วันที่ ศุกร์ พฤษภาคม 2561

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

“พระศรีหัยครีพ” อวตารหัวม้า ที่ถูกหลงลืม


.
.
           เรื่องราวอวตารแห่งพระวิษณุในคัมภีร์ปุราณะของฝ่ายไวษณพนิกาย ปรากฏอยู่ในหลายเล่ม อย่าง มหากาพย์มหาภารตะ วิษณุปุราณะ มัสยาปุราณะ รวมทั้งอัคนีปุราณะ ที่มีอายุในราวพุทธศตวรรษที่ 14 ที่กำหนดเรื่องราวอวตาร “นารายณ์ 10 ปาง” ไว้อย่างชัดเจน 
.
           แต่เรื่องราวอวตารใน “ภาควัตปุราณะ” (Bhagavata Purana) ที่อาจมีอายุเก่าแก่ถึงในราวพุทธศตวรรษที่ 11 – 12 ได้กำหนดเรื่องราวการอวตารของพระวิษณุไว้ถึง 22 ปาง เป็นปุราณะที่เก็บรวบรวมเรื่องราวการอวตารในครั้งต่าง ๆ ของพระวิษณุจากคัมภีร์หรือตำนานของฮินดูนิกายอื่น ๆ มารวมไว้ อย่าง “อัปสราวตาร – อนันตนารีวตาร” อวตารในครั้งปราบนนทุก “นางโมหิณี” อวตารจากครั้งศิวนาฏราช ณ ป่าตรรกะ “มหิงสาวตาร” ในคราวปราบอสูรควายที่หมายเข้าทำลายพระสุเมรุ หรือ “พระหัยครีพ – ฮายากรีวา” ที่มีพระเศียรเป็นม้า ครับ
.

.
           “พระฮายากรีวา – พระศรีหัยครีพ” (Sri Hayagriva) ผู้มีเศียรเป็นม้าขาว เป็นอวตารหนึ่งของพระวิษณุ ชาวอินเดียยกให้พระหัยครีพเป็นเทพเจ้าแห่งพระเวท ปัญญาและความรู้ เพราะเชื่อว่า “ม้า” ว่าเป็นสัตว์เทพศักดิ์สิทธิ์ที่มีความหมายถึงปัญญา ความรู้ แสงสว่าง ความรวดเร็วและความมั่นคง 
.

.

.
           เรื่องราวของพระหัยครีพ ปรากฏอยู่ใน 2 ตำนานใหญ่ ตำนานแรกอยู่ใน “มารคัณฑายุปุราณะ” กล่าว่า พระหัยครีพเป็นอวตารของพระวิษณุที่เกิดมาเพื่อจัดการกับ “อสูรมธุ” (Madhu Asura) และ “ไกฏภะ”(Kaitabha Asura) ที่ขโมยพระเวท ในครั้งกำเนิดของพระพรหมจากพระนาภีของพระวิษณุ 
.

.
            พระวิษณุจึงอวตารเป็นพระหัยครีพเพื่อมาปราบอสูรทั้งสอง ที่กำเนิดขึ้นจากขี้หูในพระกรรณของพระองค์ในขณะที่บรรทมอยู่บนอนันตนาคราชในการสร้างโลกใหม่ จึงมีพลังอำนาจเช่นเดียวกับพระองค์ อสูรทั้ง 2 เข้ารุมทำร้ายพระพรหม ทั้งยังได้ขโมยคัมภีร์พระเวทอันศักดิ์สิทธิ์ของพระพรหมไปด้วย เมื่อสังหารอสูรทั้ง 2 แล้ว พระหัยครีพได้นำคัมภีร์พระเวทกลับมาคืนให้แก่พระพรหม เรื่องราวนี้เป็นตำนานที่ชาวอินเดียส่วนใหญ่เชื่อถือกัน
.

.
           แต่ตำนานฝ่ายศักติ – ศากตะเล่าว่า มีอสูรตนนึงนามว่า “หัยครีพ” บำเพ็ญเพียรจนได้รับพรจากเจ้าแม่ทุรคาว่า “ผู้ที่จะสังหารตนได้จะต้องมีชื่อเหมือนกับตนเท่านั้น” เมื่ออสูรได้รับประสาทพร ก็ได้ก่อความวุ่นวาย อาละวาดจนเดือดร้อนกันไปทั้งสามโลก 
.
            เหล่าเทพเจ้าจึงได้ไปขอให้พระวิษณุช่วย แต่ขณะนั้น พระองค์ยืนบรรทมเอาพระเศียรพิงคันธนู เหล่าเทพปลุกเท่าไรก็ไม่ทรงตื่น จึงเอามดปากง่ามมากัดสายธนูจนขาด สายธนูนั้นจึงตวัดกลับด้วยความแรงมาตัดพระเศียรของพระวิษณุจนขาดกระเด็น เจ้าแม่ทุรคาให้พระพรหมไปนำหัวม้าขาวมาต่อแทนพระเศียรที่ขาดไป
.  
            ส่วนพระเศียรของพระวิษณุได้กลายไปเป็นพระอาทิตย์ และเมื่อพระองค์มีพระเศียรเป็นม้า ปวงเทพเจ้าจึงเรียกพระนามใหม่ว่า “หัยครีพ” ที่แปลว่า “คอเป็นม้า” พระองค์จึงมีพลังอำนาจสังหารอสูรหัยครีพได้สำเร็จ แล้วจึงกลับคืนสู่รูปพระวิษณุเดิมในภายหลัง
.
.
            ภาพสลักที่บอกเล่าเรื่องราวได้อย่างชัดเจน เป็นภาพสลักบนทับหลัง รูปพระหัยครีพสี่กร ปราบอสูรมธุและไกฏภะ ด้านในซุ้มประตูของโคปุระตะวันออก (ด้านหน้าชั้นในสุด) ของปราสาทบันทายสรี (ที่ด้านหน้าเป็นรูปศิวะนาฏราช)
.

.
           และที่ปราสาทสด๊กก๊อกธม จังหวัดสระแก้ว มีภาพของอสูรมธุและไกฏภะเข้าทำร้ายพระพรหมในตอนกำเนิดโลก อยู่บนหน้าบันซุ้มประตูปีกข้างด้านในฝั่งทิศเหนือของโคปุระตะวันออกครับ

.

.

โดย ศุภศรุต

 

กลับไปที่ www.oknation.net