วันที่ พฤหัสบดี ตุลาคม 2561

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ปาร์ตี้เล็กๆกับอิตาเลี่ยนบาร์ ไวน์บิ๊บเบอร์ซังเกรีย-Wine Bibber Sangria Chidlom


เพิ่งรู้ว่ามีร้านอิตาเลี่ยนไวน์ เก๋ ๆ น่ารัก ๆ เดินทางไปมาสะดวก และที่สำคัญดนตรีดีมาก ก็เมื่อเพื่อนชวนมาสังสรรค์กันเสียหน่อยสิ ที่ Wine Bibber Sangria Restaurant​ Chidlom ที่ชั้น 4 เดอะ เมอร์คิวรี่ วิลล์ ชิดลม ลงสถานีรถไฟฟ้าชิดลม หรืออยู่ตรงข้ามกับห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล ชิดลม นั่นหละค่ะ 

รรยากาศภายในร้าน

เดินขึ้นมาชั้น 4 เราก็จะมองเห็นร้านได้ไม่ยาก เป็นร้านอาหาร และไวน์อิตาเลี่ยน ที่ตกแต่งได้อย่างเรียบหรู สามารถมองเห็นวิวถนนชิดลมได้จนเกือบถึงแยกราชประสงค์ แถมวันนี้มีเพลงแบบอคูสติกให้ฟังเพลิน ๆ ซึ่งเรื่องเพลงนี่จะมีสลับสับเปลียนกันไป บางวันก็จะเป็นการเล่นแบบเต็มวง บางวันก็เป็นเพลงแนวอคูสติก เหมือนเช่นวันนี้

นักดนตรีบรรเลงเพลงอคูสติก ไพเราะ

เลือกโต๊ะได้แล้ว ก็เริ่มสั่งอาหารกันได้เลยค่ะ

เริ่มจากเครื่องดื่มเรียกน้ำย่อย อย่างสปาร์คกิ้งค์ไวน์ก่อนเลย

แน่นอนค่ะ คาลามารี (ปลาหมึกวงชุปแป้งทอด) น่าจะดีแน่แท้

คาลามารี จานนี้ได้หมึกกล้วยที่สด หั่นเป็นวงชุปแป้งทอดแบบให้กัดเพลิน ๆ ตัวแป้งกรอบบาง วางไว้ทั้งคืนยังไม่หายกรอบ ยิ่งได้ซอสรสชาติเผ็ดนิด ๆ เปรี้ยว ๆ มัน ๆ และความหอมของเลมอนที่เราบีบลงไปเพื่อเพิ่มกลิ่นสัมผัส ยิ่งทำให้เพลินมากกับการดื่มไวน์และฟังเพลงดี ๆ

มาการิต้า พิซซ่า (Pizza Margherita) 

มีคนบอกว่า อยากรู้ว่าร้านไหนทำพิซซ่าอร่อยต้องสั่ง มาการิต้า พิซซ่า มากิน เพราะพิซซ่าชนิดนี้มีส่วนระกอบหลักเพียงสี่อย่างนั่นก็คือ แป้งพิซซ่า ซอสมะเขือเทศ ชีส และโหระพา มาการิต้าที่นี่ แป้งบางกรอบ แต่ไม่แข็งนะคะ ซอสที่ใช้ในการทำพิซซ่าของร้านนี้ เป็นซอสซัลซ่าค่ะ คือ เป็นซอสที่ทำจากมะเขือเทศปั่นผสมกับเครืองปรุงต่าง ๆ ทำให้ได้รสชาติที่กลมกล่อม ไม่เปรี้ยวนำจนมากนัก ส่วนชีสก็เป็นมอสซาเรลล่าชีสหอม ๆ ยืด ๆ ให้สามผ่านค่ะ สำหรับมาการิต้า พิซซ่าจานนี้

ระหว่างรออาหารจานต่อไป

ผักโขมอบชีส 

จานนี้ต้องบอกว่าโปรดมาก ผักโขมที่เป็นผักโขมจริง ๆ ไม่ต้องมีเบค่อนบ่น ไม่ต้องมีมักกะโรนีใส่มาให้เคืองขุ่น ที่สำคัญอบมาได้แห้งไม่แฉะ ขนาดตั้งทิ้งไว้จนเย็น ก็ยังไม่แฉะ ได้ชีสดี ๆ หอม ๆ เอาลงไปอบด้วยกัน กินกันเพลินเลยทีเดียว

จานนี้จำชื่อไม่ได้ 5555+ แต่กินได้และเก๋ด้วย

จานนี้เป็นจานแนะนำจากทางร้านค่ะ จำชื่อไม่ได้ เพราะมัวแต่เมาท์มอยซอย 9 กันอยู่ แต่น้องอธิบายว่ามันคือ สปาเก็ตตี้ผัดซีฟู๊ดและโรยไข่ปลาอะไรซักอย่างนึ่ง (สัญญาว่าคราวหน้าจะจดชื่อมาด้วย) ถูกคลุมด้วยแป้งพิซซ่าแล้วเอาไปอบก่อนเอามาเสิร์ฟ

เวลาเสิร์ฟน้องจะเลาะแป้งออกทางด้านข้างแล้วเปิดให้เราได้ลิ้มรสกัน พอเปิดออกมาเท่านั้นหละค่ะ กลิ่นสมุนไพร กลิ่นทะเลลอยคลุ้งอยู่ในอากาศ กระเพาะและน้ำย่อยทำงานทันที ได้เวลาจ้วงค่ะ อย่ารอ เพื่อนเร็ว เส้นสปาเก็ตตี้ที่ลวกมาอย่าดี ความนิ่มพอเหมาะกับซอสโหระพากลิ่นหอมฟุ้ง อาหารทะเลสด ๆ ในจานมีแทบจะครบทุกประเภท ทั้งหอยลาย หอยแมลงภู่ ปลาหมึก ขาดแต่กระเพาะปลา กับแมงกระพรุนซึ่งก็คงหากินได้ในเย็นตาโฟรทั่วไป นอกจากกลิ่นที่หอมแล้ว รสชาติก็ยังเผ็ดเล็ก ๆ เค็มหน่อย ๆ ได้ความหวานจากอาหารทะเลที่สดใหม่กำลังดี แถมกิมมิกเก๋ ๆ อย่างแป้งพิซซ่าที่คลุมมาก็เอามากินกับซอสซัลซ่าได้อย่างสนุกสนานอีกด้วย

ไวน์อีกสองขวดก็ไม่เหลือ

วิวด้านมุมถนนเพลินจิต / ชิดลม

ปาร์ตี้เล็ก ๆ ที่เพื่อนฝูงมาสังสรรค์ในวันคล้ายวันเกิด

น้อง ๆ บริกรให้บริการเป็นอย่างดี ยิ้มแย้มแจ่มใส

ของคาวจบไปแล้ว จะให้ครบครอสเราต้องกินของหวานตาม 
(ขวา) ทีรามิสุ และ (ซ้าย) พานาคอตต้าสตอร์เบอร์รี่

ทีรามิสุ นั่นให้รสสัมผัสของครีมข้น ๆ และผงโกโก้ขม ๆ หอม ๆ ตัดรสกับความหวานมันของตัวครีมได้เป็นอย่างดี กริมมิคเก๋ ๆ ของเมนูนี้คือ เสิร์ฟมาพร้อมกับขนมปังกรอบที่เคลือบด้วยช็อคโกแลต กรุบกรอบ จะกินเฉพาะขนมปังหรือจะจิ้มกับทีรามิสุที่เสิร์ฟมาก็อร่อยเข้ากัน

ส่วนพานาคอตต้าสตอร์เบอร์รี่นั้น ลงตัวด้วยความหวานมันและเนื้อละเอียด ๆ ที่ตัดรสกับซอสสตอร์เบอร์รี่ และเนื้อสตอร์เบอร์รี่สด และส้มที่เสิร์ฟมาด้วยกัน ให้ความหวานสดชื่นเหมาะกับเป็นขนมหลังอาหารที่อร่อยค่ะ

การใช้ต้นไม้เทียมตกแต่งภายในร้าน

อิ่มอร่อย และได้เมาท์มอยกันไปเรียบร้อย เรื่องกลับบ้านไม่ต้องเป็นห่วงค่ะ ลงจากตึกก็มีทางเชื่อมไปสู่ระบบรถไฟฟ้า BTS เลย เหมาะมากกับสโลแกนที่ว่า "ดื่มไม่ขับ กลับบ้านปลอดภัย" ค่ะ

โดย สายลมที่ผ่านมา

 

กลับไปที่ www.oknation.net