วันที่ พฤหัสบดี พฤศจิกายน 2561

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ลาดพร้าวฯ ชวนอร่อย ณ ร้านเชฟกระทะเหล็กในสิงคโปร์ค่ะ


มาอีกแล้ว ลาดพร้าวฯ มายั่วน้ำลายกันอีกแล้ว และคราวนี้ย้ายมายั่วน้ำลายกันในสิงคโปร์ ยั่วแบบพิเศษด้วยนะเออ มีดาวมาช่วยรับประกันความเอร็ดอร่อยอีกสองดวงด้วยค่ะ ก็ภัตตาคาร Shisen Hanten by Chen Kentaro ที่ตั้งอยู่ที่โรงแรม Mandarin Orchard Singapore แห่งนี้ได้สองดาวมิชลินมาประดับชื่อร้านตั้งแต่ปี ค.ศ. 2016 นี่คะ

ภัตตาคารอาหารจีนแห่งนี้ อันที่จริงเริ่มเปิดครั้งแรกสุดที่ญี่ปุ่นนะคะ เมื่อปี ค.ศ. 1958 หกสิบปีมาแล้วน่ะค่ะ ถือได้ว่าเป็นภัตตาคารอาหารเสฉวน Szechwan แห่งแรกเลยของญี่ปุ่นโดยคุณเชฟ Chen Kenmin ซึ่งก็ถือได้ว่าเป็นบิดาของอาหารเสฉวนแห่งญี่ปุ่นทีเดียว

แล้วภัตตาคารแห่งนี้ก็ถูกสืบทอดมาโดยลูกชายคนโตของคุณเชฟ Chen Kenmin คือ คุณเชฟ Chen Kenichi บรรดาแฟนรายการเชฟกระทะเหล็กคุ้นหูเลยใช่ไหมคะ ก็เขาเป็นเชฟกระทะเหล็กอาหารจีน ผู้เชี่ยวชาญและช่ำชองอาหารเสฉวนมากมากมากไงล่ะคะ คุณเชฟ Chen Kenichi นี่ล่ะค่ะที่เป็นผู้มาขยายสาขาของภัตตาคารมาถึงสิงคโปร์นี่

แต่ปัจจุบันนี้ภัตตาคารแห่งนี้สืบทอดมาถึงรุ่นที่ 3 แล้วนะคะ เพราะคุณเชฟที่ดูแลที่นี่คือ คุณเชฟ Chen Kentaro ค่ะ เราลองมาชิมอาหารเสฉวนประดับดาวฝีมือเชฟ Chen Kentaro กันเลยดีไหมคะ ไหนๆ เราก็ได้มานั่งกินอาหารค่ำที่ภัตตาคารจองค่อนข้างยากแห่งนี้แล้ว ฉะนั้น คุณพ่อลาดพร้าวฯ ก็อยากได้ชิมอาหารจานที่เขาเลือกสรรมาแล้วว่าเป็นจานเด็ดๆ ของเขา เลยตัดสินใจสั่งเซ็ทเมนูราคา 138 เหรียญสิงคโปร์ต่อคนมาชิมกันค่ะ

เริ่มต้นด้วย Appetizer of the day อาหารเรียกน้ำย่อยวันนี้เสริฟมาสี่อย่างเล็กๆ ค่ะ เริ่มต้นด้วยแมงกะพรุนในน้ำซอสใสๆ รสอมเปรี้ยวนิดๆ กุ้งต้มพร้อมไข่กุ้งกรุ๊บกรุ๊บ หมูแดงเนื้อฉ่ำฉ่ำ และหนังปลา น่าจะเป็นหนังปลาไข่เค็มที่เป็นที่นิยมของสิงคโปร์ตอนนี้นะคะ

จากนั้นอาหารจานแรก   คือ   Bird Nest Soup with Alaskan Crabmeat and Crab Roes   รังนกตุ๋นกับเนื้อปูอลาสก้าและไข่ปูที่เข้มข้นและหอมมากมากมากค่ะ เสริฟมาแบบร้อนๆ เวลากินต้องบรรจงเป่านิดนึง พอเข้าปากนี่ความอร่อยกลมกล่อมหอมมันมันกระจายไปทั้งปากเลยล่ะค่ะ เขาตุ๋นมาได้กำลังเหมาะมากมาก เนื้อรังนก เนื้อปู ไข่ปูมานุ่มนวลเนียนปากไปหมด กินไปก็ต้องพยักหน้ากันสามคนพ่อแม่ลูกไปว่า อร่อย อร่อย อร่อย

ต่อด้วยอาหารจานที่สองค่ะ Baby Abalone, Sea Cucumber, and Chicken Wing with Superior Soup เป๋าฮื้อตัวขนาดย่อมๆ ตุ๋นมาแบบน้ำซุปข้นกลมกล่อมกับปลิงทะเลดึ๋งๆ และปีกไก่ อร่อยมากอีกแล้วค่ะ เพราะทุกอย่างมันเข้าเนื้อไปหมด รสสัมผัสมีทั้งความเด้ง ความนุ่ม ความกลมกล่อม ความหอม อร่อย อร่อย อร่อยอีกแล้ว

มาถึงอาหารจานที่สาม  Steamed Sea Perch with Superior Soya Sauce เป็นคิวของปลาบ้างค่ะ คุณเชฟใช้ปลากระพงทะเลน้ำลึก Sea Perch เนื้อขาวสดเด้ง นึ่งในน้ำซีอิ้วอย่างดีหอมฟุ้ง สาวกปลานึ่งซีอิ้วถ้าได้คีบเนื้อปลาในชามนี้เข้าปากล่ะก็มีน้ำตาไหลด้วยความปิติแน่นอนค่ะ

เช็ดน้ำตาแล้วมาต่อกันด้วยอาหารจานที่สี่  Stir-fried Beef with Black Bean Sauce จากอาหารจานปลาเป็นอาหารจานเนื้อ เนื้อนุ้มนุ่มผัดกับซอสเต้าซี่ (ซอสที่ทำจากถั่วดำหมักเกลือ ถือกำเนิดขึ้นที่เมืองหย่งชวน มณฑลเสฉวน) พร้อมด้วยแอสปารากัสและแครอท ซอสชุ่มแทรกเข้าไปในทุกอณูเนื้อเลยค่ะ

จากนั้นจานกุ้งเป็นอาหารจานที่ห้าค่ะ  Stir-fried Lobster with Chilli Sauce ไม่ใช่กุ้งธรรมดาๆ ด้วยนะ เป็นลอปสเตอร์ทีเดียวเชียว นำมาทอดจนด้านนอกกรอบ เนื้อด้านในยังเด้งหวาน แล้วราดทับด้วยซอสพริกผัดข้นๆ หวานอมเปรี้ยวนิดๆ เสริฟคู่กับหมั่นโถวทอด กินลอปสเตอร์หมดแล้ว บิหมั่นโถวมากวาดน้ำซอสกิน อร่อย อร่อย อร่อยที่สุดเลยล่ะค่ะ

ปิดท้ายจานอาหารคาวด้วยอาหารจานที่หก เป็นจานที่ลาดพร้าวฯ ไม่ถูกปากอยู่จานเดียวเลยล่ะค่ะ จานนี้ล่ะค่ะ แต่มันเป็นจานที่เป็นอาหารเสฉวนอันขึ้นชื่อเลย ใครกินอาหารเสฉวนก็ต้องสั่งจานนี้  “Chen’s Mapo Doufu” Stir-fried tofu in hot Szechwan pepper-flavored meat served with Hokkaido Rice มาโผ่โทฟุหรือเต้าหู้ผัดกับซอสเสฉวนรสเผ็ดร้อนที่มีส่วนผสมของ หมาล่าซึ่งเป็นเครื่องเทศรสเผ็ดที่มาจากมณฑลเสฉวน เป็นเครื่องเทศที่ทำจากพริกไทยเสฉวนชื่อ ฮวาเจียว ที่ทำให้ออกรสเผ็ดจนลิ้นชา (หมา แปลว่า ชา ส่วน ล่า แปลว่า เผ็ด ค่ะ) แต่ลาดพร้าวฯ ว่า มันทำให้โคนลิ้นเรามีรสเปรี้ยวๆ แปลกๆ ติดโคนลิ้นจนทำให้อาหารไม่อร่อยด้วยอ่ะค่ะ จากที่ตอนเห็นคุณพนักงานเสริฟยกถ้วยเต้าหู้ขาวนุ่มผัดหอมๆ มาตั้งตรงหน้าพร้อมข้าวจากฮอคไกโดหนึ่งถ้วย นึกในใจว่า น่ากินมากอ่ะ สาวกเต้าหู้อย่างลาดพร้าวฯ จะกินเสียให้เกลี้ยงถ้วยเลย เลยกลายเป็นกินไม่ไหวค่ะ มันทำให้ลิ้นไม่รับรสอร่อย แต่คนที่เขาชอบเขาว่าอร่อยกันนะคะ เจ้าหมาล่านี่น่ะค่ะ

ปิดท้ายมื้อด้วย ขนมหวาน  Trio of Dessert ขนมหวานสามอย่างที่มีทั้งสาคูมะม่วงหวานๆ เย็นๆ อมเปรี้ยวนิดๆ แป้งโมจินุ่มๆ หนึบๆ เคล้างาบดมันๆ และแป้งทอดไส้ถั่วแดงกวนกรุ๊บๆ กร๊อบๆ

โดยรวมแล้ว (ไม่นับมาโผ่โทฟุที่ลาดพร้าวฯ ไม่ชอบเป็นการส่วนตัว) ต้องบอกว่าภัตตาคารแห่งนี้เป็นหนึ่งในภัตตาคารที่ควรมาหากมาเยือนสิงคโปร์เลยล่ะค่ะ ทั้งรสชาติอาหาร ทั้งบรรยากาศ ทั้งคุณพนักงานเสริฟดีงามไปทั้งหมดทั้งสิ้นเลย เชียร์สก่อนจบด้วยไวน์แดง Chateau Villa Bel Air จากแคว้นบอร์โดซ์ ฝรั่งเศสที่คุณพ่อสั่งมาดื่มเคล้าอาหารมื้อประดับดาวมื้อนี้นะคะ....

โดย ลาดพร้าวซอยสิบสอง

 

กลับไปที่ www.oknation.net