วันที่ พุธ กันยายน 2561

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ราชบุรี วันเดียวก็เที่ยวได้ :: ถ้ำเขาบิน


 

ออกจากอุทยานหินเขางู วิ่งมาเรื่อย ๆ ใช้เวลาไม่มากนัก เราก็มาถึง "ถ้ำเขาบิน" ราชบุรี ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่มีความสวยงาม อยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ภายในถ้ำเต็มไปด้วยหินงอกหินย้อยที่มีความสวยงาม

ในปี 2530 การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ได้มอบหมายให้สำนักบริการวิชาการศึกษาออกแบบพัฒนาถ้ำเขาบิน มีการติดตั้งไฟฟ้า แสง สี เพื่อเน้นความสวยงามของถ้ำ ตั้งอยู่ บนถนนสายราชบุรี – จอมบึง ห่างจากตัวจังหวัดประมาณ 20 กิโลเมตร

 

 


ถ้ำเขาบิน อำเภอเมือง จังหวัดราชบุรี อยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ได้ชื่อมาจากตำนานที่เล่าว่า มีพ่อค้าชาวจีนแล่นเรือสำเภาใหญ่ผ่านมา เรือเกิดชนหัวเขาด้านหนึ่งบิ่นไป เขาบินก็เลยถูกสันนิษฐานว่าเรียกเพี้ยนมาจากเขาบิ่น บ้างก็สันนิษฐานว่า มาจากเอกลักษณ์ภายในห้อง ๆ หนึ่งของถ้ำซึ่งมีลักษณะหินย้อยสีขาวหม่นยื่นออกมาเหมือนนกเขากำลังกระพือปีกเหมือนกำลังจะบินจึงได้ชื่อว่าเขาบิน




เขาบินมียอดสูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 272 เมตร ปากถ้ำสูงจากพื้นดิน 10 เมตร มีเนื้อที่ในถ้ำประมาณ 5 ไร่เศษ ทางเข้าถ้ำได้รับการพัฒนาจากจังหวัด ให้เป็นแนวดินราบเรียบจากปากถ้ำเข้าไปประมาณ 50 เมตร จะมีทางแยกเป็นสองทาง ทางซ้ายเป็นทางเข้าก้นถ้ำมีความลึก 300 เมตร ขวามือเป็นทางอ้อมตามลักษณะโครงสร้างของสันเขาเข้าสู่ก้นถ้ำลึกประมาณ 200 เมตรภายในถ้ำประดับไฟฟ้าทำให้เห็นความสวยงานของหินงอก หินย้อย เสาหินและหลอดหินย้อยซึ่งเกิดใหม่ อย่างชัดเจนสวยงามตลอดปี





ภายในถ้ำเขาบิน แบ่งออกเป็น 8 ห้อง ใหญ่
ซึ่งแต่ละห้องนั้นจะมีชื่อเรียกขานตามลักษณะหินงอก หินย้อยที่เกิดขึ้น และประวัติที่เล่าสืบกันมา ดังต่อไปนี้

1. โถงอาคันตุกะ เปรียบเสมือนเป็นห้องรับแขกที่ใช้ต้อนรับผู้มาเยือนด้วยหินงอกหินย้อยที่กำลังเกิดใหม่อย่างสวยงามหากผู้ใดที่เข้ามาในห้องแห่งนี้นับว่าเป็นผู้มีบุญหนักศักดิ์ใหญ่และเป็นผู้มีเพื่อนฝูงมากมาย เมื่อเดินผ่านห้องนี้ไปเรื่องเศร้าโศกใดๆ ก็จะหายไปด้วยด้านของหินด้านบนมีรูปใบหน้าของชายชราปรากฏให้เห็นที่ผนังถ้ำด้านบน




2. ศิวะสถาน  ผู้ใดที่ได้เข้ามาสัมผัสกับเสาหินที่เปรียบเสมือนเสาหลักเมืองอันศักดิ์สิทธิ์ประจำถ้ำผู้นั้นจะได้รับความสุขสมหวังคิดทำการใดจะสำเร็จสมอารมณ์หมายอาการเจ็บไข้จะหายไปในทันใด โชคลาภที่คอยมานานก็จะได้รับในทันทีนอกจากนั้นที่ประตูทางเข้ายังมีม่านหินปูน ที่ย้อยห้อยระย้าและทำนบหินปูนที่สวยงาม




3. ธารอโนดาต  ผู้ที่ได้เข้ามาสู่ห้องศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้ ผู้ที่จะได้รับยศถาบรรดาศักดิ์ประดุจดังน้ำตกหินปูนลักษณะคล้ายธารน้ำตกที่ี่หลั่งไหลมาสู่ผู้มาเยือนและมีม่านเบคอนที่มีสีสันสวยงามแตกต่างจากหินทั่วไป และห้องเล็กๆ ที่ผนังถ้ำเต็มไปด้วยฟองหินมีสวนหินย้อยคล้ายปะการังใต้ทะเล




4. สกุณชาติคูหา  ความมหัศจรรย์ของธรรมชาติที่เนรมิตให้หินปูนที่มีรูปร่างคล้ายนกกางปีกบินซึ่งเป็นที่มาของชื่อถ้ำเชื่อว่าผู้ที่ได้พบเห็นจะเป็นผู้มีสายตาที่กว้างไกลดุจดัง

พญาอินทรีย์ เมื่อเดินทางไปแห่งหนตำบลใดจะมีความปลอดภัยทั้งตนเองและคนเคียงกาย ผนังถ้ำประกอบไปด้วยเสาหินที่แข็งแรงด้านบนหลังนกอินทรีย์มีถ้ำเล็กๆ ที่ลึกลับรอการพิสูจน์จากผู้มาเยือน





5. เทวสภาสโมสรสถาน  ที่ศักดิ์สิทธิ์อีกแห่งหนึ่ง ที่เชื่อว่าเป็นสถานที่ชุมนุมของเหล่าสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่สิงสถิตภายในถ้ำบุคคลที่เดินทางมาถึงห้องศักดิ์สิทธ์แห่งนี้ในภายภาคหน้าจะมีความเจริญไม่มีทุกข์ ไม่มีโศก จะมีสมองที่สดใสจะสอบถามข้อความใดก็จะตอบได้ครบถ้วนกระบวนความ ภายในห้องจะประกอบด้วยเสาหินขนาดใหญ่หลายร้อยต้น หินย้อยที่แหลมคมดุจปัญญาของผู้มาเยือนย้อยอยู่เต็มเพดานถ้ำ ด้านหลังของเสาหินเป็นธารน้ำตกเกิดใหม่





6. กินนรทัศนาหรือกินนรีทัศนา  ถ้ำสีขาวบริสุทธิ์ดุจหิมะที่สร้างสมตนเองมาเป็นเวลาหลายพันปีผู้ใดได้พบเห็นจะเป็นผู้มีอายุยืนยาวและจะได้รับการยกย่องเชิดชูเหมือนดังหินดอกบัวบริสุทธิ์ 3ดอกที่ย้อยมาจากเพดานของถ้ำ ผนังถ้ำด้านในประกอบไปด้วยหินย้อยที่มีขนาดเล็กใหญ่ที่สวยสด งดงามตระการตา ส่วนที่ลึกที่สุดของถ้ำจะพบกับหินรูปเต่า (ทอง) และบ่อน้ำแร่ศักดิ์สิทธิ์ที่ไม่เคยแห้งใช้เป็นน้ำสาบานและน้ำมนต์ของพระชื่อดัง

   

7. พฤกษาหิมพานต์  ความยิ่งใหญ่ของหินงอกหินที่ราบเรียบประดุจค้างคาวกางปีก ผู้ที่เดินทางมาถึงห้องนี้ มีความเชื่อว่าผู้นั้นจะได้ดีมีบ้านเรือนที่สุขสดชื่นระรื่นใจ ให้ความร่มรื่นผู้นั้นจะเป็นที่รักและพึ่งพาของลูกหลาน อีกด้านหนึ่งของถ้ำจะเป็นสวนหิน มีต้นไม้เป็นรูปหินย้อย และเสาหินมากมาย ที่เกิดมานานนับพัน

    8. อุุุทยานทวยเทพ สถานที่พบปะสังสรรค์ของสิ่งศักดิ์สิทธิ์ของถ้ำมีหินงอกที่นักท่องเที่ยว กราบไหวประดุจสิ่งยึดเหนี่ยวทางจิตใจเป็นที่พึ่งพาและขอพรเพื่อให้มีความโชคดีเป็นศรีสุขหมดทุกข์หมดโศกปราศจากโรคภัยไข้เจ็บ

   

เดินตั้งแต่ปากถ้ำ ยันออกมาปากถ้ำทางเดิม เรียกได้ว่าอลังการงานสร้างของธรรมชาติจริง ๆ ถึงแม้นอากาศข้างในจะค่อนข้างอบอ้าว และดูอึดอัดไปเสียหน่อย แต่ก็ถือว่าคุ้มค่าที่ได้มาชม มรดกทางธรรมชาติที่จะตกทอดสู่ลูกหลายเราต่อ ๆ ไป

   

โถงของอีกห้อง





ประดับไฟอย่างสวย





อีกโถงหนึ่ง



ทางเดินออกจาก ซึ่งก็เป็นทางเข้าถ้ำด้วย

โดย สายลมที่ผ่านมา

 

กลับไปที่ www.oknation.net