วันที่ พฤหัสบดี ธันวาคม 2561

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ตอนที่ ๓ ลานซักผ้าที่ใหญ่ที่สุดในโลก : ชุด “ดูงานและท่องเที่ยวที่มุมไบ”


ตอนที่ ๓ ลานซักผ้าที่ใหญ่ที่สุดในโลก : ชุด “ดูงานและท่องเที่ยวที่มุมไบ” 

ตอนนี้เป็นตอนสุดท้ายแล้วละครับที่ผู้เขียนในฐานะที่ปรึกษาบริษัท โฟร์ทเคม เทรดดิ้ง จำกัด ได้นำคุณเกศกนก สอยโฮ้ กรรมการผู้จัดการ และคุณชลดา อุณาพรหม เจ้าหน้าที่บริษัทฯ ไปดูงานที่บริษัท Heranba Industries จำกัด และท่องเที่ยวพอหอมปากหอมคอที่เมืองมุมไบ

จุดแรกที่ได้ไปชมในตอนนี้คือลานซักผ้าโดบิกาต (Dhobi Gahat) ลานซักผ้าแห่งนี้ ได้ชื่อว่าเป็นแหล่งซักผ้าที่ใหญ่ที่สุดในโลก ผู้เขียนไม่ทราบหรอกนะครับว่านักท่องเที่ยวลงไปชมข้างล่างได้หรือไม่ แต่คิดว่าคงยาก มองข้างบนสามารถเห็นภาพชัดเจนกว่า

 

เพื่อนอินเดียยังขอบคุณผู้เขียนที่แนะนำเจาะจงในรายการให้ไปที่นั่น เพราะเขาเองก็เป็นครั้งแรกที่ได้ไปชม นี่ไงครับ คนส่วนใหญ่ไม่ได้ชมสิ่งที่อยู่ใกล้ๆ หรอกครับ คิดเพียงว่า “ไปเมื่อไรก็ได้” แล้วก็ไม่ได้ไปชม

 

จากที่มองเห็นด้วยสายตานั้น ลานซักผ้าโดบิกาตกว้างใหญ่ไพศาล เห็นพนักงานแบ่งงานกันทำ แยกผ้าบ้าง ซักและตากบ้าง ทราบว่าต้องใช้ลูกจ้างในการซักผ้ามากถึงห้าพันคนต่อวัน ใกล้ๆ ลานซักผ้าแห่งนี้มีทางรถไฟสายชานเมืองวิ่งผ่านด้วย

 

จุดต่อไปคือสถานีฉัตรปติศิวาจิ หรือสถานีปลายทางฉัตรปติศิวาจิ (Chhatrapati Shivaji Terminus Railway) เป็นสถานีรถไฟที่เป็นศูนย์กลางการขนส่งทางรางเขตภาคกลางของประเทศอินเดีย สังเกตไหมครับว่าชื่อสนามบินและสถานีปลายทางของมุมไบนั้นมีชื่อเรียกอย่างเดียวกัน

 

ในอดีตเรียกว่าสถานีปลายทางวิคตอเรียเทอมินาส (Victoria Terminus - VT) ทั้งนี้ เพื่อเป็นเกียรติแก่พระนางวิคทอเรียของอังกฤษ ก่อสร้างด้วยสถาปัตยกรรมแบบวิคตอเรียโกธิค ผสมผสานกับงานศิลปะแบบอินเดีย สวยงามและทรงคุณค่าจนได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกจากองค์การยูเนสโก

แต่ก่อนเข้าไปชมภายในสถานีรถไฟก็เข้าห้องน้ำซึ่งอยู่หน้าสถานีนี้ก่อน เพื่อนอินเดียบอกว่าเป็นห้องน้ำสาธารณะที่สะอาดที่สุดในมุมไบ แล้วก็เป็นจริงครับ ไม่กล้าถ่ายภาพภายในห้องน้ำให้ดูหรอกครับ แต่ได้ถ่ายภาพรอบๆ บริเวณสถานีให้ชม

 

ก่อนเดินเข้าไปผ่าฝูงชนในสถานีรถไฟ ได้ถ่ายภาพป้ายชื่อสถานีกันก่อนตามธรรมเนียมไทยๆ หรือฝรั่งก็คงใช่กระมังครับ เพราะเห็นฝรั่งหลายคนก็ชอบถ่ายป้ายชื่อเช่นกัน

 

ภายในสถานีนั้นผู้คนเยอะแยะไปหมด เพื่อนอินเดียบอกว่าเราไปที่นั่นสายแล้วนะ หากไปในชั่วโมงเร่งด่วน (Rush hour) อาจไม่ต้องเดินก็ได้ เพราะจะไหลไปกับฝูงชน สถานีปลายทางนี้มีทั้งรถไฟสายชานเมืองและสายที่ไปต่างรัฐ (Inter State) ด้วย

 

หน้าสถานีมีที่จอดรถทั้งรถเมล์และรถแท็กซี่ หวังว่าสถานีกลางบางซื่อของเราที่จะเปิดให้บริการเร็วๆ นี้ คงมี คงดีกว่านี้และคงมีรถประเภทต่างๆ คอยอำนวยความสะดวกและให้บริการแก่ประชาชน

 

ไปชมประตูชัยอินเดีย (Gateway of India) กันต่อครับ ประตูชัยอินเดียสร้างขึ้นเพื่อเป็นอนุสรณ์ในการมาเยือนของพระเจ้าจอร์จที่ ๕ และพระราชินีแมรี่ ที่นครมุมไบ

 

เป็นสถาปัตยกรรมแบบผสมระหว่างฮินดูและมุสลิม ประดับด้วยลายฉลุอย่างงดงาม ประตูโค้งและหอคอยสี่ด้านเป็นศิลปะของมุสลิม

 

และเป็นสถานที่ที่กองกำลังชุดสุดท้ายของอังกฤษเดินทางออกจากอินเดียด้วย ก็อยู่ติดกับทะเลนี่ครับ  ได้เดินชมรอบประตูชัยด้วย เสียดายที่ด้านหน้าของประตูชัยย้อนแสง จึงหามุมถ่ายภาพเต็มๆ ไม่ได้ ต้องไปถ่ายภาพด้านติดแม่น้ำซึ่งสถานที่ไม่กว้างเท่าที่ควร จึงไม่เห็นประตูชัยเต็มภาพ

 

เห็นโรงแรมซึ่งเคียงคู่กับประตูชัยอินเดียไหมละครับ นั่นแหละครับ โรงแรมทัชมาฮาล (Taj Mahal Palace) หรือเรียกสั้นๆ ว่าโรงแรมทัช (Taj) เป็นโรงแรม ๕ ดาว มีประวัติอันยาวนานครับ ท่านใดสนใจก็ค้นคว้าอ่านได้นะครับ โชคดีอาจได้ไปนอนที่โรงแรมนี้ก็ได้ ใครจะรู้

 

เสียดายครับ ที่ไม่มีโอกาสเข้าไปชมโรงแรมทัช (Taj) ภายในหรือแม้แต่เพียงล๊อบบี้เพราะไม่มีเวลา ไว้โอกาสหน้าคงได้เข้าไปเยี่ยมชม หรืออาจได้มาพักก็ได้ ฝันไว้ก่อนครับ แค่ฝันก็ยังดีครับ

ครับ ตื่นจากฝันเพื่อเดินทางต่อไปครับ คราวนี้รถได้นำเราเดินทางเลียบอ่าวมุมไบ ไม่เคยนึกหรอกนะครับว่ามุมไบก็มีชายหาดที่สวยงามเช่นกัน ทราบว่าที่นั่นเป็นสถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์หลายเรื่อง

 

ก็เมืองมุมไบเป็นเมืองสร้างภาพยนตร์ของอินเดีย ซึ่งได้ชื่อว่า “บอลลี่วูด” (Bollywood) เช่นเดียวกับฮอลลี่วูด (Hollywood) ของสหรัฐอเมริกา ไงละครับ ไม่ได้ไปชมที่บอลลี่วูดเหมือนกับที่เคยไปชมที่ฮอลลี่วูดหรอกครับ

แล้วก็เดินทางเข้าไปในถนนเล็กๆ เพื่อไปเยี่ยมชมบ้านมหาบุรุษของอินเดียและของโลก นั่นคือบ้านของมหาตมะคานธี ขณะที่ท่านพำนักในมุมไบ ปัจจุบันได้ทำเป็นพิพิธภัณฑ์มหาตมะคานธี

 

บ้านเล็กๆ ๓ ชั้น นี้ได้บอกเล่าชีวิต รวมทั้งได้เก็บรวบรวมสิ่งต่างๆ ของมหาตมะคานธีไว้ แม้เคยทราบเรื่องราวของท่านมาก่อน แต่เมื่อมาเห็นภาพ หุ่นจำลองเหตุการณ์ต่างๆ ของท่านแล้ว รู้สึกว่าท่านนี่แหละที่สร้างแรงบันดาลใจให้แก่ชาวโลกได้รู้จักวิธีการต่อสู้ด้วยวิธีอหิงสาหรือวิธีสันติ

 

อยากให้ท่านผู้อ่านได้เห็นภาพหุ่นจำลองที่มหาตมะคานธีไม่ยอมรับความไม่เท่าเทียมกันในสังคมเพราะความที่มีสีผิวเป็นผิวดำ เพราะแม้ท่านมีตั๋วรถไฟชั้นหนึ่งแต่ชาวผิวขาวไม่อนุญาตให้ท่านขึ้นรถไฟ จุดนี้เป็นจุดสำคัญที่สร้างแรงบันดาลใจให้มหาตมะคานธีเริ่มต่อสู้ด้วยวิธีอหิงสาจนทำให้อินเดียได้รับอิสรภาพจากอังกฤษในที่สุด


แล้วก็ได้พบกับสิ่งที่เห็นว่าน่าตื่นตาตื่นใจ เมื่อรถได้แล่นไปบนสะพานแปดเลนสุดทันสมัยของมุมไบ (Bandra Worli Sea Link) สะพานแห่งนี้ช่วยอำนวยความสะดวกให้คนหลายล้านคน

 

ตื่นเต้นไม่ใช่เพราะเป็นเพียงสะพานข้ามแม่น้ำหรือข้ามทะเลตรงๆ ที่มีแปดเลนเท่านั้น แต่ความที่สะพานนี้มีส่วนเว้าส่วนโค้งต่างหาก เห็นแล้วชอบในความคิดของสถาปนิกผู้ออกแบบเป็นอย่างมาก ก็คงชอบส่วนเว้าและส่วนโค้งเหมือนผู้เขียนนั่นแหละ

 

เพื่อนอินเดียเล่าว่าสะพานนี้ได้สร้างบรรยากาศที่ดี บริเวณทางเดินริมทะเลมีผู้คนมาเดินเล่นเพื่อชมวิวของเมืองมุมไบ นอกจากนี้ ยังมาชมความสวยงามของสะพานยามพระอาทิตย์ตกดิน เพราะไม่อาจถ่ายรูปสะพานทั้งหมดหรือสะพานยามค่ำคืนได้ ก็ขออนุญาตใช้ภาพจากกูเกิ้ลด้วยนะครับ

 

แล้วการท่องเที่ยวก็สิ้นสุดลงด้วยการไปกินอาหารกลางวันซึ่งเป็นอาหารบุฟเฟต์อีก ยังดีที่มีอาหารคล้ายๆ บ้านเราอยู่บ้าง อาหารมื้อนี้ภรรยาของ Mr. Prakash Kumar เพื่อนอินเดียมาร่วมวงด้วยครับ เธอน่ารักไหมละครับ

 

หลังอาหารกลางวันก็เป็นเรื่องช้อปปิ้งของคุณเกศกนกโดยเฉพาะ โดยมีผู้เขียนและคุณชลดาเป็นกองเชียร์


หลังจากนั้น ก็เดินทางไปที่สำนักงานใหญ่ของบริษัท Heranba Industries จำกัด เพื่อพบปะและมอบของที่ระลึกให้แก่เจ้าหน้าที่อีก ๒ ท่าน คือ Ranjita และ Jimmy ซึ่งติดต่อกันเป็นประจำ

 

เย็นนั้นเดิมที Mr. RK Shetty ผู้จัดการใหญ่ของบริษัท Heranba Industries จำกัด ตั้งใจจะเลี้ยงต้อนรักและเลี้ยงส่ง แต่โดยที่มีความจำเป็นเร่งด่วนต้องเดินทางไปต่างเมือง เพราะเคยรู้จักและพบกับผู้เขียนมาก่อน จึงได้โทรศัพท์พูดคุยกับผู้เขียนพร้อมขอโทษที่ไม่อาจร่วมในงานเลี้ยงได้

อย่างไรก็ตาม ได้ส่ง Mr. Shriraj S. Shetty ซึ่งเป็นลูกชายและปัจจุบันก็ทำงานที่บริษัท Heranba Industries จำกัด เป็นตัวแทน แน่นอนครับ Mr. Prakash Kumar เพื่อนอินเดียคนสำคัญ ก็ได้ไปร่วมในงานเลี้ยงนี้ด้วย

ทั้งนี้ คุณเกศกนก กรรมการผู้จัดการ บริษัท โฟร์ทเคม เทรดดิ้ง จำกัด ได้กล่าวขอบคุณพร้อมทั้งมอบของที่ระลึกให้แก่ทั้งสองท่านนี้ ก็เป็นอันว่าการดูงานและการท่องท่องเล็กๆ น้อยๆ ในเมืองมุมไบจบลง

 

แต่คณะยังไม่จบครับ หลังงานเลี้ยงก็เดินทางไปที่สนามบินฉัตราปตี ศิวะจิ ซึ่งหลังจากเช็คอินแล้ว ก็ใช้ร้านกาแฟเป็นที่นั่งคอย คอยจนถึง ๐๑.๕๕ น. บ้านเราก็ ๐๓.๒๕ น. ขึ้นเครื่องแล้วหลับทันที ตื่นขึ้นมาอีกทีเครื่องกำลังลดระดับเพื่อลงจอดที่สนามบินสุวรรณภูมิแล้ว เพลียมาก แต่ก็ได้สิ่งดีๆ กลับมาเยอะสมใจครับ

พุธทรัพย์ มณีศรี

 

อ่าน ชุด “ดูงานและท่องเที่ยวที่มุมไบ”

 

ตอนที่ ๑ ตอนที่ ๑ เมืองดาวรุ่งพุ่งแรง  

http://oknation.nationtv.tv/blog/puthsuptour/2018/12/13/entry-1

 

ตอนที่ ๒ India Clean : ชุด “ดูงานและท่องเที่ยวที่มุมไบ”

โดย พุธทรัพย์

 

กลับไปที่ www.oknation.net