วันที่ จันทร์ ตุลาคม 2561

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

แต้มสีที่ผ้าขาว : นักเล่นของนักเรียน


             

              ถ้าโลกของเด็กคือการเล่น โลกของครูก็คงไม่ต่างกัน ไม่ว่าคุณจะเติบโตเป็นใคร แต่ในวัยเด็กของทุกคนคงจะมีช่วงเวลาหอมหวาน เช่น หลังเลิกเรียน คุณอาจจะเคยนั่งอมยิ้มเงียบๆ คิดแผนการบางอย่างไว้ตั้งแต่คาบเรียนสุดท้ายยังมาไม่ถึงว่าเย็นนี้กลับถึงบ้านแล้วฉันจะไปเล่นอะไรบ้าง กระโดดยางกับเพื่อน ล้อมวงเล่นหมากเก็บ ซนทะโมนปีนต้นไม้ เล่นเกมการ์ด เกมกระดาน หรืออะไรก็ตามแต่ที่เติมฝันให้เต็มใจในวัยเด็ก

              ฉันก็ชอบเล่น เล่นเป็นครูซนๆ ตามแบบของเด็กซนๆ บางวันก็เล่นเป็นศิลปิน, ใช่คุณอ่านไม่ผิดหรอก ฉันจะสมมติตนให้มีดวงตาช่างฝัน มองดอกไม้ใบหญ้าเป็นเวทีแสดง ทุกกิ่งก้านในยามลมลู่ผ่านคือการร่ายรำ หรือแม้แต่การวาดรูปที่โปรดปราน แม้ว่าภาพวาดนั้นจะไม่สามารถเข้าเวทีประกวดใดๆได้เลย ฉันก็ยังสนุกกับการวาดในแบบของฉันเสมอ แล้วคุณล่ะ.. ห้วงยามโปรดปรานในวัยเด็กถูกบรรจุด้วยกิจกรรมใด? ลองนึกย้อนแล้วสะท้อนมองมาถึงวันนี้ วันที่คุณเป็นผู้ใหญ่ และหลายๆคนกำลังเป็นผู้ใหญ่ที่เป็น ‘ครู’

              ถ้านึกย้อนไปแล้ว ทำให้คุณยิ้ม นั่นแปลว่าการเล่นทำให้เราสนุก ลืมเวลาจนค่ำมืด แล้วห้องเรียนที่จะสนุกเหมือนโลกในสนามเด็กเล่นล่ะ ก็คงเป็นเหมือนฝัน เป็นโลกยูโทเปียของเด็กทุกคน เพราะแท้จริงแล้ว ธรรมชาติที่จะทำให้เด็กเป็นส่วนหนึ่งกับห้องเรียนนั้นมีไม่กี่อย่าง หนึ่งเลยคือตัวครูสองคือวิธีการที่ใช้กับเด็ก ทั้งวิธีการสอน และวิถีความเป็นอยู่ สามคือ บรรยากาศและองค์ประกอบเสริมในห้องเรียน ฉันกล้าเอ่ยเช่นนี้นั่นเพราะฉันเชื่อในความเป็นธรรมชาติของมนุษย์ หนึ่งล่ะคือเสรีภาพ สองคืออิสรภาพ สามคือระเบียบวินัยที่มีมาจากข้อเสนอของผู้ปฎิบัติเอง ก็คือเด็กนั่นล่ะ

              ทีนี้..จะทำให้เด็กเรียนอย่างมีความสุข ว่ากันง่ายๆเลยคือครูต้องทำห้องเรียนให้เป็นเหมือนสนามเด็กเล่น เป็นเหมือนพื้นที่กว้างๆที่เด็กมีเสรีภาพ ครูเองก็ต้องร่วมเล่นไปกับเด็กด้วย อาจจะจัดกิจกรรมที่เด็กได้ร่วมออกแบบว่าวันนี้เรียนเนื้อหายากๆเสร็จ เราจะมาทบทวนความรู้นั้นด้วยลองปฏิบัติ แทนที่จะเป็นใบงานหรือข้อสอบ ก็อาจจะจำลองสถานการณ์เป็นเกม เป็นบทบาทสมมติ หรือเป็นใดๆก็ได้ตามรูปแบบการสอนที่กระตุ้นนักเรียน ภาษาวิชาการเรียก Active Learning ก็นั่นล่ะ หรืออะไรก็ได้เพราะท้ายที่สุดแล้วทฤษฎีก็เป็นเพียงชื่อเรียก เรา, ครู หยิบจับมาผสมผสานเป็นวิธีการสอนแบบตัวเองก็ย่อมทำได้ แล้วการจะร่วมเล่นไปกับเด็กนั้น หลายๆท่านอาจมีคำถามว่า ครูจะต้องวางตัวให้เหมาะสมสิ จะลงมาคลุกคลีกับเด็กมากมายได้อย่างไร ก็จริงอยู่ที่เมื่อก่อนความเป็นครูถูกฉายภาพด้วยความศักดิ์สิทธิ์ เป็นชนชั้นที่น่าเคารพกราบไหว้ ปัจจุบันในเชิงสัญญะอาจจะไม่มีให้เห็นมากนัก แต่ความเป็นครูโดยเนื้อแท้ที่เด็กเคารพนับถือนั้นก็ด้วยจิตวิญญาณ ก็ด้วยตัวตน ก็ด้วยสิ่งที่ครูปฎิบัติต่อเด็ก ซึ่งยิ่งใหญ่และจริงกว่าการแสดงออกเชิงสัญญะ อาจจะไม่มีมาลัยกราบไหว้ แต่การที่เด็กกล้ากอดครู บอกเล่าเรื่องราว ให้ความไว้เนื้อเชื่อใจและเชื่อฟังในสิ่งที่ครูตักเตือนนั้น สำหรับฉันเพียงพอแล้วสำหรับวิชาชีพอันเป็นที่รักนี้ และย่อมไม่ยากที่ครูหนึ่งคนจะลุกมาเปลี่ยนแปลงปัดฝุ่นตัวเอง ให้กลายมาเป็นนักเล่นของนักเรียนในห้องเรียนสี่เหลี่ยมที่มีมากกว่าแค่โต๊ะ เก้าอี้ กระดานดำ แต่มีฐานเรียนรู้สนุกๆที่ปรับไปตามสถานการณ์ และความต้องการของผู้เรียน

              ลองดูไหม? เปิดเทอมนี้ ปัดฝุ่นกับสักหน่อย เรียกรอยยิ้มของความเป็นครูในวันแรกบรรจุคืนมา เรียกเสียงหัวเราะในวันที่เด็กๆทำกิจกรรมกันเสียงดังสนุกสนาน แล้วแปลงเนื้อหาบทเรียนเป็นเหมือนภารกิจในเกมๆหนึ่งที่ทั้งครูและเด็กจะต้องไขปัญหาด้วยวิธีการสอนที่หลากหลายร่วมกัน

              ในสายตาของคนเคยเป็นครูอย่างฉัน, นึกอยากจะกลับไปอยู่ในห้องเรียนอีกสักครั้ง ทำในสิ่งที่รักอีกสักครั้ง ด้วยใจโหยหาอยากจะได้ยินเสียงหัวเราะและเห็นใบหน้าเปี่ยมสุขของเด็กๆยามอยู่ในสนามเด็กเล่น-โลกที่ทั้งฉันและเหล่าเด็กๆร่วมกันสร้างขึ้นมา

              แล้วคุณล่ะ, มีเปิดเทอมอันหอมหวานรออยู่ มีเด็กๆที่ตั้งตาคอยว่าคุณครูจะมีอะไรใหม่ๆมาให้เขาได้ตื่นเต้นบ้าง สบตาคุณแล้ว, ฉันเชื่อเต็มหัวใจว่าจะต้องมีโรงเรียนอีกหลายสิบร้อยแห่งจะอบอุ่นด้วยเสียงหัวเราะแห่งความสุขของเด็กๆอย่างแน่นอน
              ฉันเชื่อ.

              

โดย เด็กหญิงหว่านกล้า

 

กลับไปที่ www.oknation.net