วันที่ เสาร์ กันยายน 2561

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

สัมภาษณ์พิเศษ บุหลัน รันตี


สั ม ภ า ษ ณ์ พิ เ ศ ษ
บุหลัน รันตี
(หมายเหตุ เป็นการรวบรวมคำถามจากนักอ่านทั่วประเทศ)
 
1.Andy Phunketkarn รบกวนถามคุณบุหลัน รันตี ในอนาคตคิดว่าเด็กรุ่นใหม่จะได้ผจญภัยแค่ในหนังสือหรือไม่ เมื่อป่าหมด และธรรมชาติถูกทำลายลงไป
 
ตอบ สวัสดีครับคุณแอนดี้ ยืนยันว่าไม่ครับ เยาวชนรุ่นใหม่จะยังคงมีป่าให้เดินให้ผจญภัยเหมือนเดิม มีหนังสือป่าให้อ่าน เพียงแต่รูปแบบการเดินป่าอาจเปลี่ยนไปตามความเหมาะสมและปรับปรุงให้ร่วมสมัย หนังสือป่าก็จะสอดแทรกการยังชีพในรูปแบบการใช้อุปกรณ์สมัยใหม่มากขึ้น วิถีเก่าๆ ก็จะเลือนหายไปตามกาลเวลา เด็กๆ จะเรียนรู้เรื่องการเดินป่าตั้งแต่ในโรงเรียนแล้ว เพราะอนาคตป่าอาจจะลดจำนวนของป่าสมบูรณ์ลง ในขณะที่พื้นที่ป่าเท่าเดิมหรือลดลงเล็กน้อย ป่าแท้ๆ เหลือจำกัด ป่าใหม่ถูกสร้างแทนที่ ทว่ากระแสอนุรักษ์เข้มแข็ง กลุ่มจิตอาสาทำงานมีเป้าหมาย รวมกลุ่มชัดเจน มุ่งมั่น ประสานกับเจ้าหน้าที่ภาครัฐ จะช่วยให้ป่ายังคงอยู่ต่อไป อาจจะมีบ้างในเรื่องของภัยธรรมชาติและสัตว์ป่าเปลี่ยนพฤติกรรม มีทั้งเชื่องขึ้นและก้าวร้าวมากขึ้นทำให้การเดินป่าถูกจำกัด และมีข้อบังคับเป็นกฎระเบียบใหม่ๆ ออกมา
 
 
2.Keng Pralongpol อยากถามถึง ประสบการณ์ "เสียวที่สุด" ในป่าของพี่บุหลันคือเหตุการณ์ไหนครับ
 
ตอบ สวัสดีครับคุณเก่ง บก.คนขยันแห่งต่วยตูน ที่หวาดเสียวจนจดจำขึ้นใจทุกวันนี้คือตอนที่เดินป่าในพม่าคนเดียว ราวปี 2531-32 อายุน่าจะ 20 ปีต้นๆ กำลังหนุ่มฟ้อหล่อเฟี้ยว จากค่ายทุเรียนหมู่บ้านทหารกะเหรี่ยงเคเอ็นยู.ไปยังท่าเรือม่องทะหรือปากห้วยโป่ง ในรัฐกะเหรี่ยง ต้องค้างคืนในป่าคืนหนึ่ง มีเพียงปืนสั้นติดตัวกระบอกเดียว ระหว่างทางกลางป่าเปลี่ยว สวนกับกองกำลังทหารพม่านับร้อยคน ได้ยินเสียงปืนดังขึ้นก่อนนัดหนึ่ง ไม่รู้เป็นใคร ไม่รู้ยิงอะไร จึงรีบหลบลงข้างทาง ซ่อนตัวในป่าห่างจากทางเดินประมาณ 30 เมตร อึดใจใหญ่ก็เห็นทหารพม่าติดอาวุธพร้อมเต็มอัตรา เดินแถวตอนเรียงเดี่ยวตามกันมายาวเหยียด แทบจะลืมหายใจ หมอบแนบพื้นแทบจะแทรกแผ่นดิน ถ้าคนหนึ่งคนใดสังเกตเห็น ผมคงไม่รอดมาจนถึงทุกวันนี้ สมัยนั้นทหารพม่าโหดมาก ฆ่าทิ้งอย่างเดียว
 
3.จงเจริญ อยากทราบว่าทำไม..อ.บุหลัน รันตี ถึงชอบทีมลิเวอร์พูลครับ
 
ตอบ สวัสดีครับคุณจงเจริญ ชอบเพราะความเป็นนักสู้ครับ ชอบการเล่นเกมบุก ชอบในความเป็นสุภาพบุรุษ ฟุตบอลแพ้-ชนะ ไม่สำคัญเท่ากับการอยู่ในเกมลูกผู้ชาย ความมีมานะ เรียนรู้ ปรับปรุงตลอดเวลา และชอบแฟนๆ ลิเวอร์พูลส่วนใหญ่ที่ไม่ใช้คำหยาบคายก่นด่าแฟนบอลฝ่ายตรงข้าม วันที่ทีมเราแพ้เราก็หัวเราะได้ วันที่ทีมเราชนะเราก็ภูมิใจเงียบๆ ฟุตบอลเป็นเกมที่สวยงาม ผู้เล่นทุกคนต้องมีหัวใจเดียวกัน จึงจะสามารถขับเคลื่อนให้รื่นไหลในทิศทางเดียวกัน ฟุตบอลคือเกมแห่งสปิริต ลิเวอร์พูลคือทีมที่มีนักเตะ มีกองเชียร์ และมีทีมงานที่มีสปิริต แพ้ชนะจึงไม่ใช่เรื่องสำคัญสำหรับพวกเรา ขอแค่เต็มที่กับทุกเกม เราพอใจแล้ว
 
4.มานพ แก้วสนิท งานเขียนตัวเองเรื่องไร ที่คุณบุหลันว่าเขียนยากที่สุด และทำไมจึงเขียนยาก
 
ตอบ นวนิยายเรื่องไพรเดือนแรม,แผ่นดินเลือด และเรื่องสาบสมิงครับอาจารย์มานพ เรื่อง “ไพรเดือนแรม” บอกเล่าวิถีชีวิตตั้งแต่เกิดจนตายของชาวกะเหรี่ยงที่อาศัยอยู่ในป่าต้นน้ำ สอดแทรกด้วยประเพณี วัฒนธรรม ความเชื่อ อาชีพ ตัวตนและอุดมการณ์ จึงต้องใช้เวลาศึกษาและเก็บข้อมูลนานมาก กว่า 20 ปี สำหรับการเขียนเรื่องนี้ครับ รวมทั้งแผ่นดินเลือดด้วยเช่นกัน ส่วน “สาบสมิง” เป็นนิยายไตรภาค คือปัจจุบัน อดีต และอดีตซ้อนอดีต แต่ละช่วงเวลาจึงต่างกันทั้งฉาก ตัวละคร ภาษาคำสนทนา วิถีประจำวัน อาหารการกิน เครื่องมือต่างๆ ความเชื่อ เวทย์มนต์คาถา ความยากจึงอยู่ทุกตัวอักษร ทุกฉาก ทุกบท ตัวละครเยอะด้วย ซึ่งสำคัญทั้งหมด ล้วนเกี่ยวพันกันมาหลายชาติภพ แต่ต้องนำมาร้อยเรียงให้ต่อเนื่องกันให้ได้ หลายๆ ครั้งเมื่อเขียนแล้วเกิดติดขัด จะต้องหยุดพัก และออกเดินทางลงไปในพื้นที่ที่มีเรื่องราวและวัฒนธรรมเก่าแก่ใกล้เคียงอยู่บ่อยๆ จึงทำให้แต่ละเล่มเขียนจบค่อนข้างยากและช้ามาก นวนิยายเรื่องสาบสมิงจึงเป็นความทุ่มเทอย่างสุดกำลังความสามารถเลยละครับ
 
5.Ttnppsm Silvicsfifty จะรบกวนถามว่า จะส่งเสริมให้เยาวชนที่รักการอ่านหนังสือแนวนี้ รักษาป่าได้อย่างไรบ้างค่ะ
 
ตอบ สวัสดีครับ ขอย้อนคำถามนิดนะครับ โดยปกติแล้วเด็กๆ ที่อ่านหนังสือแนวนี้จะมีพื้นฐานในความรักป่าอยู่ในตัว จึงนับว่าเป็นเรื่องง่ายสำหรับเด็กๆบางคน เพราะพวกเขารู้เรื่องป่า เรื่องสัตว์ป่าชนิดต่างๆ มาจากหนังสือบ้างแล้ว สำหรับการส่งเสริมเยาวชนให้รักษ์ปารักสัตว์ป่านั้นต้องเริ่มที่ครอบครัวก่อนครับ พ่อแม่สำคัญที่สุด ในช่วงวันหยุดนอกจากพาไปในสถานที่ต่างๆ แล้ว ต้องสลับเข้าป่าบ้าง ในรูปแบบแค้มปิ้ง ผจญภัย หรือเข้าร่วมกิจกรรมต่างๆ ของคนรักป่า ปัจจุบันนี้มีจิตอาสาที่เป็นนักอนุรักษ์จำนวนมาก เวลามีกิจกรรมปลูกป่า ทำโป่งเทียม สร้างฝายแม้ว เก็บขยะในสถานที่ท่องเที่ยว หรือกิจกรรมอื่นๆ ที่เกี่ยวเนื่องกับการอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พวกเขาเหล่านี้ก็จะพากันไปทั้งครอบครัว ไปกางเต็นท์ ทำอาหารกินกัน ช่วยเหลือแบ่งปันกัน ร่วมกิจกรรมในเรื่องต่างๆ ด้วยกันซึ่งทั้งเหนื่อยทั้งร้อนทั้งหิว จึงต้องค่อยๆ ปลูกฝังให้เด็กๆ เรียนรู้และเข้าใจทีละน้อย โดยเรียนรู้จากประสบการณ์โดยตรง ซึ่งเด็กๆ และเยาวชนหลายคนเกิดความหลงรักธรรมชาติโดยไม่รู้ตัว พวกเขาคืออนาคตของฟันเฟืองที่จะขับเคลื่อนการเสริมสร้างให้เกิดความรักป่าในรุ่นต่อไป
 
6.Toom Chill Step · มีเพื่อนร่วมกัน 3 คน
เข้าป่าครั้งไหนที่รู้สึกโดดเดี่ยวที่สุด หดหู่ที่สุด กลัวที่สุด เหมือนจะไม่รอดกลับออกมา แล้วจัดการกับความรู้สึกนั้นอย่างไร รอดมาได้อย่างไร
 
ตอบ สวัสดีครับ มีอยู่ครั้งหนึ่งครับที่หนักที่สุด คือว่าป่วยหนักตอนตระเวนป่าพม่าครับ ยังอายุน้อยอยู่ สัก 20 ต้นๆ เที่ยวป่าแถบตะนาวศรีเขตปกครองกะเหรี่ยงเคเอ็นยู. ล้มป่วยด้วยไข้มาเลเรีย ตัวคนเดียว เพื่อนๆ กลับเมืองไทยไปก่อน เป็นความต้องการของผมเอง ที่จะขออยู่ต่อแล้วค่อยนั่งเรือตามไปทีหลัง ยังอยากท่องเที่ยวตระเวนไพรไปเรื่อยๆ เพื่อนๆ กลับไปได้เพียงสองสามวันก็ล้มป่วย ปกติก็เป็นมาเลเรียอยู่แล้ว เพียงแต่เวลาป่วยอยู่เมืองไทย ใกล้หมอ มียารักษา แต่พอมาป่วยในป่าพม่าดินแดนกะเหรี่ยงเลยทรุดหนัก มีแต่ยาชุดจากร้านค้าเพื่อนชาวกะเหรี่ยงเท่านั้น นอนซมอยู่ในเพิงกระท่อมริมแม่น้ำตะนาวศรี ชาวกะเหรี่ยงล่องเรือผ่านมาพอแวะจอดพักก็พากันชะโงกดู พูดภาษากะเหรี่ยงเหมือนๆ กันว่าคนไทยตายแน่ๆ เมื่อเห็นสภาพผมแล้ว ผมนอนนิ่งหมดอาลัย ลุกไม่ไหว ตาลาย อาเจียน หมดแรง นอนน้ำตาไหล นึกในใจยังไงก็ไม่รอด ได้แต่รำลึกถึงพ่อแม่พี่น้อง คุณพระคุณเจ้า เพื่อนกะเหรี่ยงที่อาศัยกระท่อมนอนรอความตายก็ทำได้แค่เช็ดเนื้อเช็ดตัว หายาชุด แก้ปวดแก้ไข้ให้กินตามมีตามเกิด แต่กินก็อาเจียน จนวันที่อาการทรุดหนัก ร่างกายแทบไม่รับรู้อะไรแล้ว โลกหมุนติ้วๆ ตาพร่า สิ้นเรี่ยวแรง มีเรือทหารกะเหรี่ยงแวะพัก เพื่อนเจ้าของกระท่อมบอกมีคนไทยป่วยเป็นมาเลเรีย หญิงกะเหรี่ยงคนหนึ่งที่มากับเรือทหาร เธออาจเป็นหมอและเป้นทหาร เข้ามาดูอาการแล้วฉีดยาให้ แทงเข็มน้ำเกลือทิ้งไว้ จัดยาไว้กินก่อนจากไป คืนนั้นผมหลับสนิท หลับเหมือนกับไม่ตื่นอีกแล้ว ตอนสายๆ อาการดีขึ้นเล็กน้อย ลุกนั่งได้ แต่เดินไม่ได้ ไม่มีแรง เพื่อนกะเหรี่ยงต้มข้าวให้กิน กินได้สองสามคำ แล้วนอนต่อ ใกล้เที่ยงมีเรือหางยาวแล่นเข้าเทียบ ราวๆ วันที่หกหรือเจ็ดที่ผมนอนป่วย เป็นเรือเพื่อนๆ ผมเองที่ย้อนกลับมาตามเพราะหายไปหลายวัน จนเกิดความสงสัย พวกเขาหามผมใส่เรือกลับเมืองไทย อาศัยรถปางไม้นอนในกระบะหลังกระเด้งกระดอนไปอีกทอด ได้กลับมารักษาเมืองไทยจนทุเลา และไปรักษาต่อที่โรงพยาบาลเวชศาสตร์เขตร้อน กรุงเทพฯ จนหายขาด
 
7.Prajak Sammaros อยากทราบว่าตลอดเวลาที่อยู่กับธรรมชาติสิ่งที่ป่าให้กับคุณบุหลันมีอะไรบ้างครับแล้วสิ่งที่คุณบุหลันคิดว่าเราควรจะมอบอะไรกลับไปให้ธรรมชาติบ้างครับ
 
ตอบ สวัสดีครับคุณประจักษ์ ป่านั้นมีคุณมหาศาลต่อมวลมนุษยชาติ ผมสำนึกเสมอถึงบุญคุณและคุณประโยชน์ของป่า ชีวิตในการเดินป่า ท่องป่าและการผจญภัยในป่า ได้หลอมหล่อให้ผมเกิดแรงบันดาลใจ เกิดความมุ่งมั่นฮึกเหิม เพราะการใช้ชีวิตในป่าเป็นเวลานานๆ ไม่ใช่เรื่องง่าย ผ่านและเรียนรู้ความเป้นความตายมาหลายครั้ง ป่าได้มอบความแข็งแกร่ง ความสงบเยือกเย็น ความมีเมตตา ความนิ่ง และหัวใจสุขุมมาให้ ในขณะเดียวกันผมก็ได้มอบความรักและความห่วงใยย้อนคืนสู่ป่า ทั้งจากการแสดงออกโดยงานเขียน เช่นสารคดีเรื่องพิทักษ์ไพรแห่งแม่น้ำภาชี เป็นการบอกเล่าวิถีการทำงานและตัวตนของเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าที่ทุ่มเททำงานอันเป็นที่รักอย่างถวายชีวิต ทั้งๆ ที่เงินค่าตอบแทนมีนิดเดียว ถูกกว่าค่าแรงขั้นต่ำด้วยซ้ำ นอกจากนี้ยังมีนวนิยายเรื่องไพรเดือนแรม บอกเล่าวิถีชาวกะเหรี่ยงที่อยู่ป่าต้นน้ำ ซึ่งเปรียบเสมือนตัวแทนของชาวกะเหรี่ยงทั้งหมด พวกเขาปกป้องผืนป่าด้วยชีวิต ขัดขวางการล่าสัตว์ป่า ล่าช้างเอางา พวกเขาคือนักอนุรักษ์แท้จริง ยังมีการลงมือและเข้าร่วมกิจกรรมกับนักอ่าน ทั้งการปลูกป่า ทำโป่ง ทำแนวกันไฟ ดับไฟป่า ทำฝาย อีกทั้งเป็นวิยากรเรื่องการอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมให้กับเยาวชนทั่วประเทศครับ ทำด้วยความมุ่งมั่นตามกำลังความสามารถครับผม
 
8.Chakawan Srisuk หนังสือทุกเล่มที่เขียนมีเค้าโครงมาจากเรื่องจริงใช่มั้ยครับ
 
ตอบ ใช่ครับคุณจักรวาล ซึ่งเรื่องราวทั้งหมดได้มาจากประสบการณ์โดยตรงเสียเป็นส่วนใหญ่ นอกนั้นก็เป็นเรื่องเล่าบ้าง ตำนานบ้าง ค้นคว้าจากบันทึกบ้าง ก่อนจะมาตกแต่งสอดแทรกเสียใหม่ให้เป็นรูปแบบนวนิยาย ส่วนสารคดีนั้นเขียนจากประสบการณ์ตรงของตัวเองเกือบทั้งหมดครับ ผสมผสานกับเรื่องเล่าของพรานบ้าง คนอยู่ป่าบ้าง รวมๆ กัน ซึ่งก็ได้สะสมเก็บเกี่ยวมาจากประสบการณ์อีกเช่นกัน
 
9.วุฒิชัย ชาญกล ได้รับแรงบันดารใจจากไหนครับในการเขียนเรื่องป่าและ คาดหวังอะไรจากการเขียนเรื่องป่าครับ
 
ตอบ สวัสดีครับคุณวุฒิชัย ผมได้แรงบันดาลใจในการเขียนเรื่องป่ามาจากนวนิยายเพชรพระอุมา,ร้อยป่า และงานเขียนของน้อย อินทนนท์หรือครูมาลัย ชูพินิจ ทั้งนวนิยายและสารคดีป่าครับ รวมทั้งวรรณกรรมต่างประเทศด้วย เช่นท่องป่าอัฟริกา,ท่องป่าซาฟารี ซึ่งแปลโดยไพโรจน์ ทุมจินดา และงานเขียนของผู้พันจิม คอร์แบ็ต เพราะวิถีของตนเองก็เป็นลูกป่าอยู่แล้ว อ่านเรื่องราวที่นักเขียนได้เขียนทิ้งไว้ทำให้เกิดแรงบันดาลใจที่อยากจะบอกเล่าเรื่องราวในยุคสมัยปัจจุบันบ้าง ส่วนที่ถามว่าคาดหวังอะไรจากการเขียนเรื่องป่านั้น โดยส่วนตัวแล้วคาดหวังได้แต่เพียงให้คนรักป่า รักธรรมชาติอย่างถูกต้อง รู้ลึก รู้จริง เข้าถึงป่าอย่างถ่องแท้ พยายามสอดแทรกวิถีและวัฒนธรรมคนอยู่ป่า ที่อยู่ร่วมกับป่าอย่างยั่งยืนเหมาะสม และการเขียนถึงวิถีคนกับป่า จะไม่ยกย่องนักล่าทำลายล้างว่ามากฝีมือ แต่จะชื่นชมพรานในอดีตที่ดำรงชีพตามวิถีพรานจริงๆ คือการยังชีพและสปิริต พรานจะล่าตามฤดูกาล ล่าเพื่อเป็นอาหารในครอบครัว ล่าเฉพาะสัตว์ตัวผู้ ส่วนนักล่าเป็นพวกล่าผลาญเห็นแก่ตัว ล่าเพื่อการค้าและสนองตัณหาตัวเอง ในงานเขียนจะแยกแยะเอาไว้ชัดเจนซึ่งจะเป็นมุมมองที่แตกต่างให้คนรุ่นใหม่แยกแยะได้ อาจทำให้เกิดแรงบันดาลใจในการอนุรักษ์ต่อไป คนเหล่านี้สามารถสร้างสรรค์สิ่งดีๆ มีประโยชนได้อีกมาก สามารถถ่ายทอดความรู้จากประสบการณ์ตรงตกทอดรุ่นสู่รุ่น
 
10.วิศาล ขวัญตา อาจารย์บุหลัน รันตี ครับคิดว่าหนังสือแนวป่าจะอยู่ได้ไหมและงานของอาจารย์จะมีนักอ่านรุ่นเก่ารุ่นใหม่เพิ่มบ้างไหมและอาจารย์บุหลันคิดว่างานเขียนแนวป่าจะช่วยให้ผู้คนมาสนใจอนุรักษ์ป่ามากขึ้นไหมครับและงานที่อาจารย์บุหลันเขียนงานออกได้ประสบการณ์มาจากไหนเห็นอาจารย์บุหลันเขียนงานออกมาดีมากๆน่าอ่านทั้งนั้นช่วยตื่นเต้นเวลาได้ครับและจะเขียนแนวป่านี้ไปนานแค่ไหนครับและจะเขียนงานแบบแนวอื่นๆบ้างไหมครับใช่เรื่องสั้นแนวป่าและเวลาอาจารย์บุหลันเข้าป่าลําบากไหมกว่าจะได้ข้อมูลมาหนังสือสักเล่มและอาจารย์บุหลันสนุกไหมเวลาเข้าป่าอาจารย์บุหลันชอบเดินทางเข้าป่าใช่ไหมครับเพราะการเดินทางคือสายตาของนักเขียนใช่ไหมครับอาจารย์อาจารย์บุหลันมีแฟนนักอ่านมากไหมครับและอาจารย์บุหลันมีความสุขไหมครับที่ได้เป็นนักเขียนเขียนเรื่องราวดีๆของป่าของธรรมชาติให้คนเห็นความสําคัญของป่าไม้ที่สวยงามอาจารย์มิไหมครับ
 
ตอบ สวัสดีครับคุณวิศาล ถามหลายข้อเลยนะครับ ผมยังเชื่อว่าหนังสือป่าจะยังคงอยู่ได้ครับ เพียงแต่ลดจำนวนลงตามกาลเวลา คนอ่านจะอ่านหนังสื่อใหม่ๆ ตามยุคสมัย งานเขียนของผมเองก็จะยังคงมีนักอ่านรุ่นใหม่ๆ ต่อเติมเข้ามาเรื่อยๆ ครับ ถ้าหากเขารู้จักเราก็จะทำให้การตัดสินใจอ่านงานของเราง่ายขึ้น นักอ่านรุ่นเก่าก็เช่นกัน ต้องทำให้เขารู้จักเราก่อนครับ สมัยนี้ทางเลือกมีเยอะ นักอ่านไม่สามารถจะรู้ได้เองว่าเราคือใคร? ซึ่งงานเขียนเรื่องป่ามีส่วนกระตุ้นให้เกิดการอนุรักษ์ได้พอสมควร เพราะส่วนใหญ่ผมไม่ค่อยเขียนเรื่องการล่ามากนัก นอกจากเรื่องเล่าวิถีพรานในอดีต จะเน้นงานเขียนที่เป็นแนวอนุรักษ์มากกว่า แม้คนอ่านแนวนี้จะน้อย แต่ก็มั่นคงเหนียวแน่นครับ
 
งานเขียนของผมส่วนใหญ่มาจากประสบการโดยตรงครับ ยังคงจะเขียนแนวป่าไปเรื่อยๆ ครับ สลับกับแนวอื่นๆ บ้างตามสถานการณ์ เนืองจากเวลาเดินป่ามันเหนื่อยมาก ป่าดิบดงดำแบบสมัยก่อนก็แทบไม่มีแล้ว ส่วนใหญ่คนเข้าถึงหมด แต่ผมก็ยังคงชอบที่จะเข้าป่าตลอดเวลา สนุกดี เพลินดี การเดินทางบ่อยๆ ทำให้ได้รู้ได้เห็นอะไรๆ มากขึ้นแฟนนักอ่านที่อ่านหนังสือผมมีไม่มากนัก แต่มีความเหนียวแน่นมาก สนับสนุนผลงานทุกๆ เล่ม ทำให้เกิดกำลังใจอย่างยิ่งที่จะมุ่งมั่นเขียนงานต่อไป หนังสือหลายเล่มที่บ่งบอกเรื่องราวที่สวยงามในธรรมชาติมีอยู่ครับ ถ้าอ่านทุกเล่มจะทราบครับ
 
11.Sanchai Suntornrarag นอกจากงานเขียนแนวป่าแล้วอาจารย์อยากเขียนงานแนวไหนเพราะอะไรครับ
 
ตอบ สวัสดีครับคุณแสนชัย งานเขียนส่วนใหญ่เป็นแนวป่าดงพงไพร วิถีชีวิตคนอยู่ป่า เพราะตั้งแต่เกิดก็คลุกคลีกับท้องไร่ท้องนาป่าเขามาตลอด ถ้าจะให้เขียนแนวอื่นๆ คงไม่ถนัดและข้อมูลเชิงลึกมีไม่มากพอที่จะทำได้ จึงเขียนแนวนี้ไปเรื่อยๆ ก่อนครับ ส่วนอนาคตไม่แน่ คงมีงานเขียนแนวเสียดสีสังคม การกดขี่ทางการค้า ความซื่อสัตย์ของนักการเมือง ระบบการศึกษา อะไรทำนองนี้ครับ ส่วนเหตุผลเพราะอะไรจึงเลือกเขียนแนวนี้ก็คงตอบได้แค่เพียงไม่ชอบการคดโกง โกหกพกลม และเอาเปรียบ ในสังคมของการอยู่ร่วมกันจะต้องมีความเผื่อแผ่ เห็นอกเห็นใจ ไม่ฉกฉวยหาแต่ประโยชน์ส่วนตน จึงจะอยู่ร่วมกันได้อย่างมีความสุข
 
12.Phutthirak Yutitham อยากถามถึงความเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติ และรูปแบบการเที่ยวป่า ในช่วง 2 ทศวรรษ ที่ผ่านมา มีความแตกต่างมากน้อย หรือเปลี่ยนแปลงอย่างไรบ้างครับ
 
ตอบ สวัสดีครับคุณพุทธิรักษ์ ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเปลี่ยนแปลงชนิดหน้ามือเป็นหลังมือเลยละครับ หากเปรียบย้อนหลังไปถึง 20 ปี ผืนป่าหดหายไปมากมาย สัตว์ป่าลดจำนวนอย่างรวดเร็ว คนเข้าไปอยู่แทน ไฟฟ้าและถนนเข้าไป ป่าสงวนหลายแห่งที่เคยเห็นป้ายติดตามต้นไม้ตอนเด็กๆ ถูกแผ้วถางยึดครองไปหมดแล้ว หมดอย่างน่าใจหาย ป่าที่เหลือคือป่าที่ถูกกำหนดเป็นเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า,อุทยานแห่งชาติ,วนอุทยาน,สวนป่าต่างๆ และตามหมู่บ้านชาวกะเหรี่ยงหรือชาวเขาเผ่าอื่นๆ เท่านั้นที่ถูกกันไว้เป็นป่าชุมชน อาจรวมไปถึงตามวัดวาอารามและสำนักสงฆ์บางแห่งที่ยังคงรักษาป่าไว้ได้ ระยะเวลา 20 ปีที่ผ่านมา ผืนป่าถูกทำลายด้วยน้ำมือมนุษย์จนย่อยยับ ทั้งทางตรงทางอ้อม จึงไม่ต้องตกใจถึงภัยธรรมชาติ ทั้งน้ำท่วม ไฟป่า ภัยแล้ง แมลงศัตรูพืช ซึ่งเป็นผลกระทบต่อชีวิตประจำวัน มนุษย์เป็นผู้ทำให้เกิด จึงต้องอยู่ร่วมกับสิ่งเหล่านี้ให้ได้ ส่วนสัตว์ป่านั้นนอกจากจะถูกล่าจนแทบสูญพันธุ์และไม่มีที่อยู่อาศัยแล้ว ยังเปลี่ยนพฤติกรรมชัดเจน สัตว์ป่าในแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ หันมากินเศษอาหารที่ทิ้งตามถังขยะ บางชนิดเริ่มรื้อค้น ส่วนช้างก็เริ่มดุร้ายเพราะพื้นที่หากินเป็นวงรอบถูกปิดกั้นด้วยถนน หมู่บ้าน และเขื่อน เหตุการณ์จะเลวร้ายยิ่งขึ้น จนกลายเป็นข้อพิพาทระหว่างคนกับสัตว์ป่า ยังคิดไม่ออกว่าจะลงเอยอย่างไร มนุษย์คือผู้บุกรุกที่ถูกต้องตามกฎหมาย แต่ช้างและสัตว์ป่าซึ่งอยู่มาก่อนเป็นเจ้าของบ้านอาจมีความผิดถูกจัดการขั้นเด็ดขาด ซึ่งแม้แต่ชาวบ้านที่อยู่ป่ามาแต่อดีตก็ถูกรุกรานโดยรัฐเช่นกัน
 
13.Phutthirak Yutitham 1. รู้สึกอย่างไรกับป่าเดิม ในที่เดิม ที่เคยไปในช่วง 2 ทศวรรษก่อนหน้านี้ กับการไปหนหลัง
 
ตอบ ก็ได้แต่ถอนหายใจละครับ คนมากขึ้น บ้านเมืองเจริญขึ้น การพัฒนาให้ทันโลกก้าวหน้าจึงต้องตามา เป็นนโยบายของรัฐและคนส่วนใหญ่เห็นด้วย ซึ่งไม่มีกฎเกณฑ์ใดๆ ที่จะกำหนดหรือแบ่งเขตผืนป่าให้ชัดเจน ให้สมดุล ให้ยั่งยืน มีแต่จะเอาอย่างเดียว องค์กรปกครองต่างๆ ก็เน้นสร้างเน้นพัฒนา โดยไม่คำนึงถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ที่สำคัญยังขาดความรู้ความเข้าใจในทุกๆ ด้านอย่างถ่องแท้ หวังแค่ทำผลงานเพื่อให้ได้รับการเลือกตั้งในครั้งต่อไป ซึ่งธรรมชาติเป็นเรื่องละเอียดอ่อน เป็นความหลากหลายที่ต้องทุ่มเทค้นคว้าอย่างจริงจัง ส่วนใหญ่จะตัดสินกันแค่ที่มองเห็นด้วยตาเปล่าและคาดว่าจะเป็นเท่านั้น
 
13.2 รูปแบบของคนเที่ยวป่า 20 ปีก่อน กับในปัจจุบัน เหมือนหรือแตกต่างอย่างไร
 
ตอบ ต่างกันลิบลับครับ สมัยก่อนคนเที่ยวป่าน้อยมาก มีเพียงเฉพาะกลุ่ม ป่ายังดิบ และอันตราย ชุกชุมด้วยสัตว์ป่า ไข้ป่า งูชนิดต่างๆ ยุคสมัยนั้น หรือย้อนหลังไปอีกหน่อย คนอยู่ป่าหุงข้าวอยู่นอกชานหลังบ้าน เสือยังกระโจนขึ้นมาลากไปกินหน้าตาเฉย งูจงอาง งูเห่า งูสามเหลี่ยม เดินไปทางไหนก็เจอ ช้างก็เยอะ หมีก็ชุม แม้จะไม่ทำอันตรายแต่คนก็หวาดกลัว ป่าสมัยก่อนยังมีความลี้ลับและอาถรรพณ์ป่า พรานป่าหรือคนอยู่ป่ายุคนั้นยังเคร่งครัดในเรื่องของคาถาอาคม ประพฤติจริงปฏิบัติจริง ไสยเวทย์จึงเป็นเรื่องที่คนอยู่ป่าต้องศึกษาเล่าเรียน เรื่องของยาสั่ง เรื่องของการทำของ อันเป็นไสยดำจึงมีจริง ซึ่งเรื่องของยาสั่งก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร เพียงแค่รู้จักสมุนไพรเอามาผสมกันทำให้เกิดพิษก็ได้ เกิดคุณก็ได้ เมื่อถูกกำกับด้วยคาถาอาคมจึงน่าเกรงขามมากยิ่งขึ้น ปัจจุบันคนเที่ยวป่ารุ่นใหม่ไม่มีใครนึกถึงเรื่องนี้กันแล้ว บางกลุ่มก็ประมาทเลินเล่อด้วยซ้ำ การเดินป่าในยุคปัจจุบันอาศัยเทคโนโลยีมากกว่าคนที่ชำนาญ แต่ก็ไม่ใช่เรื่องแปลกเพราะยุคสมัยเปลี่ยนแปลง แต่การจะลงลึกถึงป่าจริงๆ สัมผัสป่าอย่างถ่องแท้แบบสมัยก่อนไม่มีแล้ว อุปกรณ์และเครื่องมือสมัยใหม่อำนวยให้หมด ตัวอย่างเช่น สมัยก่อนตั้งแค้มป์ก็ต้องตัดไม้มายกแคร่นอน ทำหลังคาหาใบตองใบไม้มาคลุม ก่อไฟหุงข้าว กลางคืนอาศัยกองไฟ ใช้ควันไล่ยุง เป้หลังก็ตามแต่หาได้ ถุงปุ๋ยบ้าง เป้ทหารบ้าง รองเท้าก็ผ้าใบธรรมดา ส่วนปัจจุบันมีสิ่งอำนวยความสะดวกครบหมด ทั้งเต็นท์ เปลนอน ฟลายชีทกันฝน เตาแก๊สพกพา อาหารกระป๋อง ไฟส่องสว่างตลอดคืน ถุงนอน เครื่องกรองน้ำ กล้องและโทรศัพท์ จีพีเอส.และรถขับเคลื่อนสี่ล้อ เที่ยวป่าสมัยนี้สบายจะตาย
 
14.Chettha Petchom สังเกตว่างานเขียนของคุณบุหลัน รันตีมักสอดแทรกอารมณ์ขันไว้เสมอ เคยคิดที่จะเปลี่ยนแนวไปเขียนเรื่องแนวขำขันบ้างหรือเปล่า
 
ตอบ 5555 เขียนขำขันไว้อ่านกันเองในเฟสบุ้คพอได้ครับคุณเชษฐา แต่เขียนเป็นหนังสือคงไม่ไหวครับ มุกขำๆ มีเพียงไว้คุยกันในวงสนทนา ซึ่งอารมณ์ประมาณนี้เวลาไปเดินป่าเราจึงมักพูดคุยในเรื่องสรวลเสเฮฮามากกว่า เพราะแต่ละคนก็ล้วนแต่เหนื่อยล้าและทำงานกันมาอย่างหนักหนาสาหัสแล้ว จะคุยแต่เรื่องวิชาการหรือเรื่องปฏิญญาอะไรต่างๆ ตลอดเวลาคงไม่ไหว เพื่อนๆ และผู้คนที่ร่วมวงเสวนากันจึงมักมีการกระเซ้าเย้าแหย่ สนุกสนาน ในเวลาพักผ่อนหรือตอนเดินป่าเสียเป็นส่วนใหญ่ ถือคติยิ้มวันละนิดจิตแจ่มใส หัวเราะวันละหน่อยค่อยสบายใจ แต่เวลาทำงานก็จะทำกันอย่างเอาเป็นเอาตาย บางครั้งมุกขำๆ ปล่อยออกไปแล้วแป๊กก็มีครับ คนสมัยนี้บางคนแปลกมาก ไม่ยอมขำอะไรง่ายๆ
 
15.Luka Modric เวลาพี่บุหลันเข้าป่า แล้วเดินผ่านหรือมีโอกาสพบเจอพวกล่าสัตว์หรือว่าแบกปืนผ่านมา พี่บุหลันมีความรู้สึกอย่างไรหรือว่าเคยพูดหรือแสดงความรู้สึกอย่างไรบ้างครับ อยากรู้ถึงประสบการณ์ตรงของพี่บุหลันครับ
 
ตอบ ครับผม,ถ้าเจอกันในป่าตรงๆ ชนิดประจันหน้า เราจะนั่งเฉยๆ สงบเสงี่ยม เงียบๆ และส่งยิ้มผูกมิตรให้ครับ ไม่กล้าว่าอะไรเขาเลย พวกนี้พูดผิดหูไม่ได้หรอก ใจร้อน ทำปืนลั่นใส่เอาง่ายๆ ซวยทั้งคณะ แต่ส่วนใหญ่พวกล่าสัตว์จะเห็นเราก่อนรีบหลบไป ในความเป็นจริงเราก็กลัวเขา เขาก็กลัวเรา พวกล่าสัตว์หูตาไว ยกเว้นในกรณีร่วมลาดตระเวนกับเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าถึงจะแสดงความกล้าหาญออกมานิดหน่อย เพราะอาศัยที่เจ้าหน้าที่มีปืนสองสามกระบอก มีมีดคนละเล่ม อย่างน้อยก็พออุ่นใจได้บ้าง สมัยนี้พวกล่าสัตว์ก็ลดจำนวนลงมากแล้วครับ ที่ยังเหลืออยู่ก็เป็นรายใหญ่ที่มีอิทธิพลหนุนหลัง เช่นพวกล่าเสือส่งขายต่างประเทศ พวกหาไม้หอม พวกค้าสัตว์ป่าหายาก พวกขโมยลูกนกเงือกตามโพรง พวกหาตัวลิ่น พวกค้าเนื้อสัตว์ป่าส่งร้านอาหาร พวกนี้มีคนหนุนทั้งนั้น ชาวบ้านธรรมดาทำไม่ได้หรอก การที่จะไปบอกพวกล่าตรงๆ นั้นยาก นอกจากคุยกันในวงสนทนา พูดทีเล่นทีจริง หรือมีโอกาสไปเป็นวิทยากรตามที่ต่างๆ ก็จะสอดแทรกเรื่องการอนุรักษ์ไปพร้อมกันด้วยครับ
 
16.Kensaki BU ถามว่า..เมื่อไหร่จะออกหนังสือเกี่ยวกับการทำอาหารหาวัตถุดิบที่ทำกินในป่าซะที
 
ตอบ ขอบคุณสำหรับคำแนะนำครับคุณเอ๋ ความจริงอาหารพื้นบ้านของคนอยู่ป่าแต่ละภาคแต่ละชาติพันธุ์ก็มีมากมาย ไปกินไปชิมก็ล้วนอร่อยถูกปากเขาปากเรา น่าสนใจมากๆ ครับ ต่อไปจะจดสูตร จดวิธีการทำมาด้วย ทุกทีกินอย่างเดียวเพราะมันอร่อย โดยเฉพาะเครื่องดื่มของชาวป่าแต่ละแห่ง กลมกล่อม ไม่บาดคอ จะสืบค้นวิธีทำมาบอกเล่าครับ
 
17.Pj Rungtaweechai ถามแบบง่ายๆเลยครับว่าหนังสือเล่มใหม่เมื่อไรจะออกครับ
 
ตอบ ถามยากมากนะครับ แต่ตอบยิ่งยากกว่า!!!5555 งานเขียนเป็นงานที่ต้องใช้แรงบันดาลใจเยอะครับ เขียนแล้วมีคนอ่าน ขายได้ นักเขียนก็ยิ่งอยากเขียน ช่วงนี้แรงบันดาลใจหดหายไปไหนไม่รู้ แต่จะพยายามฟื้นฟูขึ้นมาให้ได้ครับ อาจต้องใช้เวลาอีกสักนิด ต้องหาแรงบันดาลใจก่อน ไม่รู้เหมือนกันว่าต้องทำยังไงถึงจะกลับคืนมาโดยเร็ว ถ้ามีหนังสือพิมพ์ซ้ำอีกสักสองสามเล่ม กำลังใจมาเต็มแน่นอน ผมมั่นใจ
 
18.YA Yay You เมื่อไหร่จะมี"พราย"ภาค2คะ
 
ตอบ ขอบคุณมากครับที่ชื่นชอบนวนิยาเรื่องพราย พยายามเก็บรวบรวมข้อมูลเพิ่มเติมอยู่ครับ ตระเวนเมืองเพชรบุรีบ่อยๆ เพื่อดูวัวลาน วัวเทียมเกวียน เรือแข่ง หนังตะลุง พิธีกรรมลาวโซ่ง พิธีแห่สลากพัตร วัฒนธรรมเก่าแก่อีกมากมาย จะได้รวบรวมเข้าไว้ในพรายเล่ม 2 ตั้งใจจะเก็บรายละเอียดเชิงลึกและประเพณี ศิลปะ วัฒนธรรม อาหารการกิน อาชีพ ของชาวเมืองเพชรไว้ให้ละเอียดที่สุดครับ พร้อมเมื่อไหร่จะลงมือเขียนทันที พล็อตเรื่องมีอยู่แล้วครับ พระเอก-นางเอกเรื่องนี้เป็นคนรุ่นใหม่ ทั้งหล่อทั้งสวยมากๆๆๆๆๆ เลยละครับ
 
19.Jaws Om Excalibur · มีเพื่อนร่วมกัน 18 คน
อยากถามพี่บุหลันครับว่า : ระหว่างป่าเมื่อสิบปีก่อน กับป่าที่เราเห็นในปัจจุบัน มีสิ่งใดที่เปลี่ยนแปลงไปบ้าง และสิ่งใดที่พี่คิดว่าป่ายังคงมีอยู่เสมอ
 
ตอบ ป่าเปลี่ยนแปลงไปเยอะมากครับ ลดจำนวนลง แห้งแล้งมากขึ้น ไฟป่าเกิดง่าย สัตว์ป่าเหลือน้อย สัตว์ป่าบางชนิดเปลี่ยนพฤติกรรม ก้าวร้าว ดุร้าย ผืนป่าไม่หลงเหลือความบริสุทธิ์ความดิบดำอีกต่อไป ทุกหนทุกแห่งมนุษย์ย่างกรายไปถึงหมด สมัยก่อนแนวขอบเขตชายแดนทุกด้านแทบไม่มีการรุกล้ำจากเพื่อนบ้าน เพราะชายแดนยังมีผืนป่าขนาดใหญ่ขวางไว้ แต่ปัจจุบันเราเองก็รุกออกไป เขาก็รุกเข้ามา เหลือผืนป่านิดหน่อยตรงสันปันน้ำ อนาคตก็จะยิ่งลดน้อยถอยลง ทั้งจากการกระทำของมนุษย์ และภัยธรรมชาติ ถ้าจะคำนวณผืนป่าที่ยังคงอยู่ในอนาคตก็คงไม่ลดจำนวนลงมากนัก แต่ความเป็นป่าสมบูรณ์เสื่อมลง ป่าดิบต้นน้ำก็จะกลายเป็นป่าเบญจพรรณ ป่าเบญจพรรณก็จะกลายเป็นป่าไผ่ป่าละเมาะและทุ่งหญ้า ต้นน้ำลำธารขาดความชื้นสะสม ฤดูร้อนปลายน้ำก็จะขาดน้ำ สัตว์ป่าก็จะขาดน้ำเช่นกัน การรุกรานรบกวนก็จะตามมา ปัญหาอีกมากมายจากผืนป่าที่ถูกทำลายจนเสื่อมโทรมกำลังจะเกิดขึ้นในเร็ววัน
 
20.Khunsri Wangpoo ปลาอะไรอร่อยที่สุดครับ
 
ตอบ คงตอบแบบครอบคลุมเฉพาะปลาน้ำจืดนะครับ ปลาทะเลไม่ค่อยถนัด เคยตกแต่ปลาน้ำกร่อย เช่น ปลากด ปลาอีกึง ปลาดุกทะเล ปลากุเลา ปลาเห็ดโคน อย่างอื่นนานๆ ออกเรือตกที ปลาน้ำจืดเกือบทุกชนิดอร่อยต่างกัน ขึ้นอยู่กับว่าทำอะไรกิน แต่จะให้ตอบว่าปลาอะไรอร่อยที่สุดคงตอบยาก ยกตัวอย่างเช่น ปลากดคังและปลาแค้ ซึ่งเป็นปลาหนัง บางคนไม่กินปลาหนัง กินแต่ปลาเกล็ด คนที่ชอบกินปลาหนังก็จะตอบว่าปลากดคังหรือปลาแค้อร่อยที่สุด สำหรับผมแล้วถ้าเลือกปลาแต่ละชนิดทำอาหารให้เหมาะสมกับปลาชนิดนั้นๆ ก็จะอร่อยที่สุดทุกอย่างครับ เช่นปลาตะเพียนก้างเยอะก็เอามาทำต้มเค็มต้มหวาน ปลาดุกเอามาทำลาบ,ทำปลาดุกฟู,แกงส้มหน่อไม้ดองหรือแกงอ่อมใบยอ ย่างยิ่งอร่อยใหญ่ ปลาตะกรับเอามาทอดทำฉู่ฉี่ หรือทอดจิ้มน้ำปลาพริกมะนาว ปลาสวายดึงเส้นคาวออกแล้วเอามาแกงหน่อไม้ดองหรือทำแดดเดียว ปลาฉลาดกับปลากรายเอามาขูดเนื้อทำลูกชิ้น ปลาช่อนเอามาทอดลาบหรือทอดลุยสวน ต้มยำหม้อไฟ ปลาหมอเอามาฉู่ฉี่ ปลาแขยงเอามาทำแดดเดียว ปลาชะโดเอามาทำปลาส้ม ปลาไหลผัดเผ็ด ปลากดหรือปลายี่สกแกงอุ้บแบบภาคเหนือหรือแกงฮังเลแบบพม่าแบบมอญ ยังมีปลากือเลาะห์อีกอย่างทางป่าฮาลาบาลาแค่ย่างก็อร่อยแล้ว เนื้อหวานนุ่ม สำหรับผมซึ่งชอบกินปลา ก็จะบอกว่าอร่อยทุกชนิดครับเมื่อเลือกทำตามเมนูที่คู่กัน
 
21.Chaiyut Keadwatta อยากถามว่า เราจะทำอย่างไรในการปลูกจิตสำนึกการอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมให้กับคนรุ่นใหม่ที่กำลังจะก้าวมาแทนที่คนรุ่นเก่า อย่างยั่งยืนและมีการถ่ายทอดจิตสำนึกที่ดีต่อไปจากรุ่นสู่อีกรุ่นรวมทั้งยังต้องให้เป็นแกนนำในการปรับเปลี่ยนมุมมองและสร้างจิตสำนึกที่ดีให้กับคนรุ่นเก่าอีกด้วย
 
ตอบ ต้องบรรจุวิชาสิ่งแวดล้อมหรือวิชาธรรมชาติไว้ในหลักสูตรการเรียนตั้งแต่ประถมครับ ทุกวันนี้ภาวะเรือนกระจกกำลังเล่นงานโลกของเราอย่างรุนแรง จนทำให้โลกร้อนขึ้น และจะทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้น จนในอนาคตอันใกล้ความร้อนบนโลกมนุษย์อาจจะสูงถึง 50 องศาเซลเซียส ซึ่งมนุษย์และสัตว์อยู่ไม่ได้แน่นอน ปัญหาเหล่านี้ทุกคนต่างทราบดีว่าเกิดจากอะไร แต่แทบไม่มีการเน้นย้ำเพื่อชะลอหรือหยุดการพัฒนาอุตสาหกรรมใหม่ได้เลย มีแต่เร่งรุดต่อไปอย่างหื่นกระหาย สิ่งแวดล้อมและผืนป่าค่อยๆ หมดไป เยาวชนจากรุ่นสู่รุ่นจึงต้องสำนึกและหวงแหนธรรมชาติ เมื่อปัญหาจากภาวะเรือนกระจกรุนแรงมากขึ้นจนชั้นบรรยากาศถูกทำลาย ทุกฝ่ายจะต้องร่วมมือกัน แต่จะมีใครเล่าที่จะยอมเสียผลประโยชน์ เพราะอุตสาหกรรมใหม่เหมือนร่างแหที่หว่านคลุมไว้ทุกภาคส่วน สิ่งที่ทำได้ในเวลานี้ก็คงจะมีแค่ให้ความรู้กับเยาวชนรุ่นใหม่เพื่อปลูกฝังให้เกิดความรักในธรรมชาติ ซึ่งก็ต้องแข่งขันแย่งชิงกับสิ่งอำนวยความสะดวกทั้งหลายซึ่งยั่วยวนใจมากกว่า เป้าหมายจึงตกอยู่กับเยาวชนรุ่นใหม่ที่อยู่ต่างจังหวัด อยู่ตามชายขอบ ที่ยังพอจะฝากอนาคตผืนป่าไว้ได้ โดยมีเยาวชนจากเมืองใหญ่สมทบ ซึ่งก็เป็นการยากยิ่งอีกเช่นกัน เรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญและยิ่งใหญ่ระดับประเทศ รัฐต้องเข้ามาดำเนินการโดยเร็วและเด็ดขาด ยกระดับขึ้นมาเป็นวาระแห่งชาติ กำหนดให้ทุกภาคส่วนให้ความสำคัญกับธรรมชาติ กับผืนป่าและสิ่งแวดล้อม อย่าลืมนะว่ามนุษย์อยู่ได้ต้องมีอากาศหายใจ มีน้ำดื่ม มีภูมิอากาศที่อบอุ่นเหมาะสม ซึ่งสิ่งเหล่านี้มาจากป่าทั้งหมด วันใดขาดป่า วันนั้นขาดน้ำ ขาดอากาศ ไม่มีป่าไม่มีน้ำไม่มีสิ่งมีชีวิต
 
22.ชลอ สุวรรณราช · เป็นเพื่อนกับ บุหลัน รันตี และ คนอื่น ๆ อีก 2 คน
เคยหลงรักสาวบ้านป่าบ้างไหมคับ
 
ตอบ สวัสดีครับคุณชลอ เห็นคำถามแล้วไข้จะขึ้น แต่ก็ขอตอบตามความจริงครับ โบราณว่าความจริงเป็นสิ่งไม่ตาย (ฮา) ผมระมัดระวังเรื่องแบบนี้มากครับ ทั้งก่อนและหลังแต่งงานมีครอบครัว วัยหนุ่มเป็นห้วงวัยแห่งความงดงามด้วยความรัก ตระเวนไพรท่องเที่ยวไปทุกแห่งที่อยากไปและมีเงินพอที่จะไปได้ พบพานผู้คนมากหน้าหลายตา ได้รับมิตรภาพและความรักจากหลายๆ คน ทั้งหญิงทั้งชาย ทั้งจากผู้หลักผู้ใหญ่ ผู้เฒ่าผู้แก่ เป็นความทรงจำอันมากค่า สาวๆ บ้านป่าก็ล้วนแต่สวยงาม บริสุทธิ์ เสน่ห์สดใสแห่งดอกไม้ป่า ผมเฝ้าชื่นชมอยู่ห่างๆ เก็บเงียบในใจ มิเคยแสดงออกเกินขอบเขตเหมาะสม เพราะรู้ว่าไม่มีทางเป็นไปได้ ยังคงเป็นนักเดินทางที่มีความรักตลอดเวลา แต่เป็นรักที่งดงามเกิดจากมิตรภาพมากกว่าชู้สาว ที่ถามว่าเคยหลงรักสาวบ้านป่าบ้างไหม?ตอบเลยว่าเคย สาวชาวป่าประดุจช้างเผือก เธอใสซื่อบริสุทธิ์ ควรค่าแก่การทะนุถนอม จึงไม่อาจจะนำความแปดเปื้อนไปทำให้เกิดตำหนิกับเธอได้ เธอสวยทั้งกายสวยทั้งใจ มิตรภาพจึงมีความสำคัญมากกว่าความสัมพันธ์อื่นๆ พานพบคราใดก็ยังมอบรอยยิ้มและอัธยาศัยอันดีต่อกันได้ตลอดเวลา ผมจึงหลงรักสาวชาวป่า รักผืนป่า และรักไมตรีที่ดีต่อกัน
 
23.นกขบฎ ราวโหนด ผลงานเขียนสารคดีของอาจารย์บุหลันมีหลายๆเล่มด้วยกัน ไม่ทราบว่าในอนาคตจะทยอย เพิ่มเติมเสริมรส ปรุงแต่ง มานำเสนอในรูปแบบนวนิยายบ้างไหมครับ
 
ตอบ มีครับ ผืนป่าน้อยลง คนเที่ยวป่ามากขึ้น แต่คนอ่านก็อาจน้อยลงตามจำนวนผืนป่าที่ลดลง ก็คงต้องหันมาเขียนแนวนวนิยายมากขึ้น เรื่องสั้นมากขึ้นครับ ปรับเปลี่ยนเพื่อให้อยู่รอดและนักเขียนยึดเป็นอาชีพต่อไปได้ครับ
 
24.Saengchan Methatrakul เล่มที่ประทับใจที่สุด เพราะอะไร
 
ตอบ สวัสดีครับคุณแสงจันทร์ เล่มที่ประทับใจมีแผ่นดินเลือด , ไพรเดือนแรม และมันนิซาไกฯ ทั้งสามเล่มนี้เขียนด้วยศรัทธาและความผูกพันโดยตรงครับ อยากจะเขียนถึงเรื่องราวเหล่านี้มาก ตั้งใจและทุ่มเทมาก ส่วนเล่มอื่นๆ ก็ประทับใจมากน้อยต่างกันตามความยากง่ายของเรื่องราว
 
25.Kanoksak Munginn เคยพบสิ่งลี้ลับต่างๆในป่ามั้ย ถ้าเคย มีครั้งไหนที่น่ากลัวที่สุดครับ
 
ตอบ เคยครับ ป่าสมัยก่อนมีความลี้ลับเพราะป่าบริสุทธิ์ แต่ก็ไม่นึกหวาดกลัวเท่าอันตรายจากไข้ปาและสัตว์มีพิษ ความลี้ลับที่ยังไขปริศนาไม่ได้ ยังจดจำได้ถึงทุกวันนี้ก็คือ ตอนเที่ยวป่าพม่า นั่งห้างอยู่บนสันเขาคนเดียว ตอนตี่สี่ตีห้ามีคนแต่งตัวโบราณ สะพายปืนสองกระบอกมาเรียก มันมืดแต่ก็มองเห็นชัด แปลกมาก พูดคุยกันด้วยภาษาปาเกอะญอ รู้ใจความ แต่ไม่มีเสียงพูดออกไป สื่อด้วยจิต อีกครั้งหนึ่งไปดำน้ำยิงปลาตอนกลางคืนในแม่น้ำตะนาวศรีป่าพม่า ตั้งแค้มป์อยู่ที่แก่งสามพัน คนกะเหรี่ยงเล่ากันว่าที่นี่มีผีพราย ถ้าใครได้เห็นผู้หญิงผมยาวนั่งอยู่บนโขดหินเหนือแก่งจะต้องเสียชีวิตทุกคน คืนนั้นผมลงดำปลาคนเดียว เอาไฟแบตเตอรี่ติดหัว มือกำเหล็กยิงปลาแน่น ดำไปเรื่อยๆ จนเกือบจะถึงหัวแก่งซึ่งเป็นน้ำตก ระเกะระกะด้วยก้อนหิน จู่ๆ ก็นึกถึงจระเข้ขึ้นมา เพราะป่าพม่าสมัยนั้นยังดิบมาก แทบไม่มีผู้คน ช้างยังหากินใกล้ๆ ส่งเสียงร้องแทบทุกคืน ดำไปก็เสียวไป แต่พอโผล่ขึ้นหายใจ ส่องไฟไปที่น้ำตก เห็นก้อนหินเรียงราย เลยนึกถึงผีพราย ขนลุกซู่เลย รีบดำน้ำกลับแค้มป์ ซึ่งอยู่ไกลกว่า 200 เมตร ดำแบบตะกุยตะกายอย่างเร็ว พอไปถึงเพื่อนถามว่าทำไมกลับเร็ว ผมบอกไปว่าน้ำขุ่น มองไม่ชัด ขี้เกียจดำ เรื่องอะไรจะบอกว่ากลัวผีพรายเล่า อายตาย
 
26.ก้าวไป สู่แสงสว่าง แรงบันดาลใจในการเขียนงานมาจากไหนครับผม ทำไมถึงเขียนได้ต่อเนื่องตลอดมา
 
ตอบ สวัสดีครับคุณก้าวไกล แรงบันดาลใจทั้งหมดนั้นมาจากได้อ่านหนังสือแนวที่ชอบ และศรัทธาในตัวนักเขียนหลายๆ คน เช่น พนมเทียน น้อย อินทนนท์ มนัส จรรยงค์ รงค์ วงสวรรค์ ไม้ เมืองเดิม ป.อินทรปาลิต นัน บางนรา เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ ไพวรินทร์ ขาวงาม ไพฑูรย์ ธัญญา ศักดิ์สิริ มีสมสืบ นิคม รายวา อัศศิริ ธรรมโชติ มาร์ค ทเวน หลุย ลามูร์ เออเนสต์ เฮมิ่งเวย์ เอิร์สกิน คอดเวล จอห์น สไตน์แบค เป็นต้น อ่านประวัติของนักเขียนแต่ละท่านแล้ว ตลึงในความสามารถ เขียนหนังสือได้อย่างน่าอ่านลุ่มลึก เขียนอย่างมากมาย สิ่งสำคัญที่พวกเขามีคือวินัย ผมพยายามทำตามครับ
 
27.วุฒิ ลิ้มเทียมรัตน์ อะไรเป็นอุปสรรคสำคัญของนักเขียน แล้วผ่านจุดนั้นมาได้อย่างไรครับ
 
ตอบ สวัสดีครับคุณวุฒิ อุปสรรคใหญ่หลวงเลยคือวินัยครับ นักเขียนจะต้องมีวินัย และสามารถทำงานเงียบๆ คนเดียวได้เป็นเวลานาน อาจจะหนึ่งสัปดาห์ หนึ่งเดือน หนึ่งปี สิบปี ยี่สิบปี หรือตลอดชีวิต เพราะการเขียนต้องใช้ความสงบ ความเป็นส่วนตัว จึงจะเกิดจินตนาการ ขยันค้นคว้า ศึกษาทุกเรื่องราว เรียนรู้พัฒนาการสิ่งใหม่ ไม่ท้อแท้โดยการมองปัญหาทุกอย่างให้เป็นโจทย์คณิตศาสตร์ ยิ่งโจทย์ยากยิ่งท้าทาย การเขียนหนังสือแต่ละเล่มจึงยากเย็นเป็นอย่างยิ่ง ผมชอบเดินป่าปีนเขาสูงๆ ซึ่งกว่าจะข้ามไปได้เลือดตาแทบกระเด็น ต้องทนหิว ทนร้อน ทนเหนื่อย แสนลำบาก แต่เมื่อขึ้นสู่ยอดสูงสุดตามที่ตั้งใจได้แล้ว นั่นคือความสุขทั้งมวล การเขียนหนังสือของผมก็ไม่ต่างจากการปีนเขาสำเร็จลูกหนึ่ง เขียนจบเล่มจบเรื่องก็มีความสุข ทำให้อยากจะไปเดินป่าปีนเขาลูกต่อไป แต่กว่าจะผ่านจุดนั้นมาได้ต้องมีแรงบันดาลใจและวินัยที่เคร่งครัดมากเลยครับ นักเขียนมักอยู่กับความเพ้อฝันเพราะชีวิตนักเขียนโดดเดี๋ยว ทำให้เป็นคนขี้เหงาโดยปริยาย จะต้องเอาชนะความเหงา ความโดดเดี๋ยวให้ได้ ต้องทุ่มเท มุ่งมั่นให้มาก เรียนรู้ชีวิตและเอาวิธีการของนักเขียนรุ่นครูมาเป็นแบบอย่าง
 
28.Pattaradit Kap Nintasuwan เขีบนหนังสือกี่แนวครับ มีแนวไหนบ้าง
 
ตอบ สวัสดีครับคุณภัทรดิษฐ์ จริงๆ ก็ชอบเขียนหลายแนวครับ ปกติเขียนสารคดี นวนิยายเป็นหลัก เขียนเรื่องสั้นเป็นรอง ส่วนบทกวีและช็อตสตอรี่เขียนสนุกๆ ในเฟสบุ้คครับ แล้วแต่เหตุการณ์และอารมณ์กำหนด อยากเขียนให้ได้หลายๆ อย่าง หลายๆ แนว ยังต้องพยายามอีกมากครับ
 
29.จักรา วัชโรทยาน การปลดทุกข์ ในป่า มีข้อสังเกต และ ปัจจัย ใดๆ บ้าง ที่ควรคำนึง เช่น
1. ความปลอดภัย 2. สุขลักษณะ
 
ตอบ สวัสดีครับคุณจักรา สิ่งสำคัญเลยคือขยะที่เกิดจากกระดาษชำระ ปัจจุบันมีทิชชู่เปียกซึ่งย่อยสลายยาก ถ้าจำเป็นต้องใช้จริงๆ ควรกลบฝังให้ลึก แต่ถ้าเลือกได้ควรใช้ทิชชู่ธรรมดา หาขวดใส่น้ำเล็กๆ ติดไปสักขวด แต่ก็ต้องกลบฝังทุกครั้ง ในป่าดินนิ่มขุดง่าย ใช้มีดปลายแหลมขุดก็ได้แล้ว หรือถ้าไม่ทันจริงๆ ก็กลบปิดด้วยใบไม้ให้มิดชิดและสังเกตง่าย เดินผ่านจะได้รู้ว่าคืออะไร ไม่พลาดไปเหยียบเข้า การปลดทุกข์ในป่าไม่ใช่เรื่องลำบากอะไรเลย แต่ต้องไม่ถ่ายลงน้ำโดยเด็ดขาด ป่าต้นน้ำสะอาดบริสุทธิ์ ไร้สิ่งสกปรกปนเปื้อน จึงควรหลีกเลี่ยง เวลาไปเดินป่าจะต้องแบ่งเขตให้ชัดเจนว่าสุขาชายอยู่ฝั่งไหน สุขาหญิงอยู่ฝั่งไหน จะได้ไม่ลำบากใจ ถ้าให้ดีก็ควรร้องบอกให้รู้กันทุกคนเสียก่อนว่ากำลังจะไปทำอะไร ภาษานักเดินป่าเขาจะบอกว่าไปถ่ายเอกสารหรือไปส่งแฟ็กซ์ เป็นอันรู้กัน ถ้าให้ปลอดภัยก็ควนฮัมเพลงเบาๆ ไปด้วย เพื่อบ่งบอกตำแหน่งชัดเจน พรวดพราดจ๊ะเอ๋กันจะได้ไม่วิ่งป่าราบ บางคนขี้อาย เก้อเขินก็ต้องระวัง หาผ้าซิ่นหรือผ้าขาวม้าติดเป้ไปด้วย ส่วนความปลอดภัยก็ควรเรียนรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับต้นไม้ใบหญ้า สัตว์มีพิษ หรือทากและเห็บไปก่อนให้ถ่องแท้ ในป่ามีใบไม้ที่มีพิษหลายชนิด ตามริมน้ำจะมีต้นช้างร้องหรือสามแก้วที่คันปวดแสบปวดร้อนมาก เผลอไปปลดทุกข์ในดงช้างร้อง รับรองป่าแตกแน่นอน นอกจากนี้บนพื้นยังมีทากดูดเลือดที่ชอบอยู่ตามที่ชื้นๆ เกาะหนับเข้าให้ไม่รู้ตัวเลย กินอิ่มเลือดสาดถึงจะปล่อย แต่ไม่อันตราย ทากเป็นสัตว์สะอาดจะไม่มุดเข้าไปในที่อับๆ หรือมีกลิ่นแปลกๆ ส่วนตามขอนไม้แห้งๆ ผุๆ จะมีเห็บซึ่งอันตรายมาก ตามพื้นก็มี ควรกวาดพื้นให้สะอาดพอนั่งได้ หรือบริเวณใกล้ๆ อาจมีต่อหลุมทำรังอยู่ เดินไม่ระวังตกหลุมต่อขาบวมเดินไม่ได้ หรือตามต้นไม้อาจมีรังแตนหรืองูเขียวหางไหม้ แต่ก็ไม่มีพิษรุนแรงถึงชีวิต แค่บวมๆเจ็บๆ
 
30.ระ วีรศักดิ์ ชอบผลงานเขียนของตัวเองเล่มไหนมากที่สุดครับ
 
ตอบ สวัสดีครับคุณระ จริงๆ ก็ชอบทุกเล่มแหละครับ แต่เล่มที่ชอบมากที่สุดก็จะมีความแตกต่างจากเล่มอื่นๆ และความตั้งใจในการเขียน เพื่อจุดประสงค์ที่ตั้งไว้ในใจ คือ แผ่นดินเลือด , ไพรเดือนแรม และมันนิซาไก คนป่าแห่งเขาบรรทัด ทั้งสามเล่มนี้เขียนถึงชาติพันธุ์ทั้งหมด ซึ่งกว่าจะได้เรื่องราวมาเขียนเป็นเล่มได้ ต้องทุ่มเทและใช้เวลาไปกับวิถีของพวกเขาหลายปี อย่างเช่นแผ่นดินเลือดกับไพรเดือนแรม ต้องใช้เวลาคลุกคลีเพื่อเรียนรู้วิถีพวกเขาไม่น้อยกว่า 20 ปี เรื่องมันนิซาไก คนป่าแห่งเขาบรรทัด ก็ต้องลงไปอยู่ไปศึกษาไม่น้อยกว่าสองสามปี จึงจะถ่ายถอดออกมาเป็นนวนิยายและสารคดีได้
 
31.Thanaphon Ruenma มีความคิดเห็นอย่างไร ในกรณี "เสือดำ" ที่ถูกยิงตายในเขตรักษาพันธ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร
 
ตอบ สวัสดีครับคุณธนพล กรณีนี้เป็นตัวอย่างชัดเจนถึงความเหลื่อมล้ำของอำนาจรัฐกับประชาชน ประเทศของเรามีกฎหมายที่เข้มงวดศักดิ์สิทธิ์ สามารถใช้บังคับขู่เข็ญประชาชนธรรมดาๆ ได้อย่างเข้มงวด แต่กับคนรวยมีอำนาจเหนือรัฐไม่สามารถใช้กฎหมายให้บรรลุผลได้ คนที่อยู่เหนือกฎหมายจึงมีอยู่จริง ทุกวันนี้ก็มีให้เห็นเกลื่อนกลาด กระทำความผิดอุกฉกรรจ์แต่ก็ยังลอยนวล บางคนก็ออกไปอยู่ต่างประเทศ กรณีเสือดำในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรฝั่งตะวันตก จับผู้ต้องหาได้คาหนังคาเขา พร้อมหลักฐานมัดตัวครบถ้วน แต่ก็ยังไม่สามารถเอาตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษได้ ซ้ำร้ายเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าเองกลับจะตกเป็นผู้ต้องหาเสียยังงั้น ข้อหารับสินบนบ้าง,ไม่เก็บค่าธรรมเนียมบ้าง เป็นเหตุให้รัฐเสียหาย และปล่อยปละละเลยการปฏิบัติหน้าที่ จนแทบหมดกำลังใจทำงานกันไปแล้ว ในทางกลับกันถ้าชาวบ้านหรือบุคคลธรรมดาทั่วไป ตกเป็นผู้ต้องหาในกรณีเดียวกัน จะรีบสรุปสำนวนส่งฟ้อง ศาลตัดสินติดคุกกันไปหมดแล้ว ความเหลื่อมล้ำของความเป็นคนไทยยังมีให้เห็นอีกยาวนาน อำนาจเงินยังครอบงำความถูกต้อง
 
32.ภาคิน ประเคน อะไรที่ทำให้ชอบท่องเที่ยวป่าและเขียนเรื่องราวเกี่ยวป่า ป่ามีมนต์เสน่ห์อย่างไรครับ
 
ตอบ สวัสดีครับคุณภาคิน ป่าทำให้พลังในตัวเรากลับคืนมา ป่าช่วยให้เราเกิดจินตนาการ ป่าสอนให้เราเข้มแข็ง รู้จักความเหนื่อยยากสาหัส แต่เมื่อเราพยามยามก็สามารถผ่านไปได้ ในป่ามีทั้งความสวยความงดงามที่สุด มีทั้งความลำบากยากแค้นและอันตรายรอบด้าน ทั้งจากยุง แมลง สัตว์มีพิษ ต้นไม้มีพิษ งู เราจึงเรียนรู้เพื่อจะอยู่กับป่า เมื่อคุ้นเคยก็จะกลับกลายเป็นความสงบและมีเสน่ห์ ป่าให้พลังงานแก่เราไม่มีวันหมด
 
33.Andorn Meesreedee ส่วนใหญ่งานเขียนของอาบุหลันมักเป็นเรื่องราวผจญภัยชีวิตกลางแจ้งหลอมรวมกับมิตรภาพที่ไร้พรมแดน อยากถามว่ามีความคิดที่จะลองเขียนงานในมุมมองของการอนุรักษ์ป่าและสัตว์ป่าให้เข้มข้นขึ้นกว่านี้มั้ยครับ เพราะเชื่อว่าจากประสบการณ์ที่ผ่านมาและทักษะในการเล่าเรื่องน่าจะช่วยปรับเปลี่ยนมุมมองของคนทั่วไปที่มีต่อป่าและสัตว์ป่าว่าไม่ได้มีแต่ความน่ากลัวครับ
 
ตอบ สวัสดีครับ อยากจะเขียนแนวอนุรักษ์สุดโต่งอยู่เหมือนกัน แต่กลัวว่าจะขายไม่ได้นะซิครับ(ฮา) คนอ่านงานเขียนแนวนี้ที่เป็นแฟนหนังสือผมอาจมีไม่มาก เคยเขียนสารคดีแนวนี้ออกมาเล่มหนึ่ง ชื่อ “พิทักษ์ไพรแห่งแม่น้ำภาชี” เป็นงานแนวอนุรักษ์ล้วนและการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าครับ อีกเล่มหนึ่งเป็นนวนิยายชื่อ “ไพรเดือนแรม” เป็นเรื่องราวของชาวกะเหรี่ยงต้นน้ำที่ปกป้องผืนป่าจากการบุกรุกของคนไทยด้วยชีวิต แต่ส่วนใหญ่หนังสือที่ผมเขียนก็จะสอดแทรกการอนุรักษ์และสิ่งแวดล้อมไว้เกือบทุกเล่มครับ ผสมผสานกันไป ผมยังชีพด้วยการเขียนหนังสือ บางครั้งก็ต้องคิดหาหนทางให้อยู่รอดได้ด้วย การเขียนหนังสือแต่ละเล่มจึงต้องคำนึงถึงหลายๆ อย่างครับ อย่างไรก็ตาม งานเขียนส่วนใหญ่ก็แฝงเรื่องการอนุรักษ์ไว้อย่างแน่นอน ซึ่งปัจจุบันนี้สัตว์ป่าก็เข้าถึงง่ายกว่าสมัยก่อนมาก มีขั้นตอนและวิธีการก็ไม่ยุ่งยากนัก สามารถพบเจอตัวได้ง่าย สมัยก่อนโน้นสัตว์ระแวงไพรมาก ทั้งเก้ง กวาง เลียงผา หมี ชะนี ค่าง โดยเฉพาะเสือกับช้างนี่ ไม่มีทางได้เห็นตัวง่ายๆ หรอก สัญชาติญาณไพรมันต่างกับปัจจุบัน การอนุรักษ์สัตว์ป่าและทรัพยากรจึงเข้าถึงง่ายกว่าแต่ก่อน ผู้คนมีความตื่นตัวกันมากขึ้น และเพิ่มจำนวนขึ้นทุกวัน โดยเฉพาะกลุ่มจิตอาสาทั้งหลาย พวกเขาเหล่านี้เป็นต้นแบบแห่งการอนุรักษ์และเป็นแรงบันดาลใจให้กับคนรุ่นต่อๆไปได้อย่างดี

โดย johnrit

 

กลับไปที่ www.oknation.net