วันที่ อังคาร ธันวาคม 2561

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

อิหร่าน (27) .. Sa’Ad Abad Palace .. กรุงเตหะราน


อิหร่าน (27) ..    Sa’Ad Abad Palace .. กรุงเตหะราน


พิพิธภัณฑ์เกี่ยวกับตำหนัก Sa’Ad Abad Palace(Persian: مجموعه سعدآباد‎ – Majmue ye Sa’dābād) สร้างโดย ราชวงศ์คาร์จาในช่วงศตวรรษที่ 19 …

ต่อมาในปี 1920s  Reza Shah แห่งราชวงศ์ปาลา ได้ให้มีการต่อเติม ขยายพื้นที่ และสร้างอาคารต่างๆเพิ่มเติมในรูปแบบสถาปัตยกรรมต่างๆ และใช้พระราชวังแห่งนี้เป็นพระราชวังฤดูร้อน

ในปี 1970s ชาร์องค์สุดท้าย คือ Shah Mohammad Reza Pahlavi เข้ามาพำนักอยู่ที่นี่

จนถึงช่วงปี 1979 หลังจากเหตุการณ์ปฏิวัติอิสลาม พระราชวังจึงกลายเป็นพิพิธภัณฑ์ และเปิดให้สาธารณชนเข้าชม ภายใต้การดูแลของ Cultural Heritage Organization of Iran

ปัจจุบัน บางส่วนของพื้นที่ถูกใช้เป็นสถานที่ทำการของประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐอิสลามแห่งอิหร่าน

 

ในสถานที่นี้ประกอบไปด้วยตำหนักหลาย แห่งด้วยกัน ซึ่งมีเนื้อที่กว้างใหญ่ประมาณ 410 เฮกต้าร์

ประกอบไปด้วยตำหนักต่าง ๆ ที่สวยงาม โดยเฉพาะอย่างยิ่งตำหนักเขียวและตำหนักขาว

ปัจจุบันพิพิธภัณฑ์ที่เปิดให้เข้าเยี่ยมชมได้มี 10 แห่ง แต่เราเข้าชมเพียงแห่งดียว คือ พระตำหนักเขียว

บริเวณพระราชวังและพิพิธภัณฑ์ครอบคลุมพื้นที่กว้างขวางมาก …

เราต้องเดินผ่านพื้นที่ที่มีต้นไม้ใหญ่ๆสวยๆที่ได้รับการดูแลอย่างดี

มีไม้ดอกไม้ประดับอยู่ตามมุมต่างๆมากมาย ดูสวยงาม ร่มรื่น

ระหว่าทางมีการใช้เครื่องใช้และยานพาหนะเก่ามาวางตกแต่งภูมิทัศน์ ดูสวยแปลกตา

เราเดินผ่านพิพิธภัณฑ์บางแห่ง ที่มีทั้งเปิดละไม่เปิดให้ชม

 

Green palace: เป็นตำหนักที่ถูกสร้างขึ้นเป็นตำหนักแรกโดยคำสั่งของ Reza Shah แห่งราชวงศ์ปาลาวี เพื่อเป็นที่พำนักอาศัย

จากบนเนิน มีบันไดเพื่อเดินลงไปยังตำหนักเขียว ระหว่างทางเดินมีต้นสนและสวนไม้ดอกสวยๆ

ด้านหน้าตำหนักเขียวมีบ่อน้ำพุ ซึ่งเป็น Typical Persian Style

ตำหนักแห่งนี้สร้างในสถาปัตยกรรมแบบยุโรป โดยใช้หินอ่อนเขียว

ภายในประดับด้วยสถาปัตยกรรมกระจกที่งดงามตระการตา .. แต่ไม่อนุญาตให้ถ่ายภาพ

ภายในตำหนักเขียว สร้างโนเน้นให้เห็นถึงความงดงามของศิลปะแบบเปอร์เซีย เช่น ศิลปะการประดับด้วยงามกระจกที่ละเอียดสวยงาม งานพรมทอมือโบราณ งานปูนปั้น

ด้านหนึ่งของตำหนัก สามารถมองเห็นตัวเมืองที่อยู่เชิงเชา

 

เราเข้าชมอีก 1 พระตำหนัก คือ ตำหนักขาว

ทางเชื่อมสู่ตำหนักขาว เป็นถนนเล็กๆ

ด้านหน้าตำหนักมีรูปปั้น คนกำลังยิงธนู

และรูปหล่อแบบอาร์ตๆ ของส่วนหนึ่งของเครื่องแบบที่ชาร์องค์สุดท้ายใช้

ลักษณะของอาคารเป็นสถาปัตยกรรมยุโรป ...

มีบันไดนับสิบขั้นเพื่อนำเข้าสู่ตัวอาคารหลัก

ตำหนักขาว White Palace .. ในอดีต เป็นที่ประทับของกษัตริย์ชาร์ปาห์ลาวี

... กษัตริย์องค์สุดท้ายก่อนถูกโคไมนีปฏิวัติ

ภายในตำหนักขาว แบ่งออกเป็นห้องๆที่ใช้เพื่อวัตถุประสงค์ที่แตกต่างกัน

… ประกอบไปด้วยห้องรับรองอาคันตุกะ ห้องเสวย และห้องอื่นๆ

รูปวาดในศิลปะแบบอิหร่าน และอื่นๆ ถูกใช้เป็นมิ่งตกแต่งและประดับ

... ที่มองเห็นอยู่ทั่วไปในตำหนักแห่งนี้

ที่นี่ เป็นที่เก็บสะสมของมีค่ามากมาย อาทิเช่น ...

... พรมเปอร์เซียที่มีชื่อเสียง เครื่องประดับต่าง ๆ และเครื่องปั้นดินเผา

 

หลังจากที่ตระเวนชมสถานที่ต่างๆจากเหนือจรดใต้ในประเทศอิหร่านมาหลายวัน ได้พบกับผู้คนอิหร่านที่เป็นมิตรมากๆ เลยมีคำถามถึง “ลักษณะของอิหร่านสมัยใหม่” …

.. คำพูดของชาวอิหร่านเอง ได้ช่วยให้ความเข้าใจอิหร่าน และคนอิหร่านมีมากขึ้นมากมาย รวมถึงได้ลบภาพบางภาพที่เคยคิด เคยเชื่อมาก่อนหน้านี้ออกไป

... เลยอยากจะนำบางส่วนจากคำพูดของคนอิหร่านที่เคยให้สัมภาษณ์มาฝากด้วยค่ะ

“ .. ความจริงทุกประเทศต้องการก้าวไปข้างหน้า ผู้คนอยากมีชีวิตที่ดี ต้องการมีปฏิสัมพันธ์กับคนอื่นๆ แต่ยังมีหลายคนเข้าใจผิดบางอย่างเกี่ยวกับประเทศอิหร่าน

สาเหตุแรกอาจจะเป็นเพราะ พวกเขาไม่เข้าใจสังคมของคนอิหร่าน ..

... เรื่องที่เขาได้ยินได้ฟังมาส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องของความขัดแย้งทางการเมือง อีกทั้งสิ่งที่สื่อต่างๆแสดงออกไปนั้นแตกต่างกันโดยสิ้นเชิงกับวิถีชีวิตจริงๆของคนที่นี่

.. คนอิหร่านอยากจะมีชีวิตที่ดี และพยายามที่จะไปให้ถึงจุดนั้น

ชีวิตที่ดี .. อิหร่านเป็นประเทศที่ให้ความสำคัญกับครอบครัวสมาชิกของครอบครัวจะอุทิศตัวให้กับครอบครัวมาก เช่น พ่อแม่กับลูก หรือปู่ย่าตายายกับหลานๆ .. นั้นคือ การมีชีวิตที่ การแต่งงาน การมีครอบครัว การสรรหาสิ่งดีๆให้กับชีวิตคู่ การมีบ้านที่ดี มีสิ่งแวดล้อมทางสังคมดี

การประสบความสำเร็จในชีวิตของคนอิหร่าน ก็คงคล้ายกับผู้คนอื่นๆในโลก ที่อยากมีหน้าที่การงานที่ดีกว่าเดิม มีสถานะภาพทางสังคมที่ดีขึ้น

แนวความคิดแบบตะวันตก คนอิหร่านอยากจะรับแบบไหน? …

.. คนอิหร่านคงอยากจะรักษาขนบธรรมเนียมของตนเอาไว้ ในขณะเดียวกันก็อยากจะอยู่ร่วมกันอย่างสงบสุขกับประเทศอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นอเมริกา ยุโรป หรือที่อื่นๆ พวกเราไม่ต้องการสงครามเหมือนที่เคยเกิดมาแล้วในปี 1980

… ชาวอิหร่านสูญเสียความเชื่อมั่นในสังคมชาวตะวันตก ก็เพราะสงครามในครั้งนั้น

แต่ถ้าอยากจะมองถึงสภาพทางจิตใจของชาวอิหร่านที่มีต่อชาวตะวันตก ...

...ชาวอิหร่านรักเพื่อนมนุษย์ทุกคน ต้อนรับทุกๆคน และนั่นก็ทำให้ประเทศอิหร่านได้ชื่อว่าเป็นประเทศแห่งการต้อนรับอย่างอบอุ่น

เราไม่รู้ว่าผู้มาเยือนจะชอบหรือไม่ เวลาที่มีคนเข้ามาทัก หรือมาขอถ่ายรูปด้วย มาจับมือ … แต่นั่นเป็นธรรมชาติของชาวอิหร่านจริงๆ ที่เป็นมิตรกับกับทุกคน …”

 

ประวัติศาสตร์ไม่อาจจะย้อนกลับ แต่ตลอดเส้นทางที่เราก้าวตามรอยอารยะธรรมเปอร์เซียโบราณ เราได้เห็นบางสิ่งบางอย่าง … แม้จะไม่ทั้งหมด .. ของอารยะธรรมที่ได้ตกทอดมาจากชุมชนเชื้อสาย Indo-European รวมถึงวัฒนธรรมอาซีเรีย ซึ่งเป็นวัฒนธรรมเก่าแก่ของเมโสโปเตเมีย

… เวลาเปลี่ยนผ่านเหมือนสายลม เปอร์เซียได้เข้ามาประชิดจุดบรรเจิดของอารยะธรรม ได้เปลี่ยนแปลงมากมายในช่วงหลายพันปีที่ผ่านมา และเข้าถึงการดับสูญเมื่อหลายพันปีที่แล้ว จนเข้ามาสู่สมัยที่อิทธิพลของอิสลามได้เข้ามากลืนวิถีวิถีของคนเปอร์เซีย

โดย Supawan

 

กลับไปที่ www.oknation.net