วันที่ เสาร์ กรกฎาคม 2561

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

วันที่ อส.ขอไปเป็นออเจ้าตอนที่ ๒ อยุธยา


ไม่มีข้อแก้ตัวใด ๆสำรับความล่าช้าของตอนที่ ๒

มีเพียงยกมือไหว้สวย ๆพร้อมกล่าวคำว่า "ขอโทษค่ะ" ไปต่อกันเลยนะคะ

๖ พค.๒๔๖๑

วันที่ ๒ ของการท่องเที่ยวของชาว อส.พช.พระนคร

วันนี้เนื่องจากทุกคนจัดเต็มตามกระแสการท่องเที่ยวแบบงามอย่างไทย

ช่วงเช้าหลังจากรับประทานอาหารตามชอบที่ฝั่งตรงข้ามวัดราษฏร์บูรณะ

ป้ารุจึงขอให้ทุกคนได้ถ่ายรูปเดี่ยวไว้เป็นที่ระลึกในแสงแดดอ่อน ๆยามเช้า

เพราะหลังจากนี้เราจะเริ่มต้นการเดินทางท่ามกลางแสงแดดและความร้อนที่เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ

สถานที่แรกที่จะนำทุกท่านชม คือ วัดไชยวัฒนาราม

วัดที่ดูเหมือนว่าจะเป็นจุดเริ่มต้นของละคร บุพเพสันนิวาส

ก่อนอื่นเชิญชมบรรยากาศการเรียนของชาวอาสาสมัครกันก่อน

อ.ปฏิพัฒน์ พุ่มพงษ์แพทย์ กำลังเล่าเรื่องราวของวัดไชยวัฒนาราม

อ.วิกัลย์ พงศ์พนิตานนท์ วิทยากรอีกท่านยืนอยู่ด้านข้าง

ส่วนชุดไทยสีส้ม คือคุณเล็กจากวิทยุศึกษา อาสาสมัครฯ คนหนึ่งของพวกเรา

จะร้อนอย่างไร ไม่ใช่อุปสรรค ในวันที่เหล่า อส.ขอเป็น ออเจ้า จัดเต็มถ้วนหน้าค่ะ

กลับมาเข้าเรื่องวัดไชยวัฒนารามกัน

          ความโดดเด่นของวัดไชยวัฒนารามที่มองเห็นอย่างเป็นรูปธรรมมากที่สุด

น่าจะเป็นเรื่องของความงดงามของลักษณะสถาปัตยกรรม ซึ่งงดงามอวดแขกบ้านแขกเมือง

มาตั้งแต่ครั้งเริ่มสร้าง แม้จะผ่านกาลเวลา ตลอดจนเรื่องราวต่าง ๆ มายาวนาน

ก่อนจะกลายเป็นวัดร้าง ถูกคนร้ายเข้าไปลักลอบขุดสมบัติ ตัดเศียรพระพุทธรูป

ตลอดจนรื้ออิฐที่พระอุโบสถ และกำแพงวัดไปขาย หลังจากเสียกรุงศรีอยุธยาในปี พ.ศ. ๒๓๑๐

          โศกนาฏกรรมของเจ้าฟ้าธรรมาธิเบศร์ กวีเอกแห่งกรุงศรีอยุธยา เป็นอีกเรื่องหนึ่ง

ที่ต้องกล่าวถึง เมื่อเยี่ยมชมวัดไชยวัฒนาราม เพราะเรื่องราวของพระองค์

ที่ปรากฏในพงศาวดารกรุงศรีอยุธยา ข้อความว่า

"จึงดำรัสให้เอาศพทั้ง ๒ (เจ้าฟ้ากุ้ง และ เจ้าฟ้าสังวาลย์) ไปฝัง ณ วัดไชยวัฒนาราม"

ทำให้เป็นที่สนใจอย่างยิ่งของนักประวัติศาสตร์ และ นักโบราณคดี ในการสืบค้น

เดินทางต่อไปที่ วัดพระงาม

วัดพระงามเป็นวัดขนาดเล็ก ไม่ปรากฏหลักฐานว่าสร้างขึ้นเมื่อใด

สันนิษฐานว่าน่าจะเป็นช่วงกรุงศรีอยุธยาตอนต้น แต่วัดนี้มี "ประตูแห่งกาลเวลา"

ที่เปิดรอรับทุกท่านอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน ลองแวะไปที่ซุ้มประตูแห่งนี้กันค่ะ

ซุ้มประตูที่ต้นโพธิ์ขึ้นปกคลุมหนาแน่น เหมือนพยุงรักษาไว้ให้ได้ชื่นชมกันตลอดกาล

วัดพระยาแมน

ไม่ปรากฏหลักฐานการสร้างที่แน่นอนอีกเช่นกัน ในพระราชพงศาวดารกรุงศรีอยุธยา

กล่าวถึงเพียงแต่ว่า สมเด็จพระเพทราชา ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้บูรณะปฏิสังขรณ์ขึ้นใหม่

แล้วเสร็จใน พ.ศ. ๒๒๓๓

จากการศึกษาทางโบราณคดี พบว่า พระอุโบสถหลังนี้มีการก่อสร้างทับซ้อนกันถึง ๓ สมัย

ที่ผนังภายในพระอุโบสถมีการเจ้าช่องขนาดเล็ก สันนิษฐานว่าเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูป

แผ่นอิฐปูพื้นของดั้งเดิม อิฐก้อนใหญ่ และหนามาก ต้องมีการเจาะรูถึง ๘ รูในแต่ละก้อน

เพื่อช่วยระบายความร้อนขณะที่เผา

สวยงามขนาดนี้ต้องขอเก็บภาพเป็นที่ระลึกกันไว้ก่อน

ผอ.ศาริสา จินดาวงษ์ จากพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติเจ้าสามพระยา

กรุณาแวะมาทักทาย ให้คำแนะนำกับเหล่าอาสาสมัครฯ น่ารักมากค่ะ

สะพานบ้านดินสอ

ภาพด้านบน คือสะพานดั้งเดิมข้ามคลองฉะไกรน้อย ที่พี่หมื่นพาแม่การะเกดล่องเรือมา

เพื่อซื้อดินสอที่ตลาดบ้านดินสอ ในละครบุพเพสันนิวาส ลองมองหานะคะ

พบคู่ขวัญจากละครบ้างหรือเปล่า

วัดบรมพุทธาราม

ปัจจุบันเป็นวัดร้าง อยู่ในเขตรั้วมหาวิทยาลัยราชภัฏพระนครศรีอยุธยา

บริเวณที่เคยเป็นตลาดบ้านดินสอนั้น เมื่อถึงสมัยของพระเพทราชา

ได้โปรดให้สร้างวัดขึ้นที่พระนิเวศน์เดิมของพระองค์ ในบริเวณที่เรียกว่า ย่านป่าตอง

ระหว่างประตูไชย กับคลองฉะไกรน้อย แห่งนี้ ซึ่งก็คือวัดบรมพุทธารามนั่นเอง

วัดบรมพุทธาราม มีชื่อเรียกอย่างสามัญว่า วัดกระเบื้องเคลือบ เหตุเพราะหลังคาพระอุโบสถ

มุงกระเบื้องเคลือบสีเหลืองแกมเขียวต่างไปจากวัดอื่น ๆทั่วไปในสมัยนั้น

ที่จะมุงด้วยกระเบื้องดินเผา

แม้ว่าในปัจจุบันวัดบรมพุทธาราม จะอยู่ในสภาพที่ชำรุดตามกาลเวลา

แต่ความงามของลวดลายปูนปั้น ยังปรากฏให้ได้ชมอยู่หลายส่วน

วันนี้ขอปิดท้ายกันด้วยภาพสดชื่น ชีวิตริมแม่น้ำของเด็ก ๆที่วัดบางกะจะ

ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาและป่าสัก เป็นสามแยกที่แม่น้ำป่าสักมาบรรจบกับแม่น้ำเจ้าพระยา

และทำให้บริเวณนี้เป็นศูนย์การค้าที่สำคัญในสมัยอยุธยา

ขอบคุณคลิปจาก youtube ที่แม้ไม่มีคำบรรยาย แต่ก็ทำให้เหมือนกับได้สัมผัสชีวิต

และความยิ่งใหญ่ของอาณาจักรอยุธยา ในยุคแห่งความรุ่งเรืองได้อีกครั้ง

https://www.youtube.com/watch?v=7KLVTPFsWt8

ป้ารุ.......รายงาน

โดย ป้ารุ

 

กลับไปที่ www.oknation.net