วันที่ เสาร์ ธันวาคม 2561

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

การพัฒนาภาคใต้สู่ไทยแลนด์ 4.0 และบทบาทของมหาวิทยาลัยในการเตรียมคนสู่ศตวรรษที่ 21


การพัฒนาภาคใต้สู่ไทยแลนด์ 4.0 และบทบาทของมหาวิทยาลัยในการเตรียมคนสู่ศตวรรษที่ 21

BCG เพื่อการพัฒนาภาคใต้ 4.0 อย่างยั่งยืน โดย ดร.สุวิทย์ เมษินทรีย์ รมว.วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี่

วันนี้ (14 พ.ย.2561 )ผมได้มีโอกาสมากล่าวปาฐกถาที่มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ และได้ชมงานวิจัยและพัฒนาจากโครงการต่างๆ

จากของมหาวิทยาลัยเครือข่ายในพื้นที่ ผมดีใจมากครับที่ได้เห็นความก้าวหน้าด้านวิจัยและพัฒนาในพื้นที่ ซึ่งจะเป็นความหวังในการ

พัฒนาเศรษฐกิจฐานชีวภาพของภาคใต้ได้อย่างยั่งยืน มีโครงการนำยางพารามาเพิ่มมูลค่าเป็นสินค้าราคาสูง เช่น แผ่นยางรองส้นเท้า

เป็นต้น โครงการพัฒนาฟาร์มเพาะพันธุ์ปูแบบคอนโดที่จะเป็นสัตว์เศรษฐกิจตัวต่อไปของภาคใต้ โครงการเพิ่มมูลค่าของปาล์มน้ำมัน

โครงการพัฒนาอาหารฮาลาล นอกจากนี้ยังมีโครงการสมาร์ทซิตี้ที่มีการนำปัญญาประดิษฐ์หรือ AI มาใช้ในการวิเคราะห์ภาพวิดีโอ

เพื่อแจ้งเตือนเหตุฉุกเฉินได้ทันที โครงการพัฒนารถยนต์ไฟฟ้าที่ไร้คนขับที่่จะเริ่มมีการทดลองบนถนนในปีหน้านี้ โครงการวิจัยและ

พัฒนาต่างๆ เหล่านี้ทำให้ผมมั่นใจยิ่งขึ้นไปอีกว่าภาคใต้นั้นมีศักยภาพในการพัฒนาเศรษฐกิจได้อีกมาก โดยเฉพาะทางด้านเศรษฐกิจ

ฐานชีวภาพ หรือ Bioeconomy ที่เรามีจุดแข็งคือความหลากหลายทางชีวภาพ เพียงแต่ที่ผ่านมาเราพึ่งพาพืชเศรษฐกิจหลักไม่กี่ชนิด

คือยางพาราและปาล์มน้ำมันเท่านั้น จริงๆ แล้วพืชสมุนไพรพื้นถิ่นของภาคใต้ที่มีคุณค่าทางสารอาหารและคุณสมบัติทางยายังมีอีก

มากครับ ซึ่งหากเรานำจุดได้เปรียบด้านความหลากหลายทางชีวภาพและวัฒนธรรมของภาคใต้มารับการพัฒนาต่อยอดด้วย

วิทยาศาสตร์และนวัตกรรมให้ได้มาตรฐาน เราจะสามารถปรับโครงสร้างเศรษฐกิจของพื้นที่ภาคใต้ได้อย่างยั่งยืนทีเดียวครับ

ในการเยี่ยมครั้งนี้ ช่วงเช้าผมได้กล่าวปาฐกถาเรื่องการพัฒนาภาคใต้สู่ Thailand 4.0 และได้เน้นย้ำถึงบทบาทของมหาวิทยาลัยใน

การเตรียมคนไทยสู่ศตวรรษที่ 21 โดยต้องสร้างคนรุ่นใหม่ให้พร้อมรับเศรษฐกิจฐานข้อมูลและปัญญาประดิษฐ์ (Data and AI

Economy) และโดยที่ตั้งของภาคใต้เองนั้นจะเป็นสะพานเชื่องโยงทั้งสองมหาสมุทรและอาเซียนเหนือใต้ ดังนั้นการพัฒนาเมืองเพื่อ

รองรับการเติบโตจึงสำคัญมาก การพัฒนาพื้นที่ภาคใต้จะต้องมีการพัฒนาเมืองหลักเมืองรองของพื้นที่ เป็นเสาหลักของการเติบโตที่

หลากหลาย (Multiple Growth Poles) และมีโซนพื้นที่นวัตกรรม (Innovative District) และโซนพื้นที่สร้างสรรค์ (Creative District)

เพื่อยกระดับโครงสร้างเศรษฐกิจของภาคใต้ให้เป็นเศรษฐกิจฐานนวัตกรรมมากขึ้นพร้อมๆ ไปกับเศรษฐกิจสร้างสรรค์เพื่อรองรับการ

ท่องเที่ยวที่ยังยืนต่อไปในอนาคต ผมเห็นว่าเรื่องการสร้างคนและการสร้างเมืองจะเป็นเรื่องสำคัญในอนาคตอันใกล้นี้ของประเทศไทย

และของภาคใต้ครับ

ในช่วงบ่ายผมได้ร่วมวงเสวนาประเด็นการจัดตั้งกระทรวงใหม่ นั่นคือ กระทรวงอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม โดยมี

นักศึกษาและคณาจารย์จากหลายมหาวิทยาลัยในพื้นที่ภาคใต้ได้เข้าร่วมรับฟังและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันบนเวที ผมได้อธิบายถึง

ความสำคัญของกระทรวงใหม่นี้ในการเตรียมคนไทยสู่ศตวรรษที่ 21 และปรับโครงสร้างเศรษฐกิจของประเทศให้เป็นเศรษฐกิจฐาน

นวัตกรรม โดยกระทรวงนี้จะต้องมีการปรับเปลี่ยนกลไกในการทำงาน ปรับกฎระเบียบข้อบังคับ และการจัดสรรงบประมาณให้เอื้อต่อ

การพัฒนานวัตกรรม หน่วยงานในกระทรวงเองก็ต้องมีการปรับเนื่องจากจะมีมหาวิทยาลัยเข้ามาอยู่ภายใต้กระทรวงเดียวกัน ดังนั้นการ

วิจัยและพัฒนาก็จะกระจายอยู่ในมหาวิทยาลัยต่างๆ ด้วย ดังนั้นกระบวนการทำงานร่วมกันระหว่างหน่วยงานจึงเป็นเรื่องสำคัญมาก

ในมุมมองของนักศึกษาเองนั้น การศึกษาเพื่อตอบโจทย์ตลาดงานในอนาคตก็จะเป็นเรื่องท้าทายเช่นกัน ผมได้แลกเปลี่ยนมุมมองทั้ง

กับอาจารย์และนักศึกษาว่าในอนาคตนั้นการเรียนไม่เท่ากับการอยู่ในโรงเรียน (Learning is not schooling) นั่นคือ เราสามารถเรียนรู้

ได้นอกห้องเรียนเสมอ สิ่งที่เราต้องมีคือการคิดถึงส่วนรวม (We in me) ในขณะที่สามารถมีอัตลักษณ์ของตนเองในด้านความสามารถ

เฉพาะ ความสนใจส่วนตัวที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์เพื่อส่วนรวมได้ (Me in we) นอกจากนี้ ในอนาคตเส้นแบ่งระหว่างการเรียนและ

การทำงานจะซ้อนกันมากขึ้น นั่นคือ นักศึกษาสามารถที่จะเริ่มธุรกิจหรือเริ่มทำงานได้ก่อนที่จะจบเพื่อหาสิ่งที่ชอบหรืออาชีพที่ชอบ

จริงๆ และระยะเวลาการจบหลักสูตรอาจสั้นได้เหลือ 2 ปีหรือยาวเกิน 8 ปีก็เป็นได้ ขึ้นอยู่กับสิ่งที่นักศึกษาต้องการเรียนรู้เพื่อตอบ

โจทย์ในการนำไปใช้งานได้จริงมากกว่า ดังนั้น ระบบการอุดมศึกษาที่ควรเป็นจะต้องเป็นระบบที่สร้างแรงบันดาลใจในวิชาชีพให้

เยาวชน ในขณะที่ต้องมอบโอกาสและเครื่องมือในการสร้างความสามารถที่เยาวชนต้องการมีต้องการเป็น ดังนั้น กระทรวงใหม่ที่เกิด

ขึ้นจึงมีเป้าหมายที่จะปรับแนวคิด (Mindset) ทั้งของนักศึกษาและของมหาวิทยาลัยและผู้บริหารกระทรวงเพื่อปรับตัวสู่ยุคปั่นป่วนทาง

ด้านเทคโนโลยี (Technology Disruption) ที่ความหมายและคุณค่าของปริญญาบัตรจะถูกท้าทายจากตลาดแรงงาน สุดท้ายผมได้ให้

กำลังใจนักศึกษาในการคิดฝันที่ยิ่งใหญ่ คิดถึงสิ่งที่ต้องการเป็นในชีวิต สิ่งที่ต้องการทำเพื่อสังคมและมองหาว่าจะใช้เวลาในระหว่างที่

อยู่ในมหาวิทยาลัยอย่างไรและจะใช้ทรัพยากรในมหาวิทยาลัยอย่างไรเพื่อเตรียมตัวไปสู่เป้าหมายในชีวิตและก้าวไปสู่ศตวรรษที่ 21

ได้อย่างมั่นใจครับ

ขอขอบคุณบทความจากเพจ https://www.facebook.com/drsuvitpage/

 

 

โดย redribbons07

 

กลับไปที่ www.oknation.net