วันที่ อังคาร มิถุนายน 2561

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

" บูรพาจารย์ " พระอาจารย์มั่น ภูริทตฺฺฺฺฺตเถร


      

            ผู้เขียนเดินทางไปวัดเจดีย์หลวง  จังหวัดเชียงใหม่  ที่ซึ่งพระอาจารย์มั่นเคยเป็นเจ้าอาวาส

      ระหว่างเดินทางธุดงค์ไปปฎิบัติกัมมัฏฐานและสงเคราะห์สาธุชนตามเขตภาคเหนืออยู่นานถึง

      11  ปี   ได้ถ่ายภาพวิหารและรูปปั้นของพระอาจารย์มั่น  นำมาเสนอผู้อ่านถึงพระสงฆ์ผู้เป็น

      "บูรพาจารย์ " ที่สำคัญน่าศรัทธารูปหนึ่ง

      

         พระอาจารย์มั่น ภูริทตฺตเถร  เป็นพระอาจารย์กัมมัฏฐานฝ่ายอรัญวาสี  เป็นผู้ปฏิบัติตาม

      คำสอนของพระพุทธศาสนา ที่แปลว่าคำสอนของพระพุทธองค์ที่ทรงใช้ในพระโอวาทปาฏิโมกข์

      ว่า        1 .  การไม่ทำบาปทั้งปวง

                 2 .  ยังกุศลให้ถึงพร้อม  คือการทำกุศลให้สมบูรณ์

                 3 .  ทำจิตของตนให้ผ่องแผ้ว

            นี้เป็นศาสนา  คือคำสอนของพระพุทธเจ้าทั้งหลาย

      

         ผู้ปฏิบัติตามพุทธศาสนาที่ถูกต้อง  ได้แก่ ปริยัติ  คือ ศึกษาพระธรรมวินัยหรือพระไตรปิฏก

      ปฏิบัติ  คือ ปฏิบัติธรรมนั้นด้วย  กาย  วาจา  และใจ   ปฏิเวธ คือ รู้แจ้งแทงตลอด คือผล

      การปฏิบัติตั้งแต่วินัย  จนถึงรู้แจ้งในมรรคผลนิพพาน

      

         พระอาจารย์มั่น  ท่านเพียรกำหนดพิจารณาอุบายแห่งวิปัสสนาอย่างมิลดละ  ออกเที่ยว

      จาริกแสวงหาวิเวก  ไปหาที่อยู่สงัด  ปราศจากผู้คนพลุกพล่าน  ตามหมู่บ้านพออาศัย

      ภิกขาจารวัตร  ตามเยี่ยงพระพุทธเจ้าและพระอริยสาวก  ที่ดำเนินมาก่อนแล้วทั้งหลาย

      ไปตามฝั่งซ้ายและฝั่งขวาของแม่น้ำโขง  ศึกษาเล่าเรียนทั้งทางสมถวิปัสสนา  และทั้ง

      ทางปริยัติธรรม ณ เมืองอุบลราชธานี  แล้วไปศึกษาเล่าเรียนที่กรุงเทพฯ ณ สำนักวัด

      ปทุมวัน หมั่นไปสดับพระธรรมเทศนาอบรมปัญญากับเจ้าพระคุณพระอุบาลี ( สิริจันทฺเถร

      จันทร์ )  ที่วัดบรมนิวาส  อุบายหนึ่งที่ท่านได้ขณะนั้นคือ  ของอะไรทั้งหมดเกิดจากของที่มีอยู่

      ( ดินหนุนดิน )

      

        ตั้งแต่นั้น ก็กำหนดพิจารณาอุบายแห่งวิปัสสนาอย่างมิได้ลดละ  พรรษาได้ 38 จำพรรษา

      ที่วัดปทุมวนาราม  กรุงเทพ ฯ  แล้วไปเชียงใหม่กับเจ้าพระคุณอุบาลีคุณูปมาจารย์( สิริจนฺทฺ

      เถร  จันทร์ ) และพักที่วัดเจดีย์หลวง ( พ.ศ. 2472- 2473 )  และเมื่อ พ.ศ. 2475 ท่านเป็น

      เจ้าอาวาสวัดเจดีย์หลวง  และได้เดินธุดงค์ปฏิบัติกัมมัฏฐาน  ตามเขตภาคเหนือหลายแห่ง

      เพื่อสงเคราะห์สาธุชนที่นั้นๆนานถึง  11  ปี

      

         คติพจน์   คำที่เป็นคติที่พระอาจารย์กล่าวถึงบ่อยๆ เพื่อเป็นหลักวินิจฉัยความดี

      ที่ทำด้วย กาย  วาจา ใจ  แก่ศิษยานุศิษย์   ดังนี้

         1. ดีใดไม่มีโทษ  ดีนั้นชื่อว่าดีเลิศ

         2. ได้สมบัติทั้งปวง  ไม่ประเสริฐเท่าได้ตน   เพราะตัวตนเป็นที่เกิดแห่งสมบัติทั้งปวง

               นั่นเอง

         นอกจากนั้น  ท่านยังมี ธรรมกถาที่ชื่อ  มุตโตทัย( แปลว่า หัวใจอิสระ การมีอิสรภาพ)

       เป็นแนวทางการปฎิบัติถึงความหลุดพ้น  มุตโตทัย บันทึกโดพระอาจารย์วิริยังค์  สิรินทโร

      ประกอบด้วยข้อธรรม 17 ข้อ ที่กล่าวถึงการฝึกตน  ปฏิบัติอุบายวิปัสสนา/ การทรมานตน/

      จิตเดิมแท้ / สัตตบุคคล(บริสุทธิ์) จนถึงการบรรลุ  วิมุติ

   

                 ศาสนาพุทธเป็นศาสนาประจำชาติ   จึงต้องตระหนักในความเป็นพุทธศาสนิกชน

      ที่แท้จริง  รู้จริง  ปฏิบัติได้จริง  ด้วย  กาย  วาจา  ใจ     มีวิจารณญานที่ถูกต้อง   ศรัทธา

       ในคำสอนของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า

                       ขออำนาจแห่งพระธรรมสถิตย์ในใจท่านผู้อ่านทุกท่าน    ขอขอบคุณ

 

    

  (  หนังสือประกอบการเขียน" บูรพาจารย์ " โดยมูลนิธิพระอาจารย์มั่น ภูริทตฺโต )

 

      

 

โดย เพลงธรรม

 

กลับไปที่ www.oknation.net