วันที่ อังคาร ธันวาคม 2561

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

Barber Story Episode 5 : เตงไม่รักเค้าแล้วเหรอ


Barber Story Episode 5 : เตงไม่รักเค้าแล้วเหรอ

เรื่องโดย : Coach Thana

ภาพประกอบโดย : Mim Pha Mon

+++++++++++++++

.

“เตง เตง เค้าอยากให้เตงไว้ทรงเน้”

ประโยคที่ดูไม่น่ามีปัญหาอะไรดังเจื้อยแจ้วมาจากเก้าอี้ยาวที่มีไว้สำหรับให้ลูกค้านั่งรอ เจ้าของเสียงเป็นเด็กผู้หญิงต่างจังหวัดคนหนึ่งที่ดูจากเสื้อผ้าหน้าผมแล้ว เห็นได้ชัดพยายามอย่างมากที่จะประกาศให้คนทั้งโลกรู้ว่าตนเองมาจากเกาหลี

.

ประโยคที่เรียบง่ายเช่นนี้ ไม่ได้ต้องการคำตอบใดๆทั้งสิ้น

เนื่องจากวัตถุประสงค์แท้จริงของมันคือ “ต้องทำตามเท่านั้น”

และประโยคคำสั่งเช่นนี้ หากไม่ปฏิบัติตาม บทลงโทษที่ได้รับร้ายแรงกว่ากฎหมายบ้านเมืองเสียอีก

.

ชายหนุ่มที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ตัดผมแสดงสีหน้าที่ไม่เห็นด้วยอย่างชัดเจน

เขาเป็นเด็กหนุ่ม “อายุวัย” ไม่เกิน 30 แต่ “อายุสมอง” ไม่น่าเกิน 15

“แต่เขาไม่ชอบทรงนั้นนะ เตง ตัดแล้วเค้าดูตลก” ประโยคนี้คือก้าวที่ผิดพลาดของชีวิตเจ้าหนุ่มคนนี้

.

ช่างตัดผมหนุ่มมองดูแฟนวัยรุ่นของลูกค้าวัยรุ่นที่บัดนี้เริ่มงัดไม้เด็ดออกมาใช้

“เตงไม่รักเค้าแล้วเหรอ?”

เธอพูดด้วยน้ำเสียงกระเง้ากระงอด น้ำตาที่เรื้ออยู่ตรงหางตาทั้งสองข้างพร้อมจะทะลักออกมากดดันให้อีกฝ่ายรู้สึกผิด

.

ช่างตัดผมได้แต่คิด

“การที่ไอ้หนุ่มนี้ไว้ทรงที่มันชอบ ไว้ทรงผมที่เหมาะสมและสะท้อนบุคลิกที่แท้จริง มันแสดงถึงการไม่รักนังหนูคนนี้ได้ตรงไหน”

.

ชายหนุ่มบนเก้าอี้ตัดผมมีท่าทีลังเลไปชั่วขณะหนึ่งก่อนจะโยนเผือกร้อนมาให้ช่างตัดผม

“ช่างว่าผมไว้ทรงได้ดีครับ?”

.

ช่างตัดผมหนุ่มได้โอกาส เขาจึงหันไปมองหน้านังหนูที่ตอนนี้พยายามเก็บความไม่พอใจไว้ข้างใน ก่อนจะใช้คำถามเปิดประเด็น

“นู๋รักแฟนนู่หรือเปล่า?”

หญิงสาวมีสีหน้าประหลาดใจที่ถูกถาม ก่อนจะตอบแบบไม่ชัดถ้อยชัดคำนักว่า “รัก”

.

“แล้วการเปิดโอกาสให้แฟนที่ตัวเองรักได้ตัดผมทรงที่ทำให้เขาดูหล่อและมีความมั่นใจมากขึ้น กับการให้เขาตัดผมทรงที่เรามีความสุขที่เห็นหัวเขาเป็นแบบนั้น แต่เขาไม่มีความสุขและต้องกลายเป็นตัวตลกให้คนทั้งโลกได้หัวเราะเยาะ แบบไหนแสดงถึงความรักที่นู่มีต่อแฟนนู๋มากกว่ากัน?” ช่างตัดผมใช้คำถามรุกคืบไปยังใจกลางจิตสำนึกของเด็กสาว

.

เธอหันไปสบตาชายคนรักราวสองสามวินาทีก่อนจะหันมาตอบแบบไม่ค่อยเต็มใจนัก “ก็ต้องเป็นทรงที่เค้าชอบไง”

.

เมื่อเห็นว่า ความคิดถูกจูนให้มาอยู่ในระดับที่จะคุยกันด้วยเหตุผลรู้เรื่องแล้ว ช่างตัดผมหนุ่มจึงให้คำอธิบายเรื่องทรงผมไปว่า “แฟนของนู่ ตัดทรงหัวเห็ดไม่เหมาะหรอกครับ มันจะดูตลกอย่างที่น้องเขาบอกนู๋ไปนั่นแหละ แต่จากเส้นผมของแฟนน้องเป็นประเภทเส้นแข็งและชี้ตรง หากเขาชอบสั้น จะตัดทรงอเมริกันก็เหมาะ หรือถ้าไม่อยากเปิดตีนผมสูงมากไป ก็ตัดเป็นรองทรงธรรมดาก็ได้”

เด็กหนุ่มบนเก้าอี้ตัดผมยิ้มให้ช่างตัดผมด้วยความพอใจในคำแนะนำ แต่ไม่วายที่จะหันไปขอความคิดเห็นสุดท้ายจากแฟนสาวอยู่ดีทำนองว่า โอเคกับคำแนะนำของผู้เชี่ยวชาญหรือเปล่า

.

เด็กสาวรู้ตัวว่าตอนนี้ตัวเองเป็นฝ่ายเสียเปรียบเพราะมีเสียงเดียว จึงยอมคล้อยตามแบบจำใจ “แล้วแต่เตงก็แล้วกัน”

เมื่อชายหนุ่มได้รับคำตอบ

เขาหันมายิ้มให้ช่างตัดผมด้วยแววตามีชัยราวกับเขาได้รับชัยชนะจากการทำสงครามที่ยืดเยื้อและได้ประกาศอิสรภาพได้สำเร็จ

.

แต่ชัยชนะนั้นก็คงอยู่ได้เพียงชั่วคราวเมื่อแฟนสาวงัดไม้เด็ดที่สองออกมา

“แต่ถ้าไม่ได้ตัดทรงที่เค้าบอก เตงจ่ายค่าตัดผมเองนะ”

.

สิ่งที่ทำให้เด็กสักคนกลายเป็นผู้ใหญ่ที่แท้จริง

ไม่ใช่อายุ แต่เป็นความรับผิดชอบ

ความรับผิดชอบที่สำคัญประการแรกคือ...การรับผิดชอบต่อการตัดสินใจว่าจะทำหรือไม่ทำสิ่งใด

ความรับผิดชอบที่สำคัญประการต่อมาคือ...การรับผิดชอบต่อผลของการกระทำที่เกิดจาการตัดสินใจของตนเอง

.

เด็กหนุ่มบนเก้าอี้ตัดผม พิจารณาถึงการถูกกดขี่ในชีวิตที่ผ่านมาอย่างรอบคอบอีกครั้ง

ในชั่วขณะแห่งการตัดสินใจที่ยิ่งใหญ่นั้น โลกทั้งใบนิ่งสนิทราวกับหยุดหมุน

เม็ดเหงื่อไหลหยดจากตีนผมด้านหน้าย้อยลงมาถึงขมับ

ขากรรไกรของชายหนุ่มขยับอีกครั้งเพื่อจะเอ่ยคำพูดที่มาจากการตัดสินใจอย่างเด็ดขาด

“เอาทรงหัวเห็ดครับ”

++++++++++++++++++

.

หมายเหตุ : “เตงไม่รักเค้าแล้วเหรอ” โพสครั้งแรก ที่ Facebook Profile : Thanarak Konrakdee  วันที่ 6 พ.ย. 2561

.

** สนใจฝึกทักษะและวินัยในการเขียนทั้งบทความและนิยาย หรือ ต้องการมีภาพประกอบน่ารักสวยงามสำหรับใช้ประกอบบทความหรือเรื่องสั้นในสไตล์ของคุณ

ติดต่อ โค้ชธนา ทางอินบ๊อคได้เลยครับ

 

 

 

โดย แมวเหมียวสิบชีวิต

 

กลับไปที่ www.oknation.net