วันที่ จันทร์ กรกฎาคม 2561

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

เผยภาพภายในพัทยาบีช #ถ้ำหลวง มีอากาศเพียงพอ แต่มืดสนิท-น้ำไม่เคยท่วม


     เจ้าหน้าที่วนอุทยานฯ เผยภาพพัทยาบีช ในถ้ำหลวง ที่เคยสำรวจเมื่อหลายปีก่อน ชี้มีอากาศเพียงพอ แต่มืดสนิท น้ำไม่เคยท่วม มีจิ้งหรีดถ้ำและกิ้งกือถ้ำอาศัย

 
พัทยาบีช ถ้ำหลวง
ภาพจาก เฟซบุ๊ก ตนหาข่าว จิตอาสา (เจ้าหน้าที่วนอุทยานฯ)
 
พัทยาบีช ถ้ำหลวง
ภาพจาก เฟซบุ๊ก ตนหาข่าว จิตอาสา (เจ้าหน้าที่วนอุทยานฯ)
 
           พัทยาบีช ในถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน คือจุดหมายปลายทางที่ทั้งคนให้กำลังใจ และเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงาน ตั้งความหวังไว้ว่า จะเป็นจุดที่พบกับเด็ก ๆ และโค้ช ทีมหมูป่าอะคาเดมีแม่สาย ถึงแม้ว่าจะไม่เจอทั้ง 13 ชีวิต แต่ก็เชื่อว่า พัทยาบีช คือจุดหมายปลายทางที่ดีที่จะสามารถพบตัวผู้สูญหายได้

 

           เกี่ยวกับเรื่องนี้ วันที่ 2 กรกฎาคม 2561 เฟซบุ๊ก ตนหาข่าว จิตอาสา ได้เปิดเผยคำบอกเล่าจากเจ้าหน้าที่วนอุทยานฯ ว่า คุณกมล คุณงามความดี หรือรัก อายุ 41 ปี ได้อธิบายลักษณะภายในถ้ำหลวง หลังจากที่เขาเคยสำรวจมาแล้วเมื่อหลายปีก่อนว่า เส้นทางในถ้ำหลวง หากนับเป็นทางตรง จะมีระยะทางประมาณ 7 กิโลเมตร แต่หากนับทางคดเคี้ยวขึ้น-ลง จะอยู่ที่ประมาณ 10 กิโลเมตร
 
พัทยาบีช ถ้ำหลวง
ภาพจาก เฟซบุ๊ก ตนหาข่าว จิตอาสา (เจ้าหน้าที่วนอุทยานฯ)
 

           ส่วนพัทยาบีช หรือหาดพัทยา จะมีลักษณะเป็นลานทรายยาวเกือบ 2 กิโลเมตร เป็นทรายเม็ดขาว มีน้ำเลียบตลอดแนว บางช่วงมีพื้นที่แห้ง และไม่มีคราบน้ำเก่า แสดงว่าจุดนี้ไม่เคยมีน้ำท่วม ทั้งนี้ ภายในถ้ำมีสัตว์ 2 ชนิดอาศัยอยู่คือ จิ้งหรีดถ้ำ และกิ้งกือถ้ำ


พัทยาบีช ถ้ำหลวง
ภาพจาก เฟซบุ๊ก ตนหาข่าว จิตอาสา (เจ้าหน้าที่วนอุทยานฯ)

พัทยาบีช ถ้ำหลวง
ภาพจาก เฟซบุ๊ก ตนหาข่าว จิตอาสา (เจ้าหน้าที่วนอุทยานฯ)

พัทยาบีช ถ้ำหลวง
ภาพจาก เฟซบุ๊ก ตนหาข่าว จิตอาสา (เจ้าหน้าที่วนอุทยานฯ)

พัทยาบีช ถ้ำหลวง
ภาพจาก เฟซบุ๊ก ตนหาข่าว จิตอาสา (เจ้าหน้าที่วนอุทยานฯ)

พัทยาบีช ถ้ำหลวง
ภาพจาก เฟซบุ๊ก ตนหาข่าว จิตอาสา (เจ้าหน้าที่วนอุทยานฯ)

พัทยาบีช ถ้ำหลวง
ภาพจาก เฟซบุ๊ก ตนหาข่าว จิตอาสา (เจ้าหน้าที่วนอุทยานฯ)

พัทยาบีช ถ้ำหลวง
ภาพจาก เฟซบุ๊ก ตนหาข่าว จิตอาสา (เจ้าหน้าที่วนอุทยานฯ)


อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมจาก เฟซบุ๊ก ตนหาข่าว จิตอาสา

https://hilight.kapook.com/view/174554#cxrecs_s

 

ลานลับแล-เมืองบาดาล พื้นที่สูงในถ้ำหลวง เชื่อเด็กอยู่ที่นั่น หากไม่เจอที่พัทยาบีช

    กู้ภัยยืนยันค้นหาต่อ หากไม่เจอ 13 ชีวิต ที่พัทยาบีช เผยจุดต่อไปเรียกว่า ลานลับแล-เมืองบาดาล ชี้เด็กรอดแน่ เพราะเป็นพื้นที่สูง และมีอากาศถ่ายเท

 


            วันที่ 2 กรกฎาคม 2561 รายการเรื่องเล่าเช้านี้ ทางช่อง 3 รายงานความคืบหน้าการค้นหาทีมนักเตะหมูป่าอะคาเดมีแม่สาย และโค้ช ทั้ง 13 ชีวิต ภายในน้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน อ.แม่สาย จ.เชียงราย โดยเจ้าหน้าที่กู้ภัยสยามร่วมใจ ทีมที่นำหน่วยซีลเข้าไปด้านในถ้ำหลวง เปิดเผยว่า เมื่อเวลาประมาณตี 1 คืนที่ผ่านมา หน่วยซีลสามารถดำน้ำจากจุดบัญชาการตรงบริเวณโถงที่ 3 ภายในถ้ำหลวง ไปจนถึงจุดสามแยกแล้ว ที่ทางขวามุ่งหน้าไปผาหมี และทางซ้ายมุ่งหน้าไปพัทยาบีช จุดที่เป็นเนินทรายสูงที่คาดว่าน้อง ๆ และโค้ช ทั้ง 13 คน พักหลบอยู่


            ทั้งนี้ พัทยาบีช เป็นจุดที่มีน้ำใสและมีเนินสูง เป็นจุดที่น้อง ๆ เล่นน้ำ แต่ทว่าหากน้ำเกิดสูงกว่าปกติ เชื่อว่าน้อง ๆ น่าจะหนีน้ำเข้าไปยังโถงใหญ่ ถัดไปจากพัทยาบีช เป็นพื้นที่ที่มีที่ยืนคือหินครึ่งวงกลม สูงประมาณ 1-2 เมตร น้ำท่วมไม่ถึง และมีอากาศหายใจ เนื่องจากน้ำไหลออกทางด้านข้างคล้ายกับเป็นจุดต้นน้ำ

 

             ขณะที่ คุณหนึ่ง ผู้ที่เคยเข้าไปเที่ยวภายในถ้ำหลวงก่อนหน้านี้ เปิดเผยตรงกันว่า ถัดไปจากจุดพัทยาบีช จะเป็นลานลับแลและเมืองบาดาล ซึ่งเป็นจุดที่สูงกว่าพัทยาบีช เป็นจุดที่สามารถพักหลบได้

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมจาก
 https://hilight.kapook.com/view/174527#cxrecs_s

 

ซึ้งน้ำใจ...ชาวนาขอรับน้ำถ้ำหลวง แลก 13 ชีวิต ปลอดภัย แม้เพิ่งหว่านข้าว

   ชาวบ้านรอบพื้นที่ถ้ำหลวง ยอมรับการระบายน้ำจากถ้ำหลวง หวังช่วย 13 ชีวิตปลอดภัย แม้เพิ่งหว่านข้าว-งดทำนา หันไปเลี้ยงเป็ด จับปลาแทน

 
 
          วันที่ 2 กรกฎาคม 2561 รายการเรื่องเล่าเช้านี้ ทางช่อง 3 รายงานว่า เกษตรกรในพื้นที่ อ.แม่สาย จ.เชียงราย ยินดีรับน้ำจากถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอนในปฏิบัติการค้นหากลุ่มเด็ก ๆ และโค้ช ทีมหมูป่าอะคาเดมีแม่สาย 13 ชีวิตที่ติดอยู่ในถ้ำ ซึ่งมีความจำเป็นต้องระบายน้ำออกจากถ้ำ


          โดยชาวบ้านพูดเป็นเสียงเดียวกันว่ายินดีจะรับผลกระทบที่น้ำต้องไหลมาท่วมที่นาและบ้านเรือน แม้บางรายจะหว่านกล้าไปแล้ว ก็ขอรับน้ำเพราะเห็นใจผู้ปกครองเด็ก อยากให้เด็ก ๆ ปลอดภัย หากน้ำท่วมขัง 7-10 วัน กล้าข้าวยังอยู่ได้ แต่หากได้รับผลกระทบหนักจริง ๆ ก็อยากให้ทางจังหวัดหามาตรการเยียวยา

          ด้านเว็บไซต์อมรินทร์ ทีวี รายงานว่า นายดำรงค์ พิเดช อดีตอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ เปิดเผยว่า หลังจากกรมอุทยานแห่งชาติฯ หน่วยไฟป่า และประชาชนในพื้นที่ในหมู่บ้านมูเชอร์ ร่วมกันเข้าสำรวจและเปลี่ยนทางน้ำ ที่เป็นต้นเหตุทำให้น้ำไหลเข้าถ้ำหลว-ขุนน้ำนางนอน
 
ถ้ำหลวง
 

          การแก้ปัญหาคือ ปิดทางน้ำต้นทางชั่วคราว และเปลี่ยนทางน้ำไปทางอื่น ซึ่งวิธีนี้จะไม่ส่งผลระยะยาว แต่ระหว่างนี้ต้องจัดการกับทางน้ำไหลเข้าทั้งหมด เพราะหากมีฝนตก แม้จะเร่งสูบน้ำออกถ้ำได้ปริมาณมาก แต่หากไม่ปิดต้นทางน้ำ น้ำก็จะไหลเพิ่มเหมือนเดิม โดยวิธีการปิดทางน้ำก็ได้อาศัยวิธีแบบชาวบ้าน คือใช้ต้นกล้วยป่า สังกะสี วางเรียงต่อ ๆ กันไป เพื่อกั้นทางน้ำให้บังคับไหลผ่านไปทางอื่น ไม่ลงไปที่โพรงที่เชื่อมต่อกับถ้ำหลวง

 
          นายดำรงค์ บอกอีกว่า หลังจากปิดรูโพรงทางน้ำ และเข้าไปนเขตพื้นที่อุทยานนั้น ในฐานะคนทำงานในพื้นที่ ไม่ต้องเกรงกลัวเรื่องกฎหมาย เพราะพื้นที่ดังกล่าวถูกประกาศเป็นเขตช่วยเหลือฉุกเฉินแล้ว ดังนั้น การช่วยเหลือคนจึงเป็นเรื่องสำคัญมากที่สุด
 

          ผู้สื่อข่าวอมรินทร์ ทีวี ได้เดินทางไปบริเวณถ้ำทรายทอง พบว่ามีการนำรั้วเหล็กมาปิดทางเข้า-ออก และไม่อนุญาตให้บุคคลภายนอกเข้าไป โดยผู้สื่อข่าวได้พบกับ นางนภาสรณ์ ทาตุการ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 9 บ้านจ้อง ต.โป่งผา อ.เภอแม่สาย จ.เชียงราย เปิดเผยว่า น้ำที่สูบออกจะไหลผ่านในชุมชนหมู่บ้านบ้านจ้องเพราะเป็นต้นน้ำ หลังจากนั้นแล้วน้ำจะไหลไปยังหมู่บ้านอื่น ๆ และตำบลใกล้เคียง จนกระทั่งไหลลงสู่แม่น้ำรวก แล้วไหลไปสู่แม่น้ำโขง

 
ถ้ำหลวง
 

          ส่วนน้ำที่สูบออกจะไหลไปตามธารน้ำ ไม่มีน้ำขัง เพราะเมื่อต้นปี ทางหมู่บ้านได้ทำการขุดลอกคูคลอง และด้านบนหมู่บ้านมีการทำโครงการแก้มลิง ทำให้การสูบน้ำที่ถ้ำทรายทองนั้น ไม่ส่งผลกระทบต่อชุมชน ซึ่งหากจะเกิดน้ำผ่านกระทบชุมชนนั้น ชาวบ้านก็เต็มใจ เพราะอยากช่วยเหลือเด็ก ๆ ทั้ง 13 คนอยู่แล้ว

          นางนภาสรณ์ เผยว่า ตนยังไม่เห็นว่ามีชาวบ้านเข้ามาแจ้งน้ำท่วมลงที่นา ซึ่งหมายความว่า แม้น้ำจะท่วม แต่ชาวบ้านก็ไม่ได้รับผลกระทบ เพราะตอนนี้บางจุดยังไม่ถึงฤดูดำนา บางจุดอยู่ระหว่างการหว่านต้นกล้า จึงยังสามารถรับน้ำได้ สำหรับกรณีการขุดน้ำบาดาลขึ้นมาด้วย ทางตนก็ยังไม่ได้รับผลกระทบในเรื่องนี้ แต่หากจะท่วมก็คงท่วมในบ้านตน ซึ่งตนไม่มีปัญหาอะไร ตนเต็มใจ และเชื่อว่าทุกคนก็เต็มใจ

          ผู้สื่อข่าวอมรินทร์ ทีวี ยังได้เดินทางไปยัง บ้านถ้ำ หมู่ที่ 4 ต.โป่งบ้านถ้ำ อ.แม่สาย จ.เชียงราย ซึ่งเป็นจุดที่อยู่ห่างจากถ้ำหลวง ประมาณ 5 กิโลเมตร และเป็นพื้นที่ที่ทำการเกษตรไร่นาของชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบจากน้ำที่ระบายออกจากถ้ำ
 
ถ้ำหลวง
 

          โดย นางอามีเปีย ลาภดวงพร ชาวนาในพื้นที่ เปิดเผยว่า ตนเช่าพื้นที่นาส่วนนี้ไว้ 120 ไร่ ซึ่งไร่นาจุดนี้เคยประสบปัญหาน้ำท่วมเมื่อปี พ.ศ. 2558 จนกระทั่งเกิดเหตุเด็ก 13 คนสูญหายในถ้ำ ก็มีการสูบน้ำออก น้ำที่ไหลลงมาจึงเป็นน้ำที่มาจากถ้ำหลวง โดยพื้นที่นาของตนเป็นพื้นที่รับน้ำ

          เมื่อช่วง 4-5 วันก่อน ระดับน้ำเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว แต่ขณะนี้น้ำเริ่มลดลงแล้ว ตนปลูกข้าวโพดไว้ หากน้ำไหลลงมาอีกก็อาจจะทำให้ข้าวโพดที่ปลูกไว้ตายได้ แต่ก็คิดว่าไม่เป็นอะไร เพราะอยากช่วยเด็ก ๆ ยอมให้พื้นที่ของตนเป็นพื้นที่รับน้ำ แม้จะต้องงดทำนาในปีนี้

          นางอามีเปีย กล่าวต่อว่า หลังน้ำท่วมเข้านา ตนจึงเปลี่ยนไปเลี้ยงเป็ดแทน ซึ่งเป็ดสามารถลอยเหนือน้ำได้ จึงไม่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม แม้การเลี้ยงเป็ดจะมีรายได้น้อยกว่าการทำนา แต่ก็สามารถนำไข่เป็ดไปขายได้ทุกวัน และหลังจากน้ำไหลลงมาที่นา ก็มีปลามาอยู่ จึงมีรายได้จากการจับปลาในท้องนาไปขายได้อีก ทำให้มีกำไรประมาณ 600-800 บาทต่อวัน อีกทั้งเจ้าของนาที่ตนเช่า ก็ช่วยเหลือให้ตนไม่ต้องจ่ายค่าเช่า

 
ถ้ำหลวง

 

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมจาก
 https://hilight.kapook.com/view/174544#cxrecs_s

 

 

โดย อิศรา

 

กลับไปที่ www.oknation.net