วันที่ จันทร์ ธันวาคม 2561

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ตอนที่ ๒ India Clean : ชุด “ดูงานและท่องเที่ยวที่มุมไบ”


 ตอนที่ ๒ India Clean : ชุด “ดูงานและท่องเที่ยวที่มุมไบ”

ครับ ตอนที่แล้วผู้เขียนในฐานะที่ปรึกษาบริษัท บริษัท โฟร์ทเคม เทรดดิ้ง จำกัด ได้นำคุณเกศกนก สอยโฮ้ กรรมการผู้จัดการ และคุณชลดา อุณาพรหม เจ้าหน้าที่บริษัทฯ ไปดูงานที่บริษัท Heranba Industries จำกัด ที่เมืองมุมไบ

แต่ที่ดูงานจริงๆ ไม่ใช่ที่มุมใบหรอกครับ เพราะทางการไม่ให้ตั้งโรงงานอุตสาหกรรมเคมีที่มุมไบ แต่ให้ไปตั้งโรงงานที่เมืองวาปี โดยทางการช่วยจัดสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ น้ำ ไฟฟ้า และท่อแก๊สไปให้ทั่วทุกโรงงาน 

นอกจากนั้น ยังสร้างถนนไฮเวย์อย่างดี ๖ เลน จากเมืองมุมไบไปเมืองวาปีด้วย เหตุผลที่สร้างไฮเวย์อย่างดีเพราะช่วยให้การขนเคมีภัณฑ์จากเมืองวาปีกลับเมืองมุมไบสะดวกและรวดเร็วยิ่งขึ้น  

นี่คือการส่งเสริมให้ประชาชนไปสร้างโรงงานอยู่ในเมืองอุตสหกรรม หรือไปสร้างโรงงานนอกเมือง เพื่อให้ไม่มีมลพิษในเมืองที่อยู่อาศัย

ที่สิงคโปร์นั้นบีบบังคับประชาชนทางอ้อม โดยการเก็บภาษีผู้อยู่ในเมืองในด้านต่างๆ ให้มากขึ้น พร้อมทั้งส่งเสริมและสนับสนุนให้ไปสร้างบ้านอยู่นอกเมือง โดยทางการสร้างสิ่งอำนวยความสะดวกให้ทุกอย่าง รวมทั้งรถไฟฟ้าเข้าเมือง

ครับ บ่นไปทำไมมี ไปชมโรงงานของบริษัท Heranba Industries จำกัด ดีว่า บริษัทนี้มีโรงงานทั้งสิ้น ๓ โรง โรงงานที่ ๑ และโรงงานที่ ๒ ผลิตสารตั้งต้น (Technical Products)  โรงงานที่ ๑ เก่า ส่วนโรงงานที่ ๒ ใหม่ ครับ ได้เห็นความแตกต่างของทั้งสองโรงงาน

 

ส่วนโรงงานที่ ๓ เป็นโรงงานผลิตสินค้าสำเร็จรูป (Finished product) ซึ่งนำสารตั้งต้นมาผลิตโดยผลิตให้แก่ประเทศต่างๆ และโรงงานนี้แหละครับ ที่เป็นประโยชน์กับบริษัท โฟร์ทเคม เทรดดิ้ง จำกัด เป็นอย่างมาก เพราะสามารถนำมาปรับใช้ได้


ที่น่าสังเกตก็คือ พนักงานของโรงงานที่ ๑ และโรงงานที่ ๒ ทุกคนยกเว้นเจ้าหน้าที่ในห้องแลป สวมหมวกและใช้ผ้าคาดจมูก ส่วนโรงงานที่ ๓ ใช้ผ้าคาดจมูกอย่างเดียว ทั้งนี้ เพื่อป้องกันอันตรายจากเคมีภัณฑ์ บ้านเราก็มีกฎเกณฑ์แบบนี้แหละครับ แต่ไม่ค่อยเคร่งครัดในเรื่องการปฏิบัติกันมากนัก

 

หลังจากดูงานที่โรงงานทั้งสามแห่งแล้วก็ไปกินอาหารกลางวัน นั่งรถผ่านโรงงานอุตสาหกรรมเคมีของบริษัทอื่นๆ หลายบริษัทเชียวครับ บางบริษัทคนไทยรู้จักกันดี ชมภาพประกอบนะครับ

 

อาหารกลางวันวันนั้นเป็นบุฟเฟต์ครับ ไปอินเดียคราวนี้กินแต่บุฟเฟต์ ส่วนใหญ่เป็นอาหารอินเดียครับ ไม่ค่อยรู้จักสักเท่าไร แต่วันนั้นกินมากเป็นพิเศษเพราะกินอาหารมาตั้งแต่เช้า กินกลางวันเวลา ๑๓.๐๐ น. เมืองไทยนั้น ๑๔.๓๐ น. แล้ว เป็นวันรุ่งขึ้นเสียด้วย ไม่หิวก็ไม่รู้จะว่าอย่างไรแล้วละครับ

 

พูดถึงอาหารที่อินเดียวันนั้นลองกินโรตีด้วย นานๆ กินทีก็อร่อยดีครับ หลังกินแล้วเห็นพนักงานใส่สาหรีมาก็อยากถ่ายกับสาหรี่ด้วย แน่นอนครับ ถ่ายเพียงสาหรี่ไม่ได้ต้องถ่ายคนสวมใส่ด้วย

 

ขากลับแวะปล่อยน้ำและเติมไอศกรีม สังเกตภาพที่ห้องน้ำซิครับ รณรงค์ให้ประชาชนให้ใช้น้ำอย่างประหยัดด้วย บ้านเราเครื่องหมายเตือนใจแบบนี้ไม่ค่อยมีสักเท่าไร คงนึกว่ามีน้ำมากกระมัง

 

กลับถึงเมืองมุมไบประมาณ ๑๖.๓๐ น. ซึ่งเป็นเวลาของที่นั่น หลังจากพักผ่อนพอสมควรแล้ว จบงานแล้วนี่ครับ ก็ต้องหาทางไปช้อบปิ้งกันครับ

มีใบสั่งจากบ้านให้ซื้อของจากร้านหิมาลายา หาแผนที่ร้านจากกูเกิ้ลแล้ว หากเดินไปใช้เวลา ๑๑ นาที แต่เห็นว่าไปแท็กซี่น่าจะดีกว่า เรียกแท็กซี่ป้ายดำที่จอดหน้าโรงแรม คิดราคาขาไป ๕๐๐ รูปี และไปกลับ ๑,๐๐๐ รูปี ก็ประมาณ ๕๐๐ บาท ครับ ที่สำคัญคอยเท่าไรก็ได้ ก็ตกลงซิครับ

 

แล้วกูเกิ้ลที่อินเดียก็พอๆ กับกูเกิ้ลที่เมืองไทย หาร้านที่ปรากฏในแผนที่ไม่พบครับ ผ่านไปผ่านมา ไม่รู้ว่าหลบไปอยู่ที่ไหน คนขับรถแท็กซี่หาร้านอื่นซึ่งไกลออกไปนิดหนึ่ง ขับไปโทรศัพท์ถามทางไป แล้วก็หาร้านหิมาลายาอีกแห่งหนึ่งจนพบ

 

ซื้อของตามใบสั่งเสร็จแล้วก็นั่งกลับโรงแรม แท็กซี่ชวนเที่ยวพรุ่งนี้อีก โดยเสนอราคาค่านำเที่ยวทั้งวัน เพียง ๑,๘๐๐ รูปี แต่ก็ได้ปฏิเสธไป เพราะมีเพื่อนอินเดียนำเที่ยวแล้ว  

 

คงอยากได้เงินเพิ่ม คราวนี้ชวนแวะร้านอาหาร ก็ได้ปฏิเสธไปเพราะตั้งใจไปกินที่โรงแรม ชวนแวะร้านเสื้อผ้าอีก แต่เพราะไม่อยากเสี่ยงตอนกลางคืน จึงได้ปฏิเสธไปอีกโดยแจ้งว่าหิวแล้ว ครับ แท็กซี่คนนี้ตื้อน่าดูคงถือคติว่า “ตื้อเท่านั้นที่ครองโลก”

ก็คงเป็นข้อมูลให้แก่นักท่องเที่ยวของไทยที่ชอบเดินทางตามลำพัง โดยไม่พึ่งพาทัวร์ แท๊กซี่ที่นั่นราคาถูก ดูสุภาพเรียบร้อยและไว้ใจได้ครับ ค่าแท็กซี่วันละ ๑,๘๐๐ รูปี หรือประมาณ ๙๐๐ บาท น่าจะถูกที่สุดในโลก

ราคานี้ผู้เขียนคิดว่าคงรวมค่าน้ำมันด้วยนะครับ เพราะผู้เขียนจ้างเหมา ๑,๐๐๐ รูปี ไม่ได้เดินทางไปร้านตามที่แจ้งเขาในตอนแรกด้วย ไปกลับก็ไม่ได้คิด แต่หากเช่าจริงๆ ต้องตกลงกันให้ละเอียดก่อนนะครับ

กลับถึงโรงแรม เพราะไม่อยากกินอาหารบุฟเฟต์ จึงถามหา Steak แต่ก็ไม่มี จึงต้องหารายการตามเมนู คุณเกศกนกและคุณชลดาสั่งปลา ส่วนผู้เขียนเห็นรายการชิกกะบับ เคยกินที่อุซเบกิสถานแล้วติดใจ จึงสั่ง Chicken Afghani Kenab กินดูว่าอร่อยเหมือนกันไหม

 

แล้วก็ได้ความรู้ในทันทีเลยว่าคำว่า “ชิกกะบับ” มาจากไหน ก็มาจากคำว่า Chicken + Kenab นั่นเอง ในภาพรวมชิกกะบับที่อินเดียสู้ที่อุซเบกิสถานไม่ได้ ต่างกันอย่างชัดเจน ที่อินเดียนุ่มและเละ แต่ที่อุซเบกิสถานกรอบ อาจจะชอบกรอบๆ ก็ได้นะ สั่งเบียร์มาดื่มฉลองความสำเร็จของบริษัทกันด้วย

 

ที่เขียนมาตั้งแต่ต้น ก็เป็นเรื่องสิ่งละอันพันละน้อยในการเดินทางไปมุมไบ เผื่อจะเป็นประโยชน์กับท่านผู้อ่านบ้าง มีเรื่องงานเข้ามาเกี่ยวข้องด้วยนิดหน่อยครับ

เช้าวันรุ่งขึ้น Mr. Prakash Kumar ที่เรียกว่า “เพื่อนอินเดีย” นั่นแหละครับ ได้เช่ารถเพื่อนำเที่ยวตามรายการที่ผู้เขียนได้แจ้งไปล่วงหน้าแล้ว เพื่อนอินเดียนำชมเกือบหมดครับ ยกเว้นที่ City Hall เท่านั้น เพราะมีเวลาไม่เพียงพอ

แห่งแรกเพื่อเป็นสิริมงคล ได้ไปไหว้พระพิฆเนศที่วัดสิทธิวินัยยัค (Siddhivinayak Temple) กันก่อน แม้ผู้เขียนเคยมาที่นี่ครั้งหนึ่งแล้วตอนไปเที่ยวถ้ำอจันต้า (Ajanta cave) ก็ตาม แต่ที่ไปอีกครั้งก็เพราะอีก ๒ ท่านยังไม่เคยไปที่นั่น

 

ได้เขียนลงในคอลัมน์นี้ในชุด “ความมหัศจรรย์จากแรงศรัทธา” เรื่อง “ตอนที่ ๑ พระพิฆเนศ เทพเจ้าแห่งความสำเร็จ หากสนใจก็อ่านรายละเอียดได้ที่ http://oknation.nationtv.tv/blog/puthsuptour/2018/02/09/entry-1

ไปคราวนี้ดีกว่าคราวที่แล้วมากครับ คราวที่แล้วต้องเดินไกลและคนแน่นมาก รวมทั้งไม่อนุญาตให้นำมือถือเข้าไปด้วย คราวนี้สะดวกโยธิน นำมือถือเข้าไปได้แต่ห้ามถ่ายบริเวณชั้นในซึ่งเป็นที่ประทับพระพิฆเนศ เท่านั้น เพราะคนไม่มาก จึงได้มีโอกาสกระซิบขอพรข้างหูหนูทั้ง ๔ ตัว ด้วย

 

ที่ดีกว่านั้นก็คือความสะอาดครับ ได้กล่าวแล้วว่าผู้เขียนเคยไปอินเดียมาแล้ว ๖ ครั้ง ครั้งนี้เป็นครั้งที่ ๗ ได้เห็นความสกปรกในเมืองต่างๆ มาเยอะมาก แต่มาที่มุมไบคราวนี้ดูแปลกตามากครับ

ถนนหนทางดูสะอาดสะอ้าน เพื่อนชาวอินเดียเล่าให้ฟังว่า เป็นเพราะนายศรี นเรนทระ โมที (Shri Narendra Modi) นายกรัฐมนตรีอินเดีย ได้รณรงค์ให้อินเดียสะอาด (India Clean) เพื่อเป็นการแสดงความเคารพในโอกาสวันครบรอบวันเกิด ๑๕๐ ปี ของมหาตมะคานธี ในปี พ.ศ. ๒๕๖๒

ทั้งนี้ นายโมทิ  ยังได้ลงมือกวาดขยะ ทำความสะอาดถนนด้วยตนเอง เห็นแล้วชื่นใจครับ ภาพของนายกรัฐมนตรีอินเดียจากกูเกิ้ลนะครับ ขอขอบคุณ

 

เพื่อนอินเดียเล่าให้ฟังว่าว่าไม่ใช่สะอาดเฉพาะที่มุมไบเท่านั้นนะครับ เมืองต่างๆ ทั่วอินเดียก็สะอาดขึ้นด้วย จริงเท็จอย่างไรยังไม่ได้พิสูจน์ครับ แต่ทุกแห่งที่ไปอินเดียในครั้งนี้สะอาดกว่าทุกครั้งที่ได้พบครับ

บ้านเราน่าจะหาโอกาสดีๆ มารณรงค์แบบนี้บ้างก็ดีนะครับ รณรงค์เรื่องวินัยดีไหมครับ เพราะหากคนไทยมีวินัยมากขึ้น การจราจรและความสะอาดก็จะตามมา 

เพื่อไม่ให้เรื่องราวอัดแน่นจนเกินไป ติดตามตอนหน้านะครับ ซึ่งจะได้จบทั้งเรื่องการดูงานและการท่องเที่ยวครับ

พุธทรัพย์ มณีศรี

อ่านดูงานและท่องเที่ยวที่มุมไบ”

ตอนที่ ๑ เมืองดาวรุ่งพุ่งแรง

http://oknation.nationtv.tv/blog/puthsuptour/2018/12/13/entry-1

โดย พุธทรัพย์

 

กลับไปที่ www.oknation.net