วันที่ อังคาร กันยายน 2561

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

เหรียญ หลวงปู่ม่น วัดเนินตามาก รุ่นเจริญพร นวะโลหะ .....บล็อคกษาปณ์


เหรียญ หลวงปู่ม่น วัดเนินตามาก รุ่นเจริญพร นวะโลหะ .....บล็อคกษาปณ์

เหรียญพระบล็อคกษาปณ์ (เหรียญที่โรงกษาปณ์ใช้กำลังการผลิตที่เหลือจากการผลิตเหรียญกษาปณ์หมุนเวียนรับจ้างผลิตเหรียญพระและเหรียญที่ระลึกต่างๆ   งานส่วนใหญ่จะมีความสวยงามประณีต)

 

 

ดวงตาเห็นธรรมนั้นคือดวงตาเห็นอะไร 

 " คือดวงตาเห็นสิ่งใดสิ่งหนึ่งมีความเกิดเป็นเบื้องต้น ความแปรไปเป็นท่ามกลาง ความดับเป็นที่สุด 

สิ่งใดสิ่งหนึ่งครอบรวมเลยทีเดียว ได้แก่ธรรมชาติทั้งหมดเป็นสิ่งใดสิ่งหนึ่ง จะเป็นรูปธรรมก็ช่าง จะเป็นนามธรรมก็ตาม เกิดขึ้นแล้วก็แปรเปลี่ยนดับไป อย่างร่างกายของเราก็เหมือนกัน มันเกิดแล้วก็แปรไปตามธรรมดาของมัน แล้วมันก็ดับไป

ดวงตาเห็นธรรม ดวงตานั้นก็คือผู้รู้แจ้งนั่นเอง รู้อะไร รู้ว่าธรรมทั้งหลายมีความเกิดขึ้นตั้งอยู่และดับไป รู้ความเป็นอนิจจังทุกขังอนัตตาเรียกว่าดวงตาเห็นธรรม คือเห็นธรรมหรือธรรมดาอันนี้เอง เมื่อเห็นชัดลงไปอย่างนี้ก็ถอนอุปาทานได้ "

 หลวงปู่ชาสุภัทโท

 

 

ด้านหน้าเหรียญ

 

 

ด้านหลังเหรียญ

 

 

ประวัติหลวงปู่ม่นธัมมจิณโณวัดเนินตามาก

         พระครูสุจิณธรรมวิมลหรือหลวงปู่ม่นธัมมจิณโณอดีตพระเกจิอาจารย์ชื่อดังวัดเนินตามาก.โคกเพลาะอ.พนัสนิคมจ.ชลบุรีนามเดิมนายม่นนามสกุลวิญญาณเกิดเมื่อวันเสาร์ขึ้น 7 ค่ำเดือน 5 ปีจอตรงกับวันที่ 16 เมษายนพ.. 2453 โยมบิดาชื่อมาโยมมารดาชื่อแดงมีพี่น้องรวมกัน 3 คนคือ 1.นางเทียมเอมเปีย 2.หลวงปู่ม่น3.นางย้อยโบราณ 

         ในวัยเยาว์โยมบิดามารดานำไปฝากเรียนกับพระที่วัดใกล้บ้านศึกษาอักขระสมัยเนื่องจากท่านเป็นผู้มีจิตใจอ่อนโยนโอบอ้อมอารีสนใจใฝ่เรียนมีความพยายามและอดทนเป็นเยี่ยมทำให้พระอาจารย์ได้ถ่ายทอดวิชาความรู้ให้อย่างเต็มกำลังจนมีความรู้ความเชี่ยวชาญในด้านต่างๆเช่นด้านอักษรการแพทย์แผนโบราณและการช่าง

         เนื่องจากท่านเป็นบุตรชายคนเดียวจึงถือเป็นหลักของครอบครัวขยันขันแข็งประกอบสัมมาอาชีพช่วยเหลือโยมบิดามารดาทำให้ครอบครัวมีฐานะมั่นคงในเวลาต่อมามีที่นาทำกินเป็นของตนเองจำนวนพอสมควร

จนกระทั่งอายุได้ 29 ปีท่านจึงได้ขอบรรพชาอุปสมบทในวันเสาร์ขึ้น 2 ค่ำเดือน 5 ตรงกับวันที่ 9 เมษายนพ.. 2481 ณพัทธสีมาวัดโคกเพลาะต.โคกเพลาะอ.พนัสนิคมจ.ชลบุรี
 
        
มีพระครูสังวรศีลาจารย์วัดหลวงพรหมาวาสต.วัดหลวงอ.พนัสนิคมเป็นพระอุปัชฌาย์พระครูพิพัฒน์ธรรมคุณวัดโบสถ์ต.วัดโบสถ์อ.พนัสนิคมเป็นพระกรรมวาจาจารย์และพระครูอาจารสุนทรวัดโคกเพลาะต.โคกเพลาะอ.พนัสนิคมเป็นพระอนุสาวนาจารย์ได้รับฉายาทางธรรมว่า "ธัมมจิณโณ"

         เมื่อได้อุปสมบทแล้วได้พำนักที่วัดโคกเพลาะระยะหนึ่งจึงได้ย้ายไปจำพรรษาที่วัดเนินตามากเริ่มศึกษาเล่าเรียนคันธุระและวิปัสสนาธุระอย่างจริงจังเคร่งครัดประกอบคุณงามความดีตามความเหมาะสมของเพศสมณะท่านเป็นพระที่เคร่งครัดในธรรมวินัยตั้งแต่เริ่มอุปสมบทศึกษาปริยัติธรรมเข้าสอบนักธรรมชั้นตรีชั้นโทตามลำดับมีความสามารถในการจำและสวดพระปาฏิโมกข์ได้จนมาทำการค้นคว้าด้วยตนเองฝึกการปฏิบัติจิตและกัมมัฏฐาน

เพื่อหลุดพ้นอย่างจริงจังเมื่ออุปสมบทได้ 5 พรรษาจึงได้ออกธุดงค์เพื่อหาประสบการณ์ไปตามสถานที่ต่างๆเช่นพระพุทธบาทสระบุรีวัดปากน้ำภาษีเจริญเป็นต้น

         ท่านเล่าว่าไปศึกษาวิชาธรรมกายกับหลวงพ่อสดวัดปากน้ำ (สมัยที่หลวงพ่อสดยังมีชีวิตอยู่) แต่เมื่อปฏิบัติได้ 7 วันท่านบอกว่าไม่ถูกกับจริตเลยขอลาไปที่อื่นต่อมาภายหลังท่านได้ฝากตนเป็นศิษย์พระสมุห์บุญยิ่งวิริโยที่วัดเขาบางพระอ.ศรีราชารับคำแนะนำสั่งสอนในการปฏิบัติอันเป็นไปด้วยธาตุและจริตเป็นหนึ่งเดียวกัน

         นอกจากนี้ยังได้ศึกษาด้านเวชกรรมจากพระสมุห์บุญยิ่งเพิ่มเติมจนมีความเชี่ยวชาญต่อมาพระสมุห์บุญยิ่งได้ชักชวนหลวงปู่ม่นออกธุดงค์หาสถานที่ปฏิบัติวิเวกเป็นสัปปายะจนได้พบถ้ำจักรพงศ์บนเกาะสีชังทั้งอาจารย์และศิษย์จึงได้พำนักอยู่ณที่นี้จนหลวงปู่ม่นเกิดความก้าวหน้าทางจิตเป็นอย่างมาก

         ปี 2490 พระอธิการกี่เจ้าอาวาสวัดเนินตามากได้ลาสิกขาทางคณะสงฆ์และอุบาสกอุบาสิกาได้มาอาราธนานิมนต์หลวงปู่ม่นกลับไปเป็นเจ้าอาวาสปกครองวัดสั่งสอนภิกษุสามเณรและอุบาสกอุบาสิกาสืบต่อไปเมื่อหลวงปู่ม่นเป็นเจ้าอาวาสได้ปฏิบัติหน้าที่ได้เป็นอย่างดีทำนุบำรุงวัดเนินตามากให้เจริญรุ่งเรืองสร้างถาวรวัตถุเช่นอุโบสถศาลาการเปรียญกุฏิวิหารฯลฯ

         นอกจากนี้ยังช่วยพัฒนาท้องถิ่นทำถนนไฟฟ้าสร้างโรงเรียนตั้งกองทุนมูลนิธิต่างๆให้การศึกษาแก่พระภิกษุสามเณรสอนนักธรรมพระนวกะส่งเข้าสอบนักธรรมสนามหลวงทุกปีหลวงปู่ม่นเป็นที่เคารพศรัทธาของบรรดาศิษย์เสียสละสร้างคุณงามความดีให้แก่พระพุทธศาสนาและท้องถิ่นเป็นที่ยอมรับของสาธุชนทั่วไปลูกศิษย์ที่ใกล้ชิดหลวงปู่ม่นมากที่สุดคือพลเอกเชษฐาฐานะจาโรส่วนเหรียญที่มีประสบการณ์มากที่สุดคือ "รุ่นเจริญพร" ซึ่งเป็นรุ่นที่นายทหารชั้นผู้ใหญ่บูชาติดตัวมากที่สุด 

         ปี 2529 คณะสงฆ์ได้พิจารณาขอพระครูชั้นโทที่พระครูสุจิณธรรมวิมลปี 2523 หลวงปู่ม่นได้อาพาธด้วยโรคอัมพฤกษ์เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลพนัสนิคมเกือบหายเป็นปกติจึงกลับมาพักฟื้นที่วัดจนกระทั่งปี 2537 ท่านอาพาธหนักอีกครั้งเข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาลสมิติเวชกรุงเทพฯเป็นเวลาถึง 8 เดือนจึงสามารถกลับมาอยู่วัด

         หลังจากนั้นท่านก็อาพาธเป็นๆหายๆเข้าออกโรงพยาบาลกระทั่งมรณภาพด้วยอาการสงบ  เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 8 ..2541 เวลา 18.00 . สิริอายุได้ 88 ปี 5 เดือน 24 วันพรรษา 60

 

 

 

ข้อมูล/ภาพ 

http://www.itti-patihan.com/ประวัติ-หลวงปู่ม่น-ธัมมจิณโณ-วัดเนินตามาก.html

http://www.nanacollections.com

https://th-th.facebook.com/tuKammatanclub

 

 

 

โดย opads

 

กลับไปที่ www.oknation.net