วันที่ เสาร์ ธันวาคม 2561

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

หมีน้อยกับผีเสื้อ


      ไม่ค่อยได้เขียนเอ็นทรี่เลยค่ะ   ไม่ได้นอกใจไปหลงรักโซเชียลอื่นใด   ยังคงมีโอเคเนชั่นอยู่ในใจ  เป็นบ้านหลังแรกที่หลงรัก แต่ก็ต้องยอมรับว่า  บ้านของเราเงียบเหงา   คนเก่าๆหายหน้ากันไปไหนหมด   กิจกรรมที่เคยจัดร่วมกันก็ไม่มี   คิดถึงเพื่อนเก่าๆแต่ก็ต้อนรับเพื่อนใหม่ๆด้วยค่ะ   ยอมรับว่าห่างเหินการเขียน  ด้วยความเจ็บป่วยด้วยความเกียจคร้าน  หมีน้อยก็ไม่ใช่เด็กมัธยมต้นเหมือนเมื่อแรกเขียน  เรียนจนจบมหาวิทยาลัย  จนทำงานแล้วจะเม้าท์มอยอะไรก็ต้องเกรงใจเขา   แต่เมื่อหลายวันก่อนแม่หมีประทับใจกับความอ่อนโยนของเขาจนอดไม่ได้ที่จะเก็บมาเล่าให้ฟัง   555 อารัมภบทยาวจังตามประสาแม่หมีเข้าเรื่องดีกว่าค่ะ   

       อย่างที่เคยเล่าให้ฟังว่า  ทุกเช้าแม่หมีต้องไปส่งลูกๆไปทำงานตรงหน้าบ้าน  อวยพร,กอด,หอมแก้ม (เวอร์วังมากๆ)  ทำแบบนี้กันมานานแล้วค่ะ  ตอนลูกเล็กๆก็หอมกันที่บ้าน  แล้วก็ตามไปหอมกันที่หน้าห้องอนุบาล  พอโตเป็นเด็กประถมไปแอบหอมแก้มร่ำลากันตรงข้างๆรถ  ด้วยลูกกลัวว่าเพื่อนจะมาเห็น  จนมัธยมนี่ก็ไม่ทำแบบนั้นแล้ว  แต่ทำที่บ้านแล้วไปจับมือกันก่อนลูกลงจากรถ   ยิ่งหลังจากที่แม่หมีเป็นโรคร้ายก็ยิ่งต้องทำค่ะ  เพราะไม่รู้ว่าลูกจะกลับมาแล้วเจอเราอยู่ในสภาพไหนหรือลูกจะได้กลับบ้านหรือไม่   เดี๋ยวจะนึกเสียดายว่าเมื่อเช้าไม่ได้กอดร่ำลากันเลย (พ่อหมีกับแม่หมีไปส่งลูกทั้งสองคนจนถึงม.6  แน่ะค่ะ  สำหรับหมีน้อยนี่บางทีไปส่งถึงที่มหาวิทยาลัยเลยค่ะ  ก็เรารักและห่วงเขาค่ะ  แต่ก็ไม่ได้ไปส่งทุกวัน  นอกจากฝนตกหนักหรือพ่อหมีต้องผ่านไปทางนั้น)  สักสัปดาห์ที่แล้วออกไปส่งหมีน้อยไปทำงาน  เขากำลังนั่งใส่รองเท้าผ้าใบอยู่ที่เทอเรสหน้าบ้าน    แม่หมีก็จัดแจงจะไปนั่งข้างๆหมีน้อยเหมือนเคย   เขารีบเอามือกันไม่ให้แม่หมีนั่ง  "แม่ครับนั่งไม่ได้ครับ  ตรงนี้มีเต่าทองเกาะอยู่ตัวหนึ่ง"   แม่หมีเลยก้มไปดู  เต่าทองจริงๆด้วย

            แม่หมีพูดว่า  " เกือบไปแล้วสิเจ้าเต่าทองน้อย   แม่เกือบทับมันแบนไปแล้วสิ  แต่แม่ไม่เห็นเต่าทองแถวบ้านเรามานานมากแล้วนะ  ดีจังเลย แสดงว่าแถวบ้านเรายังมีธรรมชาติที่ดีอยู่ "  แล้วแม่หมีก็รอหมีน้อยยืนขึ้นแล้วก็กอด  หอมแก้ม  พูดอวยพรด้วยประโยคเดิมๆทุกวัน  หมีน้อยก็ตอบด้วย ประโยคเดิมๆทุกวัน "คุณแม่ก็เช่นกันครับ ขอพระเจ้าคุ้มครองคุณแม่ให้ปลอดภัย  คุณแม่อย่าลืมดูแลตัวเองดีๆนะครับ "   แล้วเขาก็เดินลงจากเทอเรสไปที่ประตูรั้ว   แต่แล้วก็เดินหันกลับมา  แม่หมีถาม " อ้าว  ลืมอะไรเหรอครับ"

            หมีน้อย " ไม่ลืมครับ  แต่หมีน้อยห่วงเต่าทองครับ  กลัวแม่เผลอไปนั่งทับ"  แล้วเขาก็ค่อยๆใช้มือประคองเต่าทองตัวน้อยขึ้นมา   แล้วเดินไปปล่อยให้มันเกาะบนใบไม้เขายืนมองเหมือนจะบอกเต่าทองว่า  "ตอนนี้แกปลอดภัยแล้วนะ "   แล้วเขาก็หันมาบอกแม่หมีว่า  "หมีน้อยไปทำงานแล้วนะครับ  แม่ดูแลตัวเองดีๆล่ะ"

            แม่หมีตอบ   "ครับผม แล้วเย็นนี้เราเจอกันนะครับ   เดินทางปลอดภัยนะครับลูก"  นี่ล่ะค่ะ  เด็กผู้ชายตัวโตๆแต่จิตใจอ่อนโยนเหลือเกิน  อุตส่าห์กลับมาจับเจ้าเต่าทองไปปล่อยที่ต้นไม้

      สองเดือนที่ผ่านมาหมีน้อยเขามีกิจวัตรที่ต้องทำทุกวันค่ะ   คือการวิ่งเพื่อออกกำลังกาย  คือ แม่หมีเป็นห่วงสุขภาพของเขาค่ะ   ทำงานที่ต้องนั่งหน้าคอมพ์ทุกวัน  จนอวบอ้วนแล้วบ้านเราก็มีโรคที่ถ่ายทอดกันมาคือเบาหวาน  แต่ความจริงเบาหวานเป็นโรคที่เราหลีกเลี่ยงได้คือออกกำลังกาย  ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกิน  แต่หมีน้อยด้วยความที่เขาเป็นออทิสติก   การกินอาหารจึงเป็นการกินของซ้ำๆและเขาก็ชอบอาหารที่มีรสชาติหวานๆ มันๆ  แม่หมีเลยบอกเขาว่า  ลูกต้องออกกำลังกายแล้วล่ะครับจะได้ไม่ป่วยและจะได้หล่อด้วย  เขาก็เลยเริ่มวิ่งทุกเย็น  กลับมาจากทำงานปั๊บเขาก็จะเปลี่ยนชุดลงไปวิ่ง  ประมาณครึ่งชั่วโมง (ก็ยังไม่สามารถลดน้ำหนัก  เพราะยังไม่ควบคุมอาหาร แต่ก็เอาเถอะให้แข็งแรงก็แล้วกัน) ข้อดีของการเป็นออทิสติกของหมีน้อยคือ   ถ้าทำสิ่งใดเป็นประจำก็จะกลายเป็นวินัย เป็นกิจวัตรประจำวัน  หากวันไหนฝนตกเขาก็จะใช้วิธีแกว่งแขนแทน  เครื่องออกกำลังกาย  Elliptical ( เครื่องเดินวงรี) ที่มีอยู่ในบ้านแต่มันใช้ไม่ได้แล้วค่ะมันฝืดๆ   เพราะไม่ได้ใช้มานานจนมันกลายเป็นที่ตากผ้าราคาแพงไปแล้ว 555   ในที่สุดเราโทรติดต่อกับมูลนิธิเพื่อการกุศลไปแล้วค่ะ  ให้เขามายกเอาไปเผื่อจะไปทำประโยชน์ได้ดีกว่าการแขวนผ้า  แล้วเราจะเอาเครื่องออกกำลังกายตัวใหม่มาวางแทน   กำลังตกลงกันว่า  เราจะใช้มันจริงๆหรือจะเอามาตากผ้า  ถ้าทุกคนบอกจะใช้งานแม้จะแค่คนเดียวเราก็จะซื้อเอามาวาง  หมีน้อยบอกเขาจะใช้แต่สำหรับแม่หมีขอคิดดูก่อน   คงต้องใช้ความพยายามที่จะผลักดันตัวเองให้ออกกำลังกายอย่างสูงยิ่ง 555

       เหลือบไปมองชื่อเอ็นทรี่  "หมีน้อยกับผีเสื้อ"  อ้าว  แล้วแม่หมีเขียนอะไรเนี่ยออกนอกโลกไปเลย  555 งั้นเข้าเรื่องดีกว่า  คือการวิ่งของหมีน้อยทุกเย็น  ทำให้หลายบ้านที่อยู่ในรั้วเดียวกัน  ต่างออกมาชมเชยว่า หมีน้อยมีวินัยมาก  ในรั้วมีหลานชายสองคนคือ  มูฮำมัดวากิ้ล อายุ 3 ขวบ และมูฮำมัดดาเนียลอายุ 6 ขวบ เห็นคุณอาหมีน้อยวิ่งออกกำลังกาย  พ่อแม่ ปู่ย่า  ก็เลยให้หลานออกมาวิ่งเล่นบ้าง  เอารถจักรยานออกมาขี่กันบ้าง  ส่วนแม่หมีก็นึกสนุกใส่รองเท้าผ้าใบลงไปเดินออกกำลังบ้าง   เล่นกับหลานๆบ้าง  ก็เลยเป็นอะไรที่สนุกสนาน   หมีน้อยเขาวิ่งไปก็สังเกตว่าต้นไม้ที่ปลูกกันในรั้ว  มีมูลของผีเสื้อหล่นอยู่เขาก็เลยหยุดดู  แล้วเขาก็เจอตัวหนอนของผีเสื้อกลางคืน  เขาเลยเรียกหลานๆมาดู  หลานๆตกใจวิ่งหนีค่ะเพราะมันตัวใหญ่  ชิเนโจตั๊ยนี่เอง

            แม่หมีบอกเด็กๆว่า  "ไม่ต้องกลัว  มันน่ารักออก"   แล้วแม่หมีก็เรียกเด็กๆกลับมา  บอกเด็กๆว่า  "เดี๋ยวคุณย่าจะให้คุณอาหมีน้อยเลี้ยงหนอนให้ดู   มันจะกลายเป็นผีเสื้อแสนสวย  หมีน้อยก็อิดเอื้อนเล็กน้อยเพราะเรียกว่าตารางชีวิตของหมีน้อยเขาเต็มเอียดอยู่แล้ว   แล้วแม่หมีก็ยังหาภาระมาเพิ่มให้อีก

            แม่หมีบอกหมีน้อย  " ลูกเลี้ยงให้หลานดูเถอะ   จะได้รักธรรมชาติเหมือนลูกไง"   แม่หมีเลยเดินไปหยิบกระป๋องน้ำที่ตัดไว้สำหรับแช่ต้นไม้น้ำมาใบหนึ่ง  มันมัวๆขะมุกขะมอมมาก  แต่เอาเถอะจับหนอนใส่ไว้ก่อน  ก่อนที่นกจะโฉบเอาไปกิน  

            ส่วนหมีน้อยก็กำลังอธิบายให้หลานๆฟังว่า   " เจ้าหนอนพวกนี้ ไม่น่ากลัวหรอกนะ   มันไม่กัดเรา  นอกจากหนอนที่มีขนปุยๆห้ามจับนะเพราะมันจะทำให้เราคัน  หนอนพวกนี้มันจะกินใบไม้เป็นอาหาร  จนกระทั่งมันกลายเป็นดักแด้   พอมันออกจากดักแด้ก็จะกลายเป็น  ผีเสื้อจรวดลายพราง  หรือ ผีเสื้อเหยี่ยวโอเลียนเดอร์ หรือ ผีเสื้อจรวดเขียวลายทหาร หรือ มอธเหยี่ยวลายทหาร"   555  เริ่มแล้วค่ะ หลานจะสนใจฟังหรือเปล่าหมีน้อยไม่สนใจแต่ถ้าเขาอยากเล่าเขาก็จะพูดเรื่องที่เขาสนใจได้ยาวๆ  

       หมีน้อย...เด็กชายผู้รักและสนใจเลี้ยงผีเสื้อตั้งแต่ยังเป็นอนุบาลและเป็นกูรูเรื่องผีเสื้อ  จนแม่หมีต้องส่งเสริมด้วยการหาหนังสือมาอ่านให้ฟังจนกระทั่งสามารถอ่านหนังสือเกี่ยวกับผีเสื้อได้เอง    เด็กน้อยที่ทำให้พ่อแม่ต้องพาไปสวนผีเสื้อสายทิพย์ที่ชลบุรีทุกสัปดาห์  จนกระทั่งเจ้าหน้าที่ให้หนอนผีเสื้อมาเลี้ยง  แล้วต้องเอาไปปล่อยที่สวนเดิม  เพราะกลัวว่ามันจะไม่เจอพ่อแม่ของมัน   เด็กน้อยที่สนใจมากจนแม่หมีต้องซื้อตู้ปลามาเลี้ยงผีเสื้อทั้งผีเสื้อกลางวันและผีเสื้อกลางคืนเพื่อให้หมีน้อยเฝ้ามองดูการเปลี่ยนแปลงของหนอนแต่ละช่วงวัย  เด็กน้อยที่ทำให้แม่หมีต้องเดินไปตามถนนตรอกซอกซอยแถวรร.และแถวบ้านเพื่อมองหาหนอนผีเสื้อและเก็บกลับมาบ้านมาให้หมีน้อยเลี้ยง  นี่ล่ะค่ะคนเป็นแม่ทำได้หมดทุกสิ่งอย่าง

       และในวัยนั้นเขาก็นำเรื่องราวที่เขาชอบไปเล่าให้ครูและเพื่อนๆฟัง  จนได้รับความไว้วางใจจากครูสมัยประถมให้จัดบูธผีเสื้อในงานวันวิทยาศาสตร์   เอาหนอนที่เลี้ยงไปวางโชว์  และยังมีแผ่นชาร์ท  วงจรชีวิตผีเสื้อ  ไปอธิบายให้นักเรียนในโรงเรียนฟังได้  รวมทั้งคุณครูหลายคนก็มายืนฟังเด็กออทิสติกคนหนึ่งเล่าเรื่องราวที่ตนเองชอบได้อย่างชัดเจนและแม่นยำ (และที่แน่ๆมีแม่หมีนั่งยิ้มหน้าบานอยู่ด้านหลังด้วยความปลื้มปริ่ม) นับว่าประสบความสำเร็จ  จนกระทั่งครั้งหนึ่งโรงเรียนต้องเข้าโครงการคัดเลือกโรงเรียนในฝัน   ซึ่งจะมีเจ้าหน้าที่จากกระทรวงศึกษาธิการมาประเมินผลงาน  หมีน้อยก็ได้รับเลือกจากคุณครูภาษาอังกฤษให้อธิบายและพูดเรื่องวงจรชีวิตของผีเสื้อเป็นภาษาอังกฤษ  และตามเคยเราก็ต้องนำหนอนผีเสื้อกลางวัน และผีเสื้อกลางคืนไปแสดงด้วย

        เมื่อวันงานมาถึงเจ้าหน้าที่ก็เดินชมตามห้องต่างๆ   จนมาถึงห้องชุมนุมภาษาอังกฤษ  ซึ่งมีหมีน้อยประจำอยู่ที่โต๊ะซึ่งมีตู้ผีเสื้อที่เราเลี้ยงไว้รวมทั้งมีหนังสือเกี่ยวกับผีเสื้อวางโชว์อยู่   คุณครูได้กระซิบกับเจ้าหน้าที่จากกระทรวงว่า  เด็กน้อยที่กำลังอธิบายเรื่องผีเสื้อนั้นคือเด็กออทิสติก   เจ้าหน้าที่กระทรวงจึงสนใจมากเพราะหมีน้อยสามารถพูดภาษาอังกฤษได้ชัดเจน   เมื่อหมีน้อยอธิบายจบเจ้าหน้าที่ก็ซักถามเป็นภาษาอังกฤษ   คุณครูเล่าให้แม่หมีฟังว่า  หมีน้อยหันมามองหน้าคุณครูและเจ้าหน้าที่แล้วยกมือขวาขึ้นเป็นเชิงขออนุญาตพูด (ตามนิสัยของเขาเวลาจะพูดต้องยกมือขออนุญาตก่อน)                      

            หมีน้อยพูดว่า " ขอโทษครับตรงนี้คุณครูไม่ได้ให้ท่องภาษาอังกฤษมาครับ   ผมขอตอบเป็นภาษาไทยได้มั๊ย "  เจ้าหน้าที่ก็อนุญาต  หมีน้อยของเราก็เล่าอธิบายเรื่องราวได้อย่างชัดเจน   คุณครูเล่าว่า  เจ้าหน้าที่ประทับใจและเอ็นดูเจ้าหมีน้อยของเรามาก  ปรบมือให้และชมว่า  " เก่งมากครับ"

       สิ่งที่แม่หมีนำมาเล่าให้ฟังเพื่อให้เพื่อนๆได้รู้ว่า   เราสามารถที่จะเลี้ยงลูกของเราให้เป็นเด็กที่อ่อนโยน  รักธรรมชาติ และทำให้เขามีจิตใจที่ดีงามได้โดยผ่านกิจกรรมต่างๆนอกจากการเลี้ยงผี้เสื้อที่เราต้องใส่ใจความสะอาดเอามูลของผีเสื้อทิ้งทุกวัน และต้องเอาใบไม้ที่มันกินได้มาให้  ไม่ใช่มันจะกินใบไม้ได้ทุกชนิดนะคะ  เราต้องรู้ด้วยว่าผีเสื้อชนิดนี้กินใบอะไร   ขืนให้ผิดรับรองหนอนผีเสื้อตายค่ะ ( อันนี้เราทดลองกันมาแล้ว ) นอกจากผีเสื้อแล้วหมีน้อยยังสนใจเรื่องแมลง  ชอบเลี้ยงปลา  เหนื่อยค่ะเวลาล้างตู้ปลาหรืออ่างปลาเพราะมีหลายตู้หลายอ่าง  หมีน้อยนั้นยังเด็กแม่หมีจึงต้องล้างเองแต่เขาก็ต้องช่วยด้วย  อะนะ  เพื่อลูกแม่หมีทำได้ค่ะ  

      มาดูภาพกันดีกว่าค่ะ


                                      ตอนเย็นหมีน้อยเลิกงานกลับถึงบ้านก็จะลงมาวิ่งที่นี่ล่ะค่ะ


                                                       นั่นไง  เจ้าหมีน้อยกำลังวิ่งอยู่


       ตู้ปลาที่เราเลี้ยงผีเสื้อแตกไปนานแล้วค่ะ   แล้วเราก็ไม่ได้เลี้ยงแล้วด้วยเลยไปหยิบขวดน้ำที่เราใช้ใส่ต้นไม้น้ำ  เอามาเลี้ยงหนอนผีเสื้อให้หลานๆดูแล้วกัน ใส่หนอนพร้อมใบไม้อาหารของหนอนลงไป

               หมีน้อยทำความสะอาดกระป๋องค่ะเอามูลผีเสื้อออกทิ้งเสียบ้าง  เลยเอาหนอนออกมาวางข้างนอก  หลานๆกลัวแต่หมีน้อยบอกไม่ต้องกลัว แต่เราต้องทำเบาๆมือ เดี๋ยวหนอนมันจะเจ็บ

              หลายวันผ่านไปจากหนอนสีเขียวก็ค่อยๆเปลี่ยนสีเป็นสีเหลืองเข้ม มาเป็นสีน้ำตาลแล้วมันจะหยุดกินใบไม้เพื่อกลายเป็นดักแด้  มัจะอยู่นิ่งไปอีกหลายวัน  แค่ถ้าเราลองเขี่ยมัน  มันก็จะดิ้นกระดุ๊กกระดิ๊ก  หมีน้อยบอกหลานๆว่าอย่าไปรบกวนมัน  ปล่อยให้มันอยู่นิ่งๆ

              หลายวันผ่านไปเป็นอาทิตย์ๆมันออกมาจากดักแด้แล้วค่ะ   กำลังรีดน้ำที่หล่อเลี้ยงในตัวออกเพื่อที่จะโผบิน

              ดักแด้ทั้งสองตัวกลายเป็นผีเสื้อกลางคืน  ผีเสื้อเหยี่ยวลายพราง Oleander hawk-moth พร้อมที่จะโผบินค่ะ  แต่ตอนนี้เราส่งมือไปให้มันไต่แล้วปล่อยให้มันเกาะที่กิ่งไม้จนกว่ามันพร้อมจะบินไป   หลานๆชอบใจแต่ก็ยังกลัวมันอยู่ดี  อย่างน้อยคุณย่าแม่หมีกับคุณอาหมีน้อยก็ได้ทำให้หลานเห็นวิถีชีวิตของหนอน

     ต่อไปก็เป็นหน้าที่ของพ่อแม่และปู่ย่า  ของหลานๆเขาล่ะค่ะว่า  จะสอนให้เด็กๆเรียนรู้อะไรบ้าง  อาหมีน้อยจะได้ไม่เป็นกังวลเรื่องทำความสะอาดมูลผีเสื้อ  555  ผีเสื้อเพิ่งออกจากดักแด้เมื่อวานนี้เอง   ส่วนเจ้าหมีน้อยไม่ได้อยู่เมืองไทยไปท่องโลกกว้างกับพี่หมีใหญ่   เอาใจช่วยพี่หมีใหญ่กับหมีน้อยด้วยค่ะ  เพราะการพาออทิสติกไปเปลี่ยนสภาพแวดล้อมไม่ใช่เรื่องง่ายๆเลย  แม่หมีกำลังเครียดอยู่นี่แหล่ะค่ะ!!

 

 

ถ้าอยากกลับไปอ่านเรื่องราวของหมีน้อยเกี่ยวกับผีเสื้อหาอ่านได้ที่นี่ค่ะ  คลิกที่ชื่อเรื่องได้เลยค่ะ

ตามหมีน้อยไปทำรายงานที่สวนรถไฟ

ดักแด้แปลงกาย

หมีน้อยกับผีเสื้อ.......วุ้ย !!!.....ชื่อเรื่องน่ารักเชียว

 อันนี้ของหมีน้อยเขียนค่ะ

ผมทำตามสัญญา ไปอธิบายเรื่องผีเสื้อให้น้องอนุบาลมาแล้วครับ

ผมพาไปเที่ยวเขาค้อครับ

โดย แม่หมี

 

กลับไปที่ www.oknation.net