วันที่ จันทร์ กรกฎาคม 2561

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ชวนเป็นนักชิมไวน์ที่ร้านอาหารอิตาลี ณ ห้องTavola โรงแรมเรเนซองซ์ ราชประสงค์


พูดถึงการชิมไวน์ ใครๆก็นึกถึงอาหารอร่อย เครื่องดื่มราคาแพง และการชิมไวนฺ์เองก็เป็นทั้งศาสตร์และศิลปะ คำถามที่หลายๆคนอยากรู้ เช่นไวน์แดงกับไวน์ขาวต่างกันอย่างไร ?     

ไวน์แดงและไวน์ขาวทำจากองุ่นคนละกลุ่ม คนละสายพันธุ์ ทำให้ สี กลิ่น รส ของไวน์ต่างกัน ไวน์แดงจะมีรสฝาดนำ เปรี้ยวหวานซ่อนใน ดื่มแล้วมีเนื้อมีหนัง เต็มปากเต็มคำออกแนวบึกบึนมีพลัง ส่วนไวน์ขาวมีเปรี้ยวหวานนำ ความฝาดน้อยมาก ใส ๆ สดชื่นลื่นคอ  

สิ่งเหล่านี้ ต้องผ่านประสพการณ์ด้วยตนเองทั้งนั้น ครั้งหนึ่งเมื่อมีโอกาสได้เป็นส่วนหนึ่งในงานชิมไวน์ ก็ถือว่าเป็นประสพการณ์และการเรียนรู้ไปพร้อมๆกัน

งานรวมพลคนชิมไวน์อิตาเลี่ยน ณ ห้อง Tavola โรงแรมเรเนซองค์ ราชประสงค์ กรุงเทพฯ วันที่ 28 มิถุนายน 2561

เป็นสิ่งที่ เซอร์ไพร้ส์มากที่ได้พบ Master การชงชาญี่ปุ่นคุณฟุมิโกะ บุย (คนกลาง ท่านเป็นประธาน สมาคมชะโด อุระเซ็นเค ตันโตไค กรุงเทพฯ) ข้านเจ้าเคยไปร่วมฟังการบรรยายเรื่องประวัติศาสตร์ของพิธีชงชา และชมการสาธิต(คลิก พิธีชงชา เซน..จากนิทรรศการรำลึกการครบรอบ ๑๓๐ปีความสัมพันธ์ทางการทูตไทย –ญี่ปุุ่น) เลยขอบันทึกภาพร่วมกับแขกในงานจากสถานทูตญี่ปุ่น

ภาพวาดเกี่ยวกับไวน์ Tacuina sanitatis คริสต์ศตวรรษ 14 (ภาพจากวิกิพีเดีย)

ไวน์เป็นเครื่องดื่มที่มีมาหลายพันปีแล้ว มีการค้นพบโถโบราณบรรจุเมล็ดองุ่นไร่ซึ่งมีอายุนับเนื่องขึ้นไปกว่า 8,000 ปี ก่อนคริสตกาล

นอกจากที่ประเทศอิหร่านแล้ว ยังมีการพบร่องรอยของเครื่องดื่มชนิดหนึ่งที่ได้จากกรรมวิธีการหมักแบบเดียวกับไวน์ในสมัย 7,000 ปีก่อนคริสตกาล ทางตอนเหนือของประเทศจีน

ในยุคอียิปต์โบราณ เทพต่าง ๆ ในตำนานเทพปกรณัม ทั้งโอซิริสของอียิปต์ เทพไดโอนีซุสของกรีก บัคคัสของโรมัน หรือกิลกาเมชของบาบิโลน ล้วนแล้วแต่เป็นเทพแห่งไวน์ นอกจากนั้น ไวน์ยังเป็นสัญลักษณ์ของพระโลหิตของพระเยซูเจ้าตามความเชื่อทางศาสนาคริสต์ ไวน์มีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงเป็นอันมากในช่วงสองร้อยปีหลัง ชาวโรมันในสมัยก่อนนั้นดื่มไวน์ที่มีรสฉุนจนต้องผสมน้ำทะเลก่อนดื่ม รสชาติของไวน์ดังกล่าวแตกต่างจากไวน์ในปัจจุบันอย่างสิ้นเชิง

ในสมัยศตวรรษที่ 19 ไวน์ถือว่าเป็นเครื่องดื่มบำรุงกำลัง โดยคนงานที่รับจ้างเก็บเกี่ยวพืชผลจะดื่มไวน์ถึงวันละ 6-8 ลิตร และนายจ้างจะจ่ายไวน์ให้เป็นส่วนหนึ่งของค่าแรง เพราะสมัยนั้นน้ำยังไม่ค่อยสะอาดพอที่จะนำมาดื่มได้ 

ส่วนประกอบของไวน์

ส่วนประกอบส่วนใหญ่ของไวน์คือองุ่นสายพันธ์ต่างๆ ยีส และส่วนผสมทางเคมีอื่นๆ ปกติแล้ว ปริมาณของแอลกอฮอล์จะอยู่ระหว่าง 9-15 เปอร์เซ็นต์ต่อปริมาณน้ำ 85 เปอร์เซ็นต์ 

แอลกอฮอล์ในไวน์ส่วนใหญ่เป็นเอทิลแอลกอฮอล์ และยังพบตัวทำละลายประเภทกลีเซอรอล ซอร์บิทอล และบูตีแลนกลีคอล

นอกจากนั้น ไวน์ยังประกอบด้วย 

น้ำตาลชนิดต่าง ๆ ทั้งกลูโคส ฟรุคโตส ในปริมาณที่แตกต่างกันไป ตั้งแต่ 1-2 กรัมต่อลิตร ในดรายไวน์ที่หมักจนน้ำตาลกลายเป็นแอลกอฮอล์แล้ว จนถึง 50-60 กรัมต่อลิตร ในไวน์หวานที่กระบวนการหมักบ่มยังไม่สมบูรณ์

กรดต่าง ๆ ทั้งกรดมาลิก กรดซิตตริก กรดทาทาริก กรดน้ำส้ม กรดแลกติก กรดซัคซินิก

ส่วนผสมอื่น ๆ เช่น แทนนิน รงควัตถุ (pigment) ต่างๆ เช่น แอนโทไซยานิน

 

เจ้าของร้านคุณ Cavaliere Enzo Peroni เป็นชาวอิตาลี กล่าวต้อนรับแขกผู้มีเกียรติ

มาร้านอาหารอิตาลี ก็ควรรู้จักไวน์จาก อิตาลี

 

 

ประเทศอิตาลี (Italy) เป็นแหล่งผลิตไวน์โลกเก่า หรือ  “โอล เวิล์ด ไวน์ (Old World Wine)” อีกแห่งหนึ่งของโลก ผลิตไวน์ราว 4,500-5,000 ล้านลิตรต่อปี และส่งออกไวน์เป็น 1 ใน 3 ของไวน์ที่ผลิตจากทั่วโลก แต่ใช่ว่าจะเน้นส่งออกเพียงอย่างเดียวนะ เพราะจริง ๆ แล้วชาวอิตาลีดื่มไวน์เป็นชีวิตจิตใจ หนึ่งคนจะดื่มไวน์เฉลี่ยถึงปีละ 42 ลิตรเลยทีเดียว ในอิตาลีนั้น มีไร่ไวน์แทบทุกภูมิภาคของประเทศ กินเนื้อที่กว่า 1 ล้านไร่ ส่วนแหล่งผลิตไวน์สำคัญของอิตาลี ได้แก่ แคว้นเวเนโต้ (Veneto) และ แคว้นทัสคานี (Tuscany)

Trappolini 'Cenereto' Rosso Lazio ไวน์แดง ให้กลิ่นรสละมุน ของผลไม้ อมเปรียวและรสหวานปลายลิ้นจากคุณสมบัติของTannin

 

 

จิบไวน์กับ พาสต้า เชฟ สัญชาติอิตาลี อายุ 23ปี แต่ฝีมือ ระดับเทพ

 

 

สถานที่: โรงแรม เรเนซองค์ ราชประสงค์ ห้องอาหารอิตาเลียน  La Tavola

กฎพื้นฐาน การเป็นนักชิมไวน์ 

รู้จักวนแก้วไวน์ ถือแก้ว ยกแขนขึ้นเล็กน้อย ให้ศอกทำมุมกับลำตัวประมาณ 90 องศา ทีนี่ก็เริ่มขยับกันได้เลย จับก้านแก้วแล้ววนแก้ว ให้ไวน์ม้วนตัวอยู่ในแก้ว เพิ่มความเร็วเล็กน้อยเพื่อให้ไวน์สัมผัสกับออกซิเจนมากขึ้น และคุณเองก็ดูโปรขึ้นด้วยเช่นกัน

สปาร์กลิงไวน์ (Sparkling wine)เป็นไวน์ชนิดมีก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์อัดอยู่

ดมกลิ่น และสูดหายใจเข้าลึกๆ คงไม่มีวิธีอื่นวิธีไหนอีกแล้ว ที่จะให้จมูกของคุณสัมผัสถึงโน้ตต่างๆที่ซุกซ่อนอยู่ในไวน์แก้วนั้นที่คุณกำลังชิม ยกแก้วขึ้น ให้ปากแก้วอยู่ชิดกับปลายจมูก ราวกับว่าคุณกำลังจะสูดไวน์เข้าทางจมูกซะอย่างนั้น แล้วสูดหายใจลึกๆ 2 ครั้ง ถ้าทำถูกวิธี จะรู้สึกว่า เหมือนมีพลังงานอุ่นๆ ละมุนกลิ่นของไวน์ปะทะเข้าที่หน้า

 

กลั้วไวน์ในลำคอ พอให้รู้สึกได้ถึงอโรม่าของไวน์ หลังจากนั้นให้บ้วนทิ้ง อย่าลืมว่า นี่คือการชิม ไม่ใช่การดื่ม ถ้าในงานไม่มีที่ให้บ้วนไวน์แล้ว หาขวดพลาสติก หรือแก้วติดไปที่งานด้วย เอาไว้ใช้บ้วน วิธีนี้ยังช่วยให้ไม่เมาก่อนเวลาอันควรอีกด้วย

นักชิมไวน์มือใหม่ ควรเรียนรู้ คำแนะนำที่มีประโยชน์ และช่วยให้รู้สึกประหม่าน้อยลงได้ ควรมีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็นต่อรสชาติไวน์ที่ชิม

พูดเรื่องขำๆให้บรรยากาศเป็นมิตร งานชิมไวน์ถือเป็นสถานที่ๆเหมาะมากที่คุณจะได้เรียนรู้เรื่องไวน์ โดยการเรียนรู้จะยิ่งมีประสิทธิภาพมากขึ้นถ้าเราได้มีส่วนร่วม ดังนั้น ความคิดเห็นของคุณจึงมีความสำคัญ


 

 

 การชิมไวน์เป็นเรื่องของความชอบส่วนบุคคล และมันก็ควรจะสะท้อนถึงราคาไวน์ด้วยเช่นกัน

คลิป รวมพลคนชิมไวน์อิตาเลี่ยน ณ ห้อง Tavola โรงแรมเรเนซองค์ ราชประสงค์ 

 

ขอขอบคุณพิมพ์ แห่ง Cafe Buongiorno และ อุ้มสี บล็อกแกง
ที่ชวนมาเป็นนักชิมไวน์

สอบถามรายละเอียดงาน Wine ครั้งต่อไปได้ที่ 06-2494-1649

โดย feng_shui

 

กลับไปที่ www.oknation.net