วันที่ เสาร์ พฤศจิกายน 2561

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

คุยกับ CSR คนเก่ง “อัญชลี อรุณแสง” ในกิจกรรม “เพาะกล้า ให้เป็นป่า”


โครงการ “ปลูกป่าในใจคนตามศาสตร์พระราชา” เป็นโครงการสนองพระราชดำริด้านการอนุรักษ์และพัฒนาป่าชายเลนในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชบรมนาถบพิตร รัชกาลที่ 9 ในการป้องกันและแก้ปัญหาน้ำทะเลกัดเซาะแนวชายฝั่งบางขุนเทียน ปรับปรุงป่าชายเลนให้มีความสมบูรณ์ เพื่อฟื้นฟูระบบนิเวศน์ และแหล่งอนุบาลสัตว์น้ำ และร่วมปรับปรุงภูมิทัศน์เพื่อส่งเสริมให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์ของกรุงเทพมหานคร 

​ซึ่งกิจกรรม “เพาะกล้าให้เป็นป่า” ในครั้งนี้ได้รับความร่วมมือจากฝ่ายบริหารและพนักงานอาสากลุ่มเซ็นทรัล และภาคีเครือข่ายกว่า 250 คน เข้าร่วมกิจกรรมปลูกป่า บนพื้นที่แปลงปลูกขนาด 13 ไร่ ในระยะเวลาดำเนินการ 3 ปี เพื่อปลูกกล้าไม้โกงกางจำนวน 10,400 ต้น โดยจะมีการติดตามความต่อเนื่อง ทุก 3 – 6 เดือน ซึ่งนอกจากการลงพื้นที่ปลูกป่าโกงกางแล้ว ยังมีกิจกรรมปั้นเมล็ดพันธุ์ต้นแสม การเพาะต้นกล้า และการเก็บขยะในพื้นที่ป่าชายเลน

ส่วนหนึ่งของความสำเร็จของกิจกรรมนี้ นอกจากคนเบื้องหน้าแล้ว ยังมีคนเบื้องหลังที่น่าสนใจอีกหลายคน วันนี้เราจะมาพูดคุยกับ “คุณอัญชลี อรุณแสง​” หรือคุณอ้น หนึ่งในผู้บริหาร บริษัท World iDea จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทรับจัดงานอีเวนต์ทั่วไป ที่หันมาให้ความสนใจ และให้ความสำคัญงานสิ่งแวดล้อมมากขึ้น ในบทบาทนักบริหารของเธอ ได้ทำงานหลากหลาย จนเมื่อได้เริ่มทำงาน CSR ให้กับหลากหลายหน่วย

วันนี้เราได้มาพูดคุยกับเธอ ผ่านเรื่องราวการอนุรักษ์ผืนป่าชายเลน ของกิจกรรม “เพาะกล้าให้เป็นป่า”​ ที่เธอมีส่วนในการดูแลดำเนินการ 

คุณอ้น - อัญชลี อรุณแสง

"เริ่มงานตรงนี้จากเป็นเด็กฝึกงานในบริษัท เวิลด์ ไอเดีย จำกัด มาตั้งแต่ปี 2552 เริ่มจากการเป็น Staff ทำทุกอย่าง งาน Operation นั่นก็หลังจากเรียนจบปริญญาโท ด้านการตลาดที่นิด้า ปัจจุบันเป็นผู้บริหารในฝ่าย Even ​

จริง ๆ แล้ว บริษัท เวิลด์ ไอเดีย ในปีนี้ก็จะครบปีที่ 12 แล้ว เพราะเราเริ่มก่อตั้งมาตั้งแต่ปี 2549 แต่เดิมบริษัทฯ ก็ไม่ได้ทำงานด้าน CSR อย่างเดียวโดยตรง แต่ทำหลากหลายในประเภทของธรุกิจ Even แต่พอเริ่มก้าวเข้ามา (คุณอ้น) ก็โฟกัสที่ธุรกิจ CSR ซึ่ง Even ตัวอื่น บริษัทฯ ก็ยังมีอยู่ มี CSR มีบันเทิง มีหลายอย่าง​

ส่วนหนึงที่ทำให้เราปรับเปลี่ยนขอบเขตของธุรกิจ นั้นก็เพราะเราเองก็มีความกังวล เพราะสภาวะเศรษฐกิจที่ค่อนข้างเปลี่ยน อีกอย่างงาน Even ใคร ๆ ก็ก้าวเข้ามาง่าย แต่เรามีแนวคิดในการทำ เนื่องจากว่าเราอยู่กับมันมาตั้งแต่แรก ๆเราก็ตั้งใจทำทุกอย่าง เรียนรู้ด้วยตัวเอง เราก็จะรู้ว่าปัญหาคืออะไร สิ่งที่ลูกค้าต้องการคืออะไร พยายามตอบสนองตรงนั้น เราก็เหมือนอยู่กับมัน คือไม่ต้องซีเรียสว่ามันจะตายจากเราไป ทำทุกอย่างให้ดีที่สุด ปัญหาอะไรจะเกิดเราก็แก้ พูดคุยกับลูกค้า เราก็ยังยึดมั่นตรงนี้ตลอด ด้วยสิ่งนี้จึงทำให้เราก้าวข้ามปัญหาความผันแปรของสภาวะเศรษฐกิจมาได้จนถึงปีที่ 12​

ในอนาคตเราก็ยังคิดว่า เราจะคงยังอยู่ในธุรกิจ Even นี้ แต่เราก็จะเปลี่ยนธุรกิจไปตามสภาวะสังคมในปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นด้าน Online ด้านการฝึกอบรมที่ให้ Knowledge กับบริษัท เราก็มี Plan จะขยายตรงนั้น แต่เราก็ยังโฟกัส Even ของเราให้ยังคงอยู่ด้วย​


ในปัจจุบันที่คนเราหันมาใส่ใจสิ่งแวดล้อมมากขึ้น แล้วเราก็คิดว่าถ้าสิ่งแวดล้อมดี ทุกอย่างก็จะดี เราก็เลยมาโฟกัสด้านนี้ แล้วเราก็มองว่ามันเป็นสิ่งที่ให้คุณค้ากับสังคมมากที่สุด เป็นคนที่ชอบงานทางด้านสิ่งแวดล้อม เพราะส่วนตัวชอบธรรมชาติ เวลาทำงานมันจะเครียด แล้วเวลาไป (ทำกิจกรรม) เหมือนกับได้ไปหาสิ่งแวดล้อม หาธรรมชาติเรารู้สึกว่ามันผ่อนคลายจริง ๆ ก็เลยรู้สึกว่า เวลาได้ทำอะไรเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม ปลูกป่า เก็บขยะ ปลูกปะการัง เราก็เลยรักที่จะทำอะไรด้านนี้​

อย่างงานปลูกป่าชายเลน สนุกมาก ได้ลงพื่นที่จริงและได้เห็นว่า จริง ๆ แล้วยังมีอีกหลายอย่างที่เรามองข้าม จริง ๆ มันสำคัญกับประเทศ กับกรุงเทพ ฯ พอลงไปทำแล้วมันดี เป็นงานสนุก และมีส่วนร่วมทั้งในเรื่องของชุมชนและสิ่งแวดล้อม มันอาจจะเหนื่อยนะตอนแรก แต่พอเราลงไปทำแล้วมันมีคุณค่า แล้วสิ่งเหล่านั้นมันอาจจะใช้เวลานาน แต่สิ่งที่ได้รับกลับมา คือเรามองเห็นว่ามันต้องดีแน่นอน​


ส่วนงานด้านสังคมสงเคราะห์ อาจจะเป็นแนวทางในระยะยาวที่เราจะทำต่อไป ต่อจากการพัฒนาสิ่งแวดล้อม เพราะว่าต้องดูว่าเราจะออกมาในแนวด้านไหนมากกว่า 

อย่างที่ได้เรียนให้ทราบแล้วว่า ธุรกิจด้าน CSR ค่อนข้างอิ่มตัว และเราเอง ยังต้องอยู่ในวงการ หมายถึงว่า จากยุคสภาพเศรษฐกิจในปัจจุบัน เราจึงต้องหา Line ธุรกิจเพิ่มขึ้น ซึ่งตอนนี้ได้แตก Line ธุรกิจไปในเรื่องของการฝึกอบรม การให้ Knowledgeกับบริษัทต่าง ๆ หรือผู้ที่สนใจเข้ามาฝึกอบรมกับเรา เราก็จะมีการวางแผน และมีคอร์สต่าง ๆ ให้ รวมทั้งเปิด Online Marketing อยู่ ซึ่งก็มีการวางแผนไปจนถึงปลายปีถัดไป (2562) แล้ว เพราะเรามีความพร้อมตรงนี้ค่อนข้างเยอะ -ในความคิดของเรา ถ้ามันลงตัวก็จะเป็นแนวทางในการดำเนินงานทางธรุกิจ ที่เป็นแง่คิดแนวบวกที่ทำให้ธุรกิจก้าวต่อไป​ 

การปลูกป่าชายเลน

ปัจจุบัน ชายฝั่งทะเลของกรุงเทพมหานครประสบปัญหาน้ำทะเลกัดเซาะชายฝั่งที่อยู่ในเขตบางขุนเทียน ทางด้านฝั่งอ่าวไทย เนื่องจากกระแสคลื่นและกระแสน้ำที่มีความรุนแรง ซึ่งได้กัดเซาะแนวชายฝั่งเดิมหายไปตลอดความยาวรวมกว่า 5.2 กิโลเมตร ทำให้ที่ดินเดิมของชายฝั่งกรุงเทพฯ ถูกกัดเซาะหายไปกว่า 3,000 ไร่ ประชาชนที่เคยอยู่อาศัยในพื้นที่นั้นต้องอพยพหนีน้ำทะเลเข้ามาถึง 2 กิโลเมตรจากหลักเขตกรุงเทพฯ เดิม ซึ่งปัญหาเรื่องน้ำทะเลกัดเซาะชายฝั่งของประเทศไทยเป็นปัญหาหนักและใหญ่มาก ที่ผ่านมาประเทศไทยสูญเสียที่ดินจากปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งไปแล้วมากกว่า 1 แสนไร่ คิดเป็นมูลค่าราคาที่ดินประมาณ 1 แสนล้านบาท เหตุการณ์นี้ได้ก่อความเสียหายแก่ระบบนิเวศน์ป่าชายเลนอันเป็นแหล่งอาหาร และอนุบาลของสัตว์น้ำ ซึ่งในพื้นที่ป่าชายเลนนั้นมีสัตว์อาศัยอยู่มากถึง 74 ชนิด 

หากป่าชายเลนหายไป สัตว์เหล่านี้ก็จะหายไปหมดด้วย ส่งผลทั้งต่อสภาพพื้นที่และก่อปัญหาต่อชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนในบริเวณดังกล่าว ซึ่งที่ผ่านมาไม่ได้มีการดำเนินการแก้ไขปัญหานี้อย่างจริงจัง ทำให้ปัญหาดังกล่าวทวีความรุนแรงมากขึ้นทุกปี โครงการ “ปลูกป่าในใจคนตามศาสตร์พระราชา” จะช่วยแก้ไขปัญหานี้อย่างยั่งยืน เพื่อฟื้นฟูและบำรุงรักษาทะเลกรุงเทพฯ ให้คงอยู่ต่อไป

โดย สายลมที่ผ่านมา

 

กลับไปที่ www.oknation.net