วันที่ เสาร์ พฤศจิกายน 2561

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

จวี่ ขุย โหลว 聚奎樓 บ้านดิน บ้านบรรพบุรุษ ตอน สุสานในหุบเขาส้มโอ


8 พ.ย. 2018 หลังจากที่พักค้างคืนที่บ้านดิน 1คืน ตอนเช้า ก็ตื่นกันตามสบาย กินข้าว อาบน้ำ เตรียมตัวออกเดินเท้า ไปไหว้ศาลเจ้าประจำตำบลต่อจากนั้น ก็เดินเท้าสู่สุสานบรรพบุรุษ ซึ่งอากงได้ซื้อที่ทำสุสาน  ตั้งแต่ปี 1926 ช่วงแรก การสร้างสุสาน ก็ต้องอาศัยฮวงจุ้ย ในการเลือกทำเล อากงก็ได้ซินแส ดูฮวงจุ้ย แนะนำให้อากงสร้างสุสานที่เขาลูกนี้ เป็นลักษณะของเขา ที่ด้านหลังเป็นภูเขา ด้านหน้า มองลงไปจากสุสาน ก็จะเห็นบ้านดินโอบล้อมด้วยภูเชาท้าต่อไปสุสานบรรพบุรุษ บนเขา เรียกได้ว่า เป็นสุสานตระกูลหยางในหุบเขาส้มโอ ช่วงแรกก่อนที่จะเดินเท้าไปไหว้ที่ศาลเจ้า ก็แวะผ่าน โรงงิ้ว ที่ตระกูลหยางของอากงเรา  ส่งเงินมาบำรุง อยู่ อย่างต่อเนื่อง โรงงิ้วแห่งนี้ นอกจากจะเป็นที่แสดงงิ้วแล้ว ยังทำหน้าที่เป็นเหมือนศาลาประชาคมของหมู่บ้าน ตอนเย็นๆ ก็จะมีสมาชิกของหมู่บ้าน มาออกกำลังกายเต้นแอโรบิกบ้าง มาซ้อมพิธีการต่างๆบ้าง จิปาถะ เรียกว่าเป็นโรงงิ้วกับศาลาประชาคมเอนกประสงค์ ประโยชน์ใช้สอยมากมาย ระหว่างทางเดิน มีภาพของบ้านดินเล็กๆ พร้อมแปลงปลูกผัก สวนครัวแบบพอเพีบงให้ชม ในช่วงต้นๆ

สั้ตว์เลี้ยง นานาชนิด เดินเก็บกิน หาอาหารปะปนกัน นับว่าเป็นความหลากหลายทางชุมชนสัตว์เลี้ยง เดินเก็บภาพไป ก็จะเห็นบางบ้านเป็ดเดินกระทบไหล่กับสุนัขแบบคุ้นเคยกันแล้วห็มีห่าน จิกกินผักที่เจ้าของเด็ดเลี้ยงสัตว์ ร่วมกับไก่

ทางเดินไปสุสาน เมื่อเดินไปๆ ก็เร่ิมขึ้นเขาไปเรื่อยๆ สมัยเมื่อ70ปีก่อน ที่อากงเริ่มสร้างสุสาน ก็จะต้องขนหิน ดิน ต่างๆ ด้วยแรงงานคนทั้งสิ้น ไม่มีเครื่องทุ่นแรง แต่อย่างใด

ไหว้ศาลเจ้าประจำหมู่บ้าน ก่อนขึ้นไปไหว้สุสานบรรพบุรุษ

ห้องน้ำสาธารณะ ระหว่างทาง ขึ้นไปสุสานบรรพบุรุษ ยังคงเป็นห้องโล่ง ไม่มีประตู แบบดั้งเดิม

การเดินเท้า เป็นไปอย่างไม่รีบ เพราะมีรุ่นสอง คือรุ่นอาซี่เจ็กและอาซาโกวด้วย พยายามเอาสัมภาระไปน้อยที่สุด ระหว่างทางก็เดินไป คุยกันไป

สำหรับสุสาน รุ่นหลังๆ จะอยู่เนินเขาชั้นล่างๆ ส่วนชั้นบนก็จะเป็นบรรพบุรุษรุ่นก่อนกว่า ด้งนั้น ที่แรกก็เป็นรุ่นที่18 ฝังกระดูกของ อากู๊ม้า

ภาพอากู๊ม้าที่บ้านดิน เมื่อ 70ปีมาแล้ว คอยดูแล เลี้ยงหลาน ที่เป็นลูกของอากงที่บ้านดิน ฝีมือถ่ายของพ่อช้าพเจ้าก่อนจะมาเมืองไทย

  บ้านดินระยะแรกๆ เมื่อประมาณช่วงปี ค.ศ.1949 

รุ่นที่18 ฝังกระดูกของ อากู๊ม้า

อากู๊ม้า เป็นน้องสาวของอากง ที่เมื่อตอนสมัยอากงนั้นแต่งงาน ออกเรือนไปตามสามีที่ต่างจังหวัด เทื่อสามีตาย อากงก็เรียกให้น้องอากง เรา รุ่น3ก็จะเรียกว่า อากู๊ม้า มาอยู่บ้านดินที่สร้างขึ้นมา ภายหลัง คอยดูแล เลี้ยงหลาน ที่เป็นลูกของอากงที่บ้านดิน

ตอนที่อากงยังเป็นวัยรุ่นอยู่ อายุประมาณ 16 การทำมาหากินแร้นแค้น มีน้องเล็กๆ อยู่2 คน  ก็คิดว่าอยู่เมืองจีน ท่าทางจะไม่รอด ตอนนั้นยังไม่มีที่ดินเป็นของตนเอง รับจ้างทำไร่ไปก็คงจะเลี้ยงดูน้องๆก็ไม่ไหว พอดีมีญาติห่างๆ ที่ไปหากินในเมืองไทยกลับมาได้เจอกันเขาก็ ชวนอากงให้อพยพมาตั้งรกรากทำมาหากินที่เมืองไทยโดยออกปากให้ยืมเงินค่าเดินทาง มาเมืองไทย มาถึงเมืองไทยทำมาหากินได้แล้วค่อยคืนเงิน  สมัยนั้นเงินที่อากงมีอยู่ติดตัวนิดหน่อย เป็นเงินปี้ ก็ใส่ถุงผ้าแล้วเหน็บติดตัวไว้กับเอว มีอยู่ไม่กี่ก้อน ตอนเดินทางอจากบ้าน ก็มต้องข้ามฝั่งแม่น้ำ ยังไม่ทันออกจากประเทศจีนเลย เงินที่เหน็บไว้กับเอว ทั้งเนื้อทั้งตัวก็หมดเกลี้ยง เพราะตอนลงเรือข้ามฝั่งแม่น้ำ ก็บอกกับคนเรือว่าขออาศัยลงเรือข้ามแม่น้ำไปได้ไหมเพราะอากง ไม่มีเงิน   แต่คนเรือเหลือบเห็น ถุงเหน็บที่เอวอากง เลยชี้เงินในถุงที่เหน็บไว้กับเอว อากงเลยต้องให้ไปหมด แม้ว่าจะมีไม่กี่ปี้เอง  เลยต้องถือว่า อากงไม่มีเงินติดตัวเลย ตั้งแต่ยังไม่ได้ออกจากแผ่นดินจีน

 

ช่วงนี้ทางดี แค่ลาดๆไม่ชัน

หุบเขาส้มโอ สองข้างทางจะเห็นมีเป็นระยะๆ สลับทางเดินเท้าชันและแคบ

ลูกไหน ต้นนี้ ชึ้นเอง ตามธรรมชาติ แน่นอน 

แนวชั้นบันได ต้นส้มโอ ที่อยู่สูงเกือนยอดเขาแล้ว

ไต่เขาไปก็ กินส้มโอข้างทางไป

 

รุ่นที่16 สุสานของ น้องชายของอากง

จากนั้นก็ต้อง เดินผ่านทางเท้าแบบชัน หนึ่ง ช่วง ไปสู่ รุ่นที่16เป็นสุสานของ น้องชายของอากง ที่ตามอากงไปเมืองไทยด้วย แต่ป่วยและเสียชีวิตในภายหลังจึงนำกระคูกมาฝังที่สุสานนี้   ถึงตอนนี้ ข้าพเจ้าก็เริ่มรู้สึกว่า ทำไมชันขนาดนี้

จากจุดนี้ก็ต้องขึ้นทางชันอีกหนี่งระยะ เป็นรุ่นที่15 คืออากงของอากง   ถือว่าสำเร็จภารกิจ พอขากลับ นั่งรถกระบะกลับโดยอ้อมอีกทางที่เป็นทางถนนลูกรังแคบๆ

 

 

สองข้างทางด้านหนี่งก็จะเป็นเหว ส่วนอีกต้านก็เป็นไร่ส่มโอ เราถึงบ้านดินเที่่ยงกว่าๆ  กินข้าวกลางวันแล้วพอหายเหนื่อย ปักโห่ว ลูกพี่ลูกน้องข้าพเจ้าชวน เดินสำรวจอีกฝั่งของบ้าน ด้านฝั่งตระกูลจู ที่เตยไปถ่ายรูปบ้านดินของเราไว้ที่ยอดเขาฝั่งบ้านตระกูลจูเมื่อ10ปีก่อน ทว่ารอบนี้ข้าพเจ้าไปได้แต่ครึ่งยอด ขาแข้งมันก้าวไม่ค่อยออกเอาเสียเลย เก็บภาพได้ตามที่สามารถจะทำได้แล้วกัน ส่วนปักโห่ว ไปได้ถึงยอดบนสุด กลับลงเขามารับข้าพเจ้าที่กลางทางพอบ่ายสาม  ปักโห่วมีร่วมประชุมและส่งมอบศาลาให้ภาครัฐโดยมีตัวแทนคืออบต.และผู้ใหญ่บ้านข้าพเจ้าก็เดินสำรวจรอบๆบ้านต่อ

 

แมวที่นี่ เรียกเหมียวๆ ไม่เห็นเข้ามา กลับวิ่งหนี 

 

คุณค่าแห่งบ้านลักษณะนี้เอง ที่อากงเคยบอกพ่อว่ามีเฮลิคอปเตอร์ของชาวอเมริกันมาบิน วนเวียนๆ และให้ความสนใจเทียวไป มาสำรวจอยู่หลายรอบ เมื่อ ห้า หกสิบปีก่อน

รายงานจาก จวี่ ขุย โหลว 聚奎樓  หมู่บ้านฝูถัง ตำบลซี่วเฟิง อำเภอผิงเหอ 

ตอนต่อไป ...ไปชมศาลาหย่งเจิ้ง  อนุสรณ์ รำลึกถีงอากง อาม่า

 

 อ่านตอนแรก ในภาพรวม ได้ตามลิ้งค์ จวี่ ขุย โหลว 聚奎樓 บ้านดิน บ้านบรรพบุรุษ

 บันทึก บ้านดิน บ้านบรรพบุรุษ Fujian Tulou  มรดกทางวัฒนธรรมเมื่อปี 2008 10ปีที่แล้ว

โดย feng_shui

 

กลับไปที่ www.oknation.net