วันที่ พุธ สิงหาคม 2561

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

หม่อมเต่าจดตั้งรปช.แล้ว ปัดร่างทรงสุเทพ - บิ๊กตู่ปลื้มคนเพชรเชียร์นายกฯต่อ


สวัสดีครับ

         'บิ๊กตู่' นายกรัฐมนตรีไปเยี่ยมคนเพชรบุรีที่กำลังวิตกว่าจะถูกน้ำท่วม แล้วชวนให้ติดตามชมรายการ 'เดินหน้าประเทศไทย'

ตอน 18.00 น. ที่มีเรื่องการบริหารจัดการน้ำ ดังรายงานข่าว

นายกฯ ยังชักชวนให้ประชาชนดูรายการเดินหน้าประเทศไทยในเวลา 18.00 น. ถึงการบริหารจัดการน้ำของรัฐบาลด้วย โดยบอกอีก

ว่า ในพื้นที่อีสานและพื้นที่ภาคใต้ ก็เจอสถานการณ์น้ำที่หนักกว่าตรงนี้อีก และช่วงนี้จะมีมรสุมเข้ามาด้วย ขอให้ประชาชนที่ดูทีวีอย่า

ตกใจ ให้ดูที่ข้อเท็จจริงเพราะสถานการณ์น้ำไม่ได้หนัก รัฐบาลได้เตรียมมาตรการดูแล ไว้ทั้งหมด ทั้งคนพืชสัตว์ ถ้าได้รับผลกระทบ

มาก แต่คิดว่าน้ำจะท่วมไม่นาน เพราะรัฐบาลมีมาตรการดูแล ในทุกอำเภอ ไม่ต้องไปตื่นเต้นตกใจตามข่าวที่ออกมา หากประชาชนมี

ทรัพย์สินที่มีค่าก็ให้ยกไว้ในที่สูงหนีน้ำไว้ และถ้าน้ำท่วมมากก็ย้ายไปอยู่ที่อื่นก่อน ภาครัฐจะดูแลบ้านเรือนให้ หากเตรียมความพร้อม

กันไว้ตั้งแต่วันนี้ วันข้างหน้าถ้าเกิดอะไรขึ้น ก็จะรับมือได้ น้ำมาเดี๋ยวมันก็ไป

         

รูปจาก http://oknation.nationtv.tv/blog/wut2013

 

 

'ประชาธิปไตย' ต้องให้เขาบ้าง

    
 

      ช่วงนี้.........

      ถ้าไม่มีข่าวน้ำท่วม กับข่าวดรามาดาราผัวเมียแล้ว ก็ไม่มีเรื่องอะไรให้ผมใช้ทำมาหากิน

      จะคุยเรื่องน้ำที่เพชรบุรี

      ก็อีกแหละ.......

      ผู้ว่าฯ หญิง "นางฉัตรพร ราษฎร์ดุษดี" ท่านเตรียมการรับมือไว้ดี ถึงขนาดนายกฯ ออกปากชม

      ก็ไม่มีประเด็นให้หยิก-กัด

      ครั้นจะคุยเรื่องผัวๆ เมียๆ ดารา อย่างที่เขาฮือฮา-โครมครามกัน ก็จนใจ

      ก็หมดสภาพจะตามกลิ่นแล้ว!

      การไม่รู้จะเขียน-จะคุยอะไร แต่ต้องเขียน มันเป็นความทุกข์แสนสาหัสอย่างหนึ่ง

      เลียบๆ เคียงๆ มาทางการบ้าน-การเมือง มันก็เงียบสงบผิดปกติวิสัยขย่มเมืองในรอบ ๑๐ ปี

      เซ้ง-เซ็ง!

      บ้านเมืองสงบ ก็แปลว่า จะได้ "เลือกตั้ง" กันแล้วน่ะซี เพราะนายกฯ เคยบอก

      "ถ้าบ้านเมืองไม่สงบ ยังไม่เลือกตั้ง"

      นี่สงบแล้ว

      ท่าจะมีเลือกตั้งกันจริงๆ ด้วยแหละ ยิ่งเมื่อวาน (๗ ส.ค.๖๑) ท่านนายกฯ แย้มฝาโลง

      "จะคลายล็อก" คำสั่ง คสช.ที่ ๕๓/๒๕๖๐ ให้พรรคเก่าๆ แอ็กอาร์ตกันได้บ้าง

      การเลือกตั้ง ชักจะรำไรๆ

      เท่าที่ผมสังเกต ในรอบ ๑๐ วันมานี้ นายกฯ ส่งสัญญาณ เรื่องเลือกตั้งถึง ๒ ครั้ง

      ครั้งแรก ตะงอดกับนักข่าวเรื่องอะไรจำไม่ได้ แต่ม้วนหางเสียงเป็นม้าน้ำว่า........

      "พูดเป็นพันครั้งแล้ว ปีหน้าเลือกตั้ง"

      วานซืน นักข่าวไปถามเรื่อง "จาการ์ตา โพสต์" ตีพิมพ์บทความ "ตามออร์เดอร์" เรื่อง

      "อย่าให้ผู้นำเผด็จการทหารไทยนั่งเป็นประธานอาเซียนในปีหน้า"

      นายกฯ ใบ้หวยอีก........

        "ปีหน้าเราจะเป็นประธานอาเซียน แต่ยังไม่ทราบว่าใครจะเป็นรัฐบาล

        เพราะการประชุมอาเซียน จะเกิดขึ้นภายหลังเลือกตั้ง ดังนั้น อย่ามากังวลอะไรกับผมว่าใครจะเป็นหรือไม่เป็นรัฐบาล"

      กลับ ๖ ประตู แทงเต็ง เจ้ามือจ่ายอื้อแน่........

      คือพฤศจิกานี้ นายกฯ สิงคโปร์ จะส่งมอบตำแหน่งประธานอาเซียน "ตามเทอม ๑ ปี" ให้นายกฯ ประยุทธ์

      มกรา ๖๒ เป็นต้นไป

      ไทย โดยนายกฯ ประยุทธ์เป็น "ประธานอาเซียน" เต็มตัว

      ตามปฏิทินงานที่ "ประธานอาเซียน" ต้องจัดประชุมตามกำหนดในกฎบัตรอาเซียน

      กระทรวงต่างประเทศจัดทำแผนการประชุมตั้งแต่ระดับสุดยอดถึงระดับคณะทำงานในปี ๒๕๖๒ ไว้แล้ว ไม่ต่ำกว่า ๑๐๐ การประชุม

      นั่นคือ ที่นายกฯ บอก........

      "การประชุมอาเซียน จะเกิดขึ้นภายหลังเลือกตั้ง"

      นั่น ทั้งตอก-ทั้งย้ำ ว่าการเลือกตั้ง "ต้องมี-ต้องเร็ว"

      ไม่งั้น "ประเทศไทย" จะพังรอบ ๒ ในฐานะ "ประธานอาเซียน" ที่พังมาแล้วหนหนึ่ง เมื่อปี ๒๕๕๒

      คือ ถ้ายังไม่ตีกรอบเลือกตั้งชัดลงไป นายกฯ ประยุทธ์ ก็ทำหน้าที่ประธานอาเซียน จัดประชุม ๑๐๐  ไปได้ตามปฏิทินประชุม

      แต่เมื่อบอกว่า "การประชุมเกิดหลังเลือกตั้ง"

      ก็หมายความว่า ต้องมีรัฐบาล มีนายกฯ จากการเลือกตั้งก่อน

      และตัว "นายกฯ คนใหม่" จะเป็น "ประธานอาเซียน" ในนามประเทศไทย

      แบบนี้ การประชุมตามกฎบัตรอาเซียนที่วางไว้แล้วทั้งหมดไม่ต่ำกว่าร้อยประชุมในหนึ่งปี จึงจะเดินไปได้

      แสดงว่า ปลายกุมภา ๖๒ จะได้เลือกตั้งตามที่คาดใช่มั้ย?

      ถ้าจะให้รัฐบาลใหม่-นายกฯ ใหม่ทำหน้าที่ประธานอาเซียนได้ไม่ขาดตกบกพร่อง ก็ควรเยี่ยงนั้น

      แต่ดูแล้ว เอาซัก ๖๐/๔๐

      ๖๐ คือยังไม่มี!

      แต่ถ้าภายในเดือนพฤษภา ๖๒ น่าจะ ๙๐/๑๐ คือ ๙๐ มีเลือกตั้ง

      แต่ดูน่าจะถูกมิตรประเทศตำหนิ เพราะจะทำให้กลุ่มอาเซียน มีประธานก็เหมือนไม่มี วาระประชุมจะสะดุดไปหมด

      ทั้งหมดนี้.......

      บนเจตนาที่นายกฯ ประยุทธ์พูด คือ การประชุม ต้องหลังเลือกตั้ง

      และบนความรับผิดชอบ ต้องจัดประชุมร้อยกว่าประชุมตามกฎบัตรอาเซียนในหนึ่งปี

      การจะให้เจตนากับความรับผิดชอบไปด้วยกันได้ โดยไม่เสียเครดิตประเทศไทย

      ก็ต้องเลือกตั้งเร็ว เพื่อมีรัฐบาลใหม่ ให้นายกฯ คนใหม่ เข้ามาทำหน้าที่ประธานอาเซียนได้ตามกรอบเวลา

      นี่พูดด้วยทึกทักคำพูดนายกฯ ส่วนหนึ่ง ตามโรดแมปส่วนหนึ่ง

      และอีกส่วนคือ "ตามหลักการ" ที่ควรแก่เวลาจะต้องมีเลือกตั้งแล้ว

      ช้าเป็นการ แต่ถ้านานกว่านี้.........

      "เสียคน-เสียของ" บอกตรงๆ!

      ทั้งหมดนี้ จะเริ่มนับ ๑ สู่โหมดเลือกตั้งได้เมื่อไหร่ ถ้ามีคนถาม ผมก็จะตอบว่า

      ภายในเดือนกันยา ช้าสุด "ต้นตุลา"

      เพราะถึงตอนนั้น กฎหมาย "ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส." น่าจะประกาศในราชกิจจานุเบกษา

      บ่มไว้อีก ๓ เดือน จะมีผลใช้บังคับ ก็ตกปลายปี

      จากนั้น ภายใน ๑๕๐ วัน......

      คือภายใน ๕ เดือน ของปี ๖๒ ตั้งแต่มกรา-พฤษภา จะกำหนดเลือกตั้งวันไหน สุดแต่ใจรัฐบาลปรารถนา

      นี่.....

      "ทุกด้าน" มีเหตุและผลให้คำนึง การเสนอความเห็นให้ทราบ เป็นหน้าที่เรา

      ส่วนการตัดสินใจ เป็นหน้าที่ของท่าน!

      บนหลักการนั้น........

      รัฐบาล คสช.เข้าควบคุมอำนาจการปกครองประเทศ ใช้ความเป็นองค์รัฏฐาธิปัตย์ เข้าจัดระเบียบสังคมประเทศ

      ๔ ปี ถือว่า "สมควรแก่เหตุ"

      ผลงานสร้างอนาคตชาติ ด้วย สัจจะและความจริงใจ ที่สำแดงมา สมาร์ตแล้ว

      "สมควรแก่เวลา" ให้ประชาชนได้ตัดสิน ได้ลงคะแนนในระบบเลือกตั้งแล้ว

      พรรค-นักเลือกตั้ง ตลอดถึงสังคมประชาชาติทุกฝ่าย ถือว่าแฟร์ ด้วยให้เวลา ให้โอกาสรัฐบาล คสช.สมควรแก่กาลแล้ว

      ตุลาเป็นต้นไป......

      สิ้นปีราชการแล้ว คสช.ควรให้เขาบ้าง

      แง้มฝาหม้อให้ไอน้ำบนเตาต้มได้ระเหยบ้าง จะเป็นคุณกว่าให้พลังจากไอน้ำดันระเบิด

      แค่ EEC โปรเจกต์เดียว ยังไม่ต้องพูดด้านอื่น คุ้มอนาคตสังคมประเทศไปอย่างน้อยครึ่งศตวรรษ

      ฉะนั้น จะแคร์แดม

      ประชาธิปไตย "จัดเต็ม" ไปเลย!

 

หม่อมเต่าจดตั้ง'รปช.'แล้ว ปัดร่างทรงสุเทพ

    
 

8 ส.ค. 61 - เวลา 09.30 น. ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)​ ม.ร.ว.จัตุมงคล โสณกุล ว่าที่หัวหน้าพรรครวมพลังประชาชาติไทย (รปช.) กล่าวภายหลัง นำทีมกรรมการบริหารพรรค ยื่นขอจัดตั้งพรรคการเมืองที่ กกต.แล้ว โดยมีทุนประเดิม 30 ล้าน 3 แสน 5 หมื่น และผู้ร่วมก่อตั้ง 607 คน ว่า ต่อจากนี้เป็นขั้นตอนการหาสมาชิกเป็นการภายใน จนกว่าจะมีการปลดล็อกทางการเมืองจึงจะขับเคลื่อนกิจกรรมอื่นได้ ซึ่งที่ผ่านมาผู้ก่อตั้งพรรคได้มีการพูดคุยต่อเนื่องถึงยุทธศาสตร์ การกำหนดนโยบาย และสาเหตุที่มีกรรมการบริหารพรรคเพียง 7 คน เป็นเพราะว่ายังไม่ทราบว่าใครจะรับผิดชอบอะไร เนื่องจากพรรคเพิ่งก่อตั้ง หากมีการพูดคุยเรื่องแนวนโยบายพรรคจนได้ข้อสรุปแล้วอาจมีการขยายจำนวนผู้บริหารพรรคตามความรับผิดชอบ

ส่วนกรณีของนายเอนก เหล่าธรรมทัศน์ ซึ่งเคยมีกระแสข่าวมาตลอดว่าจะเป็นหัวหน้าพรรค แต่กลับไม่มีตำแหน่งใด ๆ ในกรรมการบริหารพรรคนั้น เป็นเพราะว่าก่อนหน้านี้สื่อคาดการณ์กันไปเอง เพราะในวันประชุมวันแรกตนยังเป็นคนจุดธูปเทียนเลย และนายเอนกไม่ได้มีปัญหาที่ไม่มีตำแหน่ง โดยบอกว่าจะคอยดูการทำงานของตน

เมื่อถามว่า จะชี้แจงอย่างไรเพราะแม้จะเป็นหัวหน้าพรรค แต่อาจถูกมองว่าเป็นได้แค่เงาของนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ม.ร.ว.จัตุมงคล กล่าวว่า ไม่มีใครไปเถียงกับนายสุเทพ เพราะเป็นคนหัวแข็ง ซึ่งตนก็หัวแข็งเช่นเดียวกันแต่อาจจะนิสัยดีกว่า ดังนั้นต้องคุยตกลงต่อรองกัน และในทางเทคนิคตนเป็นผู้มีอำนาจเซ็นชื่อ นายสุเทพเซ็นอะไรก็ไม่เกิด แต่ตนเซ็นอะไรอยากให้เกิดก็เกิด

สำหรับกระแสข่าวเรื่องดูดสส.นั้น ในขณะนี้ยังไม่มีการทาบทามใคร แต่อยู่ในระหว่างการพูดคุยโดยจะเน้นคนรุ่นใหม่ โดยที่สำคัญคือการกำหนดนโยบายต้องได้รับการยอมรับจากประชาชน ซึ่งยังมีเวลาไม่น้อยกว่า 7 เดือนจึงไม่ต้องรีบร้อน พร้อมกับยอมรับว่าหนุนพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรี แต่ต้องมาจากบัญชีรายชื่อพรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่ง เนื่องจากการจะเป็นนายกคนนอกเป็นเรื่องยาก เพราะต้องตอบคำถามประชาชนและพรรคที่สนับสนุนให้ได้ว่าทำไมต้องไปถึงขั้นตอนนั้น

"ไม่ได้ขัดข้องขึ้นอยู่กับว่าท่านจะลงปาร์ตี้ลิสต์พรรคไหน ถ้าไม่ลงจะให้หนุนได้อย่างไร และยังไม่สามารถระบุได้ว่าในบัญชีรายชื่อของพรรค รปช..จะทาบทามพล.อ.ประยุทธ์ หรือไม่ แต่ถ้าพล.อ.ประยุทธ์ไม่มาในระบบปาร์ตี้ลิสต์นายกฯของพรรคการเมืองก็จะเป็นเรื่องยาก เพราะการเลือกตั้งครั้งนี้เป็นเหมือนการเลือกนายกฯไปด้วย ถ้าท่านไม่ลงในรอบแรกแล้วมารอบสองจะตอบพรรคที่หนุนท่านและตอบประชาชนได้อย่างไร" ม.ร.ว.จัตุมงคล ระบุ

ว่าที่หัวหน้าพรรค รปช. ยังเสนอแนวคิดให้ทุกพรรคการเมืองร่วมมือกันทำงาน โดยเปลี่ยนทัศนคติจากการที่มีสองฝ่ายคือรัฐบาลและฝ่ายค้าน ให้กลายเป็นรัฐบาลกับเสียงข้างน้อยร่วมกันทำงาน ต่อรองเพื่อให้ได้โครงการที่ดีที่สุด แต่ไม่ได้หมายความเป็นการฮั้วกัน จนทำลายระบบตรวจสอบถ่วงดุล หากมีใครทำเช่นนั้นครั้งต่อไปก็อย่าเลือกกลับเข้ามา อย่างไรก็ตามแนวคิดนี้ไม่ใช่รัฐบาลแห่งชาติ และไม่เห็นด้วยกับบทวิเคราะห์ของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ที่มองว่าการเมืองขณะนี้แบ่งเป็นสามก๊ก คือ ฝ่ายที่หนุนนายทักษิณ ชินวัตร ฝ่ายที่หนุน คสช. และพรรคประชาธิปัตย์ โดยมองว่าประเทศเป็นของทุกคนที่ต้องร่วมกันทำงานเพื่อให้ประเทศเดินหน้าได้

ม.ร.ว.จัตุมงคล ยังกล่าวถึงกรณีที่ม.ล.มิ่งมงคล โสณกุล  บุตรสาวตนเองออกมาระบุว่าจะไม่สนับสนุนพรรค รปช.ว่า  ถือเป็นเรื่องปกติ เพราะบุตรของตนของสองคนก็ชอบการเมืองแตกต่างกัน โดยม.ล.มิ่งมงคลชอบนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ส่วนม.ล.อภิมงคล โสณกุล ก็ยืนยันที่จะอยู่กับพรรคประชาธิปัตย์ การเมืองไม่ใช่เรื่องที่จะคิดแค่ว่ากระโดดลงไปแล้วจะจมน้ำตายหรือไม่ แต่ยังต้องคิดว่ากระโดดลงไปแล้วเป็นถนนหรือเป็นบ่อด้วย เนื่องจากตลอดสี่ปีที่ผ่านมาหาเสียงในนามพรรคประชาธิปัตย์ทุกวัน จะให้อยู่ดี ๆ ปีที่ห้าไปลงพรรคอื่นก็คงไม่รอด ทำให้ต้องตัดสินใจอย่างนั้น และตนก็ไม่เคยถาม เพราะยอมรับการตัดสินใจของลูก จึงไม่คิดว่าเป็นปัญหาที่ม.ล.มิ่งมงคลประกาศไม่หนุนพรรคที่ตนเป็นหัวหน้าพรรค แต่สังคมควรมองว่าเป็นเพราะตนเลี้ยงลูกดีมีความคิดเป็นของตัวเองมากกว่า.

 

บิ๊กตู่ปลื้มคนเพชรเชียร์นายกฯต่อ ฝากเลือกตั้งให้ดี

    
 

8 ส.ค. 61 - ที่บริเวณสันเขื่อนเพชรบุรี ต.ท่าคอย อ.ท่ายาง จ.เพชรบุรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวระหว่างพบปะกับชาวบ้าน ภายหลังตรวจดูการระบายน้ำว่า   ขอให้ทุกคนมั่นใจ อย่างไรก็ตามจะไม่ให้น้ำท่วมเลยก็จะลำบาก แต่ต้องท่วมให้น้อยและท่วมในระยะเวลาอันสั้น รวมทั้งต้องมีผลกระทบกับประชาชนให้น้อยที่สุด โดยยืนยันว่าขณะนี้รัฐบาลดูทุกเรื่อง ซึ่งก่อนหน้านี้ได้มีการพร่องน้ำไปแล้ว 42 เปอร์เซ็น จึงสามารถรับน้ำไว้ได้ในตอนนี้ อีกทั้งที่ผ่านมายังได้สั่งการให้ขุดคลองเพิ่มที่คลองD9 ซึ่งยังต้องมีการดำเนินการอีกหลายคลอง แต่บางจุดเป็นพื้นที่ของประชาชนไม่ใช่ของหลวง นั่นคือปัญหาของเรา ถ้าประชาชนไม่ให้ขุดก็ขุดยาก จึงต้องไปดูว่าจะแก้ปัญหาได้อย่างไร และอะไรที่ต้องเสียสละกันบ้าง ซึ่งรัฐบาลจะมีการชดเชยและดูแลให้อยู่แล้ว

นายกฯ ยังชักชวนให้ประชาชนดูรายการเดินหน้าประเทศไทยในเวลา 18.00 น. ถึงการบริหารจัดการน้ำของรัฐบาลด้วย โดยบอกอีกว่า ในพื้นที่อีสานและพื้นที่ภาคใต้ ก็เจอสถานการณ์น้ำที่หนักกว่าตรงนี้อีก และช่วงนี้จะมีมรสุมเข้ามาด้วย ขอให้ประชาชนที่ดูทีวีอย่าตกใจ ให้ดูที่ข้อเท็จจริงเพราะสถานการณ์น้ำไม่ได้หนัก รัฐบาลได้เตรียมมาตรการดูแล ไว้ทั้งหมด ทั้งคนพืชสัตว์ ถ้าได้รับผลกระทบมาก แต่คิดว่าน้ำจะท่วมไม่นาน เพราะรัฐบาลมีมาตรการดูแล ในทุกอำเภอ ไม่ต้องไปตื่นเต้นตกใจตามข่าวที่ออกมา หากประชาชนมีทรัพย์สินที่มีค่าก็ให้ยกไว้ในที่สูงหนีน้ำไว้ และถ้าน้ำท่วมมากก็ย้ายไปอยู่ที่อื่นก่อน ภาครัฐจะดูแลบ้านเรือนให้ หากเตรียมความพร้อมกันไว้ตั้งแต่วันนี้ วันข้างหน้าถ้าเกิดอะไรขึ้น ก็จะรับมือได้ น้ำมาเดี๋ยวมันก็ไป

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงหนึ่งได้มีประชาชนตะโกนว่า ขอให้นายกฯสู้ ๆ ขอให้เป็นนายกฯต่ออีกสมัย ซึ่งพล.อ.ประยุทธ์ได้กล่าวอย่างอารมณ์ดีว่า”วันนี้ไม่ได้มาการเมืองนะเนี่ย มาเฉพาะนายกฯ ทหาร และคสช. ไม่ได้มาทำการเมือง เดี๋ยวเขาหาว่าผมมาเอาเปรียบเขาอีก” จากนั้นนายกฯขึ้นรถ พร้อมโบกมือทักทายประชาชน และกล่าวด้วยว่า เลือกตั้งให้ดีแล้วกัน.

 (โปรดคลิกที่รูป เพื่ออ่านข่าว)

 

 

 

 

 

 

 

 ................................................

 

ประชาธิปไตยตามสั่ง

    
 


    ที่มาที่ไปซับซ้อนไม่น้อยทีเดียว!    
    ประเด็นที่มีการนำตำแหน่ง "ประธานอาเซียน " มาถล่ม "บิ๊กตู่" เรื่องนี้เดิมทีเป็นแค่ บทความชิ้นเล็กๆ ในจาการ์ตาโพสต์  
    ตีพิมพ์แล้ว ยังไม่ค่อยมีคนสนใจ 
    หลังจากนั้น The Straits Times สิงคโปร์ นำมาตีพิมพ์ซ้ำ และนั่นเป็นเหตุให้ ข่าวชิ้นนี้ถูกเผยแพร่ในกลุ่มต่อต้านรัฐบาล คสช. เป็นอันดับแรก 
    ก่อนที่จะระบาดไปทั่วในโลกออนไลน์ 
    ก็ไม่แปลกเพราะ The Straits Times จองกฐินรัฐบาล คสช.มานานนมแล้ว 
    ต้องเคารพความเห็นคอลัมนิสต์จาการ์ตาโพสต์ เพราะอินโดนีเซียผ่านความเลวร้ายจากระบอบ
ซูฮาร์โตมาไม่นานนัก 
    ความกลัวเผด็จการที่ยังคงหลงเหลืออยู่ 
    ทำให้มองว่ารัฐบาล คสช.เป็นเผด็จการไม่ต่างกัน จึงไม่ควรให้ไทยภายใต้ระบอบเผด็จการได้ตำแหน่งประธานอาเซียนไป 
    แต่จากที่ "ดอน ปรมัตถ์วินัย" แฉว่า 
    “ข่าวที่ปรากฏไม่ทราบว่า ใครวานใครมา ใครจ้างใครมาเขียน หรืออะไร ขณะนี้กำลังตรวจสอบอยู่  เพราะช่วงนี้มันมีกระแสประเภทนี้อยู่ ขณะเดียวกัน มีรายงานกลับมาว่า คนที่เขียนไม่ใช่เจ้าของนามปากกาที่ปรากฏ แต่เป็นอีกคนที่ไปขอใช้ชื่อ อะไรทำนองนี้ ขอใช้ ไม่ใช่แอบอ้างใช้ นี่เป็นรายงานที่เราได้รับมา คงต้องตรวจสอบเพิ่มเติม”
    ก็น่าสนใจครับ เพราะหากเป็นเช่นนั้นจริง ต้องผ่านการล็อบบี้จากใครบางคน 
    เพื่อใช้บทความชิ้นนี้มาเป็นประโยชน์ทางการเมือง ใช้โจมตีรัฐบาล คสช. 
    นั่นจึงเป็นปรากฏการณ์ ฝ่ายต่อต้าน คสช.นำมาเป็นประเด็นโจมตีกันยกใหญ่
    โดยเฉพาะกลุ่มในระบอบทักษิณ 
    แต่...ลืมบางอย่างไปหรือเปล่า 
    จริงอยู่คำว่าเผด็จการ มันมีความเลวร้ายอยู่ในตัว และตรงไปตรงมา ไม่ต้องตีความ
    แล้วกลุ่มที่เรียกตัวเองว่า ฝ่ายประชาธิปไตยล่ะ? 
    ยังจำม็อบเสื้อแดงบุกล้มการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน ที่โรงแรมรอยัลคลิฟบีช พัทยา เมื่อเดือนเมษายน ๒๕๕๒ ได้หรือเปล่า 
    ใช้สิทธิ์ไล่ทุบทำลายโรงแรม ไล่ผู้นำอาเซียนกลับประเทศ อ้างว่าคือเสรีภาพในการชุมนุม  
    ประชาธิปไตยหลบในแบบนี้น่ากลัวกว่าเผด็จการโดยเปิดเผยเป็นไหนๆ 
    ก็ลองคิดดู! เสื้อแดงล้มเวทีผู้นำอาเซียนในวันนั้น กับวันที่ไทยได้เป็นประธานอาเซียน ซึ่งยังไม่รู้นายกรัฐมนตรีไทยคนต่อไปที่จะไปนั่งเก้าอี้ดังกล่าวเป็นใคร 
    อย่างไหนน่ากลัวกว่ากัน.

 

สันธนะร้องนายกฯสอบ'บิ๊กแป๊ะ' รับเงินบ่อนสมัยผบช.น.

    
 

8 ส.ค. 61 - ที่ศูนย์บริการประชาชน สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี (ฝั่งก.พ.) พ.ต.ท.สันธนะ ประยูรรัตน์ อดีตรองผู้กำกับการตำรวจสันติบาล ยื่นหนังสือถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ในฐานะประธานคณะกรรมการคดีพิเศษ (กคพ.) ให้ดำเนินการตรวจสอบ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) กับพวกร่วมในการกันกระทำความผิดทางอาญา โดยให้รับเรื่องดังกล่าวเป็นคดีพิเศษ เพื่อลงโทษทางวินัยและทางอาญา

โดย พ.ต.ท.สันธนะ กล่าวว่า สืบเนื่องจากการที่จะเข้าไปร้องเรียนและจะนำข้อมูลต่างๆ ไปชี้แจงให้ ผบ.ตร.ได้รับทราบ ตั้งแต่สมัยยังเป็นผู้ช่วย ผบ.ตร. แต่กลับถูกปฏิเสธและระบุว่าไม่รู้จักกับตน ซึ่งผู้บังคับบัญชาสูงสุดควรต้องเป็นตัวอย่างที่ดีและต้องปรับปรุงให้องค์กรดีขึ้น แต่การกระทำดังกล่าวถือว่าเป็นการเอื้อประโยชน์ให้กับบางคนใช่หรือไม่ ทั้งนี้ ตนพร้อมที่ไปจะไปเจอกับ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ด้วยตัวเองแบบตัวต่อตัว ในฐานะรุ่นพี่นักเรียนนายร้อยตำรวจมาก่อน

นอกจากนี้ ยังขอให้ตรวจสอบพฤติกรรมเมื่อครั้งที่ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) ว่ามีการรับเงินจากบ่อนการพนันหรือไม่ เพราะมีข้อมูลและได้ส่งรายละเอียดให้กับกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ไปแล้วว่าในช่วงเวลาที่ ผบ.ตร.เป็น ผบช.น. ได้ปล่อยให้เปิดบอลการพนันกลางกรุงนานถึง 7 เดือน มีเงินสะพัดในแต่ละเดือนถึง 1.5 หมื่นล้านบาทต่อเดือน รวมถึงทราบว่ามีเอกสารรับเงิน 200 ล้านบาทจากบ่อนดังกล่าวด้วยใช่หรือไม่ จึงขอให้ตรวจสอบว่าเงินจำนวนดังกล่าวไปอยู่ที่ใคร ขอให้นายกฯช่วยตรวจสอบด้วย.

 

 

 

โดย นายยั้งคิด

 

กลับไปที่ www.oknation.net