วันที่ พุธ ธันวาคม 2561

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ขึ้นดอกเบี้ยแล้วอย่างไร : ยุคดอกเบี้ยต่ำผ่านพ้นไปแล้ว เมื่อกนง.มีมติ 5 ต่อ 2


 ขึ้นดอกเบี้ยแล้วอย่างไร : ยุคดอกเบี้ยต่ำผ่านพ้นไปแล้ว เมื่อคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ที่มีผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทยเป็นประธาน มีมติ 5 ต่อ 2 เสียงให้ขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 0.25% จากเดิม 1.50% เป็น 1.75% ต่อปี 

.

.

(Dec 25) ขึ้นดอกเบี้ยแล้วอย่างไร : ยุคดอกเบี้ยต่ำผ่านพ้นไปแล้ว เมื่อคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ที่มีผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทยเป็นประธาน มีมติ 5 ต่อ 2 เสียงให้ขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 0.25% จากเดิม 1.50% เป็น 1.75% ต่อปี เมื่อช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา เป็นการปรับครั้งแรกในรอบ 7 ปี

สิ่งที่ต้องจับตาต่อไป ก็คือ ธนาคารพาณิชย์จะส่งผ่านนโยบาย ดังกล่าว ด้วยการขึ้นอัตราดอกเบี้ยเงินฝาก กับอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ในอัตราเท่าใด และขึ้นกับกลุ่มไหน

เริ่มแรกการขึ้นดอกเบี้ยนโยบายจะส่งผลกระทบต่อดอกเบี้ยในตลาดซื้อคืนพันธบัตร ระยะเวลา 1 วัน (1-Day Repurchase Rate) ที่เป็นตลาดที่คอยปรับสภาพคล่องให้กับธนาคารพาณิชย์ มีธนาคารชาติเป็นผู้ดูแล

เมื่ออัตราดอกเบี้ยในตลาดซื้อคืนพันธบัตรขยับ ก็จะทำให้ต้นทุนแบงก์ทางการเงินของแบงก์พาณิชย์เพิ่ม และต้องไปปรับอัตราดอกเบี้ยเงินฝาก-เงินกู้ตามไปด้วย

แต่การปรับอัตราดอกเบี้ยของธนาคารพาณิชย์ อาจไม่ใช่สัดส่วนเดียวกันกับอัตราดอกเบี้ยนโยบายก็ได้ ขึ้นกับสภาพคล่อง ฐานลูกค้า ฯลฯ ของธนาคารแต่ละแห่ง

ทว่าสิ่งที่แน่ๆ ก็คือดอกเบี้ยในตลาดจะไม่สามารถยืนอยู่ในอัตรา โดยเฉพาะถ้าใครเป็นหนี้ก็ต้องเจอกับอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ที่จะปรับขึ้นมา

เหตุผลที่แบงก์ชาติขึ้นดอกเบี้ยเพื่อลดปัญหาสินเชื่อในบางธุรกิจ อาทิ ภาคอสังหาริมทรัพย์ที่ขยายตัวในอัตราสูง จนทำใหเกิดความเสี่ยงต่อภาวะฟองสบู่

ขณะเดียวกันภาวะอัตราดอกเบี้ยต่ำในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ทำให้เกิดปัญหาข้างเคียงคือหนี้ภาคครัวเรือนที่มีการกู้ยืมมากขึ้น อัตราหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้เริ่มขยับ ขณะที่อัตราการออมลดต่ำลงจากอัตราดอกเบี้ยที่ไม่จูงใจ

การขึ้นดอกเบี้ยก็เพื่อปรับสภาพที่เป็นอยู่ หวังลดการกู้ยืม เพิ่มการออม ป้องกันฟองสบู่

นอกจากนั้น การขึ้นดอกเบี้ยนโยบาย ยังทำให้ธนาคารชาติมีเครื่องมือในการดำเนินนโยบายรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจมากขึ้น

เศรษฐกิจโลกเริ่มเข้าสู่ภาวะชะลอตัว จากสารพัดปัจจัย และจะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทย แบงก์ชาติจึงมีความจำเป็นต้องมีกระสุนสำรอง ก็คือ ส่วนต่างของอัตรานโยบายดอกเบี้ยไว้รับมือ

ประเด็นสำคัญที่ยังต้องจับตา ก็คือ การขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย จะเป็นการขึ้นต่อเนื่อง หรือขึ้นแล้วหยุดพักไปก่อน เพื่อให้เกิดการปรับตัว

แม้ธนาคารชาติเองจะพูดทำนอง การขึ้นอัตราดอกเบี้ยของไทย จะไม่เหมือนกับการขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ ที่ตั้งหน้าตั้งตาขึ้นมาตลอด แต่ทว่าจะขึ้นมาก-น้อย ก็ต้องดูปัจจัยทางเศรษฐกิจเป็นองค์ประกอบที่สำคัญ

หมายความว่า แม้จะมีโอกาสขึ้นแล้วหยุดสักพัก แต่ก็มีโอกาสจะขึ้นอีก โดยเฉพาะเมื่อไทยเป็นประเทศสุดท้ายในภูมิภาคนี้ที่ปรับขึ้นดอกเบี้ย

ทุกอย่างจึงไม่แน่ อะไรก็เกิดได้

ที่ทำได้ ก็คือ ต้องปรับตัว ลดหนี้สิน รับมือความเปลี่ยนแปลง

คอลัมน์ ณ มุมขวา โดย ณ กาฬ เลาหะวิไลย

Source: Posttoday
https://www.posttoday.com/columnist/nhakran/574944

 
 ขอขอบคุณบทความแชร์จาก Bank of Thailand Scholarship Students

 

โดย redribbons07

 

กลับไปที่ www.oknation.net