบ้านเมืองสามรัฐขอมลุ่มเจ้าพระยา ในช่วงก่อนหน้าครับ
.
            ด้วยเพราะรูปประติมากรรมสำริดทั้งหมดนี้มีความสมบูรณ์ สวยงาม ซึ่งพุทธศิลป์แบบหลังบายนนี้จะพบได้น้อยมากในการขุดค้นอย่างเป็นทางการ (แต่พบเห็นได้ในตลาดมืด) เป็นงานช่างโลหกรรมที่มีความละเอียดอ่อนในเชิงศิลปะ มีความประณีต ผิวเรียบผ่านการขัดเงาอย่างทะนุถนอม จึงอาจเคยเป็นรูปประติมากรรมทางศาสนาที่สำคัญที่เคยประดิษฐานไว้ในศาสนสถานในยุคความรุ่งเรืองของวัฒนธรรมเขมรลุ่มเจ้าพระยา 
.

.
            จนเมื่อเกิดการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองและลัทธิความเชื่อของผู้ปกครองในกรุงละโว้ เหล่านักบวชในศาสนาเก่าจึงได้นำรูปประติมากรรมเหล่านี้ ใส่ไว้รวมกันอย่างแออัดในไห แล้วนำไปซ่อนไว้ด้วยการฝังดิน เพื่อปกป้องรักษาอย่างตั้งใจ 
.
.
           แต่ก็ไม่ได้ขุดขึ้นมาใช้อีกเลย เพราะบ้านเมืองละโว้ในช่วงปลายพุทธศตวรรษที่ 19 ได้เปลี่ยนแปลงไปนิยมคติความเชื่อแบบ “เถรวาทลังกา” อย่างถาวรแล้ว
.
.
            *** ปัจจุบัน รูปประติมากรรมสำริดอันงดงามเหล่านี้ จัดแสดงอยู่ที่หมู่พระที่นั่งพิมานมงกุฎ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติสมเด็จพระนารายณ์ ครับ 

โดย ศุภศรุต

 

กลับไปที่ www.oknation.net