วันที่ พฤหัสบดี สิงหาคม 2561

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ในหลวงร.10มอบสิ่งของพระราชทานแก่ผู้ประสบภัยน้ำท่วมอุบลราชธานี


สวัสดีครับ 

2 ส.ค.61 ที่หอประชุมโรงเรียนเขมราฐพิทยาคม อำเภอเขมราฐ จังหวัดอุบลราชธานี สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯทรงพระกรุณาโปรดเกล้า

โปรดกระหม่อม ให้องคมนตรี เชิญสิ่งของพระราชทานมอบแก่ประชาชนในพื้นที่อำเภอเขมราฐ ที่ประสบภัยน้ำท่วมจำนวน 100 ถุง

โดยพื้นที่อำเภอเขมราฐ มีประชาชนที่ประสบอุทกภัยจากสภาวะน้ำในแม่น้ำโขงหนุนสูง ทำให้ลำน้ำสาขาเอ่อล้านฝั่งเข้าท่วมบ้านเรือน

ราษฎรได้รับความเสียหาย ใน 2 ตำบล 12 หมู่บ้าน ราษฎร 75 ครัวเรือน ไร่นา จำนวน 1,180 ไร่ ได้รับผลกระทบจากภาวะน้ำท่วมใน

ครั้งนี้

       รายงานข่าว "ในหลวงร.10มอบสิ่งของพระราชทานแก่ผู้ประสบภัยน้ำท่วมอุบลราชธานี" นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่าง

หาที่เปรียบมิได้ ขอพระองค์ทรงพระเจริญ 

 

ในหลวงร.10มอบสิ่งของพระราชทานแก่ผู้ประสบภัยน้ำท่วมอุบลราชธานี

ในหลวงร.10มอบสิ่งของพระราชทานแก่ผู้ประสบภัยน้ำท่วมอุบลราชธานี

วันพฤหัสบดี ที่ 2 สิงหาคม พ.ศ. 2561, 16.19 น.
 

สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้องคมนตรี เชิญสิ่งของพระราชทานมอบแก่ประชาชนในพื้นที่อำเภอเขมราฐ

2 ส.ค.61 ที่หอประชุมโรงเรียนเขมราฐพิทยาคม อำเภอเขมราฐ จังหวัดอุบลราชธานี สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้องคมนตรี เชิญสิ่งของพระราชทานมอบแก่ประชาชนในพื้นที่อำเภอเขมราฐ ที่ประสบภัยน้ำท่วมจำนวน 100 ถุง

โดยพื้นที่อำเภอเขมราฐ มีประชาชนที่ประสบอุทกภัยจากสภาวะน้ำในแม่น้ำโขงหนุนสูง ทำให้ลำน้ำสาขาเอ่อล้านฝั่งเข้าท่วมบ้านเรือนราษฎรได้รับความเสียหาย ใน 2 ตำบล 12 หมู่บ้าน ราษฎร 75 ครัวเรือน ไร่นา จำนวน 1,180 ไร่ ได้รับผลกระทบจากภาวะน้ำท่วมในครั้งนี้

ซึ่งชาวบ้านทุกคนต่าง รู้สึกสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯอย่างหาที่สุดมิได้ ที่ทรงมีพระเมตตาต่อพสกนิกร ที่ได้รับความเดือดร้อนจากอุทกภัย ในครั้งนี้  ทำให้ผู้ประสบภัยมีขวัญกำลังใจที่ดี ในการดำรงชีวิต และต่อสู้ฟันฝ่าอุปสรรคต่อไป

 
 
 
 
เปิดคำร้องฝากขัง 8 ผู้ต้องหาคดีทุจริตเงินทอนวัด ส่อ 'คุกตลอดชีวิต'

เปิดคำร้องฝากขัง 8 ผู้ต้องหาคดีทุจริตเงินทอนวัด ส่อ 'คุกตลอดชีวิต'

วันพฤหัสบดี ที่ 2 สิงหาคม พ.ศ. 2561, 17.06 น.

เมื่อเวลา 11.15 น.วันนี้ (2 ส.ค.) ที่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ถ.นครไชยศรี พนักงานสอบสวนกองปราบปรามได้ควบคุมตัว 1.นายพนม ศรศิลป์ อดีต ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (ผอ.พศ.) ปัจจุบันเป็นผู้ตรวจราชการพิเศษประจำสำนักนายกรัฐมนตรี, 2.นายแก้ว ชิดตะขบ อดีตนักวิชาการศาสนา กองพุทธศาสนศึกษา ปัจจุบันเป็น ผอ.พศ.จ.อ่างทอง, 3.นายณรงค์เดช ชัยเนตร อดีต ผอ.กองส่งเสริมงานเผยแผ่พระพุทธศาสนา พศ.ปัจจุบันเป็น ผอ.พศ.จ.สิงห์บุรี, 4.นายวสวัสดิ์ กิตติธีระสิทธิ์ อดีต ผอ.ส่วนบูรณะพัฒนาวัดและการศาสนาสงเคราะห์ พศ., 5.นายบุญเลิศ โสภา อดีต ผอ.กองพุทธศาสนศึกษา พศ.จ.ลำปาง ปัจจุบันเป็น ผอ.พศ.จ.กาญจนบุรี, 6.นายชยพล พงษ์สีดา อดีตรอง ผอ.พศ., 7.นายพัฒนา สุอำมาตย์มนตรี อดีตนักวิชาการศาสนา กองส่งเสริมงานเผยแผ่พระพุทธศาสนา พศ.จ.นครปฐม และ 8.นางพรเพ็ญ กิตติธรางกูร อดีตนักวิชาการศาสนาชำนาญการ พศ. ปัจจุบันเป็น ผอ.กลุ่มการศึกษาพระปริยัติธรรม แผนกสามัญ พศ.

ทั้งหมดเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลอาญาคดีทุจริตฯ เมื่อเดือน ก.ค.-ส.ค.2561 คดีร่วมกันทุจริตเบียดบังเงินงบประมาณสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) ในการจัดสรรเพื่อเผยแผ่พระพุทธศาสนาและเงินอุดหนุนโรงเรียนพระปริยัติธรรม หรือคดีเงินทอนวัด มายื่นคำร้องฝากขังครั้งแรกต่อศาลเป็นเวลา 12 วัน ตั้งแต่วันที่ 2-13 ส.ค.นี้ เนื่องจากการสอบสวนยังไม่เสร็จสิ้น ต้องสอบพยานเพิ่มเติมอีก 10-15 ปาก รอผลการตรวจลายพิมพ์นิ้วมือผู้ต้องหาจากกองทะเบียนประวัติอาชญากร สตช.และพยานหลักฐานอื่นๆ พร้อมคัดค้านการประกันตัว เนื่องจากผู้ต้องหาแต่ละคนมีหมายจับหลายคดี และคดีมีอัตราโทษสูง เกรงว่าหากปล่อยชั่วคราวผู้ต้องหาอาจหลบหนีหรือยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน

*เปิดสำนวนพบผิด ม.157,147 ส่อคุกตลอดชีวิต

ทั้งนี้ คำร้องฝากขังได้แยกเป็น 3 สำนวน สำนวนแรก คือ นายวสวัสดิ์ กิตติธีระสิทธิ์ อดีต ผอ.ส่วนบูรณะพัฒนาวัดและการศาสนสงเคราะห์ พศ.โดยพฤติการณ์ขณะเกิดเหตุเมื่อระหว่างวันที่ 1 ต.ค.-4 ธ.ค. 2557 ขณะที่นายวสวัสดิ์ ดำรงตำแหน่ง ผอ. ได้มีการอ้างผลการประชุมที่ให้มีการจัดสรรเงินงบประมาณ พศ. ประจำปี พ.ศ.2558 ที่เป็นเงินอุดหนุนการเผยแผ่พุทธศาสนาให้กับวัดมุขธาราราม และวัดท่าพญา จ.นครศรีธรรมราช จำนวน 21,300,000 บาท โดยไม่มีการเสนอรายงาน หรือรับรองการประชุม และภายหลังได้มีการเบิกถอนเงินไปให้กับนายเจษฎา วงศ์เมฆ นักธุรกิจรับเหมา ซึ่งเป็นบุคคลอื่นที่ไม่เกี่ยวข้อง คงเหลือเงินเพียง 700,000 บาทให้วัดทั้งสองแห่ง

การกระทำของนายวสวัสดิ์ ผู้ต้องหานี้เป็นความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 และฐานเป็นเจ้าพนักงานมีหน้าที่ซื้อ ทำ จัดการหรือรักษาทรัพย์ใด ได้เบียดบังทรัพย์นั้นไปเป็นของตนหรือเป็นของผู้อื่นโดยทุจริต มาตรา 147  ระวางโทษจำคุก 5-20 ปี หรือจำคุกตลอดชีวิต และปรับตั้งแต่ 100,000 - 400,000 บาท

*"3 อดีต ผอ." ร่วมกับ"พนม"จัดงบให้วัดสระเกษ

สำนวนที่ 2 มีนายณรงค์เดช ชัยเนตร อดีต ผอ.กองส่งเสริมงานเผยแผ่พระพุทธศาสนา พศ., นายชยพล พงษ์สีดา อดีตรอง ผอ.พศ. และนายพัฒนา สุอำมาตย์มนตรี อดีตนักวิชาการศาสนา กองส่งเสริมงานเผยแผ่พระพุทธศาสนา พศ.จ.นครปฐม ผู้ต้องหาซึ่งมีพฤติการณ์ปรากฏคือ เมื่อระหว่างวันที่ 15 ก.ย.-10 ธ.ค.2558 ได้ร่วมกับนายพนม ศรศิลป์ และพวกในการจัดสรรงบประมาณ พศ. ให้กับวัดสระเกศ เพื่อจัดตั้งศูนย์เผยแผ่พระพุทธศาสนาในปี 2559 เป็นเงินจำนวน 32,500,000 บาท และจำนวน 31,200,000 บาท เพียงวัดเดียว ทั้งที่การจัดสรรงบจะต้องดำเนินการให้แก่วัด 12 แห่ง ซึ่งภายหลังได้มีการเบิกถอนเงินให้กับบุคคลภายนอกที่ไม่เกี่ยวข้องหลายครั้งหลายหน

การกระทำของผู้ต้องหาทั้ง 3 รายเป็นความผิดฐานร่วมกันเป็นเจ้าพนักงานมีหน้าที่ซื้อ ทำ จัดการหรือรักษาทรัพย์ใด ได้เบียดบังทรัพย์นั้นไปเป็นของตนหรือเป็นของผู้อื่นโดยทุจริต มาตรา 147 และร่วมกันเป็นเจ้าพนักงานทำให้เสียหาย ทำลายซ่อนเร้น เอาไปเสีย หรือทำให้สูญหาย หรือทำให้ไร้ประโยชน์ซึ่งทรัพย์หรือเอกสารใดฯ มาตรา 158 ประกอบมาตรา 83

*"แก๊งนพรัตน์"สมคบ"พรหมดิลก"วัดสามพระยา

ส่วนสำนวนที่ 3 มีนางพรเพ็ญ กิตติธรางกูร อดีตนักวิชาการศาสนาชำนาญการ พศ., นายพนม ศรศิลป์ อดีต ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.), นายบุญเลิศ โสภา อดีต ผอ.กองพุทธศาสนศึกษา พศจ.ลำปาง และนายแก้ว ชิดตะขบ อดีตนักวิชาการศาสนา กองพุทธศาสนศึกษา ผู้ต้องหาซึ่งมีพฤติการณ์ปรากฏคือ เมื่อเดือน ธ.ค. 2556 - ธ.ค. 2557 ได้ร่วมกับนายนพรัตน์ เบญจวัฒนานันท์ ผอ.พศ.ขณะนั้น (หลบหนี) โดยนายพนม เป็นรอง ผอ.พศ.ขณะนั้น จัดสรรงบประมาณ พศ.ในส่วนเงินอุดหนุนโรงเรียนพระปริยัติธรรม แผนกสามัญศึกษา ให้กับวัดสามพระยา จำนวน 5,000,000 บาท ทั้งที่วัดสามพระยา ไม่มีโรงเรียนพระปริยัติธรรม ซึ่งต่อมาพระพรหมดิลก (เอื้อน กลิ่นสาลี) เจ้าอาวาส (ขณะนั้น) เมื่อทราบเรื่องก็ได้เบิกถอนเงินให้กับบุคคลภายนอกที่ไม่เกี่ยวข้อง อันเป็นการเบียดบังทรัพย์สินไปโดยมิชอบ โดยผู้ต้องหาซึ่งเป็นเจ้าพนักงาน พศ.และพระพรหมดิลก ซึ่งเป็นเจ้าอาวาสวัดย่อมรู้ดีอยู่แล้วว่า วัดสามพระยาไม่มีโรงเรียนพระปริยัติธรรม 

การกระทำของพระพรหมดิลก จึงเป็นความผิดฐานเป็นผู้สนับสนุน ส่วนผู้ต้องหาทั้งสี่ก็มีความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157, เป็นเจ้าพนักงานมีหน้าที่ซื้อ ทำ จัดการหรือรักษาทรัพย์ใด ได้เบียดบังทรัพย์นั้นไปเป็นของตนหรือเป็นของผู้อื่นโดยทุจริต มาตรา 147 และเป็นเจ้าพนักงานมีหน้าที่ทำเอกสารฯ ได้รับรองเอกสารเป็นหลักฐานอันเป็นความเท็จฯ มาตรา 162 (4) 
เหตุเกิดที่สำนักงาน พศ. อ.พุทธมณฑล จ.นครปฐม, วัดสระเกศ, วัดสามพระยา และที่อื่นเกี่ยวพันกัน ส่วนชั้นสอบสวนผู้ต้องหาทั้งหมดให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา

*จับเข้าห้องขับไปอยู่รวมกับอดีตพระเถระ 6 ราย

กระทั่งเวลา 13.30 น.ศาลได้พิจารณาคำร้องและสอบถามผู้ต้องหาทั้งหมด โดยนายวสวัสดิ์ ผู้ต้องหาสำนวนแรกแถลงคัดค้านการฝากขัง พร้อมยืนยันว่าตนปฏิบัติตามหน้าที่และประเพณีปฏิบัติเมื่อที่ผ่านมา ส่วนผู้ต้องหาอีก 7 รายก็ขอคัดค้านการฝากขังในทำนองเดียวกันว่า ทุกคนได้ให้ความร่วมมือและให้ข้อมูลกับพนักงานสอบสวนเป็นอย่างดีตลอดมา ไม่มีพฤติการณ์หลบหนี อีกทั้งผู้ต้องหาบางรายมีภาระจะต้องดูแลบุตร และพนักงานสอบสวนน่าจะรวบรวมพยานหลักฐานเพียงพอแล้ว

ขณะที่พนักงานสอบสวนที่รับผิดชอบยื่นคำร้องฝากขัง แถลงยืนยันต่อศาลถึงเหตุจำเป็นเพื่อขอฝากขังผู้ต้องหาว่าจะต้องสอบพยานบุคคลอีก 10-15 ปาก โดยจะรีบดำเนินการให้แล้วเสร็จโดยเร็ว 

ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่ากรณียังมีเหตุจำเป็นตามคำร้องของพนักงานสอบสวนดังกล่าวจึงอนุญาตให้ฝากขังผู้ต้องหาทั้ง 8 คนได้เป็นเวลา 12 วัน

ต่อมาญาติของผู้ต้องหาทั้งหมดได้ยื่นคำร้องพร้อมหลักทรัพย์ขอปล่อยชั่วคราวในชั้นฝากขัง อย่างไรก็ตามขณะนีค้อยู่ในระหว่างการพิจารณาของศาล

วันพฤหัสบดี ที่ 2 สิงหาคม พ.ศ. 2561
 
แนวหน้า
 
ยืนยัน! 'ปู'เปิดตูดซุกบ้านแม้วในดูไบ สวน'บัวแก้ว'ส่งจดหมายร้องผู้ดีส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดน

ยืนยัน! 'ปู'เปิดตูดซุกบ้านแม้วในดูไบ สวน'บัวแก้ว'ส่งจดหมายร้องผู้ดีส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดน

วันพฤหัสบดี ที่ 2 สิงหาคม พ.ศ. 2561, 18.18 น.

วันที่ 2 สิงหาคม ผู้ใช้เฟซบุ๊ก “อุบลกาญจน์ อมรสิน” ได้โพสต์ภาพถ่ายของ นายทักษิณ และ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ที่เมืองดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ หลังจากก่อนหน้านี้ทั้งคู่ได้ไปปรากฏตัวอยู่ที่กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ จนกระทั่งกระทรวงการต่างประเทศได้ทำหนังสือยื่นถึงรัฐบาลอังกฤษ เพื่อขอให้ส่งตัว น.ส.ยิ่งลักษณ์ เป็นผู้ร้ายข้ามแดนกลับมาดำเนินคดีที่ประเทศไทย โดยผู้ใช้เฟซบุ๊กรายดังกล่าวได้ระบุว่า

“วันที่ 2 ที่ดูไบ ช่วงเช้าไปเดินช๊อปปิ้งที่ห้าง ดูไบมอล ช่วงเย็น เดินทางไปพบนายก ทั้ง 2 ท่านที่บ้านพักส่วนตัวท่าน ประมาณ 1 ชั่วโมงเศษ นายกทั้ง 2 ท่าน พาไปดินเนอร์ นอกบ้าน ที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งในนครดูไบ สำหรับตัวดิฉันถือว่าเป็นอาหารมื้อพิเศษมาก ท่านนายกทักษิณ เป็นผู้จัดการสั่งเมนูอาหารทุกอย่าง พร้อมไวน์ ท่านเล่าว่าร้านนี้ท่านมาแล้วไม่ต่ำกว่า 300 ครั้งโดยส่วนตัว ไม่มีอะไรพิเศษมากไปกว่าได้นั่งทานอาหารมื้อนี้พร้อม ท่านนายกทั้ง 2 ท่านคะ

และวันนี้ดิฉันได้ทราบความจริงหลายอย่างพอประมาณ พรุ่งนี้ยังมีตอนต่อไปคะ”

 
 
 
 
บุกค้น10บ้าน'นายทุน'ปล่อยกู้ดอกโหด ยึดโฉนดที่ดินกว่า300ฉบับ

บุกค้น10บ้าน'นายทุน'ปล่อยกู้ดอกโหด ยึดโฉนดที่ดินกว่า300ฉบับ

วันพฤหัสบดี ที่ 2 สิงหาคม พ.ศ. 2561, 17.17 น.

ตำรวจ-ทหารบุรีรัมย์สนธิกำลังบุกค้นบ้านนายทุนรายใหญ่ ลักลอบปล่อยเงินกู้นอกระบบ-รีดดอกเบี้ยเกินกว่ากฎหมายกำหนด10ราย ยึดโฉนดที่ดินที่ลูกหนี้นำมาเป็นหลักทรัพย์ค้ำประกันกว่า300ฉบับ เผยหลังไกล่เกลี่ยมีนายทุนแจ้งความจำนงยอมคืนโฉนดให้กับลูกหนี้ถึง200ฉบับ

2 ส.ค.61 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองบุรีรัมย์ ได้สนธิกำลังกับเจ้าหน้าที่ทหาร กองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย มทบ.26 บุกเข้าตรวจค้นบ้านของนายทุนรายใหญ่ ในเขตพื้นที่ อ.เมืองบุรีรัมย์ จำนวน 10 ราย หลังได้รับร้องเรียนจากประชาชนว่า กลุ่มนายทุนดังกล่าวมีการลักลอบปล่อยเงินกู้นอกระบบโดยผิดกฎหมาย ทั้งยังเรียกเก็บดอกเบี้ยในอัตราที่เกินกว่ากฎหมายกำหนด

จากการเข้าตรวจค้นบ้านของนายทุน ก็พบโฉนดที่ดินที่ลูกหนี้นำมาเป็นหลักทรัพย์ค้ำประกันไว้มากกว่า 300 ฉบับ และสัญญากู้ยืมเงินจำนวนมาก เจ้าหน้าที่จึงได้ทำการตรวจยึดไว้เพื่อตรวจสอบ พร้อมทั้งได้เชิญตัวนายทุน ทั้ง 10 ราย ไปสอบสวนที่โรงพัก เบื้องต้น นายทุนอ้างว่า ได้ขออนุญาตประกอบธุรกิจสินเชื่อส่วนบุคคลถูกต้องตามกฎหมาย

อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ก็ต้องทำการตรวจสอบตามขั้นตอน หากพบนายทุนรายใดไม่ได้มีการขออนุญาตประกอบธุรกิจสินเชื่อ หรือมีการเรียกเก็บดอกเบี้ยที่สูงเกินกว่ากฎหมายกำหนด ก็จะต้องดำเนินคดีตามกฎหมาย ซึ่งการเข้าตรวจค้นพื้นที่เป้าหมายในครั้งนี้ เป็นนโยบายของรัฐบาลในการกวาดล้างกลุ่มนายทุนที่ลักลอบปล่อยเงินกู้นอกระบบ และเรียกเก็บดอกเบี้ยที่สูงเกินกว่ากฎหมายกำหนด

อย่างไรก็ตาม นอกจากจะดำเนินการตามมาตรการทางกฎหมายแล้ว ยังได้เปิดโอกาสให้เจ้าหนี้และลูกหนี้ได้เจรจาไกล่เกลี่ยกันด้วย ซึ่งในเบื้องต้นก็มีนายทุนที่แจ้งความประสงค์กับเจ้าหน้าที่ว่าจะยอมคืนโฉนดที่ดินให้กับลูกหนี้แล้วกว่า 200 ฉบับ โดยที่ลูกหนี้จะต้องทำสัญญากู้ยืม และชำระเงินให้กับเจ้าหนี้ในอัตราดอกเบี้ยตามที่กฎหมายกำหนดด้วยเช่นกัน

กราบ!! 'เพื่อไทย'ขอร้องเลิกไล่ล่า 2 นายใหญ่ โวยจัดหนักยัน 'โอ๊ค' เขย่าขวัญมวลชน

กราบ!! 'เพื่อไทย'ขอร้องเลิกไล่ล่า 2 นายใหญ่ โวยจัดหนักยัน 'โอ๊ค' เขย่าขวัญมวลชน

วันพฤหัสบดี ที่ 2 สิงหาคม พ.ศ. 2561, 16.38 น.

วันที่ 2 สิงหาคม นพ.เชิดชัย ตันติศิรินทร์ อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย และแกนนำคนเสื้อแดง กล่าวถึงกรณีรัฐบาลไทยประสานไปยังรัฐบาลอังกฤษ เรียกร้องให้มีการจับกุมตัวนส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี มาดำเนินคดีในประเทศไทยว่า เท่าที่รู้มา รัฐบาลไทยทำหนังสือขอตัวไปเรื่อยๆอยู่แล้วทั้ง กรณีนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี  จนมาถึงน.ส.ยิ่งลักษณ์ แต่ทางประเทศปลายทางจะส่งตัวหรือไม่นั้น ไม่ทราบ แต่ถ้าเขาเห็นว่า คดีที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องการเมือง คงจะไม่ส่งตัวกลับมา เรื่องที่เกิดขึ้น เป็นเรื่องการเมืองแน่นอน ใกล้เวลาที่จะมีการเลือกตั้ง จึงมีการไล่ล่า นายทักษิณ ถูกหมายจับใบที่ 5 นายพานทองแท้ ชินวัตร บุตรชาย เผชิญคดีฟอกเงิน และนส.ยิ่งลักษณ์ มาโดนเรื่องนี้ ยังไม่รวมถึงกระแสข่าวความพยายามจะรื้อฟื้นคดีทั้งหลายของนักการเมืองเพื่อไทย ขึ้นมาข่มขวัญอีก คงพยายามทำให้เกิดผลทางจิตวิทยาต่อมวลชนทำให้รู้ว่า ยิ่งลักษณ์ เพื่อไทย ไม่รอดแน่  แต่คงไม่เป็นผล

พระยังจีวรปลิว! พท.โวย‘ปู’ถูกใส่ร้าย รับโทษได้ไง โอ่2นายใหญ่ร่อนเร่ได้ทุกที่

พระยังจีวรปลิว! พท.โวย‘ปู’ถูกใส่ร้าย รับโทษได้ไง โอ่2นายใหญ่ร่อนเร่ได้ทุกที่

วันพฤหัสบดี ที่ 2 สิงหาคม พ.ศ. 2561, 17.24 น.

2 ส.ค.61 นายสุชาติ ลายน้ำเงิน สมาชิกพรรคเพื่อไทย(พท.) กล่าวถึงกรณีรัฐบาลไทยประสานไปยังรัฐบาลอังกฤษ เรียกร้องให้มีการจับกุมตัว น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี มาดำเนินคดีในประเทศไทย ว่า ไม่ต้องมองไปถึงกรณี น.ส.ยิ่งลักษณ์ เอาแค่กรณีพระชั้นผู้ใหญ่ที่เดินทางไปลี้ภัย เยอรมัน เพราะเขามองว่าพระพุทธศาสนากำลังจะถูกทำลาย อีกทั้งการพยายามดำเนินคดียังมาจากรัฐบาลทหาร เพียงเท่านี้ก็ให้ลี้ภัยแล้ว หรือแม้แต่ผู้ลี้ภัยชาวซีเรีย ไปลี้ภัยในเยอรมัน เพราะเขาให้ความสำคัญในเรื่องสิทธิมนุษยชน ส่วน น.ส.ยิ่งลักษณ์ เดินทางไปนครดูไบของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ หรือไม่นั้น ตนไม่ทราบ รู้เพียงแต่ว่างานวันเกิดนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี มีอดีต ส.ส.เดินทางไปพบทั้งนายทักษิณ และ น.ส.ยิ่งลักษณ์ เยอะ

“วันนี้เราอย่าไปใส่ร้ายซึ่งกันและกันให้มาก น.ส.ยิ่งลักษณ์ เป็นคนไทย เราควรมองว่าจะทำอย่างไรให้ประเทศเกิดความสามัคคี พูดเพียงแต่ว่านายทักษิณ และ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ต้องกลับมารับโทษ จะรับได้อย่างไร ทำไมหลายประเทศ ไม่ใช่มีเพียงดูไบ ต่างยินดีต้อนรับเท่านั้น หลายประเทศตะวันออกกลาง อยากเชิญให้ไปเป็นที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจ ไปอยู่ที่ไหนก็ได้ เขาอยากให้อยู่ โดยเฉพาะนายทักษิณ มีเพื่อนมากไปกัมพูชา รู้จักกันดี สมเด็จฮุนเซ็น ที่รัสเซีย รู้จักวลาดิเมียร์ ปูติน เดินทางไปไหนได้หมด ยกเว้นประเทศไทย วันนี้เราคิดแต่จะเอาชนะ เอาความสะใจกันเพียงแค่นั้นหรือ โดยไม่เห็นแก่ประชาชนเลยหรืออย่างไร เราต่างเป็นคนไทยด้วยกันทั้งนั้น” นายสุชาติ กล่าว

ป่วน!ขู่พยานคดี'น้องหญิง' แฉตร.ถูกเด้งโผล่โรงพักเก่าหน้าสลอน ญาติขู่แห่ศพบุกภาค 1

วันพฤหัสบดี ที่ 2 สิงหาคม พ.ศ. 2561, 14.55 น.

วันที่ 2 สิงหาคม ชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม ได้ออกแถลงการณ์เกี่ยวกับคดีการเสียชีวิตอย่างมีเงื่อนงำของ น.ส.นรีกานต์ ยาวิราช หรือ น้องหญิง อายุ 19 ปี ในพื้นที่ อ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา โดยมีเนื้อหาระบุว่า

ข้อ 1 คดีนี้ชมรมในฐานะผู้รับมอบอำนาจ และครอบครัวผู้เสียหาย ต้องการให้กองปราบปรามและคณะทำงานชุดสืบสวนสอบสวนที่เป็นกลางเป็นผู้ทำคดี โดยให้โอนคดีมาที่ส่วนกลางตามเจตนารมณ์ของครอบครัวผู้เสียหาย

ข้อ 2 ตามที่มีคำสั่งย้าย ผกก.สภ.บางปะอินและกลุ่มพนักงานสอบสวน รวม 3 คนไปประจำที่ ศปก.จ.พระนครศรีอยุธยา ตั้งแต่วันที่ 30 ก.ค. 2561 (ภาพที่ 3 และ 4) ด้วยปรากฏตามภาพสื่อมวลชนทั้งที่ห้องประชุม ตร. และสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ รวมทั้งยังปรากฏภาพการทำงานอยู่ที่โรงพักเหมือนเดิมตามปกติ (ภาพที่ 1 และ 2) จึงเป็นการขัดคำสั่งของ ผบก.จังหวัด นั่นหมายถึงเป็นคำสั่งที่ไม่มีความหมาย ทั้งที่ตามระเบียบราชการ ไม่มีสิทธิที่จะเข้ามายุ่งเกี่ยวในคดีเพราะถูกตั้งกรรมการสอบอยู่ ดังนั้นเหตุใดจึงเข้ามายุ่งเกี่ยวในคดีได้ เพราะมีความไม่โปร่งใสในคดีนี้มาตั้งแต่แรก

ข้อ 3 การออกคำสั่งของผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 เลขที่ 223/2561 ลงวันที่ 30 ก.ค. 2561 ที่ระบุมีการรับคดีอาญาของน้องหญิงเป็นคดีอาญาเลขที่ 509/2561 ไม่เป็นความจริงตามรายงานประจำวันคดีที่ผู้เสียหายรับเอกสารมา ไม่ปรากฏเลขคดี จึงอยากขอตรวจสอบเอกสารรับเลขคดีนี้

ข้อ 4 อีกทั้งยังปรากฏบุคคลที่ถูกคำสั่งให้ย้ายไป ศปก. มาอยู่ในคณะสืบสวนสอบสวนในครั้งนี้ด้วย ซึ่งเป็นการไม่เกิดความเป็นธรรมและไม่โปร่งใสในคดีนี้ เพราะผู้มีรายชื่อเกี่ยวข้องกับความไม่โปร่งใสในคดีนี้ตั้งแต่ช่วง 19-27 ก.ค. 2561 ที่ สภ.บางปะอิน

ข้อ 5 การบิดเบือนข้อเท็จจริงส่อให้การช่วยเหลือ ผกก.บางปะอินกับพวก ให้พ้นผิดข้อหาละเว้นปฏิบัติหน้าที่และทางวินัย เพื่อจะได้กลับมาดำรงตำแหน่งที่เดิม เนื่องจากในขณะนี้มีผู้ให้เบาะแสว่า อาจมีการทุจริตเกี่ยวกับวิ่งเต้นล้มคดีฆาตกรรมให้เป็นอุบัติเหตุ ตั้งแต่ช่วงวันที่ 19-27 ก.ค. 2561 ที่ผ่านมา

ข้อ 6 มีการข่มขู่พยานสำคัญของชมรมฯ และครอบครัวน้องหญิงจะเคลื่อนศพน้องหญิงมาร้องขอความเป็นธรรมต่อผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 ในวันศุกร์ที่ 3 ส.ค 2561 เวลา 10.00 น. ที่หน้ากองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 1

 

ในภาพอาจจะมี 2 คน, คนที่ยิ้ม, ผู้คนกำลังนั่ง
 
ในภาพอาจจะมี 1 คน, กำลังนั่ง
 
ระทึก!'มือถือ'ระเบิดไฟลุกบนเครื่องบิน เร่งอพยพผู้โดยสารหนีวุ่น (ชมคลิป)

ระทึก!'มือถือ'ระเบิดไฟลุกบนเครื่องบิน เร่งอพยพผู้โดยสารหนีวุ่น (ชมคลิป)

วันพฤหัสบดี ที่ 2 สิงหาคม พ.ศ. 2561, 16.15 น.

2 ส.ค.61 สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน เผยคลิปนาทีระทึก บนเครื่องบินโดยสารของสายการบินไรอันแอร์ ขณะกำลังจะทะยานออกจากสนามบิน El Prat ในเมืองบาร์เซโลนา เมื่อเวลา 17.30 น.ของเย็นวันอังคารที่ 31 ก.ค. ตามเวลาท้องถิ่น เมื่อโทรศัพท์มือถือของผู้โดยสารท่านหนึ่งได้เกิดไฟลุกไหม้ สร้างความแตกตื่นตกใจให้กับผู้โดยสารคนอื่นๆ

โดยลูกเรือได้อพยพฉุกเฉินให้ผู้โดยสารรีบลงจากเครื่องบินทางสไลเดอร์ฉุกเฉิน ขณะที่ไม่มีผู้โดยสารบาดเจ็บจากเหตุการณ์ระทึกครั้งนี้

สำหรับมือถือเครื่องดังกล่าวเป็นผู้โดยสารคนหนึ่งที่เดินทางมาจากนิวซีแลนด์ โดยเขาได้เก็บโทรศัพท์มือถือไว้ในกระเป๋าเดินทาง ซึ่งวางไว้ในช่องเก็บสัมภาระเหนือที่นั่งผู้โดยสาร

 
 

กองปราบฯเตรียมส่งสำนวน 6 อดีตพระเถระทุจริตเงินทอนวัดให้อัยการสัปดาห์หน้า

วันพฤหัสบดี ที่ 2 สิงหาคม พ.ศ. 2561, 15.19 น.

วันนี้ (2 ส.ค.) พล.ต.ต.ไมตรี ฉิมเฉิด ผู้บังคับการกองปราบปราม (ผบก.ป.) เปิดเผยถึงความคืบหน้าการสืบสวนสอบสวนผู้ต้องหาในคดีทุจริตงบประมาณของสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) หรือ คดีเงินทอนวัดว่า นอกจากข้าราชการในสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) ที่กระทำความผิดชัดเจนจนนำไปสู่การขออำนาจศาลออกหมายจับแล้ว ในล็อตนี้พนักงานสอบสวนยังเตรียมขออำนาจศาลออกหมายจับพระสงฆ์ที่ร่วมสนับสนุนการกระทำความผิดเพิ่มเติมอีก 1-2 รูป แต่ขณะนี้ยังไม่สามารถเปิดเผยข้อมูลได้ เนื่องจากอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานให้แน่นหนาเพียงพอ

"ในส่วนของการดำเนินการกับวัดหลักๆ ทั้งใน กทม.และต่างจังหวัดนั้น ทางพนักงานสอบสวนได้สอบปากคำพยานและผู้ที่เกี่ยวข้องครบถ้วนแล้ว คาดว่าจะดำเนินการเสร็จสิ้นในเร็ววันนี้ ขณะที่การทุจริตเงินทอนวัดในลอตท 4 ขณะนี้ยังไม่ได้รับการร้องทุกข์จาก พศ.ให้ดำเนินการเอาผิดกับผู้ใดเพิ่มเติม"

ด้าน พ.ต.อ.ชาคริต สวัสดี รอง ผบก.ป.กล่าวถึงความคืบหน้าการดำเนินคดีกับอดีตพระเถระชั้นผู้ใหญ่ 6 รายที่ตกเป็นผู้ต้องหาในคดีเงินทอนวัดว่าคดีดังกล่าวจะครบกำหนดฝากขังผู้ต้องหาผัดสุดท้าย ครั้งที่ 7 ในช่วงกลางเดือนสิงหาคมนี้ ในส่วนของสำนวนการสอบสวนคดีนี้ทางคณะพนักงานสอบสวนได้มีการประชุมหารือเพื่อสรุปสำนวนและมีความเห็นไว้เรียบร้อยแล้ว โดยจะทยอยส่งสำนวนคดีให้อัยการคดีทุจริตฯ มีความเห็นทันก่อนครบกำหนดฝากขังผัดสุดท้าย ซึ่งสำนวนคดีดังกล่าวจะส่งให้อัยการนับตั้งแต่สัปดาห์หน้าเป็นต้นไป

ทั้งนี้ สำหรับอดีตพระเถระชั้นผู้ใหญ่ 6 รายที่ถูกจับกุมได้ในคดีเงินทอนวัด ประกอบด้วยอดีตพระพรหมดิลก เจ้าอาวาสวัดสามพระยา, อดีตพระอรรถกิจโสภณ เลขาฯ เจ้าคณะกรุงเทพ วัดสามพระยา, อดีตพระศรีคุณาภรณ์, อดีตพระครูสิริวิหารการสมจิตร จันทร์ศรี, อดีตพระวิจิตรธรรมาภรณ์ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสระเกศ  และพระเมธีสุทธิกร ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสระเกศฯ หลังจากศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ไม่ให้ประกันตัว และส่งทั้ง 6 ราย ไปทำพิธีลาสิขา ก่อนส่งไปควบคุมตัวที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร ตั้งแต่เดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ส่วนอดีตพระพรหมเมธี (จำนงค์ เอี่ยมอินทรา) อดีตผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสัมพันธวงศาราม ได้หลบหนีและได้ทำเรื่องขอลี้ภัยอยู่ที่ประเทศเยอรมนี

 
อุกอาจ!พลิกแผ่นดินล่าโจรขโมย'มงกุฎราชวงศ์สวีเดน'กลางวันแสกๆ

อุกอาจ!พลิกแผ่นดินล่าโจรขโมย'มงกุฎราชวงศ์สวีเดน'กลางวันแสกๆ

วันพฤหัสบดี ที่ 2 สิงหาคม พ.ศ. 2561, 11.33 น.

2 ส.ค.61 สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน เกิดเหตุกลุ่มคนร้ายบุกเข้าไปในมหาวิหารสเตรงเนส ทางตะวันตกของกรุงสตอกโฮล์ม เมืองหลวงของประเทศสวีเดน พังกระจกตู้เก็บเครื่องราชกกุธภัณฑ์ในสมเด็จพระราชาธิบดีคาร์ลที่ 9 และสมเด็จพระราชินีคริสตินา อดีตกษัตริแห่งสวีเดน ขโมยเครื่องเพชรและมงกุฎสมัยคริสต์ศตวรรษที่ 17 ออกไปอย่างอุกอาจ ก่อนหลบหนีไปลงเรือยนต์ที่จอดรอห่างออกไปไม่กี่ร้อยเมตรในทะเลสาบแมลาเรน เหตุเกิดช่วงเที่ยงของวันที่ 31 ก.ค.ที่ผ่านมา 

พยานผู้เห็นเหตุการณ์เผยว่า เห็นคน 2 คนวิ่งออกจากมหาวิหารไปยังเรือเร็วลำหนึ่งและขับจากไปอย่างรวดเร็ว ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจ เผยว่า ยังไม่รู้ตัวว่าคนร้ายเป็นใคร แต่เชื่อว่ามีคนร้ายหลายคนร่วมในการโจรกรรมครั้งนี้ขณะนี้กำลังติดตามไล่ล่าอยู่ โดยประสานงานกับทางตำรวจสากลแล้ว เครื่องราชกกุธภัณฑ์ดังกล่าวถือเป็นสมบัติล้ำค่าของแผ่นดินและคงจะเป็นการยากหากนำออกจำหน่าย

ทั้งนี้ เครื่องราชกกุธภัณฑ์แห่งราชวงศ์สวีเดนนี้เดิมจะถูกฝังไว้พร้อมกับพระศพของสองพระองค์ แต่ภายหลังได้ขุดขึ้นมาและนำมาแสดงไว้ในวิหารสตรังนาส สถานที่ฝังพระศพ เพื่อให้สาธารณชนได้ชม ส่วนมูลค่าทั้งหมดไม่สามารถประเมินค่าได้เพราะเป็นสมบัติของชาติ 

 
 
 
 
 
 
 
 

 

..........................................................

 2 สิงหาคม 2561

 

 

 

โดย นายยั้งคิด

 

กลับไปที่ www.oknation.net