วันที่ พุธ กรกฎาคม 2561

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ประติมากรรม “มหาภารตะยุทธ” และ “ รามายณะ” ได้กลับคืนสู่ เกาะแกร์


           ในช่วงสงครามกลางเมืองของกัมพูชา ทศวรรษที่ 1970 รูปประติมากรรมที่เหลือรอดจากวัฒนธรรมโบราณ ได้ถูกทุบทำลาย หรือไม่ก็ถูกปล้นสะดมออกไปจากตัวซากปราสาทที่มีอยู่มากมายทั่วประเทศกัมพูชา
.

.
          รูปประติมากรรมสำคัญจาก “ปราสาทเชิน” (ចើន) (Prasat Chen) ปราสาทสามหลัง ในคติตรีมูรติ – ไวษณพนิกาย ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของมุมบาราย “ระฮัล” (Rahal) แห่งนคร “โฉกครรกยาร์” (ป่าตะเคียน) หรือ ที่รู้จักกันในจารึกชื่อนาม “เกาะแกร์” (Koh ker) ที่เคยประดิษฐานไว้ภายในห้องคูหาของโคปุระก่ออิฐ ทั้งฝั่งทิศตะวันออกและตะวันตก ได้ถูกลักลอบขนย้าย (ขโมย) นำออกจากกัมพูชา แล้วไปปรากฏกระจายอยู่ตามพิพิธภัณฑ์ต่าง ๆ ในประเทศสหรัฐอเมริกา ทั้ง Metropolitan Museum of Art , Norton Simon Museum , Sotheby’s New York , Denver Art Museum Cleveland Museum of Art หรือ สถาบันการประมูล Christie’s ครับ
.

.

.

.
           ซึ่งหลังจากมีการใช้ข้อกฎหมายระหว่างประเทศและกระบวนการยุติธรรมภายในของประเทศสหรัฐอเมริกาในการทวงคืนรูปประติมากรรมอันปรากฏหลักฐานที่ชัดเจน เพราะมีรูปประติมากรรมบางรูปเพิ่งถูกยกออกไปใน ปี พ.ศ. 2000 
.
           ในปี 2009 สถาบันการประมูลคริสตี้ จึงต้องส่งคืนรูปประติมากรรมจากปราสาทเชิน กลับสู่กัมพูชาเป็นชิ้นแรก
.
           ในเดือนธันวาคม 2013 รูปประติมากรรมอีก 2 ชิ้น จาก สถาบันศิลปะและการประมูล “โซเธอบีส์” และ พิพิธภัณฑ์ศิลปะเมโทรโพลิส แห่งนครนิวยอร์ก ได้คืนกลับสู่กัมพูชา

.

.
          ในปี 2014 Norton Simon Museum in Pasadena ก็ได้ส่งคืนรูปประติมากรรมคืนกลับสู่กัมพูชา ต่อมาในปี 2015 Cleveland Museum ได้ส่งคืนรูปประติมากรรม “หนุมาน” (Monkey god Hanuman) ถึงเดือนมีนาคม 2016 Denver Art Museum ก็ได้ส่งคืนรูปประติมากรรม “พระราม” (Torso of Rama) ซึ่งทั้งหมดคือรูปประติมากรรม ที่ถูกขโมยไปออกไปจากปราสาทเชิน ทั้งหมด
.
            ในพิธีรับมอบคืน นายซก อาน (Sok An) กล่าวว่า "ชาวกัมพูชามีความยินดี ต้อนรับเหล่าวีรบุรุษทั้งสาม ได้เดินทางกลับมาอยู่ในที่ของพวกเขา"

.

.

.
.
          “...รูปประติมากรรมเหล่านี้ ถูกขโมยไปจากกัมพูชา ผ่านการเดินทางที่ยาวนานกว่า 40 ปี ในสงครามกลางเมือง การปล้นสะดม การลักลอบนำออกไปอย่างผิดกฎหมายและได้เดินทางไปจนทั่วโลก วันนี้ ทั้งสามองค์ได้คืนกลับสู่มาตุภูมิแล้ว วิญญาณของบรรพบุรุษผู้สร้างรูปสลักเหล่านี้ จะต้องรู้สึกยินดี เช่นเดียวกับเราชาวกัมพูชาทุกคน...” 
.
           รูปประติมากรรมของปราสาทเชิน ที่ได้รับคืนจากคริสตี้ คือ รูปของพระพลราม “พระพลราม” (Balarama) ที่ได้คืนจาก พิพิธภัณฑ์ Norton Simon คือรูปของ “ภีมะ – ภีมเสน” (Bhima) ส่วนที่ได้คืนจาก โซเธอบี้คือรูปของ “ทุรโยธน์” (Duryodhana) และ ส่วนที่ได้รับคือจากพิพิธภัณฑ์ศิลปะเมโทรโพลิส แห่งนครนิวยอร์ก คือรูปของพี่น้องปาณฑพ (Pandavas)
.

.
           ทั้งหมดเคยตั้งอยู่โคปุระ ทิศตะวันตกของปราสาทเชิน เป็นเรื่องราวในศึก “คทายุทธ”สมรภูมิสุดท้ายของสงคราม”มหาภารตะยุทธ” อันศักดิ์สิทธิ์ ในฉากเดียวกับภาพสลักบนหน้าบัน ปราสาทบันทายสรี ที่จัดแสดงใน พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ กรุงพนมเปญ ครับ
.
            เมื่อนำมาจัดทำเป็นภาพจินตนาการแบบ “อนิเมชั่น” (Animations) จึงพบว่า รูปประติมากรรมทั้งหมดนั้น เคยถูกจัดวางให้เรียงอยู่สองฝั่งของคูหาโคปุระ ฝั่งทิศใต้คือพี่น้องปาณฑพ ที่มีรูปของพระวิษณุ (พระกฤษณะ) และพระพลรามประทับอยู่ด้วยเป็น 4 ฐาน ฝั่งทิศเหนือคือพี่น้องเการพ บนฐานบัว 3 ฐาน ตรงกลางเป็นรูปของภีมะและทุรโยชน์กำลังเตรียมเข้าสู่การสัประยุทธ์ด้วย “คทาวุธ” (กระบอง)
.

.
          ส่วนรูปประติมากรรม “หนุมาน” และ “พระราม” นั้น สันนิษฐานว่า อยู่ในคูหาโคปุระด้านหน้าฝั่งตะวันออก เป็นเรื่องราว “มหากาพย์รามายณะ” มีพระราม พระลักษณ์ และนางสีดาเป็นประธาน มีรูปหนุมาน สุครีพ (Sugriva) และพาลี (Vali) (มีรูปสลักวานรรูปหนึ่งจากเกาะแกร์ อยู่ในพิพิธภัณฑ์แห่งชาติพนมเปญ) ประกอบอยู่ร่วมภายในคูหา
.
          การกลับคืนมาของรูปประติมากรรมในวรรณกรรมอันศักดิ์สิทธิ์ทั้งสองเรื่องที่ปราสาทเชิน แห่งนครเกาะแกร์ คงได้สร้างความภาคภูมิใจให้กับชาวกัมพูชา ในการต่อสู้อย่าง “ชาญฉลาด” บนเวทีกฎหมายระหว่างประเทศ เพื่อนำมรดกอันทรงคุณค่าจากอดีต คืนกลับมาจนสำเร็จหลายต่อหลายครั้ง เป็นแบบอย่างอันดีสำหรับหลายประเทศ ครับ

โดย ศุภศรุต

 

กลับไปที่ www.oknation.net