วันที่ พุธ สิงหาคม 2550

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

แปดทศวรรษใต้ร่มฉัตรกษัตริย์ไทย “ถ้าประชาชนไม่ทิ้งข้าพเจ้าแล้ว ข้าพเจ้าจะทิ้งประชาชนได้อย่างไร”


“ถ้าประชาชนไม่ทิ้งข้าพเจ้าแล้ว ข้าพเจ้าจะทิ้งประชาชนได้อย่างไร”
 
พระราชสัจจะจากดวงพระราชหฤทัย ที่จะทรงมีพระราชดำรัสกับประชาชนเมื่อ วันที่ 19 สิงหาคม 2489 ในขณะที่รถยนต์พระที่นั่งค่อย ๆ เคลื่อนอย่างช้า ๆ ผ่านหน้ามหาชนนับหมื่นนับแสนที่มาเฝ้าฯ ส่งเสด็จ ในวันที่พระองค์ทรงอำลาผืนแผ่นดินไทยไปสู่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เพื่อทรงศึกษาต่อ


 
แม้จะไม่ได้ตรัสตอบประชาชนที่ตะโกนขึ้นมาว่า “อย่าทิ้งประชาชน” เพราะรถยนต์พระที่นั่งก็ได้แล่นเลยไปแล้ว แต่พระราชสัจจะจากดวงพระราชหฤทัยในวันนั้นยังคงอยู่มาจวบจนทุกวันนี้ วันที่งานฉลองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี เพิ่งผ่านพ้นไป และพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเจริญพระชนมพรรษา 80 พรรษาในวันที่ 5 ธันวาคม 2550
 
เพื่อร่วมเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 80 พรรษา รวมทั้งสร้างความสมานฉันท์ของคนไทยในชาติให้รู้รักสามัคคี สร้างจิตสำนึกคนไทยให้รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ และมีคุณธรรมประจำใจ พร้อมทั้งส่งเสริมการพัฒนาชาติอย่างยั่งยืนตามแนวพระราชดำริ “เศรษฐกิจพอเพียง”
 
คณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ และกองทัพไทยร่วมกับหน่วยงานภาครัฐและเอกชน จึงได้ร่วมกันจัดงาน “รวมใจภักดิ์ รักในหลวง” ขึ้น โดยรูปแบบของงานแน่นอนว่าจะต้องมีนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติฯ ในด้านต่าง ๆ แต่ไฮไลต์ที่ทุกคนที่มาร่วมงานไม่ควรพลาดก็คือ การแสดงมัลติมีเดียภายในงานในรูปแบบภาพยนตร์ 4 มิติ
 
“แปดทศวรรษใต้ร่มฉัตรกษัตริย์ไทย” คือชื่อชุดของการแสดงที่ว่า ที่มีความยาวประมาณ 15 นาที โดยแบ่งการนำเสนอเป็น 8 ทศวรรษ 8 ช่วงพระชนมายุ ตั้งแต่ทรงประสูติเมื่อ 5 ธันวาคม 2470 ในชื่อยุคก่อกำเนิดภัทรกษัตริย์ ที่พระองค์ได้รับการอภิบาลจากสมเด็จย่า ที่ทรงปูพื้นฐานพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจนทรงเป็นพระมหากษัตริย์ที่ยิ่งใหญ่พระองค์หนึ่งของประเทศสยาม

ตามมาด้วยทศวรรษที่ 2 เสด็จนิวัติ เพื่อแผ่นดิน ในช่วงที่มีพระชนมายุ 11-20 พรรษา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้ตามเสด็จฯ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล นิวัติประเทศไทย 2 ครั้ง จนกระทั่งถึงวันที่เสด็จสวรรคตและขึ้นครองราชย์
 
ในทศวรรษที่ 3 เหตุการณ์สำคัญที่  ถูกประมวลไว้ในยุคใต้ร่มเศวตฉัตร มีทั้งพระราชพิธีบรมราชาภิเษก เรื่อยมาจนถึงพระราชธิดาพระองค์แรกประสูติ ช่วงเวลาขณะที่ทรงผนวช และทรงออกเยี่ยมประชาชนเป็นการส่วนพระองค์ครั้งแรก
 
นับตั้งแต่นั้นพระราชสมัญญา “กษัตริย์นักพัฒนา” ก็เริ่มต้นขึ้นในช่วงทศวรรษที่ 4 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเสด็จฯต่างประเทศ ฟื้นฟูพระราชพิธีแรกนาขวัญ ทดลองพันธุ์ข้าวต่าง ๆ ในพระราชวังสวนจิตรลดา เริ่มต้นโครงการพระราชดำริที่เกี่ยวข้องกับน้ำ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการทำการเกษตรของพสกนิกรชาวไทย และเริ่มแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ
 
ในช่วงทศวรรษที่ 5 พ่อหลวงคุ้มเกล้าประคองไทย โครงการฝนหลวงก็เกิดขึ้นพร้อม ๆ กับโครงการหลวงต่าง ๆ อีกมากมาย รวมทั้งมูลนิธิสายใจไทย และเหตุการณ์ทางการเมืองที่สำคัญของประวัติศาสตร์ไทยในช่วง 14 ต.ค. และ 6 ต.ค.
 
มหากษัตริย์แห่งนวัตกรรมสยาม คือพระราชสมัญญาที่ได้รับในช่วงทศวรรษที่ 6 เมื่อทรงริเริ่มศูนย์ศึกษาการพัฒนาทั้งพิกุลทองและห้วยฮ่องไคร้ ซึ่งกลายเป็นต้นแบบของการทำเกษตรและฟื้นฟูพื้นที่ป่าเสื่อมโทรมจวบจนทุกวันนี้
 
ในทศวรรษที่ 7 สิ้นแสงประทีปพระอัครชนนี ความโศกเศร้าก็มาเยือนเมื่อสมเด็จพระบรมราชชนนีสิ้นพระชนม์ แต่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวก็ยังไม่ทรงหยุดการพัฒนาชาติไทย ทรงคิดทฤษฎีใหม่เศรษฐกิจพอเพียง โครงการแก้มลิงแก้ปัญหาน้ำท่วม พระราชนิพนธ์พระมหาชนกก็เกิดขึ้นในช่วงทศวรรษนี้ด้วยเช่นกัน รวมถึงการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม
 
ในช่วงทศวรรษสุดท้าย 80 พรรษามหามงคลพระภูมิพลมหาราชา นอกจากจะมีพระราชพิธีสำคัญอย่างพระราชพิธีฉลองสิริราชสมบัติครบ 60 ปีแล้ว พระองค์ยังคงเป็นศูนย์กลางของประเทศชาติที่ประคองแผ่นดินไม่ให้แตกแยก
 
สำหรับภาพยนตร์ 4 มิติที่นำเสนอในครั้งนี้นั้น ศิริศักดิ์ คชพัชรินทร์ กรรมการบริหาร บริษัท อิเมจิแมกซ์ จำกัด ซึ่งเป็นผู้ผลิต บอก ว่านอกจากผู้เข้าชมจะต้องสวมแว่นสามมิติเพื่อให้เห็นภาพราวกับของจริงแล้ว ยังมีเอฟเฟกต์ ต่าง ๆ ที่เตรียมไว้เพื่อให้ผู้ชมได้มีความรู้สึกร่วมมากขึ้น
 
“ผู้เข้าชมจะสามารถสัมผัสได้ทั้งรูป รส กลิ่น เสียง เพื่อให้สมกับเป็นภาพยนตร์ 4 มิติ ซึ่งเชื่อว่าหลังจากได้ชมแล้วประชาชนจะยิ่งรักในหลวงมากขึ้นไปอีก”
 
บนจอขนาด 6x12 เมตร เท่า ๆ กับตึก 4 ชั้น ภาพแห่งความประทับใจจะถูกถ่าย  ทอดอย่างสมบูรณ์แบบ ให้ผู้ชมที่มาร่วมงานได้  ชมกันอย่างเต็มอิ่ม โดยจะจัดฉายทุก ๆ ชั่วโมง และจะเพิ่มเป็นทุก ๆ ครึ่งชั่วโมงในวันหยุด งานรวมใจภักดิ์ รักในหลวง จะมีขึ้นที่อิมแพ็ค ชาเลนเจอร์ เมืองทองธานี วันที่ 1-9 กันยายน ตั้งแต่เวลา 10.00-21.00 น.

นำมาจากเดลินิวส์ออนไลน์ 

           http://www.dailynews.co.th/web/html/popup_news/Default.aspx?Newsid=137370&NewsType=1&Template=1

โดย อิศรา

 

กลับไปที่ www.oknation.net