วันที่ ศุกร์ สิงหาคม 2561

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

คนถือธง (รบ) ทำไมต้อง สมชาย


สวัสดีครับ

           อ่านเกมการเมืองแนวรบด้านพรรคเพื่อไทยที่ยังขาดหัว แล้วทำให้พล่านกันไปตั้งแต่หัวจนถึงหางอยู่ในขณะนี้ โดย

โฟกัสคนที่จะขึ้นเป็นหัวหน้าพรรคก็สอดส่ายสายตาไปเรื่อยๆ แต่ใจจริงทักษิณอยากให้เป็นคนในว่านเครือ 'ชินวัตร' มากกว่า จึง

ในที่สุดจุดโฟกัสก็ได้แก่นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ที่เคยเป็นนายกฯแบบเฟะฟะ ร่อนเร่พเนจรเข้าทำเนียบไม่ได้มาแล้ว ทำให้ศรัทธา

หรือเครดิตมีน้อยเต็มที แต่ก็มีรังสีแรงจาก 'เจ๊แดง' ศริภริยามาคอยหนุนอยู่ จึงพอที่จะโชว์ตัวได้ในช่วงนี้ แต่จะแผ่วปลายหรือเปล่า

ก็ไม่รู้เหมือนกัน

 

 

 

บางเรื่อง "เล่นๆ" จากมาเลย์

    
 

        เยอะ....

        ที่บอกว่าผมเชียร์แต่รัฐบาลประยุทธ์ นายกฯ ทำอะไรก็ดีหมด

        และเยอะอีกเหมือนกัน ไม่พูดว่าเชียร์

        แต่พูดว่า

        "เลียท็อปบูต" มันแผล็บทุกวัน!

        คงจริงอย่างที่เขาว่า

        แต่ก็ไม่รู้สินะ...........

        เห็นรัฐบาลผ่านๆ มา ดีแต่โม้ด้วยลีลาหมุนอัดเกลียวสามรอบกลางอากาศว่างเปล่าบ้าง

        ดีแต่ตีลังกา "โกงแบ่งกันกิน" เพื่อชาติบ้าง

        ครั้นเห็นรัฐบาลประยุทธ์ โม้ด้วย ทำด้วย ล้างของเก่าแล้วสร้างของใหม่เกิดเป็นรูปธรรมด้วย

        เลยยังคิดคำด่าเหมาะๆ ไม่ออก?

        ครั้นจะด่าว่า "โกงแบ่งกัน".........

        นี่ก็เข้าปีที่ ๕ แล้ว ก็ยังไม่เคยได้ยินใครชี้หน้าว่า "นายกฯ ประยุทธ์โกง" ซักคำ

        มีแค่ว่า ลุงตู่จอมฉุน ชอบโขมงโฉงเฉง ลงที่ใครไม่ได้ ก็หันไประบายใส่นักข่าว "ของตาย"

        วันไหนไม่ได้ด่านักข่าว อึไม่ออก?

        หรือไม่โกงเอง แต่หรี่ตาให้หลังบ้านโกง ให้วงศ์วานว่านเครือ ประเภท น้องสาวโกง ใครอย่าแย่ง (โกง)

        ก็ไม่เคยได้ยิน

        ถ้ามีอย่างนั้น..ป่านนี้

        ทั้งเซี่ยงจี๊ ทั้งไส้เล็ก ไส้ใหญ่ มีเท่าไหร่ ถูกลากออกมากองเป็นซาละเปาไส้ไหลไปนานแล้ว

        จะมีบ้าง ก็พวกประเภทลูกหาบตามตูดแต่ละนาย ไปเล็มนอก-เล็มในกันเอง เป็นข่าวให้ครหา

        อย่างนั้นล่ะก็...พอมีบ้าง

        แต่ประเภท "นาฬิกาเพื่อน" ไม่เกี่ยวรายการนี้!

        ฉะนั้น เมื่อไม่ค่อยเห็นผมด่านายกฯ......

        แถมยังหนุน เมื่อนายกฯ ลุยงานในดงเกี๊ยะข้าราชการเกียร์ว่างที่รออำนาจเก่ากลับคืน ว่านั่นคือการเชียร์หรือเลีย

        แบบนี้...เลียก็เลีย เอาที่ท่านพอใจ!

        ไหนๆ ก็ว่านายกฯ ประยุทธ์งามไปแทบทุกเรื่องแล้ว วันนี้ แก้ขวย ขอถามเชิงทวงซักเรื่องเถอะ

        "มหาเธร์" ขึ้นมาเป็นนายกฯ มาเลย์ปุ๊บ

        ประกาศล้างโกงปั๊บ เหมือนท่าน ตอนเข้ามาควบคุมอำนาจปกครองประเทศ เมื่อ ๒๒ พฤษภา.๕๗

        แต่นายกฯ มหาเธร์ "พูดจริง-ทำจริง" เอกซเรย์การโกงอดีตนายกฯ นาจิบกันจริงๆ เห็นจะจะ

        เข้าไปยึด แก้วแหวน เงิน ทอง กระเป๋า ปากกา นาฬิกา แว่นตา เกี๊ยะ ของตัว-ของเมียนาจิบ จากอพาร์ตเมนต์

        ขน "เข้าหลวง" เป็นรถบรรทุก

        เงินไปซุกไว้ไหนต่อไหน ทั้งใน-นอกประเทศ มหาเธร์สั่งตามไปอายัด-ยึดกลับมาให้หมด

        ทั้งตัวนายนาจิบ แม้ยังไม่ถึงขั้นถูกจับ แต่อย่าหวังที่จะมีตำรวจแสนดีพาออกนอกประเทศทางช่องทางธรรมชาติได้

        แค่ยืนฉี่ ยังถูกประกบ!

        ทีนี้มาดูของเรา อดีตนายกฯ ยิ่งลักษณ์ สร้างเหตุร่วมสู่โกงจำนำข้าวตั้ง ๕-๖ แสนล้าน

        คลังเรียกค่าเสียหายในส่วนของยิ่งลักษณ์ ๓๕,๗๑๘ ล้านบาท

        สืบทรัพย์ "กรมบังคับคดี" สั่งอายัดทรัพย์สินยิ่งลักษณ์แล้วเมื่อปีก่อน

        "แล้วเธอก็หนีไป".......

        หนีด้วยความอนุเคราะห์ของข้าราชการตำรวจแห่งชาติ ที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลขององค์รัฏฐาธิปัตย์

        ทิ้งไว้แต่เสียงแว่วลอยมาหลอนตามอากาศเป็นระยะๆ จำได้ด้วยเหรออออ...จำได้ด้วยเหรอออ....?

        แต่นั่นต้องเข้าใจ เพราะ

        ภายใต้ดวงอาทิตย์ ไม่มีงามหรือทรามใด ที่ตำรวจไทยไม่ทำและทำไม่ได้!

        ที่อยากถาม คือ ถึงบัดนี้แล้ว พอแย้มพรายเพื่อเอาผลงานไปประชันได้บ้างไหมว่า

        ที่บอก "อายัดไว้แล้ว" นั่นน่ะ อายัดอะไรไว้บ้าง รวมมูลค่ามันขนาดไหน

        สูสี ๓๕,๗๑๘ ล้านบาท ที่ยิ่งลักษณ์ต้องชดใช้มั้ย?

        และถึงขณะนี้ "กรมบังคับคดี" ทำอะไรคืบหน้ามากไปกว่าคำว่า "อายัดไว้แล้ว" บ้าง?

        ได้ไปยึดแล้วขนมาเป็นรถบรรทุก อย่างที่มหาเธร์ไปยึดจากนายนาจิบบ้างหรือยัง?

        บอกให้ประชาชนที่ต้องแบกหนี้โกงจำนำข้าว ๕-๖ แสนล้านแทนได้ชื่นใจหน่อยเหอะ!

        ไม่ต้องมาก ทรัพย์สินที่เห็นจะจะคาเมือง บ้านในซอยนวมินทร์ ๑๑๑ มูลค่า ๑๑๐ ล้านบาท ของยิ่งลักษณ์นั่นน่ะ

        ไปยึดเป็นเรื่อง-เป็นราวหรือยัง?   

        ถ้ายัง เพราะเหตุใด อยู่ในขั้นตอนใด ชาวบ้านอยากรู้ พวกพันธมิตรฯ ที่ถูกไล่ยึดบ้านตอนนี้ เขาก็อยากรู้

        เท่าที่จำได้ ว่ายึดแล้ว...........

        แต่จนบัดป่านนี้ ทำไมไม่นำบ้านและทรัพย์ที่ยึด-อายัดไว้ออกขายทอดตลาด?

        หรือเก็บไว้เป็น "ทับรอนาง" ของใคร?

        ถ้าอยากรู้มีอะไรบ้าง เผื่อจ้องประมูลไปเป็นมงคลชีวิต ก็ไม่ยาก ไปกางดู "บัญชีทรัพย์สิน" ยิ่งลักษณ์ ได้ที่ ป.ป.ช.

        แจ้งยอดรวมไว้ ๕๗๙ ล้านบาท......

        เหลือแต่ "ตัวเงา" ในบัญชี ส่วน "ตัวเงิน-ตัวของ" ยังมีอยู่จริงหรือเปล่า ต้องถามกรมบังคับคดีเขา

        ตามบัญชีทรัพย์สินที่ยิ่งลักษณ์แจ้ง ป.ป.ช.เนี่ย...ดูซี

        เครื่องเพชรเยอะแยะ...........

        ๕๐ กว่าชิ้น นาฬิกาข้อมืออีก ทั้ง โรเล็กซ์ คาเทียร์ ฝังเพชร-ฝังทอง ๙ เรือน

        แอร์เมส ใบละ ๒ ล้านอัพ อีกตั้ง ๗ ใบ!

        ไม่เกี่ยว "กระเป๋าปูแท้" ใบเท่ากระปู๋ ที่ใครไม่รู้สะพาย แล้วถ่ายลงเฟซ มาเย้ย "คนเคยรู้จักกัน" บางคน วานซืน

        เหล่านั้น น่ายึดมา เหมือนที่มาเลย์ยึดจากเมียนาจิบมาให้กันจะจะบ้าง

        แล้วเบนซ์อีก ๔ คัน........

        พอร์ช, บีเอ็มดับเบิลยู, โฟล์กสวาเกน แลนด์โรเวอร์ โตโยต้าอีก อย่างละคัน

        ยึดมาด้วย ไม่ต้องทอดกระทะ ขายทอดตลาดไปเลย

        คนอะไร...
        ก้นเดียว-ตูดเดียวแท้ๆ มีรถเป็นสิบๆ คัน แล้วจะเวียนก้นนั่งยังไงให้ครบ เป็นงง
?

        พูดถึงนายกฯ มหาเธร์ ดูข่าว ๓-๔ วันก่อน ที่มหาเธร์ยกคณะไปจีน

        เพื่อบอกยกเลิก ๓ โครงการ มูลค่ากว่า ๒ หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ ที่มาเลย์ตกลงไว้กับจีน สมัยนายกฯ นาจิบ

        คือโครงการรถไฟจากชายฝั่งตะวันออกมาเลย์เชื่อมภาคใต้ของไทยตอนใต้และกรุงกัวลาลัมเปอร์

        โครงการท่อส่งก๊าซอีก ๒ โครงการ ที่รัฐซาบาห์ บนเกาะบอร์เนียว

        และแถบช่องแคบมะละกาจนถึงรัฐเกดะห์

        ยกเลิกหมด

        มหาเธร์บอกยังไม่มีความจำเป็นต้องลงทุน เพราะมาเลย์ตอนนี้มีหนี้สินกว่า ๒๕๐,๐๐๐ ล้านเหรียญสหรัฐ!

        ที่ผมยกมาเล่า ด้วยสะดุดต่อภาพที่เห็นจากข่าวโทรทัศน์

        สายตาที่ประธานาธีบดี "สี จิ้นผิง" มองนายกฯ มหาเธร์ ซึ่งนั่งฝั่งตรงข้ามของโต๊ะ กำลังพูดจาภาษาดอกไม้ทางการเมือง

        "หนึ่งสายตาแทนล้านความรู้สึกในใจ" รับรู้ได้อย่างนั้นจริงๆ!

        หลับตานึกถึงภาพตอนมหาเธร์อยู่มาเลย์ ประกาศล้มโครงการ แล้วมาดูภาพมหาเธร์ตอนนั่งอยู่ตรงหน้าสี จิ้นผิง

        อืมมมม...อยากให้เห็นด้วยตากันเองจากภาพข่าวตอนนั้นนะ ให้ผมอธิบาย มันยาก

        สิ่งที่จะบอก คือ...........

        ปัจจุบันนี้ โลกกว้างเหมือนเดิม แต่เส้นทางอยู่ในสังคมโลกสู่ศตวรรษใหม่

        แคบ...ไม่เหมือนเดิมแล้ว!

        ตะวันตก ความเชื่อถือ อยู่ในกระดาษสัญญา

        ตะวันออก ความเชื่อถือ อยู่ที่คำพูดคน

        โครงการรถไฟ มาเลย์เชื่อมไทยที่ใต้ นั่นอยู่ในแผน One Belt One Road ของจีน

        เหมือนจิ๊กซอว์ ขาดไปตัวใด-ตัวหนึ่ง เท่ากับขาดทั้งหมด!

        มาเลย์ เล่นบทนี้กับจีน

        ไทยต้องดู เพราะไทยก็จิ๊กซอว์ตัวหนึ่ง ดูแล้วต้องเล่นให้เป็น เสียอะไรก็เสียได้

        เรื่อง "เสียคำพูด" ไทยก็ถือมิใช่หรือ?. 

 

นายกฯประยุทธ์เผยปีหน้าคงไม่ได้พูดแล้วเพราะมีรัฐบาลใหม่!

    
 

24 ส.ค.61 - ที่โรมแรมเซ็นทาราแกรนด์และบางกอกคอนเวนชันเซ็นเตอร์ เซ็นทรัลเวิร์ด พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) เป็นประธานในพิธีมอบรางวัลวิสาหกิจดีเด่น ประจำปี 61 

โดยนายกฯ กล่าวว่ารัฐวิสาหกิจทำงานร่วมกับตนมา 4 ปีแล้ว วันนี้มอบรางวัลให้ท่านแต่ท่านต้องทำรางวัลให้กับชาวบ้านด้วย ทำให้ทุกคนมีความสุข เข้าถึงโอกาส เหมือนกับการตอกเสาเข็มประเทศให้แข็งแรง ที่บ้านหลังนี้มีคนอยากอยู่เยอะ โดยมียุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ขณะที่ข่าวโซเชียลมีเดียออกมาติติง ใครพูดก่อนเชื่อก่อน แต่เวลาเราพูดยังไงก็ไม่เชื่อ 

"ดังนั้นต้องชี้แจงให้ได้ ขอเถอะปรับตัวให้ได้ปรับความคิด วิธีการ เพราะเรากำลังเข้าสู่ยุคแห่งความรุ่งเรือง  ต้องคิดให้ไกลไปให้ถึง ทยอยทำไปเชื่อมโยงแบบไร้รอยต่อ ฟังความต้องการประชาชนด้วย ปีหน้าผมไม่รู้จะได้พูดอยู่หรือเปล่า คงไม่ได้พูดเพราะมีรัฐบาลใหม่แล้ว แต่วิสาหกิจต้องทำให้สำเร็จ"

นายกฯ กล่าวด้วยว่าตนเป็นคนอารมณ์ร้อน แต่วันนี้พูดด้วยอารมณ์ปกติ ก็พูดเสียงดังอย่างนี้  ถ้าโมโหก็อีกเรื่องหนึ่ง  อยู่กับทหารก็อีกแบบหนึ่ง ทุกวันนี้ประคับประคองจิตใจมากที่สุดแล้ว แต่ไม่ขออดทนต่อการมายั่วยุ  เป็นนายกฯพูดจาไพเราะแล้วทำอะไรได้ไหมล่ะ พูดแต่ครับๆดีๆ หรือทำโน้นทำนี้ให้ แล้วทำไม และขอให้จับตาตอนหาเสียง คนที่พูดอะไรไว้ทำอะไรได้บ้าง ถ้าไม่มีงบประมาณก็ทำไม่ได้ และขอโทษที่ไม่ได้ร่วมรับประทานอาหารด้วย ขออนุญาตกลับไปอยู่กับครอบครัว เพราะภริยากับลูกออกบ้านแต่เช้าไม่ได้เจอ เพราะตนทำงานแบบไม่มีวันหยุดราชการ 

"ขอเวลาหน่อยอย่าหาผมเห็นแก่ตัว หรือเป็นเผด็จการ หัวใจผมให้ท่านอยู่แล้ว ให้คนไทยทั้งประเทศ ถ้าผมไม่ได้เป็นคนแบบนี้ พูดกับท่านไม่ได้แบบนี้แน่ ต้องสงบเสงี่ยมเจียมตัว  ไม่ใช่ขยิบตาซ้ายขยิบตาขวา แต่ผมมองคนทั้งโลก เพราะผมไม่มีผลประโยชน์ใดๆทั้งสิ้น ซึ่งไม่มีใครรู้เท่าตัวเราเอง และทุกคนรู้ว่าผมเข้ามาเพื่ออะไร ก็อยากให้ช่วยกันทำงาน "พล.อ.ประยุทธ์กล่าว.

(คลิกที่รูป เพื่ออ่านข่าว)

 
 

 

 

 ...................................................

คนถือธง (รบ) ทำไมต้อง "สมชาย"?

    
 

    พลัน บิ๊กตู่-พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. ออกมาขานรับตุ๊กตากรอบวันเลือกตั้งจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ชุดใหม่ ตอกย้ำ ‘เลือกตั้ง ก.พ.2562’ พวกนักเลือกตั้งอาชีพเห็นแสงสว่างแห่งความหวังอีกครั้งสำหรับการเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้น (แท้จริง) เสียที
    หากบิ๊กตู่ไม่กลับคำ หาเหตุทอดเวลาไปอีก จะเหลือเวลาเพียง 6 เดือนเท่านั้น บรรยากาศการเมือง บรรยากาศเลือกตั้ง ที่คุ้นเคยจะกลับมาอีกครั้ง 
    พรรคเพื่อไทยในฐานะแชมป์เก่าในตลาดการเมือง เริ่มมีความเคลื่อนไหวที่น่าสนใจ นายใหญ่-ทักษิณ ชินวัตร, นายหญิง-ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เริ่มกลับมาเคลื่อนไหวทางการเมืองบ่อยจนผิดสังเกตผ่านโลกโซเชียล ไม่เหมือนก่อนหน้าที่ทั้งคู่ปิดวาจา จำศีล นิ่งเงียบมานาน ขณะเดียวกันแกนนำพรรค อดีต ส.ส.เพื่อไทย นัดแนะเดินทางไปหารือนายใหญ่-ทักษิณ กันอย่างคึกคักทั้งที่อังกฤษ ฮ่องกง เมืองจีน 
    ส่วนสถานการณ์ภายในพรรคเพื่อไทยเอง เริ่มมีการขยับเปลี่ยนแปลงอย่างน่าสนใจ โดยเฉพาะในส่วนของผู้ที่จะมาทำหน้าที่ ‘ถือธงนำทัพสู้ศึกเลือกตั้ง’ แม้ก่อนหน้านี้ หญิงหน่อย-สุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ มาแรง เต็งหนึ่งเป็นคนนำทัพ แต่อย่างที่รู้กัน สมาชิก อดีต ส.ส. แกนนำพรรคหลายคน ตั้งท่า ‘คัดค้าน ไม่เอาด้วย’ 
    หากขึ้นนำทัพ ศัตรูนอกพรรคว่าหนักหนา ปวดหัวแล้ว แต่ศึกในยังต้องพะวง ยังไม่ต้องพูดเรื่องนโยบาย ผู้สมัครชักธงรบลงสนามเลือกตั้งฝ่ายตรงข้ามเย้ยหยันทางการเมืองอย่างสนุกปากแน่
    ชื่อผู้ถือธงนำทัพมีการโยนชื่อออกมาอยู่เป็นระยะๆ ไม่ว่าจะเป็น เสี่ยอ๋อย-จาตุรนต์ ฉายแสง, เฮียเพ้ง-พงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล, เสี่ยแดง-พิชัย นริพทะพันธุ์ ถูกโยนออกมา ที่แต่ละคนก็ต่างมีทั้งจุดแข็ง-จุดอ่อน ทั้งหมดถูกจัดอยู่ในกลุ่มคนใกล้ชิดสายตรงทั้งสิ้น
    ชื่อที่โผล่ออกมาสร้างความเซอร์ไพรส์อย่าง พงศ์-ณัฐพงศ์ คุณากรวงศ์ นักธุรกิจหนุ่ม สามีเอม-พินทองทา ชินวัตร และ เชน-ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ นักวิชาการและบุตรชายคนโต สมชาย-เยาวภา วงศ์สวัสดิ์ แกนนำคนสำคัญในพรรคเพื่อไทย ด้วยความที่เป็นคนรุ่นใหม่ ภาพลักษณ์ดี แถมแบ็กอัพแข็งแรง แต่มองดูจากสถานการณ์การเมืองวันข้างหน้าที่ต่อสู้กันอย่างดุเดือด เดิมพันสูง ผลที่ตามมา อาจได้ไม่คุ้มเสีย  
    เมื่อพิจารณาจากหลายองค์ประกอบ หลายปัจจัย มาล่าสุด ‘สมชาย วงศ์สวัสดิ์’ อดีตนายกรัฐมนตรี เป็นแคนดิเดตที่มาแรงแซงทางโค้ง มีการวิเคราะห์ประเมินจุดแข็ง-จุดอ่อน กางเหตุผล ด้วยสถานการณ์นาทีนี้ ทำไมต้องเป็น สมชาย
     1.สายตรงคนในตระกูล ในเรื่องความไว้วางใจไม่ต้องพูดถึง 
    2.คนข้างหลัง คนข้างกายคนสำคัญ เจ๊แดง-เยาวภา ที่บรรดาอดีตรัฐมนตรี อดีต ส.ส. ให้ความเกรงใจอย่างมากแล้ว ตัวเลือกหากเป็นสามี คนข้างกาย การเปิดหัวท่อน้ำเลี้ยง การสนับสนุนปัจจัย ย่อมปล่อยตรงเต็มที่ 
    3.กองหนุน เป็นการสร้างขวัญกำลังใจให้แกนนำ สมาชิกพรรค อดีต ส.ส. แนวร่วมเสื้อแดง ที่สมชายเป็นคนที่ทุกฝ่ายยอมรับ หากก้าวขึ้นมาจะทำให้พรรคเกิดความเป็นเอกภาพในพรรค 
    4.มุมจิตวิทยาต่ออดีต ส.ส. ทำเห็นว่า รอบหน้าเพื่อไทยเอาจริง พร้อมท้ารบในสนามเลือกตั้ง ตามคำพูด ทักษิณที่ได้พูดกับแนวร่วมเสื้อแดงที่ฮ่องกง สงครามยังไม่จบ
    5.สมชายในวันนี้ปลอดข้อครหาทางการเมือง คดีสลายการชุมนุมพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย(พธม.) เมื่อปี 2551 พ้นผิด ในวันนี้กลายเป็นผู้บริสุทธิ์ ไม่มีคดีความให้ต้องกังวลอีกแล้ว
    6.ชื่อสมชายพ่วงทักษิณยังสามารถเรียกความนิยม จากฐานเสียงในต่างจังหวัดกลับมาได้ไม่ยาก
    7.ที่สำคัญที่สุด แม้ทักษิณจะประกาศไม่ยอมแพ้ พร้อมรบผ่านการเลือกตั้งรอบหน้า ถึงขั้นประกาศเป็น สงครามการเลือกตั้ง แต่ต้องไม่ลืมในอีกแง่หนึ่ง อาจเป็นเพียงการพูดเพื่อสร้างขวัญกำลังใจให้สมาชิกพรรค ท่ามกลางกระแสข่าวการดูด ส.ส. และการเร่งเครื่องทำนโยบายจากรัฐบาลทหาร เจาะฐานเสียงอย่างหนัก
    แต่หากสถานการณ์ประเมินแล้วไม่เอื้ออำนวย การปรับโหมดมาสู้เพื่อรักษาพรรค รบไปเจรจาไป ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้ หรือหากจังหวะเอื้ออำนวยจริง สู้หวังเอาชนะร่วมกับพรรคพันธมิตรก็ยังได้ 
    ด้วยสถานการณ์การเมืองที่แหลมคม คนที่เข้ามารับธงรบต้องครบเครื่อง เป็นได้ทั้งสัญลักษณ์ ทั้งพร้อมชน ผ่อนหนักผ่อนเบา แถมเก๋าเกมการเมือง เข้าใจสถานการณ์ ความเป็นไป นาทีนี้จะมีใครเป็นตัวเลือกดีกว่าคนในตระกูลที่เผชิญชะตากรรมทั้งหลายมาด้วยกันอีก.

 

ศาลให้ประกันตัว 'อริสมันต์' 5 ล้าน คดีสนับสนุน 'วัฒนา' เอื้ออาทรมิชอบ

    
 

แฟ้มภาพ

24 ส.ค.61  -นายกัณต์พัศฐ์ สิงห์ทอง ทนายความของนายอริสมันต์ พงศ์เรืองรอง อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคไทยรักไทย เปิดเผยว่า ภายหลังจากที่เมื่อวานนี้นายอริสมันต์ได้เดินทางไปแสดงตัวต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง พร้อมยื่นคำร้องพร้อมหลักทรัพย์เป็นเงินสดเพื่อขอประกันตัวในคดีทุจริตโครงการบ้านเอื้ออาทร พร้อมยื่นหลักทรัพย์เป็นเงินสด 3 ล้านบาท แต่ศาลพิจารณาพฤติการณ์แห่งคดีแล้ว กำหนดหลักทรัพย์ยื่นประกันในส่วนของนายอริสมันต์จำนวน 5 ล้านบาท (เท่ากับราคาประกันของนายวัฒนา เมืองสุข รมว.พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ยุครัฐบาลทักษิณ 2 และแกนนำพรรคเพื่อไทย จำเลยที่ 1 คดีทุจริตโครงการบ้านเอื้ออาทร) ทำให้หลักทรัพย์ที่เตรียมนำไปยื่นไม่เพียงพอ ในวันนี้ตนจึงนำสมุดบัญชีเงินฝากธนาคารกรุงไทยจำนวน 5 ล้านบาทมายื่นต่อศาล ซึ่งศาลพิจารณาคำร้องพร้อมหลักทรัพย์แล้ว มีคำสั่งอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวนายอริสมันต์ โดยกำหนดเงื่อนไขห้ามเดินทางออกประเทศเว้นได้รับอนุญาตจากศาล คาดว่านายอริสมันต์จะได้ออกจากเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ในวันนี้ (24 ส.ค.) เวลาประมาณ 20.00 น.

ทนายความของนายอริสมันต์กล่าวต่อไปว่า นายอริสมันต์จะต้องเดินทางไปในวันนัดสอบคำให้การวันที่ 5 ต.ค.นี้ ซึ่งเป็นวันนัดพิจารณาคดีครั้งแรกพร้อมกับสำนวนของนายวัฒนา เมืองสุข คดีทุจริตโครงการบ้านเอื้ออาทรในสำนวนหมายเลขดำ อม.42/2561 ในวันนั้นนายอริสมันต์ก็ไม่ต้องยื่นประกันตัวใหม่ เนื่องจากยื่นประกันในวันนี้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ตนยืนยันว่าคดีนี้ในวันดังกล่าว นายอริสมันต์จะเดินทางไปแน่นอน เราแสดงเจตนาไม่หลบหนี สู้คดีโดยมาแสดงตัวก่อนวันนัดพิจารณาคดีครั้งแรก ยืนยันว่าคดีนี้นายอริสมันต์ไม่เกี่ยวข้องในโครงการบ้านเอื้ออาทรและนายวัฒนา ตอนเกิดเหตุนายอริสมันต์ก็ไม่ได้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง โดยหลังจากนี้เราจะดูรายละเอียดในสำนวนและจะมีการฟ้องกลับ ส่วนจะฟ้องใครบ้างในขณะนี้ยังไม่สามารถระบุได้ เนื่องจากยังไม่ทราบรายละเอียดในสำนวนที่กำลังจะมีการพิจารณาคดี

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับสำนวนคดีส่วนนี้เป็นคดีหมายเลขดำ อม.102/2561 ที่อัยการสูงสุดเป็นโจทก์ยื่นฟ้องนายอริสมันต์, บริษัท พาสทิญ่าไทย จำกัด, บริษัท นามแฟทท์ คอนสตรัคชั่น (ประเทศไทย) จำกัด, บริษัท พรินซิพเทค ไทย จำกัด และ น.ส.สุภาวิดา คงสุข กรรมการผู้มีอำนาจทำการแทน บริษัท ไทยเฉนหยูฯ เป็นจำเลยที่ 1-5 ในความผิดฐานเป็นผู้สนับสนุนนายวัฒนา อดีต รมว.พม.ซึ่งเป็นเจ้าพนักงานใช้อำนาจในตำแหน่งโดยมิชอบ ข่มขืนใจหรือจูงใจ เพื่อให้บุคคลใดมอบให้หรือหามาให้ซึ่งทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใด แก่ตนเองหรือผู้อื่น และสนับสนุนนายมานะ วงศ์พิวัฒน์ อดีต กคช. ซึ่งเป็นพนักงานเรียก รับ หรือยอมจะรับทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดสำหรับตนเองหรือผู้อื่นโดยมิชอบ เพื่อให้กระทำการหรือไม่กระทำการอย่างใดในตำแหน่งไม่ว่าการนั้นจะชอบหรือมิชอบด้วยหน้าที่ ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 148  และ พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ พ.ศ.2502 มาตรา 6 ประกอบประมวลกฎหมายอาญามาตรา 86, 91 ภายหลังจากศาลมีคำสั่งประทับรับฟ้องคดีไว้พิจารณา เมื่อวันที่ 17 ส.ค. ที่ผ่านมา

....................................................

24 สิงหาคม 2561

 

โดย นายยั้งคิด

 

กลับไปที่ www.oknation.net