วันที่ ศุกร์ มีนาคม 2550

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

“ทักษิณ-เป๊าะ-เหลิม”ใครรักลูกได้ถูกทาง


 บนพื้นฐาน “ความรัก” ของพ่อ-แม่ ที่มีให้กับลูกนั้น แต่ละคนมีความแตกต่างกัน บางคนรักสุดๆ ยกทรัพย์สมบัติให้จนกลายเป็นมหาเศรษฐีอันดับ 1 ของประเทศได้ในพริบตา แต่ด้วยสมบัติบางส่วน “เป็นพิษ” ถูก คตส.ตามเช็คบิล ใครเข้าไปเกี่ยวข้อง ต้องเดือดร้อนไปด้วย และไม่รู้ทรัพย์สินส่วนไหนบ้างจะถูกยึดมาเป็นของหลวง ส่วน “พ่อ” ก็อยู่เมืองไทยไม่ได้ นอกจากนี้ “พ่อ”บางคนรักลูกสุดๆ ปั้นเป็นนักการเมือง ไต่อันดับขึ้นเป็น “รัฐมนตรี” แม้ว่าตัวเองจะต้องถูกมองในแง่ลบ จนตัวเองต้องหนีคดีทุจริตไปอยู่ต่างประเทศ ในขณะที่หัวอก “พ่อ”อีกคนหนึ่งให้ความรักอย่างสุดๆ ตามใจทุกอย่าง แม้กระทั่งพฤติกรรมของลูกๆ ย้อนกลับมาสู่พ่อ-แม่ ได้รับความเดือดร้อนก็มี


 อยากเปรียบเทียบความรักที่ให้กับลูกของ 3 ครอบครัว เริ่มจากครอบครัว “ชินวัตร” พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร มีบุตรด้วยกัน 3 คนประกอบด้วย “พานทองแท้ พิณทองทา แพรทองธาร”
  ลูกๆ แต่ละคนพ่อ-แม่ให้ความรักอย่างที่สุดเหมือนกัน แม้กระทั่งยังร่ำเรียนยังไม่จบ พ่อ-แม่ได้ยกทรัพย์สมบัติให้จนได้เป็นมหาเศรษฐีของเมืองไทยไปได้ภายในพริบตา
 ในขณะเดียวกัน ยังพยายามทุ่มเทเรื่อง “การศึกษา” ให้ลูกๆ ทุกคน เริ่มจาก บุตรชายคนโต ก่อนพ่อจะเป็น “นายกรัฐมนตรี” ตอนนั้นร่ำรวยมหาศาลไปแล้ว ได้ให้บุตรชายคนโปรดเข้าศึกษาใน “มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์”
แต่ไม่สามารถร่ำเรียนให้สำเร็จการศึกษาในสถาบันแห่งนี้ไปได้ ต้องมีเหตุจำเป็นพ้นจากรั้วการศึกษาแห่งนี้ไป โดยไม่มีใครรู้สาเหตุที่แท้จริงได้ เพียงแต่คาดเดากันไปว่า น่าจะมาจากเรื่องโน้น น่าจะเป็นเรื่องนี้กันเท่านั้น
 จนกระทั่งเวลาผ่านไปอยู่นาน พ.ต.ท.ทักษิณ ก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งนายกรัฐมนตรีได้เป็นผู้บริหารประเทศ จึงพยายามปลุกปั้นทางด้านการศึกษาให้บุตรชายคนนี้อีกครั้ง
 คราวนี้ได้ไปศึกษา “มหาวิทยาลัยรามคำแหง” แต่ต้องมามีเรื่องอื้อฉาวขึ้นมาอีกครั้ง เมื่อการเรียนครั้งนั้น เกิดขึ้นมาพร้อมกับข่าวการ “ทุจริตข้อสอบ” จนกลายเป็นข่าวโด่งดังขึ้นมา 
 บุตรคนที่สอง ได้เข้าการศึกษาใน “มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์” จนสำเร็จและได้ไปศึกษาต่อในประเทศอังกฤษ
 ส่วนบุตรสาวคนเล็กเข้าศึกษา “จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย” ต้องยอมรับ เป็นช่วงจังหวะที่ไม่ดีเหมือนกัน เพราะก่อนที่จะเข้ามหาวิทยาลัยแห่งนี้ ได้มีข่าว “เรื่องข้อสอบรั่ว” จนกลายเป็นเรื่องอื้อฉาวขึ้นมาอีก แต่บุตรสาวคนนี้ ก็สามารถเข้าปอยู่ในมหาวิทยาแห่งนี้จนได้
 ในระหว่างที่ศึกษาอยู่นั้น ต้องพบกับแรงเสียดทาน-กดดันมากมาย โดยเฉพาะบทบาทางการเมืองของ พ.ต.ท.ทักษิณ เมื่อแสดงท่าทีอะไรออกมาเป็นไปในทางตรงกันข้ามของสังคมโดยรวม ย่อมส่งผลกระทบต่อลูกๆ และถูกถามย้อนกลับไปเสมอ
 สุดท้ายลูกบางคนเรียนจบบ้าง ส่วนผู้ที่ศึกษาไม่จบ เป็นอันว่า “พ่อ” ต้องปลุกปั้นให้ไปเรียนต่อกันต่างประเทศ
เรื่องสำคัญที่ครอบครัวนี้จะต้องเผชิญ คือ “ทรัพย์สินบางส่วนเป็นพิษ” ทำให้ คตส. เร่งตรวจสอบ ทำให้บรรดาลูกๆ “เดือดร้อน” ต้องเผชิญกับมรสุมกระหน่ำซ้ำครั้งใหญ่หลวง ต้องไปแก้ต่าง ตามขบวนการของกฎหมาย อย่างหลีกเลี่ยงกันมิได้
 ลองมาดูอีกครอบครัวหนึ่งคือ “คุณปลื้ม” นายสมชาย คุณปลื้ม หรือ “กำนันเป๊าะ” เป็นผู้หนึ่งที่ถูกมองว่า เป็นผู้กว้างขวางแห่งภาคตะวันออก
 ต้องยอมรับว่า ทุ่มเทความรักให้กับลูกจนสามารถเป็นนักการเมืองระดับชาติได้ และยังก้าวขึ้นเป็น “รัฐมนตรี” และกระแสข่าวที่ผ่านมา ไม่เคยมีเรื่องพาดพิงถึงลูกๆ ของ “กำนันเป๊าะ”ในแง่ลบเลย
 “กำนันเป๊าะ” เคยให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับการเลี้ยงลูกว่า หน้าที่ของลูกๆ คือการเรียน ให้เรียนไป อยากเรียนที่ไหนๆ ก็เรียนไปเลย จึงทำให้ลูกๆ บางคนเรียนจนจบทั้งในประเทศ และต่างประเทศ
 ขณะเดียวกัน เกมการเมือง “กำนันเป๊าะ” ยังทำหน้าที่เป็นผู้กว้างขวาง ทำหน้าที่ “ล็อบบี้” แบบปูพรหมเจรจากับ
แกนนำพรรคหลายคน ตั้งแต่พรรคชาติไทย และสุดท้ายเป็นพรรคไทยรักไทย จนลูกชายได้ตำแหน่งทางการเมืองอันเหมาะสม
แต่เส้นทางชีวิตส่วนตัวของ “กำนันเป๊าะ”เอง ไม่ได้ราบรื่นมีความสุขเหมือนลูกๆ เลย มีเรื่องร้ายพาดพิงในแง่ลบมาตลอด พูดง่ายๆ ว่า ใครฆ่ากันตายในภาคตะวันออก คดีสำคัญๆ มักจะถูกโยงมาถึง “กำนันเป๊าะ”เสมอ
 หรือแม้แต่เรื่องการเมือง ยังถูกโยงมาถึงเรื่องทุจริตในการเลือกตั้งไปหลายครั้งด้วยเหมือนกัน
 สิ่งสำคัญที่ทำให้ “กำนันเป๊าะ” ต้องถึงการ “อวสาน” คือเรื่อง การทุจริตที่ดินทิ้งขยะเขาไม้แก้ว จ.ชลบุรี ทีมงานของ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส รักษาการ ผบ.ตร. เป็นผู้เข้าไปดำเนินการสอบสวนจนสามารถเอาผิดจนดิ้นไม่หลุด
 สุดท้ายเรื่องราวถึงอัยการ ไปจนถึงศาลได้ตัดสินให้ “กำนันเป๊าะ” ต้องได้รับโทษสิ้นสุดถึงจำคุกเลยทีเดียว จนต้องหลบหนีออกนอกประเทศไป
 อีกครอบครัวหนึ่ง “อยู่บำรุง”ร.ต.อ.ดร.เฉลิม อยู่บำรุง เป็นอีกผู้หนึ่งที่ทุมเทชีวิตให้กับลูกๆ ทั้ง 3 คนคือ “อาจหาญ-วันเฉลิม-ดวงเฉลิม”
 ไม่ว่าลูกชายจะมีเรื่อง “ผับ”ไหนๆ ก็ตาม “ดร.เฉลิม” จะต้องไปประจันหน้าตอบคำถามกับสื่อมวลชนเสมอ จนบางครั้งบานปลายกลายเป็นเรื่องปะทะคารมกัน
 แม้กระทั่งลูกถูกกล่าวหาว่า “ฆ่าคนตาย” สื่อมวลชนหลายแขนงกระหน่ำซ้ำเติมอย่างไม่หยุดยั้ง จนกระทั่งส่งผลให้  “ดร.เฉลิม” ต้องพลาดตำแหน่งรัฐมนตรีก็ยังเคยเกิดขึ้นมาแล้ว
 ทั้งนี้คงหลีกเลี่ยงไม่ได้ ที่มีสาเหตุมาจากข่าวในแง่ลบของลูกชายสุดที่รัก        
 “มีพ่อ-แม่คนไหนบ้างที่ไม่รักลูก” เป็นคำถามแบบย้อนกลับของ ร.ต.อ.ดร.เฉลิม เสมอ
 ไม่ว่าลูกชายทั้งหมดจะเป็นอย่างไรก็ตาม “ดร.เฉลิม” ยังมีความปราบปลื้มกับลูกๆ อีกเรื่อง เช่น ลูกชายคนเล็ก เป็นคนแรกของประเทศที่เรียนกฎหมายจบเร็วที่สุด
 นี่แหละ..!! เป็นเรื่องราวที่เห็นได้ชัดว่า การรักลูกที่ถูกทาง รวมถึงการทุ่มเทให้กับลูกๆ นั้นมีความแตกต่างกัน แล้วแต่ใครจะเลือกเอาเองก็แล้วกันว่า ทางไหนเหมาะสมพิจารณาดูกันเองก็แล้วกัน 


   +++++++++++

โดย ปรีชา

 

กลับไปที่ www.oknation.net