วันที่ เสาร์ ธันวาคม 2561

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

10 แหล่งท่องเที่ยวตำบลอัยเยอร์เวงสุดปัง ในรอบ 3 ปี (2559 -2561) ตอน 4


             

           ไม้ยักษ์ใหญ่ที่สุดในภาคใต้

อันดับที่ 7 หมู่บ้านจุฬาภรณ์ฯ 10

           หมู่บ้านจุฬาภรณ์พัฒนา ๑๐ หมู่ที่ ๑๐ ตำบลอัยเยอร์เวง อำเภอเบตง จังหวัดยะลา เป็นอีกชุมชนที่ตั้งใจทำการท่องเที่ยวมาช้านาน เป็นหมู่บ้านที่มีศักยภาพสูง ครบเครื่องเรื่องการท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ และเชิงธรรมชาติ ด้วยที่ตั้งอยู่ติดเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าฮาลา-บาลา และกำลังจะมีสนามบิน ที่ห่างออกไปแค่ ๑๕ นาที จึงถือว่าเป็นหมู่บ้านที่มีอนาคตการท่องเที่ยวที่สดใสมากที่สุดแห่งหนึ่งของอำเภอเบตง  ซึ่งความเป็นมาของหมู่บ้านพอจะสรุปได้สังเขป ดังนี้

           ในวันที่ ๒ ธันวาคม ๒๕๓๒ พรรคคอมมิวนิสต์ ได้ยุติการต่อสู้ด้วยอาวุธและสลายกองทัพเป็นผู้ร่วมพัฒนาชาติไทย และได้ทำข้อตกลงนามสัญญาสันติภาพ ๓ ฝ่าย โดย กองทัพภาคที่ ๔ พลทหารราบที่ ๕ ได้จัดทำโครงการรับผู้ร่วมพัฒนาชาติไทยขึ้น เพื่อรองรับผู้ร่วมพัฒนาชาติไทย มีระยะเวลาของโครงการ ๖ ปี ตั้งแต่ปีงบประมาณ ๒๕๓๓ – ปีงบประมาณ ๒๕๓๘ โดยจัดตั้งเป็นหมู่บ้านขึ้นเป็น ๔ หมู่บ้าน เรียกว่า หมู่บ้านรัตนกิตติ ๑,,และ ๔ ตามลำดับ

 


              ต่อมา ศาสตราจารย์ดอกเตอร์สมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าจุฬาภรณ์วลัยลักษณ์อัครราชกุมารี องค์ประธานสถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ ทรงมีพระประสงค์จะทำการพัฒนาโครงการฟื้นฟูสภาพแวดล้อม และ ชีวิตความเป็นอยู่ของราษฎรในพื้นที่จังหวัดยะลา ปัตตานี และนราธิวาส เพื่อให้เกิดความมั่นคงในพื้นที่แนวชายแดนจึงได้โปรดเกล้าโปรดกระหม่อมทรงรับหมู่บ้านรัตนกิตติทั้ง ๔ หมู่บ้านเข้าร่วมโครงการของสถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ และทรงพระราชทานชื่อหมู่บ้านใหม่เป็น หมู่บ้านจุฬาภรณ์พัฒนา ๙,๑๐,๑๑,๑๒ เมื่อวันที่ ๒๘ มิถุนายน ๒๕๓๖

 

             

               ปัจจุบันหมู่บ้านจุฬาภรณ์พัฒนา  ๑๐ ได้รับการจัดตั้งเป็นหมู่บ้านตามประกาศของกรมการปกครอง ในปี พ.ศ. ๒๕๔๗ โดยแยกจากหมู่ที่ ๘ บ้านอัยเยอร์ควีน เป็นหมู่ที่ ๑๐ บ้านจุฬาภรณ์พัฒนา ๑๐ ตำบลอัยเยอร์เวง อำเภอเบตง จังหวัดยะลา มีตัวแทนเป็นสมาชิก อบต.และมีผู้ใหญ่ เป็นของตนเองครั้งแรก โดย นายเอกชัย วาฑิตศุภผล คือผู้ใหญ่คนแรกของหมู่บ้าน ส่วนจำนวนประชากรขณะนี้ มีทั้งสิ้น ๑๙๔ คน แบ่งเป็นเพศชาย ๑๐๐  คน และเพศหญิง ๙๔ คน ส่วนใหญ่มีอายุสูงกว่า ๖๐ ปี เกือบสามในสี่   

 

           

            สำหรับจุดแข็งของหมู่บ้านนี้นั้น คือ การที่ผู้คนในหมู่บ้านนี้ ล้วนเป็นอดีตสมาชิกพรรคคอมมิวนิสต์มาลายา ที่มีประวัติศาสตร์การต่อสู้ทางอุดมการณ์ในป่ากว่า ๔๐ ปี จึงเป็นสถานที่ศึกษาประวัติศาสตร์ทั้งชาวไทยและประเทศเพื่อนบ้าน โดยมีพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ฯอนุสรณ์สันติภาพสมุนไพรป่าน้ำตกจุฬาภรณ์ฯ และต้นไม้ยักษ์ที่ใหญ่ที่สุดในภาคใต้  เป็นแหล่งท่องเที่ยว โดยมีที่พักรีสอร์ทที่พักมาตรฐานที่สามารถรองรับนักท่องเที่ยวเป็นคณะกว่าร้อยคน
             โดยเทศกาลที่สำคัญคือ งานตรุษจีน และตรุษเผ่าอัสรี(ซาไก) ที่จะมีชาวมาเลย์ และสิงคโปร์ มาร่วมฉลองโต๊ะจีนกว่า ๗๐๐ คนทุกปี 

 

 

 

 

 

อันดับที่ 8 ชนเผ่าอัสลี หรือที่เราเรียกติดปากว่า "ซาไก" ในป่าฮาลา

 

                   ทับของอัสลี หรือทับซาไก ในป่าฮาลาฝั่งนากอ


               ทับอัสลี หรือ ทับซาไก ป่าฮาลา ฝั่งติดชายแดน ม.๙ บ้านนากอ ต.อัยเยอร์เวง อำเภอเบตง จ.ยะลา เป็นภาพหลายช่วงเวลา แต่เป็นเผ่าเดียว (แชเด็ง+ลาซะ) ตามสถานะเวลา ถ้าอยู่ในป่าลึกก็จะเป็นแบบดั่งเดิม แต่อาจจะมีผ้ายางเสริมแล้วในปัจจุบัน แต่ถ้าช่วงเวลาที่มาอยู่ใกล้ๆหมู่บ้าน ห่างชุมชนบ้านนากอประมาณ ๒-๓ กม. ก็จะสร้างลักษณะกระท่อม  แต่ก็ยังคงอัตลักษณ์เดิมสำคัญ 


 

               สังคมอัสลีจะเป็นสังคมเผ่าเล็กๆ ที่อาศัยอยู่ระหว่าง ๒๐-๔๐ คน มีหัวหน้าเผ่าเป็นผู้นำ ที่พักอาศัยก็จะแบบง่ายๆ พร้อมที่จะอพยพ หรือย้ายได้ทันที เช่น หากมีใครตายก็จะย้ายเพราะกล้วพวกเสือร้ายมากินศพ หากแหล่งอาหารพวกหัวกลอย หัวมัน หรือหัวเผือกหมดก็ย้าย ไปแหล่งใหม่ แต่ก็เป็นแหล่งตามวิถี เส้นทางย่านเดิมๆ  หรือหากบริเวณถ่ายอุจจาระร่นมาถึงทับ ซึ่งปกติพวกเขาจะเริ่มถ่ายอุจจาระจากที่ไกลๆ ร่นมาเรื่อยๆ จนใกล้ทับ เมื่อใดอยู่ที่ทับแล้วได้กลิ่นอุจจาระ เขาก็จะย้าย หรือมีคนเมือง มาเอ่ยปากจะขอลูกๆก็จะย้าย เวลาสร้างก็จะสร้างเป็นเพิงหมาแหงนง่ายๆ เพราะเป็นการพักอาศัยชั่วคราว ไว้หลบฝน หลบแดด ใช้เพียงไม้สองท่อนทำเป็นเสา มีคานไม้ไผ่ หลังคามุงด้วยใบไม้เป็นเพิง อาจเป็น ใบหวาย ใบคา หรือไม่ก็ใบกล้วย สานสลับทำเป็นฝากั้น ที่นอน นั่งก็ใช้ไม้ไผ่ทำเป็นแคร่เตี้ยๆ ใต้ชายคาก้มีมีเตาไฟสุมไว้ทำอาหาร และให้ความอบอุ่น  และมักจะแขวนรังผึ้ง พู่ดอกมะพร้าว ไว้กันผี ไว้หลอกล่อภูตผี ปีศาจ ให้ไปสนใจรูจำนวนมากของรังผึ้ง แทนที่จะมาหลอกหลอน แกล้งรังควาญ อัสลี

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

               ในอนาคตอันใกล้ ภายในปี 2563 ตามแผนพัฒนาของจังหวัดยะลา ก็จะมีพิพิธภัณฑ์กลางแจ้งที่บ่อน้ำร้อนนากอ โดยจะจำลองทัอัสลี เครื่องมือเครื่องใช้ ของกินของใช้ ข้อมูลที่เกี่ยวกับอัตลักษณ์ วิถีชีวิตครบถ้วน เพื่อนักท่องเที่ยวและผู้ที่สนใจจะได้ศึกษา เรียนรู้  และสัมผัสวิถีชีวิตของชนเผ่าอัสลีแท้ๆ เพื่อเป็นอนุรักษ์ องค์ความรู้ที่เกี่ยวข้องกับอัสลีให้คงอยู่ และเป็นที่ศึกษาของชนรุ่นหลังต่อไป...(ติดตาม10 แหล่งท่องเที่ยวตำบลอัยเยอร์เวงสุดปัง ในรอบ 3 ปี (2559 -2561) ตอน 5 อันดับที่ 9 และ 10 ครับ)

ภาพ : ซูไฮมี มีนา , ศณีรา, ดต.ปรมินทร์ นาทองเจริญสุข. 

   

ภาพ : ดต.ปรมินทร์ นาทองเจริญสุข


 

ทับอัสลีนากอ บางครั้งเป็นกระท่อม อยู่ได้ประมาณ 1 ปี

เอ็นทรี่แนะนำ

 10 แหล่งท่องเที่ยวตำบลอัยเยอร์เวงสุดปัง ในรอบ 3 ปี (2559 -2561) 

อันดับที่ 1 และ อันดับที่ 2  

10 แหล่งท่องเที่ยวตำบลอัยเยอร์เวงสุดปัง ในรอบ 3 ปี (2559 -2561) ตอน 2  

อันดับที่ 3 และ อันดับที่ 4

 10 แหล่งท่องเที่ยวตำบลอัยเยอร์เวงสุดปัง ในรอบ 3 ปี (2559 -2561) ตอน 3

อันดับที่ 5 และ อันดับที่ 6

 10 แหล่งท่องเที่ยวตำบลอัยเยอร์เวงสุดปัง ในรอบ 3 ปี (2559 -2561) ตอน 4

อันดับที่ 7 และ อันดับที่ 8 

10 แหล่งท่องเที่ยวตำบลอัยเยอร์เวงสุดปัง ในรอบ 3 ปี (2559 -2561) ตอน จบ

อันดับที่ 9 และ อันดับที่ 10

 

โดย ศณีรา

 

กลับไปที่ www.oknation.net