วันที่ พุธ ธันวาคม 2561

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

หมีน้อยได้อะไรจากการไปญี่ปุ่น...ความสนุกหรือปัญหา ( ตอนที่1)


          เมื่อต้นเดือนธันวาคม  พี่หมีใหญ่เขาพาน้องไปญี่ปุ่นค่ะ  หลังจากที่ชวนกันมานาน  จนพี่หมีใหญ่เขาไปญี่ปุ่น 5 ครั้งแล้ว  หมีน้อยก็ไม่ยอมไปสักที ครั้งแรกๆพี่หมีใหญ่เขาเป็นแบ็คแพ็คเกอร์(Backpacker)เป็นการเดินทางด้วยตัวคนเดียวไปญี่ปุ่นเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2557 เป็นเวลาถึง 11 วัน  แม่หมีน่ะเป็นห่วงและคิดถึงแทบแย่  แต่เขาก็ยืนยันว่าเขาวางแผนและเตรียมการทั้งซื้อตั๋ว  จองที่พักการเดินทางระหว่างเมือง  คุณแม่ไม่ต้องห่วง (มาขออนุญาตเมื่อทุกอย่างพร้อมแล้ว  ลูกจ๋า  ทำแบบนี้เขาไม่ได้เรียกว่ามาขออนุญาตแต่เรียกว่า  "มาเรียนเพื่อทราบ")  แม่หมีเห็นว่าลูกตั้งใจขนาดนี้  ก็เลยต้องให้ไปเมื่อนกจะโผบิน  เราก็ต้องปล่อยให้บินมิใช่หรือแล้วเราก็เลี้ยงลูกแบบให้ลูกมีความเชื่อมั่นและตัดสินใจเอง   เราเลี้ยงลูกให้เป็นผู้ใหญ่ไม่ใช่ให้เป็นลูกแหง่นี่นา

        ลูกๆทั้งสองคนชอบดูการ์ตูนญี่ปุ่น  ฟังเพลงญี่ปุ่น  โดยเฉพาะพี่หมีใหญ่พอแม่หมีบอกตอนนี้ลูกสอบเข้ามหาวิทยาลัยได้แล้ว เสาร์-อาทิตย์ว่าง ไปเรียนภาษาญี่ปุ่นเอามั๊ย  ตอนนั้นพี่หมีใหญ่เพิ่งเรียนปี 1 ค่ะ   พอแม่ให้เรียนพี่หมีใหญ่รีบตอบตกลงเขาก็เลยเรียนภาษาญี่ปุ่นเรื่อยมาจนจบมหาวิทยาลัย  ตอนทำงานปีแรกๆก็ยังเรียนจนเขาบอกว่า  พออ่านออกเขียนได้  พูดได้แล้วก็เลยขอเลิกเรียน  เพราะงานที่เขาทำ   ทำให้ไม่มีเวลาทบทวนบทเรียนและต้องสอบวัดผลบ่อยๆ  แม่หมีเคารพการตัดสินใจของลูกไม่เรียนก็ไม่เรียน   เขาบอกเรียนแค่นี้ไปญี่ปุ่นก็รอดแล้วแม่   555 มั่นใจมากนะลูกชายของแม่

        เมื่อการไปญี่ปุ่นครั้งแรกผ่านด้วยความปลอดภัยก็มีครั้งต่อๆไป   เรามั่นใจว่าเขาสามารถเดินทางคนเดียวได้  เขาเริ่มชวนน้องเพราะเขาเป็นพี่ที่อยากให้น้องได้เห็น  ได้สัมผัสสิ่งที่เขาไปพบเห็นมา  เขาก็คิดชวนเจ้าหมีน้อยมาตลอด  นอกจากครั้งใดที่เขาพาเพื่อนไปด้วยเขาก็จะไม่ชวน   เขาบอกเพื่อนกับน้องชอบเที่ยวไม่เหมือนกัน  เพราะฉนั้นเขาจะไปกับน้องสองคนเท่านั้น   หมีน้อยก็ปฏิเสธมาตลอด  ทั้งๆที่หมีน้อยเขามีเงินเก็บพอสำหรับการเดินทางท่องเที่ยว   เราฝึกให้หมีน้อยออมเงินเพื่ออนาคต  พี่หมีใหญ่ชวนกี่ครั้งก็ยังไม่ยอมไป   หมีน้อยให้เหตุผลว่า  ขอเรียนจบรับปริญญาเสียก่อนจึงจะไปเที่ยว   แต่พอเรียนจบพี่หมีใหญ่ก็เรียนปริญญาโทต่อ  แต่ระหว่างเรียนปริญญาโท  พี่หมีใหญ่ก็ยังหาเวลาพาเพื่อนเที่ยวญี่ปุ่น  เพราะเพื่อนๆเห็นว่า พี่หมีใหญ่พูดภาษาญี่ปุ่นได้ แต่ตามเคยสถานที่จะไปกับเพื่อนคือไม่ใช่สิ่งที่น้องชอบงั้นน้องยังไม่ต้องไป

        ปลายเดือนพฤศจิกายนเขามาบอกหมีน้อยและแม่หมีว่า   ต้นเดือนธันวาคมเขาจะพาหมีน้อยไปญี่ปุ่น  แล้วพี่หมีใหญ่เขาก็จัดการเรื่องหนังสือเดินทางของหมีน้อย  ซึ่งหมดอายุแล้ว (ครั้งแรกของหมีน้อยคือเดินทางไปเกาหลีกับอาจารย์) แม่หมีก็เชื่อว่า พี่หมีใหญ่ต้องดูแลน้องได้ดีอย่างแน่นอน   เพราะเขาตั้งใจชวนและชวนกันมานานแล้ว  และที่สำคัญเขาเป็นพี่ที่สนิทกับน้องมากๆ  รักและเป็นห่วงเจ้าหมีน้อย  แม่หมีกังวลใจเล็กน้อยแต่ก็ไม่ได้ห้ามอะไร  เพียงแต่บอก  "แน่ใจนะที่จะพาน้องไป"  พี่หมีใหญ่ก็รับปากว่า  "มั่นใจ " ได้ยินแบบนี้แม่หมีก็คลายกังวลลงบ้าง  ส่วนพ่อหมีก็ห่วงเจ้าหมีน้อย  พ่อหมีบอกให้แม่หมีไปด้วย  แม่หมีบอก  ไปไม่ได้เพราะถ้าไปก็จะเป็นภาระกับลูก  เพราะต้องเอาวีลแชร์ไปด้วยหรืออาจไปป่วย  และเหนือสิ่งอื่นใดแม่หมีต้องการให้ทริปนี้เป็นทริปที่ทดสอบพี่น้อง   พี่จะดูแลน้องได้มั๊ย  พี่น้องจะอยู่ด้วยกันได้มั๊ย  เพราะทุกครั้งถ้าพี่น้องไม่เข้าใจกัน   แม่หมีจะเป็นตัวกลางที่จะสลายปัญหา  แต่ครั้งนี้มันคือบททดสอบ   แม่หมีคิดว่าพ่อแม่สักวันก็ต้องถึงเวลาที่ต้องละโลกนี้ไป   เขาจะต้องเรียนรู้ที่จะอยู่ดูแลกันให้ได้

        นับตั้งแต่วันนั้นก็เป็นการเตรียมการเพราะช่วงเดือนธันวาคมญี่ปุ่นเริ่มเข้าหน้าหนาว   สองคนพี่น้องก็เริ่มซื้อเสื้อผ้าที่จะนำไปใช้ให้เหมาะกับฤดูกาล   กระเป๋าเดินทางที่เก็บไว้ในห้องเก็บของเริ่มเอาออกมาวางข้างนอก   ค่าเดินทางค่าที่พักได้ชำระเรียบร้อย  เงินที่จะนำไปใช้พร้อมมูล  เงินเยนของหมีน้อยก็พร้อมที่จะนำไปใช้ส่วนตัว   พี่หมีใหญ่แนะนำน้องเรื่องการเก็บเงินว่าไม่ควรอยู่ในกระเป๋าเดียวกัน   การพกเงินสดติดตัวมากๆจะไม่ปลอดภัย  ถ้ามีส่วนเกินพี่หมีใหญ่ก็พร้อมที่จะใช้บัตรเครดิตสำหรับน้อง  ( หมีน้อยไม่ยอมมีบัตรเครดิต หรือแม้กระทั่งบัตรATM  หรือบัตรใดๆหรือใช้ธุรกรรมทางสมาร์ทโฟน  เนื่องจากเขากลัวอันตราย  การทำธุรกรรมการเงินเขาจะไปทำที่ธนาคารเท่านั้น)

        เมื่อทุกอย่างพร้อมก็รอเวลาออกเดินทาง  เขาออกเดินทางในวันที่ 5 ธันวาคมขึ้นเครื่องเวลา 8 น. โดยจะไปถึงสนามบินสุวรรณภูมิเวลา 5.00 น. พ่อหมีจะไปส่งลูกส่วนแม่หมีขอส่งที่บ้าน   เพราะไม่เช่นนั้นแม่หมีต้องตื่นตีสามกว่าๆมาอาบน้ำแต่งตัวไปส่งลูก   แล้วถ้าตื่นเช้าเกินไปก็อาจป่วยจนลูกเป็นห่วงแล้วจะเครียดไปเที่ยวไม่สนุก   ตอนเช้ามืดแม่หมีจึงลุกขึ้นมาหอมแก้ม  กอดและอวยพรให้ลูกเดินทางโดยสวัสดิภาพรวมทั้งให้เที่ยวอย่างสนุกและปลอดภัยไม่ต้องห่วงแม่  และเขาจะกลับประเทศไทยในวันที่ 11  ธันวาคม  การเดินทางครั้งนี้เขาเดินทางด้วยการบินไทย  ไม่ต้องไปต่อเครื่องที่ไหนเลย  พี่หมีใหญ่บอกเที่ยวครั้งนี้ขอพาน้องให้ไปอย่างสบายๆ  ไม่ต้องให้น้องลำบากถึงแม้มันจะไม่ประหยัดเหมือนทุกครั้งที่พี่หมีใหญ่เดินทาง

        ไว้มาเล่าต่อคราวหน้าว่าเรื่องอะไรหนอ   ที่เกิดขึ้นระหว่างการเที่ยวที่ญี่ปุ่นของสองหมีหนุ่ม  รออ่านนะคะ

     มาดูภาพกันค่ะ


        
    อ่านเรื่องเก่าๆได้ที่นี่ค่ะ   คลิกที่ชื่อเรื่องได้เลยค่ะ

พี่หมีใหญ่ตลุยญี่ปุ่น ตอนที่ 1 (โดดเดี่ยวและเดียวดาย)

พี่หมีใหญ่ตลุยญี่ปุ่น ตอนที่ 2 ตลุยฮาโกเน่

พี่หมีใหญ่ตลุยญี่ปุ่น ตอนที่ 3 ไปโกเทมบะ- คาวากุจิโกะ (เจอมนุษย์ป้าที่น่ารัก)

พี่หมีใหญ่ตลุยญี่ปุ่น ตอนที่ 4 คาวากุจิโกะ ภาค 2

พี่หมีใหญ่ตลุยญี่ปุ่น ตอนที่ 5 ตำนานความรักของมังกรกับนางฟ้า

พี่หมีใหญ่ตลุยญี่ปุ่น ตอนที่ 6 พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์สงคราม

พี่หมีใหญ่ตลุยญี่ปุ่น ตอนที่ 7 ไปโอไดบะแวะสักการะกันดั้ม

พี่หมีใหญ่ตลุยญี่ปุ่น ตอนที่ 8 ไปเที่ยวสตูดิโอจิบลิ

พี่หมีใหญ่ตลุยญี่ปุ่น ตอนที่ 9 part 1 คารวะท่านโชกุน

พี่หมีใหญ่ตลุยญี่ปุ่น ตอนที่ 9 part 2 ประตูอสูร,สะพานศักดิ์สิทธิ์และมันจู

พี่หมีใหญ่ตลุยญี่ปุ่น ตอนที่ 10 วิ่งวนไปกับทางรถไฟสายยามาโนเตะ

พี่หมีใหญ่ตลุยญี่ปุ่น ตอนที่ 11 ไปอุเอโนะและกลับบ้าน....

ญี่ปุ่น extra episode - ไปหม่ำอาหารญี่ปุ่นกันเถอะ(ตอนที่ 1)

ญี่ปุ่น extra episode - ไปหม่ำอาหารญี่ปุ่นกันเถอะ(ตอนที่ 2)

                 แล้วรออ่านตอนต่อไปนะคะว่า ครอบครัวหมีได้อะไรจากที่ลูกไปท่องโลก

                     

โดย แม่หมี

 

กลับไปที่ www.oknation.net