วันที่ จันทร์ มิถุนายน 2561

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

บันทึกรักบนขบวนรถไฟสายโรแมนติค Shiki-shima ตอน รถไฟพามาค้างอ้างแรมในเรียวกังงาม


มาต่อกันในบันทึกรักตอนต่อไปเขียนโดยคุณพ่อลาดพร้าวฯ และถ่ายภาพประกอบโดยคุณแม่ลาดพร้าวฯ กันแล้วนะคะ จากบันทึกรักฉบับนี้ทำให้มีเพื่อนพ้องน้องพี่มิตรรักแควนบล๊อกเขียนมารบอกว่า รู้แล้วลาดพร้าวฯ เขียนเก่งเหมือนใคร รู้แล้วลาดพร้าวฯ ถ่ายภาพเก่งเหมือนใคร ก็ต้องปลื้มกันไปตามระเบียบสินะคะ แต่ทว่าจะปลื้มนานนักก็ไม่ได้ เพราะจะต้องนำบันทึกรักหน้าต่อไปมาเปิดให้ทุกท่านที่ช่วยกันติดตามแบบอุ่นหนาฝาคั่งได้อ่านกันต่อแล้วค่ะ...

ก่อนจะเริ่มต้น เดี๋ยวเพื่อนๆ จะสงสัยว่านกเพนกวินนี้มาได้อย่างไรกัน คุณพ่อคุณแม่ว่ามีเด็กเขาเอามาเลี้ยงที่หน้าสถานีรถไฟค่ะ และมันก็คุ้นเคยกับคนมากๆ

เอาล่ะค่ะ ลาดพร้าวฯ ให้อ่านบันทึกรักต่อนะคะ เริ่มที่

"วันอังคารที่ 15 พฤษภาคม 2561

สี่โมงเย็นแปดนาที รถไฟถึงสถานี Noboribetsu ได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นเช่นเคย ได้ถ่ายรูปกับป้ายต้อนรับที่มียักษ์ตัวแดงอันเป็นสัญญลักษณ์ของเมืองไว้ด้วย

นั่งรถบัสไปพักที่โรงแรม Takinoya ซึ่งเป็นโรงแรม hot springs ในเมือง Noboribetsu (เคยมาโรงแรมนี้แล้วครั้งหนึ่งเมื่อประมาณ 4 ปีก่อน) ระหว่างทางได้แวะที่ Jigokudani Valley เพื่อชม Hell Valley (เคยแวะมาแล้ว 2 ครั้ง) เกิดจากภูเขาไฟระเบิดมีกลิ่นกำมะถันคลุ้งไปหมด

ที่นี่ทาง Shiki-shima ได้จัดให้มีการแสดงตีกลองพิเศษต้อนรับ โดยมีนักดนตรี 2 คน (ชาย-หญิง) และมีตัวประกอบแต่งเป็นยักษ์สีแดง 2 คน นักดนตรี 2 คนคงเป็นนักตีกลองที่เก่งมาก ทั้งในด้านศิลปะ ความชำนาญ และอารมณ์ ในฐานะคนที่ชอบฟังดนตรีประเภทตีกลอง ต้องยอมรับว่าเป็นการตีกลองที่น่าตื่นเต้น เร้าใจ ให้อารมณ์มากที่สุดที่เคยได้ยินมา

ห้าโมงครึ่งเย็นรถบัสพามาถึงโรงแรม Takinoya ปรากฎว่าเป็นโรงแรมที่เคยพักแล้วครั้งหนึ่งเมื่อประมาณ 4 ปีก่อน เจอสุภาพสตรีเจ้าของ (และสามี) มาต้อนรับ ได้บอกกับเจ้าของว่าได้เอารูปถ่ายที่เคยถ่ายร่วมกันคราวที่แล้วมาให้เขา 3 รูป

โดยความบังเอิญเราได้พักห้อง 403 ซึ่งเป็นห้องเดียวกับที่เคยพักเมื่อคราวก่อน (อยู่ในห้องแคบที่โรงแรมและรถไฟมา 2 คืน คืนนี้มีห้องนอน ห้องรับแขก ระเบียงกว้างที่ห้องอาหารส่วนตัว บ่อออนเซน) ในห้องพักมีบ่อออนเซนมีน้ำแร่สีขุ่นอยู่ที่ระเบียงด้วย เข้าห้องแล้วเลยรีบลงไหปแช่น้ำในบ่อออนเซนประมาณ 30 นาที เป็นการผ่อนคลายร่างกายก่อนดินเนอร์

ทุ่มตรงมีเจ้าหน้าที่โรงแรม (Miss Miku Kuwahara) มาจัดโต๊ะอาหารอย่างสวยงาม เมนูอาหารเป็นภาษาญี่ปุ่นยาวประมาณ 33 บรรทัด ซึ่งเราดูแล้วไม่มีทางรู้ว่าเป็นอะไรบ้าง ต้องดูอาหารเอาเอง เจ้าหน้าที่มาขอให้เลือกเมนคอร์ส ได้เลือกเนื้อ Medium Rare ส่วนคุณเรวดีเลือกปู หลังจากออร์เดิร์ฟซึ่งมากมาย อาทิเช่น ซูชิที่ห่อด้วยใบไผ่ ซาชิมิปลาไท่ ไข่หอยเม่น ซุปปลากับหน่อไม้ ก้ามปูย่าง เนื้อสเต๊กกับแอสปารากัส ปลาแซลมอนย่างซีอิ้ว มันยามะอิโมะ

สุภาพสตรีเจ้าของโรงแรมเป็นผู้เข้ามาเสริฟเมนคอร์สเอง เลยได้มอบรูป 3 รูปที่ติดมาให้ไป เขาจำได้ว่า คราวก่อนคณะเรามากัน 14 คน (บุคคลในครอบครัว 8 คน และเพื่อนฝูงอีก 6 คน)

ปรากฎว่าหลังเมนคอร์สแล้ว ยังมีอาหารตามมาอีก อาทิเช่น ข้าวราดน้ำชา ผักดอง และของหวานนานาชนิด

คืนนี้เปลี่ยนจากการดื่มแชมเปญและไวน์มาเป็นเบียร์ Kirin ของญี่ปุ่นแทน นับเป็น Private Dinner ที่หรูหรา บรรยากาศดีมากอย่างยิ่งมื้อหนึ่ง

ก่อนนอนตั้งใจจะเข้าออนเซนอีกครั้งหนึ่งแต่คุณเรวดีเกรงว่าร่างกายจะรับไม่ไหว เลยห้ามไว้

วันพุธที่ 16 พฤษภาคม 2561

ตื่นหกโมงเช้าตามเวลาที่ตั้งนาฬิกาปลุกไว้เอง คุณเรวดีตื่นก่อนลงไปแช่อยู่ในบ่อออนเซนที่ระเบียงห้องแล้ว เลยได้มีโอกาสแช่ออนเซนบนตึกชั้น 4 มองออกไปข้างนอกมีลำธารเล็กๆ ไหลผ่าน มีเขาเล็กๆ อยู่ไม่ห่างไปนัก ต้นไม้สูงๆ เขียวชะอุ่มไปทั่ว มีธงรูปปลาจำนวนหลายผืนแขวนอยู่ข้ามลำธาร อากาศเย็น มีหมอกบางๆ ลอยไปทั่วบริเวณ เป็นความสุขง่ายๆ อีกแบบหนึ่ง คุณเรวดีมาบ่นเสียดายภายหลังว่าไม่ได้ถ่ายรูปเก็บไว้ (เอม หลานสาวคนเดียวก็ชอบออนเซนน้ำแร่ขุ่นๆ แบบนี้มาก เพราะจะได้เห็นแต่ศีรษะอย่างเดียว) โอกาสหน้าคงต้องหาเวลามาพักที่ห้องนี้ใหม่

ได้ยินเสียงคุณ Miku มาจัดห้องอาหารตั้งแต่ประมาณเจ็ดโมงเช้า

ดังนั้นเวลาเจ็ดโมงครึ่งเราเข้าไปห้องอาหารก็มีการจัดอาหารเช้าอย่างสวยงามไว้เรียบร้อยแล้ว เมนูเป็นภาษาญี่ปุ่นเช่นเคย แต่มีความยาวเหลือเพียง 18 บรรทัด ต้องยอมรับว่าภาชนะบรรจุอาหารและเครื่องดื่มที่โรงแรมนี้ดูเหมาะสมกับอาหารที่บรรจุ สวยงามน่าดูชมมากแทบไม่อยากกินของที่บรรจุอยู่ข้างใน อาหารเช้านี้ประกอบด้วย สลัดกับบลูเบอร์รี่โยเกิร์ต ผักกับไข่ปลาเมนไทโกะ ปลาแซลมอนย่างซีอิ้ว ไข่ตุ๋น เต้าหู้ต้ม ข้าวสวยกับผักดอง และอาหารเล็กๆ น้อยๆ หลายชนิดมาก ซึ่งเข้าใจว่าตั้งใจจะสร้างความสมดุลให้กับมื้ออาหารและความต้องการของร่างกาย

เช้านี้ดื่มกาแฟใส่น้ำตาลและนมสดด้วย ซึ่งตามปรกติไม่เคยดื่ม และก็ไม่มีอาการปวดศีรษะ

เก้าโมงเช้าออกเดินทางโดยรถบัสกลับไปขึ้นรถไฟ Shiki-shima ที่สถานี Higashi Muroran มีการต้อนรับเอิกเกริกจากหลายฝ่ายที่หน้าสถานี"

เป็นอย่างไรบ้างคะ ค่ำคืนที่ทางรถไฟสายโรแมนติค Shiki-shima พาแขกมาพักค้างอ้างแรมในเรียวกังงามที่เมืองโนโบริเบ็ทสึ มันน่ามีความสุขกันจริงจังเลยนะคะเนี่ย เพราะนอกจากเรียวกังงาม การบริการทุกอย่างของเขาก็สุดยอดจากใจไปเสียทุกสิ่งอย่าง คุณพ่อคุณแม่ประทับใจแม่หนู Miku Kuwahara ที่มาบริการในห้องทั้งมื้อค่ำและมื้อเช้ามากค่ะ ชมว่าน่ารักมาก เป็นเสน่ห์ที่ไม่มีใครสู้ญี่ปุ่นเขาได้จริงๆ นะคะ

สำหรับตอนต่อไป คุณพ่อคุณแม่ลาดพร้าวฯ จะพาขึ้นไปอร่อยกับ Afternoon Tea ยามเที่ยงบนรถไฟก่อนจะเปลี่ยนไปดินเนอร์บนรถไฟอีกขบวนด้วยนะคะ มันจะน่าเอร็ดอร่อยและมีความสุขขนาดไหน โปรดติดตามตอนต่อไป เป็นตอนที่ห้าแล้วนะคะ...

โดย ลาดพร้าวซอยสิบสอง

 

กลับไปที่ www.oknation.net