วันที่ พุธ กันยายน 2561

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

สุลาเวสี เกาะมหัศจรรย์ 2


 

   วันหนึ่งในช่วงเวลาเย็นเราได้นั่งเรือออกไปดู Great-billed kingfisher  คาดหมายไม่ได้ว่าจะเจอหรือเปล่า จะเจอหรือไม่เจอไม่ใช่ปัญหาใหญ่อะไร แต่ที่สุดประทับใจคือความสวยงามของทะเลยามเย็น ระหว่างที่นั่งเรือไปจะพบเห็นซุ้มสำหรับดักปลาเหมือนกับบ้านขนาดย่อมๆหลายหลังที่เดียว การออกแบบดูแล้วน่าทึ่งในภูมิปัญญาของเขา เรือที่เรานั่งไปเป็นเรือแบบโบราณลักษณะเหมือนๆกับเรือแคนู ซึ่งประเทศแถบทะเลใต้มักใช้กันเกือบทุกประเทศ สองข้างของลำเรือมีไม้ไผ่ยื่นออกไปเหมือนเรายื่นแขนสองข้างออกไป วัตถุประสงค์น่าจะกันไม่ให้เรือโคลง เวลาเรานั่งเรือวิ่งไปนิ่งมากๆ จะมีน้ำกระฉอกมาบ้างเมื่อมีคลื่นซัดเข้าหา เมื่อเรือเข้าไปในลำคลองนายท้ายเรือก็ดับเครื่องยนต์ แล้วใช้ไม้พายพายไปเรื่อยๆ เรานั่งกันนิ่งสายตามองไปตามต้นไม้ที่มีกิ่งยื่นออกมาเหนือลำคลอง เพราะนกจะเกาะกิ่งนิ่งมองหาปลาที่แวกว่ายในลำคลอง สิ่งที่ไม่คาดหวังมักจะมาแทบทุกครั้ง เราเจอ Great-billed kingfishe เกาะนิ่งอยู่บนกิ่งไม้สายตาก็จ้องอยู่ในสายธารมองหาปลา

 ความสงบของทะเลยามเย็น 

 เตรียมลงเรือไปดู Great-billed kingfisher 

นาวาที่นำเราไป มีไม่ไผ่ยื่นออกมาสองด้านคล้ายแขนเพื่อค้ำยันไม่ให้เรือโคลง

ชายหาดสีดำจากเนื่องจากหินทรายภูเขาไฟ

ขอให้โชคดีนะ ได้เจอนกที่อยากเจอ

เก็บเกี่ยวบรรยากาศทุกมุมทุกฉากที่ผ่านตา

เห็นกระท่อมกลางทะเลอยู่ไกลๆ

เข้ามาดูใกล้ๆ ใต้ท้องเป็นที่ดักปลา จะมีรอกกว้านขึ้นมาเก็บในกระชังข้างบน

 เรือแล่นมาจนถึงปากคลอง

เราต้องลงเดินมารอเรือเพราะลำคลองตื่นเขินเนื่องจากอยู่ในช่วงน้ำทะเลลง

 เรือน้อยแล่นไปอย่างสงบปราศจากเสียงใดๆมารบกวน ได้ยินแต่เสียงจ้วงของฝีพายที่กระทบผืนน้ำเพียงเบาๆ

ยิ้มหน้าบานไว้ก่อน แต่ไม่รู้ว่าจะเจอนกหรือเปล่า 

ฝีพายจ้วงพายไปด้วยจิตใจอันสงบ

แสงนุ่มนวลสาดมายังสายธาราที่สงบนิ่ง ทำให้หัวใจเหมือนจะหยุดความเคลื่อนไหว

Great-billed kingfisher 

ดื่มด่ำกับธรรมชาติยามตะวันจะพลบค่ำหลังจากชื่นชม Great-billed kingfisher 

ความสวยงามของธรรมชาติแตกต่างตามแต่ช่วงเวลา

เจ้าของกระท่อมน้อยกลางทะเลขอพักผ่อนก่อนจะลุกขึ้นมาต่อสู่กันในวันใหม่

ภูผาผงาดง้ำริมมหาชลาลัย

วันข้างหน้าจะเป็นอย่างไรฉันไม่รู้  แต่วันนี้ขอเก็บเกี่ยวความสุขกายและสุขใจให้เต็มปริ่ม 

 นาวาลำน้อยที่คอยประคับประคองชีวาลัยในมหาสมุทร

อีกเช้าหนึ่งที่เราต้องสมบุกสมบันกันมากเพราะเจ้า Maleo  นกมาลิโอเป็นนกที่อยู่เฉพาะเกาะสุลาเวสีเท่านั้น เป็นนกที่มีนิสัยแปลกชอบขุดหลุมทำรังอยู่ตามพื้นทรายภูเขาไฟที่มีความร้อนสูง เมื่อออกไข่ก็จะฝังกลบด้วยทรายภูเขาไฟที่มีความร้อนจากใต้แผ่นดินและความร้อนที่มาจากแสงอาทิตย์จนกระทั่งไข่ฝักตัวออกมาเองแล้วก็ออกวิ่งหากินได้ทันทีโดยพ่อและแม่ไม่ต้องเลี้ยงดู เราต้องนั่งเรือจากที่พักแล่นไปชายฝั่งเกือบๆชั่วโมงเมื่อถึงฝั่งเราต้องปีนขึ้นไปตามโขดหินแล้วมุดเข้าถ้ำไปอีกประมาณยี่สิบเมตรจนกระทั่งถึงพื้นที่โล่งๆ ต่อจากนั้นจึงเดินเท้าต่อไปอีกราวๆห้าร้อยเมตรจึงถึงที่ทำรังวางไข่ของมาลิโอ เราตั้งบังไพรรอตั้งแต่ก่อนพระอาทิตย์ขึ้นรอจนกระทั่งแปดโมงเช้าเจ้า Maleo ก็ไม่ยอมโผล่ออกมา รอนานกว่านี้ก็ไม่เป็นผลเพราะนกจะออกมาหากินตั้งแต่เช้า หากว่าสายพระอาทิตย์ขึ้นแดดแรงนกจะไม่มาแล้ว เป็นอันว่าเราได้แต่ฝากเอาไว้ว่าไม่วันใดวันหนึ่งเราอาจจะกลับมาเพื่อยลเจ้ามาลิโออีกสักครั้ง


 นั่งเรือมาถึงจุดที่ชม Maleo

 เรือน้อยสองลำลอยล่องคอยเวลา

ทะเลสงบปราศจากคลื่นลม ชีวิตของคนถ้าจะสุขจงเป็นดั่งทะเลที่ราบเรียบ

มาเถอะมา มาร่วมลงนาวาลำเดียวกัน

 สมบุกสมบันปีนผามุดถ้ำเพื่อไปเฝ้าดู Maleo

โผล่พ้นถ้ำก็เจอทุ่งหญ้าอัลไพน์ 

 

Maleo ภาพจาก Wikipedia

 

   เรากลับทางเดิมด้วยการมุดลอดถ้ำออกมาอีกครั้งหนึ่งค่อยๆไต่ลงมาตามโขดหิน เรากลับลงมาน้ำทะเลหนุนสูงจนชาดหาดที่เราลงเรือครั้งแรกจมหายไป เรือที่จะเข้ามาเทียบรอให้เราขึ้นลอยเคว้งอยู่ในทะเล เราต้องลุยน้ำทะเลไปขึ้นเรือ ระหว่างนั่งเรือไปได้สักครึ่งชั่วโมงได้รับการเตือนจากฮ้งว่าให้ระวังโจรสลัด เตรียมตัวให้พร้อม นักเดินเรือในสมัยโบราณได้ยินคำว่าโจรสลัดย่อมกลัวจนไม่อยากจะออกเรือ แต่เรากลับยินดีที่สุดเพราะในเมืองไทยแถบจะไม่มีโจรสลัดเลย เราอยากเจอโจรสลัดเป็นอย่างยิ่ง เรือวิ่งมาได้อีกครู่หนึ่งโจรสลัดที่เราอยากเจอก็ปรากฏขึ้น ณ เบื้องหน้า จุดดำๆเล็กๆค่อยๆใหญ่ขึ้นๆเมื่อเรือวิ่งไปข้างหน้า หลังจากนั้นเราก็ได้จังหวะระรัวชัคเตอร์กันไม่ยั้ง เมื่อผ่านจากโจรสลัดเราก็ขึ้นฝั่งแวะไปดูทาร์เซียอีกครั้งว่ายังอยู่หรือเปล่า เมื่อสองวันก่อนเราเจอทาร์เซียใกล้ค่ำแล้วเสียงไม่มีจนเราบันทึกภาพได้ไม่ค่อยชัดเจนนัก วันนี้จึงถือโอกาสเดินไปยังต้นไม้โบราณที่ห่างจากจุดเรานั่งพักรออาหารมื้อเที่ยงไม่ไกลนัก เราเจอเจ้าทาร์เซียออกมาเกาะต้นไม้ในท่าเดิม บันทึกภาพไว้สี่ห้าภาพก็กลับมารออาหารเที่ยง


ลาก่อน Maleo ว่างเมื่อไหร่จะแวะมาอีก

 เบิกบานแม้จะไม่เจอ Maleo

หาดทรายดำหินงามทะเลใสปะการังสวย เป็นธรรมชาติอันงดงามของสุลาเวสี 


นกโจรสลัดใหญ่ Great Frigatebird

นกโจรสลัดเล็ก Lesser Frigatebird

   นกโจรสลัดที่พบในเมืองไทยมี ๓ ชนิด คือนกโจรสลัดใหญ่ นกโจรสลัดเล็ก และนกโจรสลัดเกาะคริสต์มาส ทั้ง ๓ ชนิดเป็นนกอพยพ สถานะหายาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งนกโจรสลัดเกาะคริสต์มาส อยู่ในสถานภาพเป็นนกใกล้สูญพันธุ์อย่างยิ่งในระดับโลก แต่ยังสมารถพบได้ทางทะเลฝั่งอันดามัน

   ก่อนอาหารเราเดินเข้าไปในเทรลอีกครั้งหนึ่งได้เจอนกอีกหลายชนิด ระหว่างทางเราแวะดูทาร์เซียอีกครั้งหนึ่ง เจอช่วงกลางวันแบบนี้จะเห็นเขาชัดมาก แววตาดูแล้วน่าสงสาร เป็นแววตาที่เหมือนกับวาดระแวงและเศร้าหมอง แต่ทว่ากลางคืนกลับตรงกันข้าม เรามาอ่านข้อมูลของลิงทาร์เซียจากข้อมูลดีกว่า

   ลิงทาร์เซียร์ (อังกฤษ: tarsier) หรือ มามัก (ตากาล็อก: mamag) เป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมขนาดเล็กในอันดับไพรเมตที่วิวัฒนาการมาจากยุคไอโอซีนจนมาถึงยุคปัจจุบัน ที่มีรูปร่างลักษณะไม่เปลี่ยนแปลงจากเดิมมากนัก มีเพียงวงศ์เดียว คือ Tarsiidae และสกุลเดียวเท่านั้น คือ Tarsius

   ถิ่นที่พบ ทาร์เซียร์จัดเป็นไพรเมตที่มีจมูกแห้ง เป็นสัตว์เฉพาะถิ่น ที่ปัจจุบันเหลืออยู่จำนวนน้อยพบกระจายอยู่เฉพาะที่เกาะบอร์เนียว, สุมาตรา, ซูลาเวซี ในประเทศอินโดนีเซีย และหมู่เกาะฟิลิปปิน

   ลักษณะ ทาร์เซียร์มีลักษณะพิเศษที่แตกต่างจากไพรเมตจำพวกอื่นคือมีขนาดเล็กมากโดยมีน้ำหนักตัวเพียง 80-150 กรัม ขนาดความยาวลำตัวไม่นับหางราว 5 นิ้วเท่านั้น นับเป็นสัตว์ในอันดับไพรเมตที่มีขนาดเล็กที่สุดในโลกจำพวกหนึ่ง แต่มีหางที่เรียวยาวเป็น 2 เท่าของความยาวลำตัว มีเบ้าตาขนาดใหญ่มาก มีกระดูกข้อเท้าหลังที่ยาวใช้ในการกระโดดและกระโดดได้ไกลและว่องไวเหมือนกบ[2] มีนิ้วมือเรียวยาวมาก และมีเล็บแบน เว้นแต่นิ้วที่ 2-3 จะมีกรงเล็บ และสามารถหมุนคอได้ 180 องศา คล้ายกับนกเค้าแมว อันเป็นการวิวัฒนาการแบบเข้าหากัน มีพฤติกรรมอาศัยโดยเกาะอยู่ตามต้นไม้ กินแมลงเป็นอาหาร และหากินในเวลากลางคืน

   ทาร์เซียร์หากินในเวลากลางคืน ในเวลากลางวันจะเซื่องซึม จะอาศัยหลับนอนตามโพรงหรือรอยแตกแยกของต้นไม้ใหญ่ เช่น กร่าง ที่ขึ้นเป็นกาฝากของต้นไม้ใหญ่ ทาร์เซียร์จะปล่อยกลิ่นที่ฉุนเพื่อประกาศอาณาเขตตามโคนต้นไม้ที่อาศัยอยู่ ซึ่งชาวพื้นเมืองของเกาะซูลาเวซีที่รับประทานทาร์เซียร์เป็นอาหาร เนื่องจากอาหารที่หายากบนเกาะ จะตามรอยทาร์เซียร์ได้จากการดมกลิ่นนี้ตามต้นไม้ ทาร์เซียร์เมื่อแรกเกิดมีขนาดใหญ่กว่าสัตว์ในอันดับไพรเมตทั่วไป เทียบเท่ากับมนุษย์คลอดลูกที่มีความสูงถึง 80 เซนติเมตร แม้ลูกทาร์เซียร์จะเกาะหลังแม่เหมือนไพรเมตทั่วไป แต่ลูกทาร์เซียร์จะอาศัยพึ่งพิงแม่ในระยะเวลาเพียง 1 เดือนเท่านั้น

   ตาของทาร์เซียร์มีขนาดใหญ่ อันเป็นการวิวัฒนาการเพื่อสำหรับการหากินในเวลากลางคืน แต่ทาร์เซียร์สูญเสียทาพีตัม ลูซิเดี่ยมในดวงตาที่สำหรับใช้เก็บแสงได้เป็นอย่างดี ซึ่งจำเป็นในการหากินในเวลากลางคืน อันเป็นข้อสันนิษฐานว่าทาร์เซียร์ดั้งเดิมเคยเป็นสัตว์ที่หากินในเวลากลางวัน และเมื่อทาร์เซียร์ต้องปรับตัวมาหากินในเวลากลางคืน เลยชดเชยด้วยการวิวัฒนการดวงตาให้มีขนาดใหญ่ แต่ทาร์เซียร์ไม่สามารถกรอกลูกตาไปมาได้ ซึ่งขนาดตาของทาร์เซียร์นั้นใหญ่กว่าสมองเสียอีก มีเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 2 เซนติเมตร และนับว่าเป็นตาของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก เทียบเท่ากับมนุษย์มีตาขนาดเท่าลูกมะพร้าว

   ใบหูของทาร์เซียร์มีขนาดใหญ่ ใช้สำหรับการฟังเสียง เนื่องจากทาร์เซียร์ติดต่อสื่อสารกันด้วยเสียงร้องที่มีความถี่ 70 เฮิรตซ์ และสามารถรับฟังเสียงที่มีความถี่สูง 90 เฮิร์ตซ์ ซึ่งทาร์เซียร์แต่ละชนิดจะส่งเสียงร้องที่แตกต่างกัน และเสียงร้องของทาร์เซียร์แต่ละชนิดที่แตกต่างกัน จะไม่ได้รับการตอบสนองจากทาร์เซียร์ต่างชนิดกัน

   อาหาร ทาร์เซียร์กินแมลงเป็นอาหารหลัก สามารถกระโดดได้ไกลถึง 290 เซนติเมตร ในแนวราบ เทียบกับมนุษย์ที่มีความสูง 175 เซนติเมตร กระโดดได้ไกลถึง 19 เมตร ในวัน ๆ หนึ่งทาร์เซียร์จะกินอาหารได้มากถึงร้อยละ 10 ของน้ำหนักตัว เมื่อจะหากินทาร์เซียร์จะขยับใบหูไปมาเพื่อรับฟังเสียง ก่อนที่สายตาจะมองหา และกระโดดเข้าไปจับกินด้วยการกัดก่อนอย่างรวดเร็ว(ข้อมูลจาก วิกิพีเดีย)

 

แววตาหวาดระแวงและเศร้าหมอง

มาทำอะไรกันเหรอมนุษย์ มาเฝ้าดูเราไม่เว้นแต่ละวัน เราจะนอนก็เอาไม้มาแหย่ให้เราออกมาโชว์ตัว

กลับไปเถอะฉันจะนอนพักผ่อน

ขนาดเล็กมากเมื่อเทียบกับต้นไม้มหัศจรรย์

Collared kingfisher

 Red-backed thrush

 

ขอบคุณมากครับที่เข้ามาชม

___________________________________

 

เรื่องย้อนหลัง>>>> สุลาเวสี เกาะมหัศจรรย์(ตอน๑)

 

               สุลาเวสี เกาะมหัศจรรย์(ตอน๓)

โดย สำรวจฟ้า

 

กลับไปที่ www.oknation.net