วันที่ ศุกร์ มิถุนายน 2561

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

เก็บตกงาน THAIFEX World of Food Asia 2018


งาน THAIFEX World of Food Asia 2018

THAIFEX - World of Food Asia สุดยอดงานแสดงสินค้าอาหารที่ใหญ่ และครบวงจรที่สุดในเอเชีย เป็นวาระครบรอบการจัดงานครั้งที่ 15 อย่างยิ่งใหญ่ ดีกว่า ใหญ่กว่า จัดเต็มกว่าครั้งไหน

พร้อมให้เลือกสรรสินค้าและบริการครบครัน ตอบโจทย์ทุกความต้องการในอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม

ด้วยความร่วมมือระหว่างกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) ร่วมด้วยหอการค้าไทย และโคโลญเมสเซ่ ประเทศเยอรมนี งานแสดงสินค้าอาหาร หรือ THAIFEX - World of Food Asia คืองานแสดงสินค้านานาชาติยิ่งใหญ่สุดของภูมิภาค

งานนี้ รวมความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชนเพื่อขับเคลื่อนและแสดงศักยภาพธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม ซึ่งได้รับการยอมรับทั้งด้านคุณภาพและความหลากหลาย

แซลมอนสดครองอันดับหนึ่งอาหารทะเลยอดนิยมที่ไทยนำเข้าจากนอร์เวย์

 29 พฤษภาคม 2561– ในปี 2560ประเทศไทยนำเข้าปลาแซลมอนสดจากนอร์เวย์ราว 12,000 ตัน นับเป็นเกือบครึ่งของอาหารทะเลทั้งหมดที่นำเข้ามาจากประเทศนอร์เวย์ ทำลายสถิติด้วยอัตราเติบโตร่วมร้อยละ 40และมีแนวโน้มว่าจะเติบโตอย่างต่อเนื่องทั้งในประเทศไทยและภูมิภาคเอเชีย

ประเทศนอร์เวย์เป็นผู้ส่งออกปลาแซลมอนรายใหญ่ที่สุดของโลก ด้วยปริมาณอยู่ที่ 1.3 ล้านตันต่อปีและส่งออกไปกว่า 100ประเทศทั่วโลก ปัจจัยที่ทำให้แซลมอนเลี้ยงจากนอร์เวย์มีคุณภาพสูง คือน้ำทะเลที่เย็นจัดและใสสะอาดของมหาสมุทรแอตแลนติก เทคโนโลยีขั้นสูง และมาตรการที่เข้มงวดในการควบคุมคุณภาพของอาหารทะเลในทุกๆ ขั้นตอน ตั้งแต่เริ่มเพาะพันธุ์จนถึงการส่งออกปลา เพื่อส่งเสริมสภาวะความเป็นอยู่ที่ดีของปลาและสร้างความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์ให้กับผู้บริโภค สภาอุตสาหกรรมอาหารทะเลนอร์เวย์ (NSC)จึงได้จัดแสดงอาหารทะเล รวมถึงปลาแซลมอนยอดนิยมคุณภาพสูงจากนอร์เวย์ ที่งาน THAIFEX World of Food Asia ในช่วงระหว่างวันที่ 29 พฤษภาคม 2 มิถุนายน 2561 ที่ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุม อิมแพ็ค เมืองทองธานี


“ในฐานะที่นอร์เวย์เป็นประเทศส่งออกอาหารทะเลรายใหญ่ของโลก ความรับผิดชอบในการผลิตอาหารทะเลคุณภาพสูงจึงตกอยู่กับเรา การที่นอร์เวย์ส่งออกอาหารทะเลกว่า 2.6ล้านตันต่อปี ทำให้เราจำเป็นต้องมีการนำนวัตกรรมขั้นสูงเข้ามาใช้และมีระบบควบคุมการผลิตที่เข้มงวด เพื่อส่งเสริมการประมงที่ยั่งยืน ความปลอดภัยของอาหาร และสภาวะความเป็นอยู่ที่ดีให้กับปลาของเรา” นายจอน อิริค สทีนสลิด ผู้อำนวยการภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ของสภาอุตสาหกรรมอาหารทะเลนอร์เวย์ กล่าว “ระบบการควบคุมที่เข้มงวด ประกอบกับนวัตกรรมและความรู้เฉพาะทางในการเพาะเลี้ยงแซลมอน ทำให้เราสามารถสังเกตการณ์ ติดตาม และบันทึกข้อมูลผลิตภัณฑ์อาหารทะเล ได้ตั้งแต่ในทะเลจนถึงการส่งออกสู่ตลาด”

แซลมอนเป็นปลาสองน้ำ ที่เริ่มต้นชีวิตในน้ำจืด โตในน้ำเค็ม และกลับไปวางไข่ในน้ำจืดเพื่อสืบพันธุ์ โดยแซลมอนเลี้ยงของนอร์เวย์มีวงจรชีวิตที่ไม่ต่างจากปลาธรรมชาติ ที่เริ่มต้นด้วยการเป็นไข่และลูกปลาในน้ำจืดที่ศูนย์เพาะเลี้ยง จนโตได้อายุประมาณหนึ่งปีจึงจะได้รับการย้ายไปให้เจริญพันธุ์เต็มวัยในฟาร์มธรรมชาติกลางทะเล พ่อแม่พันธุ์ได้รับการคัดสรรผ่านเทคโนโลยีที่ล้ำสมัย ทำให้ผู้เชี่ยวชาญสามารถวิเคราะห์ลักษณะเด่นทางพันธุกรรม และเพาะแซลมอนสายพันธุ์ดีได้ในแต่ละฤดู แซลมอนเลี้ยงเหล่านี้อาศัยอยู่ในฟาร์มธรรมชาติกลางทะเลที่มีพื้นที่กว้างขวาง โดยแต่ละบริเวณที่กำหนดให้เลี้ยงปลานั้นจะมีแซลมอนได้มากที่สุดเพียงร้อยละ 2.5 ของพื้นที่น้ำทั้งหมด เพื่อให้ปลาได้มีพื้นที่ว่ายวนใกล้เคียงธรรมชาติมากที่สุด แซลมอนจะใช้เวลาเติบโตเต็มวัยในน้ำเค็มราว1-2ปี ฟาร์มธรรมชาติเหล่านี้ติดตั้งด้วยอุปกรณ์ดิจิตอลที่ใช้สังเกตการณ์พฤติกรรมของปลาได้ตลอด 24ชั่วโมง

ประเทศนอร์เวย์มีความเชี่ยวชาญในการแปรรูปและเตรียมแซลมอนเพื่อการส่งออก โดยระยะเวลาตั้งแต่การจับปลาจากฟาร์มจนถึงการแพ็คน้ำแข็งพร้อมส่งขึ้นเครื่องบิน ใช้เวลาเพียง 6-8ชั่วโมงเท่านั้น ศูนย์แปรรูปปลามีการรักษาสุขอนามัยอย่างเคร่งครัดและมีอุปกรณ์เตรียมปลามาตรฐานสูง ทำให้ปลาแซลมอนนอร์เวย์ได้รับอนุญาตให้ส่งออกในลักษณะของปลาสดไปยังประเทศทั่วโลกได้โดยไม่ต้องแช่แข็ง

ปัจจุบัน ไทยเป็นประเทศที่นำเข้าแซลมอนนอร์เวย์มากที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งปัจจัยหลักมาจากการที่อาหารญี่ปุ่นและแซลมอนซาชิมิได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ รวมไปถึงพฤติกรรมของผู้บริโภคที่ส่งผลต่อเทรนด์การค้าขาย จากที่ไทยเคยนำเข้าปลาแซลมอนแช่แข็งเป็นส่วนใหญ่เพื่อแปรรูปและส่งออกซ้ำ ปัจจุบันกลายเป็นปลาแซลมอนสดครองตลาด เนื่องจากการบริโภคภายในประเทศที่สูงขึ้น

ปลาแซลมอนนอร์เวย์จะถูกเก็บไว้ที่ความเย็น0°– 4° องศาเซลเซียสระหว่างการขนส่ง เพื่อคงความสดใหม่ กล่องใส่ปลาทุกใบจะมีข้อมูลเกี่ยวกับที่มาของปลาโดยละเอียด ทำให้สามารถตรวจสอบย้อนหลังได้ทั้งกระบวนการผลิตและการเติบโตของแซลมอน ตั้งแต่ฟาร์มที่เลี้ยง ไปจนถึงวันที่จับและแปรรูปปลา รวมทั้งข้อมูลของพ่อแม่พันธุ์ โดยขั้นตอนทั้งหมดจนถึงการขนส่งทางอากาศมายังท่าอากาศยานสุวรรณภูมิของประเทศไทย ใช้เวลาเร็วที่สุดเพียงแค่ 48ชั่วโมงเท่านั้น

ความพิถีพิถันและใส่ใจในรายละเอียดทุกขั้นตอนของอุตสาหกรรมอาหารทะเลนอร์เวย์ แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นและทุ่มเทของชาวนอร์เวย์ในการสร้างความมั่นใจให้ผู้บริโภคด้วยผลิตภัณฑ์อาหารทะเลคุณภาพสูง โดยเมื่อไม่นานมานี้ สภาอุตสาหกรรมอาหารทะเลนอร์เวย์ได้เปิดตัวตราสัญลักษณ์ SEAFOOD FROM NORWAY ในประเทศไทย บ่งบอกถึงแหล่งที่มาของอาหารทะเลคุณภาพสูงจากประเทศนอร์เวย์ เพื่อช่วยสนับสนุนสินค้าของผู้ค้าส่งและปลีก และช่วยให้ผู้บริโภคสามารถเลือกซื้ออาหารทะเลจากนอร์เวย์เช่นแซลมอนได้โดยง่าย

“ที่นอร์เวย์ เราเชื่อมั่นในการสร้างแหล่งอาหารที่ยั่งยืนสำหรับคนรุ่นใหม่ในอนาคต และคงระดับการผลิตสินค้าคุณภาพสูงไว้ ในฐานะผู้ส่งออกอาหารทะเลคุณภาพดีที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ตราสัญลักษณ์ SEAFOOD FROM NORWAY ไม่ได้เป็นเพียงแค่เครื่องหมายบ่งบอกถึงแหล่งที่มาสำหรับคู่ค้าของเราเท่านั้น แต่ยังเป็นเครื่องหมายเตือนใจสำหรับพวกเราชาวนอร์เวย์ ให้ผลิตอาหารทะเลคุณภาพสูงอันเป็นที่น่าเชื่อถือของผู้บริโภคทั่วโลก” นายจอน อิริค สทีนสลิด กล่าวปิดท้าย

ผู้ค้าปลีกและส่งที่สนใจใช้ตราสัญลักษณ์ SEAFOOD FROM NORWAY บนสินค้า สามารถลงทะเบียนสมัครเพื่อขอลิขสิทธิ์ทางการค้าได้ที่ Norway Connect โทร. +66(0)26273040

โดย feng_shui

 

กลับไปที่ www.oknation.net