วันที่ อาทิตย์ ธันวาคม 2561

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

10 แหล่งท่องเที่ยวตำบลอัยเยอร์เวงสุดปัง ในรอบ 3 ปี (2559 -2561) ตอน 2


10 จุดท่องเที่ยวตำบลอัยเยอร์เวงสุดปัง ในรอบ 3 ปี (2559 -2561) ต่อ


ภาพกระทิงฮาลา : ดต.ปรมินทร์ นาทองเจริญสุข

อันดับที่ 3 ป่าฮาลา

                           หลังจากที่เขียนถึง อันดับที่ 1 และ อันดับที่ 2  เอ็นทรี่นี้ 10 อันดับสถานที่ท่องเที่ยวในตำบลอัยเยอร์เวง อำเภอเบตง จังหวัดยะลา จะกล่าวถึงอันดับที่ 3 และ อันดับที่ 4 คงเป็นที่ใดไม่ได้ นอกจาก ป่าฮาลา ซึ่งเป็นป่าฮาลา-บาลาฝั่งจังหวัดยะลา เพื่อไม่ให้สับสน จึงของเรียกตรงๆเฉพาะว่า “ป่าฮาลา”

ภาพกระทิงฮาลา : ดต.ปรมินทร์ นาทองเจริญสุข

                    ป่าฮาลา เป็นส่วนหนึ่งของสวนป่าพระนามาภิไธย (ส่วนที่ 2) เป็นป่าดิบชื้นที่อุดมสมบูรณ์ไปด้วยพันธุ์พืชพันธุ์สัตว์นานาชนิด มีพื้นที่ขนาดใหญ่อยู่ในแนวรอยต่อระหว่างจังหวัดยะลา ปัตตานี นราธิวาส นอกจากนั้นยังเป็นต้นกำเนิดของแม่น้ำปัตตานี ที่ทางการก่อสร้างเขื่อนกั้นสายน้ำ โดยสร้างเขื่อนบางลาง ปัจจุบันได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวสายกรีน หรือท่องเที่ยวเชิงนิเวศ เชิงธรรมชาติ ทัศนศึกษา การเดินป่าธรรมชาติ การนั่งเรือ ล่องแพ ตกปลา ส่งนก ส่องกระทิง ปัจจุบันแม้จะไม่เปิดเป็นการท่องเที่ยวโดยตรง เพราะเป็นการรบกวนพืช สัตว์ตามระบบนิเวศของธรรมชาติ แต่ก็มีชาวบ้านรอบเขื่อนที่หันมาทำธุรกิจท่องเที่ยว ส่วนสถานศึกษา ส่วนราชการ หรือองค์กรที่ไม่แสวงหากำไร ก็อาจ  สามารถติดต่อประสานงาน ได้ที่ กองร้อยตำรวจตระเวนชายแดนที่ 445 ถนนสุขยางค์ อำเภอเบตง จังหวัดยะลา ซึ่งมีหน้าที่ปกป้องดูแลรักษาผืนป่าแห่งนี้ ตามแนวพระราชดำริของพระเจ้าสิริกิตฯ มาตั้งแต่ปี 2535


เล่นน้ำในเขื่อน


เกาะทวด 

            ใบไม้เปลี่ยนสี ที่ฮาลา

    

 ทะเลสาบฮาลา-บาลา : เอกรักษ์ ศรีรุ่ง

 

ฝูงนกเงือกกรามช้างปากเรียบ : จรูญ ทองนวล

                   บัวผุด : ดต.ปรมินทร์ นาทองเจริญสุข

                 อันที่จริง ส่วนใหญ่ นักท่องเที่ยวจะมาเที่ยวบริเวณ ทะเลสาบฮาลา-บาลา ซึ่งคาบเกี่ยวท้องที่อำเภอบันนังสตา อำเภอธารโตและอำเภอเบตง รวมกับฝั่งนราธิวาส มีเนื้อที่ทั้งหมดประมาณ   270,725 ไร่ ปัจจุบันอยู่ในเขตรับผิดชอบของอุทยานแห่งชาติบางลาง จังหวัดยะลา บางส่วนและเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีจังหวัดนราธิวาส  “ในอดีตนั้น ในยุคที่สยามยังมีการแบ่งปกครองเป็นหัวเมือง  มีเจ้าเมืองปกครองอิสระต่อกัน พื้นที่นี้ถือว่าอยู่ในการปกครองของหัวเมืองปัตตานี  ได้มีชนกลุ่มหนึ่งอพยพมาจากเมืองปัตตานีไปอยู่ยังที่ราบกลางป่าใหญ่ที่เรียกว่า  ที่ราบฮาลา ในจังหวัดยะลา ในชุมชนฮาลา มี 4 หมู่บ้าน คือ กาปงฮาง กาปงกือกาลากอ กาปงลาเงะ และกาปงลาเฮ  มีป่าช้า (กูโบ) อยู่ 3 แห่ง  มีสุเหร่า 2 แห่ง  มีโรงพัก 1 แห่ง  ต่อมามีโจรจีนคอมมิวนิสต์มาลายู (จคม.)  ทางการไทย - มาเลเซีย จึงอพยพชุมชนฮาลาออกจากพื้นที่ เมื่อปี พ.ศ.2496  ผู้ถูกอพยพได้ไปอยู่ในพื้นที่ต่างๆ  ส่วนหนึ่งอพยพไปอยู่ในประเทศมาเลเซีย บางส่วนอพยพไปอยู่ที่จังหวัดนราธิวาส บางส่วนอพยพไปอยู่ที่บ้านบางลาง ตำบลเขื่อนบางลาง อำเภอบันนังสตา จังหวัดยะลา บางส่วนอพยพไปอยู่ที่บ้าน  กม.30, กม.32, กม.36 ตำบลอัยเยอร์เวง อำเภอเบตง จังหวัดยะลาในการอพยพคนแก่และเด็กทางราชการให้นั่งเฮลิคอปเตอร์ออกมา  ส่วนคนหนุ่มสาวให้เดินเท้าออกมาใช้เวลา 2 วัน 2 คืน  จึงจะถึงตำบลอัยเยอร์เวง อำเภอเบตง ส่วนบ้านเรือนทรัพสินต่างๆ  ทางราชการทำลายหมดเพื่อมิให้ (โจรคอมมิวนิสต์)  ใช้ประโยชน์ได้ประชาชนที่อาศัยอยู่รอบป่าส่วนมากนับถือศาสนาอิสลาม มีอาชีพทางการเกษตร คือ ทำสวนยางพารา สวนผลไม้ และทำนา  บางส่วนมีอาชีพเก็บหาของป่า เช่น น้ำผึ้ง หวาย ไม้หอม เป็นต้น” : นายมณเฑียร แตปูซู  กำนันตำบลอัยเยอร์เวง

 

 

อันดับที่ 4 ล่องแก่งอัยเยอร์เวง

               หลังจากที่ทะเลหมอกอัยเยอร์เวง และทะเลหมอกเขากุนุงซิลิปัต ของตำบลอัยเยอร์เวง อำเภอเบตง จังหวัดยะลากลายเป็นกระแส เป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างประเทศตั้งแต่ปี 2558 ธุรกิจท่องเที่ยวล่องแก่ง เรืองยาง เรือคายัค ก็พลอยได้รับ อนิสงค์ไปด้วย

                  สำหรับธุรกิจล่องแก่งในตำบลอัยเยอร์เวง อำเภอเบตง จังหวัดยะลา นั้น ปัจจุบันมีด้วยกัน 5 ราย เป็นเรือคายัคไฟเบอร์ 4 ราย เรือยาง 1 ราย เป็นความสนุกด้วยการล่องคายัคในแม่น้ำปัตตานี จุดที่เป็นเกาะแก่งน้ำไหลเชี่ยว ชาวบ้านเรียกภาษาปากว่า สายน้ำตกช่องแคบหลังอนามัย อยู่ หมู่ที่ 1 บ้านอัยเยอร์เวง (หลังอนามัย กม.29) ตำบลอัยเยอร์เวง อำเภอเบตง จังหวัดยะลา


 

                ในส่วนประเภทบริการ ก็เปิดให้บริการวันละ สองรอบ รอบ 9.00น.-12.00 น. และรอบบ่าย 13.00น.- 116.30 น. มีตั้งแต่การล่องแก่งระดับเด็กอายุ 3 ขวบ ขึ้นไป ระยะทาง 1.5 กิโลเมตร ระดับก็ราบเรียบ สนุกแบบผู้ปกครองมั่นใจได้ เพราะเขามีสต๊าฟดูและอย่างใกล้ชิด ตามด้วยระดับเริ่มต้น ที่เหมาะสำหรับบุคคลทั่วไป ในระยะทาง 2.5 กิโลเมตร ใช้เวลา 2 ชั่วโมง ที่มีจุดทดสอบหัวใจ 3-4 ด่าน ให้คุณสนุก มีจุดพักทานน้ำและของว่าง จุดแวะพักถ่ายภาพ กับไม้ใหญ่ริมน้ำที่สวยงามมาก ส่วนใหญ่ทุกคนอยากจะกลับมาเล่นอีกในวันข้างหน้า

                แต่ที่เป็นนิยมที่สุดในขณะนี้ คือ ระดับเอ็กสตรีม ระยะทางกว่า 3.5-5  กิโลเมตร ผ่านเกาะแก่ง คดเคี้ยวถือเป็นระดับกลางในหน้าแล้ง และยะระดับเป็น 5-6 ในฤดูฝน ซึ่งเหนือกว่านั้นก็ยังมี แต่ไม่ได้เปิดให้บริการ คือ จุดน้ำตกช่องแคบ เป็นความงดงามของธรรมชาติ ที่กัดเซาะเขาหิน ให้เป็นร่องลึก เป็นโบก แม่น้ำปัตตานีทั้งสาย ถูกบีบให้ออกไปในช่องเล็กๆ ระยะทางกว่า 2 กิโลเมตร จุดปลายสุดถือว่าเป็นนำตกก็ว่าได้ น้ำแรง และอันตรายมาก เหมาะเฉพาะมืออาชีพหรือผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น ไม่อนุญาตให้นักท่องเที่ยวไปล่องเรือโดยเด็ดขาด!!

                สำหรับระบบการบริหารจัดการนั้น ทั้ง 2 ผู้ประกอบการ ก็จะมี อุปกรณ์ป้องกันเป็นชูชีพ หมวกกันน็อค และการอบรมสั้นๆ ก่อนล่องจริงทุกๆครั้ง ซึ่งใครที่พายไม่เป็น หรือไม่เคยพาย ทีมงานก็จะจัดสต๊าฟประกบตัวต่อตัว ทุกคน อัตราค่าบริการ ก็จะแบ่งเป็น 3 อัตรา ราคา 150 บ. สำหรับเด็ก ในระยะทาง 1.5 กิโลเมตร ใช้เวลา 1 ชั่วโมงครึ่ง ราคา 250 บ. 

                สำหรับระดับเริ่มต้น ในระยะทาง 2.5 กิโลเมตร และราคา 350 บ.ในระดับเอ็กสตรีม 3.5-5 กิโลเมตร ใช้เวลา 3 ชั่วโมงโดยผู้สนใจสามารถ ติดต่อได้ที่ เบอร์โทร 095-3502595 อัยเยอร์เวงแลนด์, เบอร์โทร 085-6718388 แบมะ กม.29,เบอร์โทร 086-2984364 ใหญ่(กำนันมะ)  เบอร์โทร 087-2873050 ยีกีร์ และ 0862888792 เช็คอินอัยเยอร์เวง สำหรับเรือยาง

                เอ็นทรีนี้คงจบที่ ล่องแก่งอัยเยอร์เวง ติดตามตอนต่อไป ในอันดับ  5 – 6 ได้ครับ..

 

 

เอ็นทรี่แนะนำ

 10 แหล่งท่องเที่ยวตำบลอัยเยอร์เวงสุดปัง ในรอบ 3 ปี (2559 -2561) 

อันดับที่ 1 และ อันดับที่ 2  

10 แหล่งท่องเที่ยวตำบลอัยเยอร์เวงสุดปัง ในรอบ 3 ปี (2559 -2561) ตอน 2  

อันดับที่ 3 และ อันดับที่ 4

 10 แหล่งท่องเที่ยวตำบลอัยเยอร์เวงสุดปัง ในรอบ 3 ปี (2559 -2561) ตอน 3

อันดับที่ 5 และ อันดับที่ 6

 10 แหล่งท่องเที่ยวตำบลอัยเยอร์เวงสุดปัง ในรอบ 3 ปี (2559 -2561) ตอน 4

อันดับที่ 7 และ อันดับที่ 8  

10 แหล่งท่องเที่ยวตำบลอัยเยอร์เวงสุดปัง ในรอบ 3 ปี (2559 -2561) ตอน จบ

 

อันดับที่ 9 และ อันดับที่ 10

 

โดย ศณีรา

 

กลับไปที่ www.oknation.net