วันที่ เสาร์ กันยายน 2561

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

งู…ผม…ถอดบทเรียน


   เจองูกับแขกพร้อมกัน  คุณจะตีอะไรก่อน

   ถ้าคุณเชื่อสุภาษิตไทย  คุณตีแขกก่อน

   สุภาษิตแบบนี้เป็นตัวอย่างที่ดีในเรื่องของการเหยียดเชื้อชาติแบบไทยๆ ที่ทุกวันนี้ก็ยังฝังรากลึกลงในสังคมไทย แถมยังลามไปยังเชื้อชาติเดียวกัน แต่มีความคิดเห็นทางการเมืองที่แตกต่างกันเช่น ควายแดง แมลงสาบ

 

   แต่วันนี้ไม่ได้คิดจะเขียนบทความในเรื่องนี้  บทความนี้เกิดจากที่ผมนั่งดื่มกาแฟพร้อมซาลาเปาไส้หมูสับไข่แดงในสวนข้างบ้าน  ขณะที่กำลังชื่นชมกับบรรยากาศตอนเช้าและสนามหญ้าโทรมๆอยู่นั้น  งูสีน้ำตาลขนาดลำตัวนิ้วกว่าๆ ยาวประมาณไม้บรรทัดครึ่ง ก็อยู่ในอารมณ์เดียวกับผม เพียงแต่อยู่ห่างจากผมไปสักสองเมตรกว่าๆ

 

   ผมนั่งดูมันอยู่สักสองสามนาที  มันนอนนิ่งเงียบอยู่ตรงจุดนั้น  ด้วยสัญชาตญานหรืออะไรบางอย่าง ทำให้มันเริ่มค่อยๆเลื้อยเข้าไปในกองถุงดินและปุ๋ยที่วางเกะกะอยู่แถวนั้น

 

   ผมมีทางเลือกอยู่สองทาง  หนึ่งจัดการฆ่ามันเสียหรือสอง ไล่มันให้ออกไปพ้นบ้านผม หรือข้อสามหาแขกมาตีก่อนตีงู ซึ่งทางเลือกที่สามนี้ดูจะเป็นทางเลือกที่เลอะเทอะ เพราะนอกจากหมู่บ้านของผมไร้ซึ่งบังทั้งโพกผ้าและไม่โพกผ้าแล้ว  มันก็ยังไม่มีเรื่องอะไรที่จะเกี่ยวข้องกับแขกในกรณีนี้ นอกจากผมดันบังเอิญคิดถึงสุภาษิตไทยขึ้นมาในหัว

 

   ทางเลือกที่หนึ่ง ดูจะเป็นทางเลือกที่ง่ายที่สุด เพราะผมสามารถเลือกไม้หรือเหล็กยาวๆ ที่ว่างอยู่ไม่ไกลจากมือของผมมากนัก  แค่เอามาเขี่ยๆกองถุงปุ๋ยที่มันแอบซ่อนอยู่ เจอเมื่อไหร่ก็ซัดเลย ง่ายๆแค่นั้น

 

   ข้อเสียของมันคือ ทำไมผมต้องฆ่ามันด้วยละ  มันทำอะไรผมหรือ  ที่ๆผมอยู่อาจป็นที่อยู่ของมันตั้งแต่ปู่ย่าตายายมานมนาน  ผมต่างหากที่มารุกรานมัน แล้วยังจะฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ของมันอีก

 

   พวกเราเป็นเผ่าพันธุ์แห่งความรุ่นแรงอยู่แล้ว  เราเป็นพวกหมกมุ่นอยู่กับการฆ่าและเรื่องเพศ  เราฆ่าเพียงเพราะความรำคาญ ความกลัว ความเกลียด และอารมณ์อื่นๆอีกมากมาย รวมทั้งความรัก!  นอกจากนี้แล้ววันๆยังคิดแต่เรื่อง sex โดยเฉพาะบรรดาผู้ชายทั้งหลาย

 

   ทั้งหมดที่ว่ามานี้ ผมไม่ได้พูดเอาเองนะครับ มันเป็นงานวิจัยของพวกสังคมศาสตร์  เมื่อผมเรียกตัวเองว่าชาวพุทธ ผมควรที่จะทำตัวดีกว่านี้  อย่างน้อยก็มีศีลข้อหนึ่งกำกับอยู่ในใจผมว่า อย่าทำร้ายสัตว์ อย่าฆ่า อย่าทรมาน ไม่งั้นความเมตตาก็เป็นคำพูดติดปากที่ดูเป็นคนดี๊ดี มือถือสากอันเบ่อเร้อ ที่เจ้าตัวไม่เคยรู้สึกว่ามีอยู่ และเรียกตัวเองว่าเป็นคนมีศีลธรรม โดยที่เพื่อบ้านรอบๆ ไม่มีใครอยากจะเสวนาด้วยสักคนเดียว

 

  ทางเลือกที่สองอาจจะดีก็ได้  ไล่มันออกให้พ้นบ้านผมไปเสีย  ผมเลยวางแผนที่จะจับมันใส่ถุงปุ๋ยแล้วไปปล่อยที่นอกรั้วหมู่บ้าน  ที่มันเป็นพงหญ้าอยู่ มันจะได้อยู่อย่างมีความสุข ไม่มีมนุษย์มาคอยรบกวนมัน รวมทั้งมนุษย์อย่างผม ที่ยังอยู่ร่วมกับมันไม่ได้ เพราะความกลัวว่ามันจะกัดผมหรือลูกเมียของผม

   งูนี่มันมีความว่องไวมาก  ขนาดผมเอาถุงมาวางกับดักตามทางที่คาดว่ามันจะเลื้อยผ่าน  ผลคือมันเลื้อยหลบถุงไปที่ข้างกำแพงบ้านอย่างรวดเร็ว จนผมทำอะไรไม่ถูกในตอนนั้น  ต่อให้คิดจะตีให้ตาย ก็ตีไม่ทัน  

 

   ข้างกำแพงบ้านผมมีกอต้นจั๊งปลูกอยู่เรียงป็นแถว  สิ่งที่ผมทำได้คือใช้น้ำฉีดไล่มันให้ออกไปทางหน้าบ้าน  มันก็เข้าไปซ่อนในกระถางที่คว่ำอยู่ตรงใกล้รั้วที่โปร่งหน้าบ้าน  ผมเลยหยุดการไล่มันไว้เท่านี้ โดยมีความหวังว่า เมื่อเรื่องมันสงบแล้ว มันคงหาทางที่จะออกไปจากบ้านผมได้

 

   เรื่องนี้มันบอกผมว่าอะไร  ไม่รู้เหมือนกัน  สมัยนี้คำว่า “ถอดบทเรียน” กลายเป็นคำฮิตติดปากคนหลายๆคน  เราต้องถอดบทเรียนกรณีทีมหมูป่าติดถ้ำ  เราต้องถอดบทเรียนการรัฐประหาร เพื่อไม่ให้เกิดขึ้นอีก  เราต้องถอดบทเรียนน้ำท่วม การบริหารการจัดการน้ำ  เรื่องนักเรียนอาชีวะตีกันนะ จะได้ไม่เกิดขึ้นอีก และอื่นๆอีกมากมาย

 

   สุดท้ายสิ่งที่เราถอดบทเรียน มันก็เกิดขึ้นซ้ำซากเหมือนเดิม

 

   เราเลยเป็นสังคมถอดบทเรียน แต่ไม่เคยเรียนรู้จริงๆสักที

 

โดย ปากไก่

 

กลับไปที่ www.oknation.net