วันที่ พฤหัสบดี กรกฎาคม 2561

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

Malaysia Land of birds I


 

เพียงแต่นั่งลงในที่สงบๆแล้วหลับตาภาพของวิหคนกกาที่ Fraser's Hill ก็ผุดขึ้นมาในความทรงจำ ในครั้งนั้นโรงแรมที่เราไปพักทั้งหน้าห้องและหลังห้องเพียงแต่เปิดม่านหน้าต่างภาพของนกสวยๆก็ปรากฎ  มันเหมือนเราไปนั่งในสวนนก เมื่อเราออกมาตรงลานจอดรถ จะเป็นป่าล้อมรอบโรงแรม นกที่เราต้องเดินทางไปดูถึงเชียงใหม่เชียงรายกำแพงเพชรก็มาปรากฎอยู่ที่นี่ ทั้งกะรางหัวแดง กะรางวงตาขาว หมีเซี้ยะ(กะรองทองแก้มขาว) หรือแม้แต่ลุงหนวดที่เจอยากแสนยากในเมืองไทยก็มาโชว์ตัวให้เห็น นกที่นี่ไม่กลัวคนคุ้นเคยกับคน นั่นเป็นครั้งแรกที่ผมไปเยือน สองปีต่อมา หัวใจผมมีนัดกับ ดาราสาว หมีเซีีย ที่ Fraser's Hill   ผมได้พบกับความประทับใจที่นั่น เส้นทางเดินส่องนกร่มรื่นเงียบสงบเย็นสบาย นกหายากหลายชนิดในเมืองไทยสามารถพบได้ที่นี่ แต่เหตุการณ์นั้นเดินทางผ่านมาเจ็ดปีแล้ว

 

ปีนี้ผมมีโปรแกรมไปดูนกที่มาเลเซีย ไปตระเวนรอบๆกัวลาลัมเปอร์ สถานที่ที่ขาดไม่ได้คือ เฟเซอร์ฮิลส์ เพราะที่นั่นเป็นสถานที่ที่เราประทับใจไม่รู้ลืม

 

จากด่านสะเดาผ่านเข้าเขตแดนมาเลเซีย เราก็พบกับเส้นทางราบเลียบ เป็นทางด่วน สองข้างทางไม่มีบ้านอาศัยมีแต่รั้วกั้น ป้องกันมิให้สัตว์เดินผ่านไปมา ตามเส้นทางมีจุดแวะพักรถเป็นระยๆ จะมีห้องน้ำร้านอาหารปั๊มน้ำมัน สถานที่สะอาดมีคนดูแลตลอด จากด่านสะเดาเราตรงไปยังบัตเตอร์เวอร์ธ ประมาณ ๑๔๒ กม. ใช้เวลาเกือบๆสองชั่วโมง เราแวะที่สวนสาธารณะ เพื่อดูนกเค้าใหญ่พันธุ์สุมาตรา 

ตัวนี้ตาบอดไปหนึ่งข้าง

นกเค้าใหญ่พันธุ์สุมาตรา ( Barred Eagle Owl )

นกเค้าใหญ่พันธุ์สุมาตรา เป็นนกประจำถิ่น พบไม่บ่อย ถิ่นอาศัย ป่าดิบ ที่ราบถึงความสูง 600 เมตร ตาน้ำตาลเข้ม ปากเหลือง คล้ายนกเค้าใหญ่พันธ์ุเนปาล แต่ขนาดเล็กกว่า สีดำบนลำตัว ด้านล่างเรียวต่อเนื่องกันเป็นลายขวาง อกสีน้ำตาลมีลายหนาแน่นกว่าส่วนอื่น ลำตัวด้านบนน้ำตาลเข้มมีลายขวางน้ำตาลอ่อน

 

บัตเตอร์เวิร์ทหรือภาษามลายูเรียกว่า บากัน (มลายู: Bagan "ท่าเรือ") เป็นเมืองท่าเมืองหนึ่งของรัฐปีนัง ประเทศมาเลเซีย ซึ่งตั้งอยู่บนฝั่งส่วนแผ่นดินเซอเบอรังเปอไร (เดิมเรียก พรอวินซ์เวลเลสลีย์) ตรงข้ามกับเมืองจอร์จทาวน์ มีประชากร 107,591 คน

เมืองนี้ก่อตั้งขึ้นช่วยศตวรรษที่ 19 ถูกเรียกเป็นภาษามลายูว่า บากัน แปลว่า "ท่าเรือ" ส่วนชื่อ บัตเตอร์เวิร์ท ถูกตั้งตามชื่อของวิลเลียม จอห์น บัตเตอร์เวิร์ท อดีตผู้ปกครองอาณานิคมช่องแคบ

จากที่นี่สามารถเดินทางต่อไปยังจอร์จทาวน์บนเกาะปีนังได้โดยการเดินทางด้วยเรือปีนังเฟอร์รีเซอร์วิซ หรือทางบกด้วยการนั่งรถยนต์ข้ามสะพานปีนัง และจากสถานีรถไฟบัตเตอร์เวิร์ทก็สามารถเดินทางต่อไปยังกัวลาลัมเปอร์(วิกิพีเดีย)

 

หลังจากอาหารมื้อเที่ยงที่บัตเตอร์เวิร์ท เราเดินทางต่อไปยังคาเมรอนไฮแลนด์ ที่นั่นเราคาดหวังว่าจะต้องเจอนกไต่ไม้สีน้ำเงิน เราถึงคาเมรอนไฮแลนด์จวนจะค่ำแล้ว ไปถึงเข้าที่พักแล้วออกมาเดินตลาดชมดอกไม้  พอให้คลายความเมื่อยล้า

เราตื่นกันแต่เช้า เพื่อไต่ความสูงชันไปยังจุดหมายซึ่งเป็นเส้นทางหากินของนกไต่ไม้สีน้ำเงิน ใช้เวลาเดินทางไต่เขาขึ้นไปราวๆครึ่งชั่วโมงเราก็ถึงจุดหมาย แต่ที่จุดนี้นกไม่ยอมบินลงมาต่ำเกาะอยู่ไกลๆจนแทบถ่ายภาพไม่ได้ ได้แต่มองด้วยกล้องสองตา เป็นอันว่านกหายากในเมืองไทยสามารถพบได้ง่ายๆที่มาเลเซีย หลังจากนั้นเราย้ายจุดไปอีกจุดหนึ่งซึ่งอยู่เกือบถึงจุดสูงสุดของความสูง แล้วเราก็ไม่ผิดหวังกับนกชนิดนี้

ไม่เคยปรากฎมาก่อนว่าลงมาหาแมลงระดับสายตา

มากันสี่ตัว ถ่ายไม่ทันเพราะตื่นเต้น จับภาพไม่ได้เลยนกไต่ไปรอบๆต้นไม้

ดูซิมากันมากจริงๆ ถ้ามืออาชีพมาเห็นคงจะว่าผมทำหมูหก ถ่ายได้เท่านี้เอง ยอมรับว่าเพิ่งเห็นนกชนิดนี้ครั้งแรกและตื่นเต้นสุดๆ

หากมาตัวเดียวก็ถ่ายสนุก ส่องด้วยกล้องสองตาก็แทบจะชนหน้า

นกไต่ไม้สีน้ำเงิน ( Blue Nuthatch ) จากคู่มือดูนกของหมอบุญส่ง ลงรายละเอียดเกี่ยวกับนกชนิดนี้ว่า เป็นนกประจำถิ่น หายากและพบเฉพาะบนภูเขา จังหวัดยะลา ลองคิดดูว่าจะมีนักดูนกคนไหนที่จะไปดูที่จังหวัดยะลา นกชนิดนี้จึงยากที่ใครจะพบจะเห็นได้ในเมืองไทย  ลักษณะเด่นของนก ปากเทา หัว ท้อง และก้นดำตัดกับคอและอกขาว หนังรอบตาใหญ่สีฟ้าอ่อน หรืออาจเห็นเป็นสีขาว ลำตัวด้านบน ก้น และหางน้ำเงินเข้ม ปีกมีลายสีฟ้าอ่อน ถิ่นอาศัย ความสูง ๑,๐๐๐ เมตรขึ้นไป

ขากลับลงจากเขาด้วยความร่าเริงใจ เพราะในลิสต์การดูนกสะสมนกหายากได้อีกชนิดหนึ่ง เส้นทางที่ลงจากเขาล้วนแต่สวยงามไร่ชาที่เหมือนๆกันแทบทุกประเทศเมื่อเห็นก็อดไม่ได้ที่จะต้องจอดแวะถ่ายภาพสักหน่อย หากเปรียบเทียบกับไร่ชาฉุยฟง ที่จังหวัดเชียงราย ผมคิดว่าที่เชียงรายสวยงามกว่า

ไร่ชาตามแนวเขา

จากคาเมรอนไฮแลนด์เราเดินทางไปยังตามันเนอการา เพราะเป้าหมายต่อไปเป็นนกหายากอีกชนิดหนึ่งที่เมืองไทยของเราไม่มีรายงานการพบเห็น เราแวะทานข้าวเที่ยงที่ลานชาง ปลาติงนึ่งซีอิ้วสุดแสนอร่อย ทั้งผัดผักและเต้าหู้อร่อยถูกปากกันทุกคน

อร่อยจนเกลี้ยงทุกจาน

ตามันเนอการา 

เรามาถึงที่นี่ก็ประหลาดใจมากที่วัวแดงมาเดินหากินอยู่ในบริเวณที่ทำการของอุทยาน ปกติวัวแดงจะเป็นสัตว์ที่ระวังตัวเองสูงมาก เห็นคนเมื่อไหร่เป็นวิ่งป่าราบ แต่ที่นี่กลับยืนนิ่งดูท่าทีว่าจะมาดีมาร้าย

วัวแดง

วัวแดง เป็นวัวป่าชนิดหนึ่ง มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Bos javanicus รูปร่างคล้ายวัวบ้าน (B. taurus) ทั่วไป แต่มีลักษณะสำคัญที่ต่างไปจากวัวบ้านและกระทิง (B. gaurus) คือ มีวงก้นขาวทั้งในตัวผู้และตัวเมีย มีเส้นขาวรอบจมูก ขาทั้ง 4 ข้างมีสีขาวตั้งแต่หัวเข่าจนถึงกีบเท้า ระหว่างโคนขาของตัวผู้ไม่มีขน แต่เป็นหนังตกกระแข็ง ๆ เรียกว่า "กระบังหน้า" ความยาวลำตัวและหัวประมาณ 190–255 เซนติเมตร หางยาว 65–70 เซนติเมตร สูงประมาณ 155–165 เซนติเมตร และมีน้ำหนักราว 600–800 กิโลกรัม

จากที่ทำการอุทยานเราเดินเข้าไปกิโลเมตรเศษ ก็ถึงจุดที่จะมีนกหายากในเมืองไทยอาศัยอยู่บริเวณนี้ นกชนิดนั้นก็คือ แต้วแล้วแดงมาลายู

ปากเลอะเทอะไปด้วยดินโคลนเพราะขุดคุ้ยหาใส้เดือนเป็นอาหาร

จะหาอะไรบนขอนไม้

ถ่ายรูปไม่ระมัดระวัง นกจึงนิ้วขาด

หายไปพักหนึ่งกลับมาปากสะอาดเรี่ยมเร้

หาผมไม่เจอหรอกครับในเมืองไทย ต้องมาที่ตามันเนอการาเท่านั้น

ยืนโชว์ท้องสีแดงๆให้เห็นชัดๆ ผมคือแต้วแล้วแดงมลายู

นกแต้วแล้วแดงมลายู (Garnet Pitta) 

นกแต้วแล้วแดงมลายู เป็นนกประจำถิ่น พบเฉพาะบางพื้นที่ และหายากมากอีกชนิดหนึ่งของเมืองไทย อาศัยตามป่าดิบที่ราบต่ำถึงความสูง 300 เมตร ตัวผู้และตัวเมียเหมือนกัน หน้าผาก หน้าถึงคอดำ กระหม่อมถึงท้ายทอยแดงเข้ม หลังตามีขนเป็นแถบสีฟ้าวาว ลำตัวด้านบนน้ำเงินเข้ม หัวไหล่มีแถบฟ้าอ่อน ลำตัวด้านล่างแดงเข้ม

คืนนี้พวกเราต่างมีความสุขที่ได้พลนกหายากหลายชนิดของเมืองไทย เป็นความประทับใจเมื่อเห็นนกไต่ไม้สีน้ำเงินที่มิต้องแหงนจนปวดเมื่อยคอ ได้เห็นแต้วแล้วแดงมลายูที่หาไม่ได้ในเมืองไทย ถึงแม้จะมีรายงานจากคู่มือดูนกของคุณหมอบุญส่ง เลขะกุล ว่าพบได้ที่ปลายด้ามขวานของประเทศไทย แต่จะมีใครสักคนอีกเล่าที่จะเข้าไปค้นหา ยังมีนกเค้าใหญ่พันธุ์สุมาตรา ที่ดูแล้วทั้งน่ารักแและน่ากลัวอยู่ในตัวเดียวกัน ความสุขความประทับใจในการเดินทางจะหาได้ที่ไหนอีกเล่าหากเราไม่ยอมสละเวลาเพื่อให้ได้มา

ขอบคุณครับที่เข้ามาชม

โปรดติดตามชมนกสวยๆในเอนทรีต่อไป

_______________________________________________

 

โดย สำรวจฟ้า

 

กลับไปที่ www.oknation.net