วันที่ ศุกร์ สิงหาคม 2550

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

===|| แล้วก็มาถึงยุค ปูนา กับชาวนา (พักยกชาวนากับงูเห่าไว้ก่อน) ||===


ใครยังจำได้มั่งกับข้อมูลที่ว่า   ประเทศไทยมีเนื้อที่เพาะปลูกอันดับที่48 ของโลก แต่เป็นผู้นำเข้า สารเคมีทางการเกษตร เป็นอันดับที่3 หรือ4ของโลก

 ปูนาเป็นสัตว์ที่อยู่กับน้ำ อยู่กับท้องนา คงไม่เกี่ยวว่าน้ำจะท่วมใหญ่จึงอพยพ ย้ายถิ่นหนีน้ำ ข้ามถนน ไปถึงฝั่งแม่น้ำป่าสัก (จังหวัดพระนครศรีอยุธยา)

      และแล้ววันนี้ ปูนาจำนวนมากมายต้องอพยพ ไปฝั่งแม่น้ำป่าสัก ที่มีมลภาวะน้อยกว่า จำต้องข้ามถนน แล้วต้องถูกรถทับตายไปไม่น้อย

         ก็เป็นน้ำมือของมนุษย์อีกนั่นแหละที่สร้างมลพิษให้กับสิ่งแวดล้อม  เปล่า.... ปูนาไม่ได้เดือดร้อนเท่านั้น

มนุษย์ที่ยังเป็นเด็ก ลูกหลานของท่านเอง ปัจจุบันแทนที่จะมีสุขภาพแข็งแรง ก็เปล่า..เป็นภูมิแพ้กันเป็นส่วนใหญ่  โรคแปลกๆ เกิดขึ้นกับผู้คนอย่างมากมาย 

  เปล่าประโยชน์ที่จะมาเรียกร้อง แล้วจะได้ผลสำเร็จที่ตรงนี้ แต่อย่างน้อย หากว่าได้เกิดความสูญเสียอันเนื่องมาจากสาเหตุที่กล่าวมาข้างต้น ก็อย่าได้เสียใจ...และ อย่าได้เสียน้ำตา............


ที่มา : เนชั่นทันข่าว

http://breakingnews.nationchannel.com/read.php?newsid=277033

ชาวอยุธยาตื่นกองทัพปูนาอพยพหนีตายข้ามถนนจากสารเคมี
17:30 น.  

ปูนาจำนวนมากนับพันตัว พากันเดินชักแถวข้ามถนนสายอยุธยา – นครหลวง ในเขต ต.นครหลวง อ.นครหลวง จ.พระนครศรีอยุธยา ในขณะที่มีรถยนต์วิ่งสัญจรไปมา ทำให้ประชาชนแตกตื่นถึงพฤติกรรมของปูนา ทั้งที่ไม่เคยพบเห็นมาก่อน ซึ่งปูบางตัวถูกรถทับตายคาถนน ทำให้ชาวบ้านต้องช่วยกันจับปูนา เพื่อไปปล่อยในแม่น้ำป่าสัก การอพยพย้ายถิ่นฐานของปูนาในครั้งนี้ เดินขึ้นมาจากท้องนาที่อยู่ฝั่งตะวันออกของถนนสายดังกล่าว ซึ่งเป็นท้องนาผืนใหญ่ของ อำเภอนครหลวง และเดินข้ามถนน เพื่อไปยังฝั่งทิศตะวันตก ที่เป็นแม่น้ำป่าสัก ซึ่งห่างไปประมาณ 300 เมตร

นายณัฐพล รื่นถวิล ชาวบ้านที่ทำงานอยู่ในวิทยุชุมชนคนนครหลวง ซึ่งอยู่ติดกับเส้นทางที่ปูเดินผ่าน กล่าวว่า ตั้งแต่เกิดมาไม่เคยพบเห็นพฤติกรรมของปูนาแบบนี้มาก่อน และเชื่อว่าการอพยพครั้งใหญ่นี้ อาจมาจากฝนตกหนักต่อเนื่องหลายวันในพื้นที่ และได้ชะล้างเอาสารเคมี ในท้องนา ซึ่งส่วนใหญ่เป็นนาปรัง จนทำให้น้ำในท้องนาเต็มไปด้วยยาฆ่าแมลง ปูนาจึงต้องหนีตาย ตามสัญชาติญาณสัตว์โดยจะต้องหนีจากแหล่งน้ำที่มีสารเคมี และเดินไปให้ถึงแหล่งน้ำสะอาด ซึ่งคนเฒ่าคนแก่เคยเล่าให้ฟังว่า หากเกิดเหตุการณ์แบบนี้อาจเกิดน้ำท่วมใหญ่

นายทองแรม ศีลวัตร ประมงจังหวัดพระนครศรีอยุธยา กล่าวว่า การอพยพครั้งใหญ่ของปูนาจำนวนมากในครั้งนี้ สอดคล้องตามหลักวิชาการ เพราะธรรมชาติของปูนา หากสภาพแหล่งน้ำที่อยู่มีมลพิษหรือเป็นอันตรายต่อตัวปู ปูก็จะหนีไปหาแหล่งน้ำที่สะอาดกว่า สามารถดำรงชีวิตรอดได้ ซึ่งตามเส้นทางเดินครั้งนี้ก็สอดคล้องกัน เพราะเดินจากท้องนาไปยังแม่น้ำป่าสัก

โดย ป้าไม่อยู่ปู่เข้าเวบ

 

กลับไปที่ www.oknation.net