วันที่ พุธ มิถุนายน 2561

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

บันทึกรักบนขบวนรถไฟสายโรแมนติค Shiki-shima ตอน จบบริบูรณ์ด้วยความเอร็ดอร่อย


เพื่อนพ้องน้องพี่ที่รักขา ในที่สุดบันทึกรักบนขบวนรถไฟสายโรแมนติค Shiki-shima ของคุณพ่อคุณแม่ลาดพร้าวฯ ก็ดำเนินมาถึงตอนจบบริบูรณ์แล้วนะคะ ตอนที่ 8 พอดี ลาดพร้าวฯ ตั้งใจนำบันทึกรักฝีมือคุณพ่อเขียน คุณแม่ถ่ายภาพ มาลงให้ครบ 8 ตอนจบเพราะเลข 8 เป็นเลขที่ลาดพร้าวฯ ชอบว่ามีความหมายที่ดี ไม่มีที่สิ้นสุด เหมือนความรักของคุณพ่อคุณแม่ลาดพร้าวฯ ที่หากนำบทกลอนของสุนทรภู่มาเอ่ยเปรียบ คงเปรียบได้กับบทกลอนที่ท่านเขียนไว้ว่า ถึงม้วยดินสิ้นฟ้ามหาสมุทร ไม่สิ้นสุดความรักสมัครสมาน ประมาณนั้นนะคะ 

สำหรับมื้อเย็นวันฉลองครบรอบแต่งงาน 55 ปีที่คุณพ่อคุณแม่ลงจากรถไฟมาฉลองกับพวกเราในกรุงโตเกียวนี้ คุณพ่อมอบหมายให้น้องชายลาดพร้าวฯ ผู้เชี่ยวชาญและช่ำชองการเลือกร้านอาหารดี๊ดีและอร้อยอร่อย เป็นผู้เลือกคะ

ซึ่งน้องชายก็เลือกได้ร้านสองดาวมิชลินร้านนี้ Dominique Bouchet Tokyo เป็นร้านที่เรามากันแล้ว ประทับใจกันมาก ไม่มีคำว่าผิดหวังเลย เป็นอย่างไรบ้างนั้น เชิญตามขึ้นมาที่ร้านเลยนะคะ

ร้าน Dominique Bouchet Tokyo ตั้งอยู่ในย่านเก๋ของโตเกียว ย่านกินซ่า ภายในภัตตาคารตกแต่งให้คนที่เข้ามารู้สึกเหมือนกำลังนั่งรับประทานอาหารในอพาร์ทเม้นท์ในกรุงปารีส ผนังไม้และโซฟาโทนสีเทาอ่อนๆ ผ้าปูโต๊ะสีขาว

ของกินเล่นอภินันทนาการจากเชฟจัดวางมาอย่างน่ารักสวยงาม

เย็นนี้คุณพ่อสั่งอาหาร 6 คอร์ส เริ่มต้นด้วย Lobster Jelly-Sea urchin & Caviar-Celery sprouts ลอปสเตอร์สามชิ้นตรงกลางจานวางทับด้านบนด้วยไข่หอยเม่นและผักสดเล็กๆ ล้อมรอบด้วยเจลลี่ที่ทำจากลอปสเตอร์ ประดับรอบๆ เกือบขอบจานด้วยเซเลอรีชิ้นสี่เหลี่ยมจิ๋วๆ 24 ชิ้นที่มีไข่ปลาคาเวียร์วางข้างๆ คุณพนักงานเสริฟบอกว่า คุณเชฟตั้งใจจัดจานนี้ให้เป็นรูปนาฬิกาค่ะ ทุกส่วนผสมบนจานนี้กินด้วยกันแล้วอร่อยมากทั้งความสดหวานเด้งของเนื้อลอปสเตอร์ ความหวานมันนุ่มของไข่หอยเม่น ความสดกรอบของผัก และรสชาติเค็มเล็กๆ และกลมกล่อมของเจลลี่ลอปสเตอร์

ตามมาด้วยอาหารในคอร์สที่สอง Cofit Foie Gras Marinated with Sake – Apple Marmelade อาหารจานนี้ถือเป็นจานเด่นของภัตตาคารแห่งนี้เลยค่ะ พอกินแล้วก็ต้องยอมรับว่าสมกับเป็นจานเด่นของเขาจริงๆ ตับห่านที่เขาหมักมากับเหล้าสาเก ฮ้อม หอม เคี้ยวเข้าไปนี่หอมไปทั้งปาก อร่อยมากๆ ยิ่งกินคู่กับแยมแอ๊ปเปิ้ลหวานๆ ข้างๆ ก็ยิ่งเสริมส่งรสชาติกันให้ยิ่งอร่อย

อาหารคอร์สที่สาม Vegetable “Symphony” – chicken sauce & tarragon’s foam ผักหลากชนิดสีเขียวเหลืองส้มปรุงรสด้วยน้ำซอสที่ทำจากไก่หอมๆ รสชาติเบาๆ กินแล้วสดชื่นค่ะ

ต่อด้วยอาหารจานปลาในคอร์สที่สี่ Roasted Turbot – Scales of Carrot and Cumin – Fish Soup คุณเชฟใช้ปลาเทอร์บอทหรือปลาลิ้นหมาเนื้อสดขาวมาวางทับด้วยถั่วลันเตาแล้วราดด้วยน้ำซุปที่ทำจากปลาผสมกับขิงและขมิ้น อาหารจานนี้ก็เป็นอีกจานที่ให้รสชาติเบาๆ

และสำหรับอาหารจานหลักเป็นเนื้อค่ะ Wagyu Beef Filet – Girolle – Green Asparagus – Red Wine Sauce ภัตตาคารนี้เสริฟเนื้อวากิวแบบชิ้นโตเลยค่ะ อบมากำลังดี เนื้อสีแดงสวย นุ้ม นุ่ม หอมมากๆ และอร่อยมากๆ ซอสไวน์แดงที่ราดอยู่ด้านล่างก็หอมและกลมกล่อมเหลือเกิน หน่อไม้ฝรั่งสีเขียวสดที่ผัดมาข้างๆ ก็รสชาติดี กรอบหวาน เรียกว่าเป็นจานปิดท้ายหมวดอาหารคาวที่ประทับใจครอบครัวเราเอามากๆ

มาถึงหมวดของหวานบ้าง แค่คุณพนักงานเสริฟยกมาตั้งเราก็ต้องอู้ฮูกับความงามของการจัดวางและตกแต่งจานค่ะ บนจานกลมโตสีขาว มีซอสชอคโกแลตวนอยู่เป็นวงกลม ด้านบนเป็นมูสชอคโกแลตสีน้ำตาลเข้มมันขลับรูปถ้วยคว่ำเล็กๆ วางอยู่สองชิ้น บนมูสชอคโกแลตพาดทับไว้ด้วยแผ่นแป้งชิ้นเล็กๆ ยาวๆ ที่ประดับด้านบนด้วยดอกไม้เล็กๆ สีชมพู ข้างๆ ประดับด้วยมะม่วงสดและเจลลี่มะม่วงสีเหลือง สวยจนไม่อยากกินเลยค่ะ แต่ก็ต้องกิน อร่อยมากอีกแล้ว เป็นของหวานที่ให้ทั้งรสชาติเข้มข้นของชอคโกแลตและความหวานสดชื่นของมะม่วง

ปิดท้ายมื้ออาหารสองดาวมิชลินด้วยขนมหวานชิ้นเล็กๆ อภินันทนาการจากคุณเชฟ 5 ชิ้น มีทั้งเค้กชอคโกแลต มาดเดอแลน (ขนมเค้กฝรั่งเศสชิ้นพอดีคำ รูปทรงคล้ายเปลือกหอย) ทาร์ตมะนาว ชอคโกแลตและเจลลี่ ขนาดอิ่มๆ กินไปยังอร่อยทุกชิ้นเลย

ปิดท้ายจริงๆ ทางภัตตาคารมีทาร์ตผลไม้ชิ้นเล็กๆ ที่มีเชอร์เบทสีแดงสดวางด้านบนในจานสีขาวที่เขียนบนจานว่า Congratulation 55th Wedding Anniversary

และคงยังจบบริบูรณ์ไม่ได้สำหรับดินเนอร์มื้อพิเศษนี้ถ้ายังไม่ได้เล่าถึงแชมเปญและไวน์แดงที่เราดื่มเคล้าอาหารมื้ออร่อยนี้ ว่าเราดื่มแชมเปญ Moet&Chandon และดื่มไวน์แดง Opus One 1992 และ Chateau Margeaux 1982 ที่คุณ Mori เป็นผู้นำมา ช่างนับเป็นมื้อจบท้ายการฉลองครบรอบแต่งงาน 55 ปีของคุณพ่อคุณแม่ที่น่าประทับใจจริงๆ เลย ใช่ไหมคะ

และขอจบบันทึกรักฉบับนี้ลงด้วยบทเพลงที่ลาดพร้าวฯ จำได้ว่าเป็นอีกหนึ่งบทเพลงที่คุณพ่อชอบมากนะคะ เพลง Till ของคุณ Tony Bennett ค่ะ

Till the moon deserts the sky

Till all the seas run dry

Till then I’ll worship you…

            Till the tropic sun turns cold

            Till this young world grows old

            My darling, I’ll adore you…

You are my reason to live

All I own I would give

Just to have you adore me…

            Till the rivers flow upstream

            Till lovers cease to dream

            Till then I’m yours, be mine…

โดย ลาดพร้าวซอยสิบสอง

 

กลับไปที่ www.oknation.net