วันที่ อาทิตย์ กรกฎาคม 2561

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ภาพสลัก “อาสาฬหปูรณมีบูชา” ที่เก่าแก่ที่สุดในประเทศไทย


           แท่นหินปูนสลักเก่าแก่ชิ้นหนึ่ง ในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพระปฐมเจดีย์ บอกเล่าเรื่องราวพุทธประวัติตอน “ปฐมเทศนา” ตามคตินิยมในนิกายเถรวาท (ลังกา – อานธระ ปัลลวะ - อินเดียใต้) ในช่วงพุทธศตวรรษที่ 13 ที่นิยมใช้ภาพพุทธประวัติและชาดกในการเผยแพร่พระศาสนา และยังนิยมการสร้างรูปธรรมจักรบนเสาสูง (จักรสตัมภะ) เพื่อใช้เป็นสัญลักษณ์ของการเผยแพร่อำนาจและอิทธิพลของศาสนจักรอีกด้วย
.
          ภาพสลักหินนูนต่ำ บนแท่นหินบัลลังก์ส่วนยอดของธรรมจักรตั้งเสาขนาดใหญ่ จากวัดไทร นครชัยศรี จังหวัดนครปฐม ชิ้นส่วนแตกหักที่เหลืออยู่แสดงภาพของพระพุทธเจ้าสมณโคดมตามคติเถรวาท อันหมายถึงพระพุทธเจ้าผู้เป็นมนุษย์ปุถุชนที่ตรัสรู้เอง ประทับนั่งห้อยพระชงฆ์ (ขา) ในแบบที่เรียกว่า “ปรลัมภาปทาสนะ” (ห้อยพระบาทแบบกรีก – ยุโรป) บนบัลลังก์ภัทรอาสน์แบบเก้าอี้นั่ง พระหัตถ์ขวายกขึ้นจีบนิ้วแสดงวิตรรกะมุทรา (ปางแสดงธรรม) พระหัตถ์ซ้ายวางราบที่พระเพลา ลักษณะของภาพเป็นการแสดงพระธรรมอันเป็นความเข้าใจได้ง่าย ในช่วงเวลาอันสงบครับ
.

.
           ปลายของคานพนักพิงบัลลังก์ มีรูปสัตว์มงคล (ผู้ปกปักษ์รักษา) เป็นรูปตัว “มกระ”ที่ปลายคานบนของพนักพิงทั้งสองข้าง ยกพนักพิงส่วนคอสูงเป็นยอด ด้านล่างทำเป็นรูปบัวคว่ำบัวหงายรองรับฝ่าพระบาท ด้านข้างฝั่งขวามีรูปเทพยดาถือแส้จามร ต่างไปจากฝั่งขวาที่เทพยดา ที่ช่างสลักเลือกเอารูปเทพยดาไปไว้หลังเส้นคั่นที่เป็นลายกนก (เกลียวเมฆ) 
.
           ความหมายของการจัดวางรูปเทพยดานี้ อาจบ่งบอกถึงความสำคัญของภาพสลักที่แสดงการเทศนาธรรมอยู่นี้ว่ามีความสำคัญ เป็นที่รับรู้ไปจนถึงสรวงสวรรค์ ด้วยเพราะภาพสลักรูปบุคคลด้านฝั่งขวาถัดออกไป เป็นรูปของเทพยดาอีก 2 องค์ กำลังแสดงอัญชุลี อยู่ด้านหลังของเส้นคั้นกนกเกลียวเมฆ ที่หมายถึง เหล่าเทพยดาบนสวรรค์ต่างรับรู้ถึงเหตุการณ์สำคัญในครั้งนี้อย่างเฉพาะเจาะจง ซึ่งก็คือ การแสดงปฐมเทศนา ไม่ใช่การแสดงเทศนาธรรมในครั้งอื่น ๆ นั่นเองครับ
.
          แล้วเป็นภาพสลักที่เกี่ยวเนื่องอย่างไรกับวันอาสาฬหบูชา ? 
.
           ช่วงล่างของภาพสลัก ได้แสดงให้เห็นกลุ่มบุคคลทั้งทางซ้ายและทางขวา ด้านขวาเป็นรูปของเหล่าฤๅษี 5 ตน กำลังแสดงอัญชุลี และเงยหน้ามามองที่ภาพการปฐมเทศนา ในขณะที่ฝั่งซ้ายของภาพสลัก แสดงภาพของพระภิกษุ 5 รูป ที่กำลังแสดงอัญชุลีและเงยหน้ามองในรูปแบบเดียวกัน
.
           ภาพสลักนี้ จึงกำลังแสดงให้เห็นการเปลี่ยนผ่านของเรื่องราวครั้งสำคัญในพุทธประวัติจากขวามาซ้าย ภาพด้านขวาก็คือภาพของเหล่าปัญจวัคคีย์ อันได้แก่ โกณฑัญญะ วัปปะ ภัททิยะ มหานามะและอัสสชิ 
.

.
            ซึ่งในพุทธประวัติ กล่าวว่า “... ในวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 8 หรือวันอาสาฬหบูชา พระพุทธองค์ได้แสดงปฐมเทศนาธัมมจักกัปปวัตตนสูตร โกณฑัญญะก็ได้ดวงตาเห็นธรรม บรรลุโสดาบัน โกณฑัญญะได้รับการยกย่องจากพระพุทธองค์ให้เป็นเอตทัคคะในด้านรัตตัญญู เรียกว่า ผู้มีราตรีนาน คือเป็นผู้รู้ธรรมก่อนใคร และได้บวชเป็นพระภิกษุรูปแรกในพระพุทธศาสนา จากนั้นพระพุทธองค์ทรงประทาน ปกิณณกเทศนา สั่งสอนที่เหลืออีก 4 ท่าน ให้บรรลุโสดาบันแล้วประทานเอหิภิกขุอุปสัมปทาให้...”
.
           ภาพทางซ้ายกำลังแสดงเรื่องราวต่อเนื่องให้เห็นว่า เมื่อเหล่าปัญจวัคคีย์ได้เกิดความเลื่อมใสในพระธรรมของพระพุทธเจ้า จนได้ดวงตาเห็นธรรมหรือบรรลุเป็นพระอริยบุคคลระดับโสดาบัน จึงขออุปสมบทในพระธรรมวินัยของพระพุทธเจ้า ด้วยวิธีเอหิภิกขุอุปสัมปทา พระอัญญาโกณฑัญญะจึงกลายเป็นพระสาวกและภิกษุองค์แรกในโลก (พระภิกษุด้านหน้าสุด) 
.
            ภาพสลักนี้ เป็นเหตุการณ์ในพุทธประวัติครั้งสำคัญของช่วงการปฐมเทศนาแล้วได้เกิดเป็นพระรัตนตรัยครบสมบูรณ์เป็นครั้งแรกในโลก ประกอบอยู่ในภาพสลักเดียวกันครับ
.
          “....เป็นวันแรกที่พระโคตมพุทธเจ้าทรงประกาศศาสนาพุทธ เป็นวันแรกที่พระบรมศาสดาทรงแสดงพระธรรมจักร ประกาศสัจธรรม อันเป็นองค์แห่งพระสัมมาสัมโพธิญาณ เป็นวันที่พระอริยสงฆ์สาวกองค์แรกบังเกิดขึ้นในโลก คือ พระอัญญาโกณฑัญญะ ได้รับประทานเอหิภิกขุอุปสัมปทา ในวันนั้น และ เป็นวันแรกที่บังเกิดสังฆรัตนะ สมบูรณ์เป็นพระรัตนตรัย คือ พระพุทธรัตนะ พระธรรมรัตนะ พระสังฆรัตนะ...”
.
.
          เป็นภาพสลัก “วันอาสาฬหบูชา - อาสาฬหปูรณมีบูชา” ที่เก่าแก่ที่สุดในประเทศไทย (อาเซียน) เลยครับ

.

.

ภาพสลัก อาสาฬหบูชา ศิลปะแบบคันธาระ(กุษาณะ) พุทธศตวรรษที่ 7 - 8 

.

โดย ศุภศรุต

 

กลับไปที่ www.oknation.net