วันที่ จันทร์ กันยายน 2561

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

เพาะกล้าไม้ ขยายผืนป่า อาสามาด้วยกัน ... เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าแม่น้ำภาชี


น้องสตางค์ สต๊าฟของอาสามาด้วยกัน กล่าวต้อนรับทุก ๆ ท่านและเล่ารายละเอียดทริปคร่าว ๆ บนรถ

เป็นครั้งที่สองแล้ว สำหรับการออกค่ายกิจกรรมไปกับ "กลุ่มอาสามาด้วยกัน" (ทริปแรกคือ “อาสาพาออเจ้า เลี้ยงข้าวคนชรา ทัศนศึกษาตามรอยละคร” กับ "กลุ่มอาสามาด้วยกัน"​) ซึ่งทริปแรกนั้น ค่อนข้างสบาย ๆ ไปเลี้ยงอาหารป้า ๆ ลุง ๆ แล้วเที่ยวชมความงามของอุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา แต่ครั้งนี้ แตกต่างจากครั้งก่อนแน่นอน เพราะเราจะไป "ทำฝาย ทำโป่ง เพาะกล้า ยิงเมล็ดพันธุ์กัน" 

สถานที่ ๆ เราจะไปกันในครั้งนี้ อยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน เรียกว่า เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าแม่น้ำภาชี ทันทีที่ทุกคนขึ้นรถกับพร้อมเพรียง ล้อหมุน สต๊าฟของกลุ่มฯ ซึ่งครั้งนี้คือ น้องสตางค์ก็มาให้รายละเอียดคร่าว ๆ ของการทำกิจกรรมในครั้งนี้

ต้นกล้าที่รอการนำลงดิน

นั่งรถไปประมาณ 3 ชั่วโมง เราก็เดินทางสู่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าแม่น้ำภาชี จังหวัดราชบุรี​ กันแล้ว เนื่องจากป่าแม่น้ำภาชีในท้องที่ตำบลสวนผึ้ง ซึ่งเนื้อที่ประมาณ 489.31 ตารางกิโลเมตร หรือประมาณ 305,820 ไร่ มีลักษณะภูมิประเทศเป็นเทือกเขาสลับซับซ้อน สภาพป่าเป็นป่าต้นน้ำลำธาร มีสภาพเป็นป่าดงดิบ ป่าเบญจพรรณ และ ทุ่งหญ้า มีแหล่งน้ำและแหล่งอาหารของสัตว์ป่า อยู่อย่างอุดมสมบูรณ์ และมีสัตว์ป่าหลายชนิดอาศัยอยู่อย่างชุกชุม เช่น ช้าง กระทิง เลียงผา กวาง อีเก้ง หมี เสือ ลิง ค่าง ชะนี นก และสัตว์เลื้อยคลานชนิดต่าง ๆ ​

เดินเรียงแถวเข้าไปยังสำนักงานของเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าฯ

ฉะนั้นเพื่อ ให้เป็นที่อยู่ของสัตว์ป่าโดยปลอดภัยและรักษาไว้ซึ่งพันธุ์สัตว์ป่า รวมทั้งเป็นการช่วยป้องกันรักษาต้นน้ำลำธารและป่าไม้ ตลอดจนสภาพสิ่งแวดล้อมตามธรรมชาติ ที่มีอยู่ในพื้นที่แห่งนี้ให้คงอยู่ตลอดไป จึงได้มีการกำหนดบริเวณดังกล่าวให้เป็นเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า ตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2503 เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าแม่น้ำภาชี ได้รับการจัดตั้งโดยตราพระราชกฤษีกาขึ้น เรียกว่า "พระราชกฤษฎีกากำหนดบริเวณที่ดินป่าแม่น้ำภาชี " เมื่อวันที่ 1 สิงหาคม 2521 

สำนักงานของเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าแม่น้ำภาชี

เมื่อมาถึงบริเวณที่ทำการ น้อง ๆ สต๊าฟของกลุ่มอาสามาด้วยกัน ก็เริ่มกิจกรรมด้วยการสันทนาการ เพื่อสร้างบรรยากาศเป็นมิตร และสร้างความครื้นเคร่งก่อนที่จะรับฟังข้อมูลเกี่ยวกับเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าแห่งนี้

ผู้ร่วมกิจกรรมเต้นไก่ย่าง

เกมส์ต่าง ๆ

ผู้แพ้ต้องออกมาเต้น ส่วนผู้ชนะก็รับรางวัลเป็นเสื้อจากอาสามาด้วยกัน

บรรยายเกี่ยวกับเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าแม่น้ำภาชี

ด้วยลักษณะภูมิประเทศของเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าแม่น้ำภาชี เป็นภูเขาสูงสลับซับซ้อน ช่วงชั้น ทำให้เกิดชนิดป่าหลายชนิดกระจายอยู่บนพื้นที่ที่มีความสูงต่าง ๆ กัน ประกอบด้วยป่า 4 ประเภทคือ

1. ป่าดิบชื้น (Evergreen Forest) ครอบคลุมพื้นที่ทั้งหมด 27,523.8 ไร่ คิดเป็นร้อยละ 9 ของพื้นที่ โดยมีการกระจายอยู่ทางตอนใต้และตะวันตกของพื้นที่และบริเวณลำห้วยสายใหญ่ๆ กระจายอยู่ในหลายระดับความสูง เช่น บริเวณ ลำห้วยพุน้ำร้อย ห้วยต้องกินเจ้า ห้วยพุระกำ และหุบเขาจมูก เป็นต้น​

สภาพโดยทั่วไปของพื้นที่จะรกทึบ ประกอบไปด้วย ไม้ยืนต้น ไม้พุ่ม หวายและเถาวัลย์ชนิดต่างๆ เป็นไม้ที่เป็นดัชนีสำคัญ ได้แก่ ตะเคียนทอง กระบาก หว้า กระทุ่มน้ำ นอกจากนี้ยังพบกล้วยไม้และเฟิร์นอีกหลายชนิด เช่น ชายผ้าสีดา​

หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าแม่น้ำภาชี

2. ป่าดิบแล้ง (Dry Evergreen Forest) ครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 204,899.4 ไร่ คิดเป็นร้อยละ 67 ของพื้นที่ พบกระจายอยู่ทางตอนกลางและตอนใต้ของพื้นที่ ซึ่งปกคลุมพื้นที่มากที่สุด ลักษณะภูมิประเทศที่พบการกระจายตัวของป่าประเภทนี้ ได้แก่ สันเขา หุบเขา และบริเวณลำห้วยที่มีน้ำเฉพาะในช่วงฤดูฝน ในช่วงหน้าแล้งจะมีไฟป่าเกิดขึ้นในบางแห่ง องค์ประกอบของพันธุ์ไม้เรือนยอดที่เด่น ได้แก่ สมพง ยางนา กร่าง ข่อยหนาม ตาเสือ ฯลฯ ส่วนไม้ชั้นรองและไม้พุ่มที่ปรากฏในป่าชนิดนี้ ได้แก่ มะปริง พลองขาว มะเดื่อปล้อง มีกล้วยป่า เฟิร์นและหวาย กระโถนฤาษี ขนุนดิน เป็นไม้พื้นล่าง​

อาหารมื้อเที่ยงของเราวันนี้

3. ป่าเบญจพรรณ (Deciduous Forest) ครอบคลุมพื้นที่ 55,047.6 ไร่ คิดเป็นร้อยละ 18 ของพื้นที่ พบตอนเหนือและตะวันออกเฉียงเหนือของพื้นที่ ลักษณะเด่นที่ปรากฏในป่าชนิดคือป่าโปร่งประกอบด้วยไม้ขนาดกลางจำนวนมาก การผลัดใบของพันธุ์ไม้ที่ขึ้นอยู่ในป่าชนิดนี้ก็เพื่อลดอัตราการคายน้ำในช่วงปริมาณความชุ่มชื้นในดินมีน้อย พันธุ์ไม้จะเริ่มทิ้งใบช่วงปลายเดือนธันวาคมและจะค่อยๆ ผลิใบใหม่ในช่วงเดือนเมษายนของทุกปี ป่าชนิดนี้มักจะมีไฟป่าเกิดขึ้นในช่วงฤดูแล้งเพราะมีไผ่อยู่มาก พันธุ์ไม้ที่สำคัญ ได้แก่ ตะแบก เสลา ประดู่ มะค่าโมง ขี้อาย แดง เก็ดดำ ฯลฯ ส่วนไม้พื้นล่างประกอบด้วย สาบเสือ หญ้า เถาวัลย์ต่างๆ และไม้ไผ่ชนิดต่างๆ เช่น ไผ่รวก ไผ่ป่า ไผ่บง​

ต้มยำไก่สุดแซบ

4. ป่าเต็งรัง (Deciduous Dipterocarp Forest) ครอบคลุมพื้นที่ 18,349.2 ไร่ คิดเป็นร้อยละ 6 ของพื้นที่ ป่าชนิดนี้จะพบทางตอนเหนือและตะวันออกเฉียงเหนือ โดยอยู่ถัดจากป่าเบญจพรรณออกมา ดินจะมีลักษณะเป็นทรายและลูกรัง ลักษณะโครงสร้างของป่าชนิดนี้จะเป็นป่าโปร่ง มีต้นไม้ขนาดเล็กและขนาดกลางกระจายอยู่ทั่วไป และมีหญ้าชนิดต่างๆ กระจายอยู่ทั่วไปเช่นกัน ไม้เด่นขององค์ประกอบโครงสร้างของป่าชนิดนี้ได้แก่ ไม้เต็ง รัง เหียง พลวง กว้าว พะยอม ส่วนไม้วงศ์อื่นๆ ที่พบ เช่น มะขามป้อม รักเขา ไข่เต่าตะแบกแดง เป็นต้น​

ไข่เจียว และผัดผักรวมมิตรกุ้ง

สัตว์ป่าสงวนที่หายาก เช่น สมเสร็จ เก้งหม้อ ส่วนใหญ่พบบริเวณตอนล่างพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าแม่น้ำภาชี เลียงผา พบในบริเวณภูเขาสูงชันทั่วไปของพื้นที่เขตฯ เช่น เขาพุน้ำร้อน เขาจารุณีย์ เขาลำบัวทอง สัตว์อื่นๆ ที่สำคัญได้แก่ กระทิง หมี วัวแดง ส่วนใหญ่อยู่บริเวณป่าดิบแล้งตอนล่างของเขตฯ เสือ เก้ง กวาง และสัตว์เล็กๆ พบกระจายทั่วไปของพื้นที่​

โดยแยกเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม 93 ชนิด สัตว์สะเทินน้ำสะเทินบก 11 ชนิด สัตว์เลื้อยคลาน 31 ชนิด และปลา 21 ชนิด สำหรับ นก ที่สำคัญอยู่ในพื้นที่เขตฯ บริเวณตอนกลางและตอนล่าง ที่มีพื้นที่ป่าอุดมสมบูรณ์ สามารถพบเห็นนกได้หลายชนิด เช่น นกแก้ว นกแกง นกกาฮัง นกเงือกกรามช้าง นกเงือกกรามช้างปากเรียบ นกเงือกสีน้ำตาล นกแซวสวรรค์ นกแก๊ก พบในบริเวณ ลำห้วยสวนพลู ลำห้วยพุน้ำร้อน นกจาบคาเคราสีน้ำเงิน นกจาบคาเคราแดง พบในบริเวณเขตฯ และหลังสำนักงานเขตฯ และนกชนิดอื่นๆ รวมทั้งสิ้นจำนวน 186 ชนิด ( สำรวจเริ่มจากปี 2539-2540 )​ (ข้อมูลจาก :: สำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า)

สัปรดปัตตาเวีย อาหารขึ้นชื่อของสวนผึ้ง ราชบุรี

จากข้อมูลที่ได้กล่ามาทั้งหมดจะเห็นได้ว่า เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าแม่น้ำภาชี มีความอุดมสมบูรณ์เป็นอย่างมาก แม้นว่าในปัจจุบันสัตว์ป่าบางชนิดจะลดน้อยถอยลง เนื่องจากมีการบุกรุกทำลายป่า และการรุกคืบเข้าไปทำสวนทำไร่ในส่วนที่เคยเป็นป่า ให้กลายเป็นพื้นที่ทางการเกษตรไป

อร่อยอย่าให้เซด

ดังนั้น เพื่อให้ป่ายังคงมีความอุดมสมบรูณ์ เราจึงต้องสร้างจิตสำนึกในการรักษาป่า รวมถึงให้ความรู้ควบคู่ไปกับการจัดกิจกรรมเกี่ยวกับการดูแลรักษาป่า ดังนั้น กิจกรรมในวันนี้ จะช่วยสร้างความตระหนัก นึกรัก มีส่วนร่วม และมีความเป็นเจ้าของให้แก่เยาวชนที่มาเข้ารร่วมได้เป็นอย่างดี

กินอาหารร่วมกันแบบบุฟเฟต์

หลังจากจบการบรรยายจากหัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าแม่น้ำภาชี ก็ได้เวลาเติมพลัง ก่อนที่เราจะออกไปยังพื้นที่ ๆ ต้องทำฝายและโปงเทียม

หาที่เหมาะ ๆ จับกลุ่มนั่งกินข้าวร่วมกัน

ถ่ายรูปร่วมกันเป็นที่ระลึกก่อนที่จะออกเดินทางเข้าป่าไปทำฝายและโป่งเทียม

พาหนะที่ใช้ในการเดินทางในครั้งนี้

แนวหลังค่อยเก็บภาพ

รถแล่นไปบนเส้นทางคดเคี้ยวและสวยงาม

สำนักสงฆ์

ในที่สุดก็มาถึง

อุทยานแห่งชาติ เฉลิมพระเกียรติไทยประจัน

สายน้ำเย็น ๆ ให้ลงแช่สลับกับน้ำพุร้อนที่อยู่ในเต้นท์

น้ำพุร้อนที่ต่อสายมาจากบ่อน้ำพุร้อนเพื่อให้นักท่องเที่ยวได้เดินทางมาแช่ตัว

บ่อน้ำพุร้อน

คณะอาสามาด้วยกัน เริ่มออกเดินเข้าป่า เพื่อไปยังจุดที่จะต้องทำฝายและโป่งเทียม

มาถึงแล้ว จุดที่จะต้องทำฝายทดน้ำ

เริ่มจากการสร้างโครงเพื่อบรรจุหิน ซึ่งหนุ่ม ๆ รับหน้าที่ปักไม้ไผ่ ตอก ตัดให้ได้รูป

เริ่มเป็นรูปเป็นร่าง

จากนั้น ก็จะช่วยกันลำเลียงหินมาใส่ในกรอบไม้ไผ่ที่ทำไว้ เพื่อให้สามารถกักเก็บน้ำให้อยู่ในเส้นทางธรรมชาติได้นานขึ้น บริเวณโดยรอบของฝายที่สมบรูณ์มักจะมีพืชพันธุ์มาขึ้นอย่างรกครึม เพราะได้รับน้ำท่าอุดมสมบูรณ์

กลุ่มนี้เริ่มต่อยดินเพื่อเตรียมทำโปงเทียม

นำแร่ธาตุออกมาทุบให้ละเอียด เตรียมทำโป่งเทียม

จากนั้น ขุดหลุมผสมแร่ธาตุกับเกลือแล้วเกลี่ยลงบนหลุมดินที่เตรียมไว้พร้อมกลบหน้าดินกันน้ำฉะแร่ธาตุไป

สนุกสนานกับการต่อยแร่ธาตุให้แตกเป็นผง

สาว ๆ ช่วยคุณลุงหัวหน้าเขตฯ ขุดหลุมทำโป่งเทียม

ถ่ายรูปเป็นที่ระลึกกับฝายที่เสร็จแล้ว

จากนั้น พวกเราก็ออกเดินทางมายังชายป่า เพื่อยิงเม็ดพันธุ์ เป็นเมล็ดพันธุ์มะค่าโมง ที่เราต้องตั้งแถวยิงเข้าไปในแนวป่า เพื่อให้มันฝังตัวลงไปในดิน แล้วแตกยอดออกเป็นต้นไม้ในป่าสืบต่อไป

ยิ่งเมล็ดพันธุ์เข้าป่า 

ถือเป็นการจบกิจกรรม "เพาะกล้าไม้ ขยายผืนป่า อาสามาด้วยกัน ... เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าแม่น้ำภาชี​" ด้วยความสมบูรณ์ จากนั้น พวกเราก็เดินทางกลับสู่กรุงเทพฯ กันต่อไป


"กลุ่มอาสามาด้วยกัน" เป็นใคร ???

กลุ่มอาสามาด้วยกัน คือ กลุ่มเพื่อนที่เรียนหนังสือมาด้วยกัน และร่วมทำกิจกรรมมาด้วยกัน จนวันหนึ่ง เกิดความคิดที่ว่า การทำสาธารณะประโยชน์ ไม่ควรถูกจำกัดอยู่ที่กลุ่มเพื่อน ควรขยายโอกาสในการทำสาธารณะประโยชน์ ด้วยการจัดกิจกรรม เชิญชวนให้บุคคลทั่วไป ทั้งที่สนใจ และไม่สนใจ ได้รับรู้ว่า ยังมีกลุ่มคน กลุ่มเล็ก ๆ ชวนไปทำสาธารณะประโยชน์ร่วมกันอยู่ตรงนี้ 

ด้วยการจัดกิจกรรมสาธารณะประโยชน์อยู่อย่างสม่ำเสมอ ไม่ว่าจะเป็นการ ปลูกป่าชายเลน, เพาะกล้าโกงกาง, สร้างฝาย และอื่น ๆ อีกมากมาย ไปแวะเยี่ยมชม ให้กำลังใจ ค้นหาตัวตนของพวกเขา หรือเข้าร่วมกิจกรรมกับพวกเขาได้ที่ เฟสบุ๊ค อาสามาด้วยกัน :: https://www.facebook.com/asa.kreate/ลองดูนะคะ เผื่อคุณจะค้นพบอะไรดี ๆ ในตัวคุณเพิ่มขึ้นอีก

ขอบคุณที่รับชม

โดย สายลมที่ผ่านมา

 

กลับไปที่ www.oknation.net