วันที่ พฤหัสบดี พฤศจิกายน 2561

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

รักตัวเองเช่นไร ย่อมรักผู้อื่นเช่นนั้น


ปีนี้...

ประมาณปลายเดือนตุลาคมต่อต้นเดือนพฤศจิกายน

ด้วยสภาพร่างกายที่อ่อนแอของคนชรา

ทำให้โรคไอที่เกิดขึ้นรุนแรงและไม่ยอมทุเลาลง

ไปพบคุณหมอครั้งแรกที่ศูนย์สุขภาพซึ่งเป็นสาขาของโรงพยาบาล

เพราะคุณหมอที่เคยรักษาโรคหวัดประจำอยู่ที่นี่

เป็นหวัดแล้วมารักษาทีไร-หายในเวลาไม่นานทุกครั้งไป

แต่ครั้งนี้

คุณหมอที่รักษาประจำกำลังให้การรักษาคนไข้คนอื่นอยู่

คุณหมออีกท่านที่อยู่ห้องตรวจข้าง ๆ

ชะโงกหน้ามามองและพยักหน้าเรียก

อืมมมมมม

ตัดสินใจเข้าไปพบคุณหมอท่านนี้-ด้วยมารยาท

คุณหมอถามอาการแล้วมอง ๆ

และโดยปราศจากการใช้เครื่องมือแพทย์ใด ๆ ร่วมด้วยในการวินิจฉัย

คุณหมอจ่ายยาแก้ไข้หวัดมาให้

กลับมาไอ ๆ ๆ ๆ ๆ ฯลฯ ต่อที่บ้านทั้งวันทั้งคืน

แถมหนักขึ้น ขนาดว่าไอจนเจ็บซีโครง

จึงตัดสินใจไปพบคุณหมอที่โรงพยาบาล

คุณหมอท่านนี้นอกจากจะซักถามอาการแล้ว

ก็ทั้งส่องทั้งตรวจดูในลำคอและใช้หูฟัง

บอกว่าเป็นโรคหลอดลมอักเสบ-เสียงการทำงานของปอดยังดีอยู่

ให้งดยาเก่าและใช้ยาที่คุณหมอสั่งให้ใหม่นี้แทน

ในช่วงนี้ทานยาแล้วนอนหลับยาวทั้งวันทั้งคืน

หมดพลังที่จะทำอะไรต่ออะไร

แม้กรรมฐานก็อ่อนล้าเต็มที

มีแต่เวทนาจากไอและทุกข์ทางสังขารมาบดบัง

นี่ขนาดเวทนาเล็กน้อยนะ

หากเป็นเวทนาในตอนที่จะดับจิตในลมหายใจสุดท้าย

คงจะตกอยู่ในสภาวะย่ำแย่ เอาตัวไม่รอดแน่นอน 

ทุกครั้งที่เป็นหวัด

จะงดกิจวัตรที่เคยไปนั่งกรรมฐานกับเพื่อน ๆ

อย่างเด็ดขาด

เมื่อหายดีแล้วจึงจะไปตามปกติ

เพื่อน ๆ จะไลน์จะโทรฯมาตามไม่หยุดหย่อน

ต้องอธิบายไปว่า...

หวัดที่เป็นนี้รุนแรงมาก เป็นแล้วมันรับเวทนาหนัก

ที่หยุดเพราะไม่ต้องการนำหวัดนี้ไปแพร่กระจายให้เพื่อน ๆ

ในระหว่างที่เป็นโรคหลอดลมอักเสบนี้

เคราะห์ซ้ำกรรมซัดจริง ๆ

เกิดเป็นเชื้อราที่ก้น

ด้วยความที่เป็นหญิงแก่โบราณยุคโน้นนนน

จะให้ไปเปิดก้นให้คุณหมอดูฟรี ๆ นั้น

เมินเสียเถอะ

และที่โรงพยาบาลก็มีแต่คุณหมอผู้ชายที่ชำนาญทางโรคผิวหนัง

จึงใช้ทางเลือกร้านขายยาที่มีเภสัชกรที่เป็นผู้หญิง

ได้ยามาทาก็ดูจะทุเลาขึ้นเรื่อย ๆ

ในช่วงนี้แม้ไอ...จะทุเลาลงแล้ว

แต่เจ้าเชื้อราที่ก้นก็น่าจะแพร่กระจายได้

ถ้าไปใช้ห้องน้ำร่วมกับเพื่อน ๆ

หรือใช้มือหยิบจับอาหารล้างจานชาม

จึงยังไม่ไปนั่งกรรมฐานกับเพื่อน ๆ ตามปกติ

ครั้งนี้ก็อีก...

เพื่อน ๆ บอกว่าไอค่อยยังชั่วแล้วมานั่งกรรมฐานกันเถอะ

ตอบเพื่อนไปว่า...

เชื้อรายังไม่จบ ต้องรอให้เชื้อราจบก่อน

ปฏิเสธเพื่อนไปหลายครั้งหลายคน

จนทำให้ต้องย้อนมาดูที่ใจตัวเองว่า...

ทำไมถึงกลัวว่าโรคที่เราเป็นนี้จะไปแพร่กระจาย

ให้เพื่อน ๆ ต้องรับเวทนาเหมือนเราล่ะ?

คือเดิม...

ทุกครั้งที่ทำเช่นนี้

ก็เพียงแค่คิดว่าไม่อยากให้โรคที่เราเป็น

แพร่กระจายไปถึงเพื่อน ๆ

จะทำให้เพื่อน ๆ ได้รับเวทนาหนักอย่างที่เรากำลังรับอยู่

คิดเพียงแค่นี้เองจริง ๆ

หลังจากย้อนทวนมาดูที่ใจตัวเองว่า

ทำไมเราต้องทำถึงขนาดนี้

จำกัดเขตของตัวเองภายในบ้าน

ไม่ให้หลานเหลนเข้ามาใกล้

จำกัดเขตตัวเองกับเพื่อน ๆ

ถึงขนาดงดไปนั่งกรรมฐานและทำกิจกรรมร่วมกับเพื่อน ๆ

โดยที่ยังไม่หายขาดจากโรคที่เป็น

วันนี้ได้คำตอบแล้ว...

เพราะรับรู้ในเวทนาที่เราได้รับจากโรคภัยไข้เจ็บที่เป็น

มันทำให้เราทุกข์หนัก

ถ้าหากหลานเหลนเพื่อน ๆ มาเป็นอย่างเรา

พวกเขาก็จะได้รับทุกข์หนักอย่างที่เราได้รับอยู่

สรุปเข้าสู่ข้อธรรมว่า

เพราะเรารักตัวเอง...

จึงส่งผลให้เรารู้ว่า ผู้อื่นก็รักตัวเองเช่นเดียวกับเรา

เราไม่ปรารถนาที่จะได้รับทุกข์ใด ๆ

ผู้อื่นก็ย่อมไม่ปรารถนาที่จะได้รับทุกข์นั้น ๆ

เช่นเดียวกับเรา

ขอบคุณโรคภัยไข้เจ็บที่มารุมเร้าไม่ขาดสาย

จนมาย้อนย้ำเตือนให้แจ่มชัด

ในเนื้อความนี้

หลังจากที่เคยเข้าใจอย่างแจ่มชัดมาแล้วครั้งหนึ่ง

เมื่อสิบกว่าปีที่ผ่านมา

http://oknation.nationtv.tv/blog/Aug-saraporn/2007/12/12/entry-1

เพราะรู้ว่ารักตัวเองมากที่สุด...จึงมีเมตตาต่อผู้อื่น

 

แล้วไม่ใส่ใจที่จะรักษาความเข้าใจนั้นไว้

ปล่อยให้เลือนจางหายไป

จนโรคภัยไข้เจ็บมาย้ำเตือนให้ต้องย้อนรำลึกไปอีกครั้ง

ตอนหลวงพ่อยังทรงสังขารอยู่

เมื่อแจ้งกรรมฐานต่อหลวงพ่อ

ในหลาย ๆ ครั้งหลวงพ่อจะบอกว่า...

“ปัญญานี้รักษาไว้ให้ดีนะ”

เคยกราบเรียนถามหลวงพ่อว่า

จะรักษาปัญญาไว้ได้อย่างไร?

หลวงพ่อตอบว่า...

“ด้วยการฝึกบ่อย ๆ ใช้ให้คล่อง”

กราบเท้าหลวงพ่อเจ้าค่ะ

ขอบพระคุณ...ท่านเจ้าของภาพทุกภาพค่ะ

โดย อักษราภรณ์

 

กลับไปที่ www.oknation.net