วันที่ เสาร์ ธันวาคม 2561

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

Barber Story Episode 9 : คุณมีวิธีรับมือกับความล้มเหลวในชีวิตอย่างไร?


Barber Story Episode 9 : คุณมีวิธีรับมือกับความล้มเหลวในชีวิตอย่างไร?

เรื่องโดย : Coach Thana

ภาพประกอบโดย : Mim Pha Mon

+++++++++++++++

.

“ถ้าผมย้อนเวลากลับไปได้ ผมจะไม่ขับรถเร็วขนาดนั้นเลย” เสียงลูกค้าวัยสามสิบปลายๆเปรยขึ้น ขณะที่ช่างตัดผมหนุ่มกำลังเอาน้ำฉีดพรมเส้นผมของเขาแล้วหวีไล่ไปเจอรอยแผลเป็นขนาดใหญ่ที่เกิดจากการผ่าตัดกระโหลกศีรษะ

ความเสียใจกับชีวิตที่ผิดพลาดในอดีตได้เอ้อล้นจนสัมผัสได้ผ่านสายตาของลูกค้าคนนี้

.

มนุษย์เกือบทุกคนที่เคยได้รับการผ่าตัดที่ศีรษะไม่ว่าจะจากอุบัติเหตุหรือจากการเจ็บป่วยทางสมอง ส่วนใหญ่แล้วพวกเขามักรู้สึกอับอายในความไม่ปกติของตน มีจำนวนไม่มากนักที่ทำใจและยอมรับความโชคร้ายที่เกิดขึ้นนั้นได้

.

ดังนั้น ช่างตัดผมที่ชำนาญในงานของตนจึงต้องรู้ว่าจะตัดผมให้สั้นแค่ไหนโดยไม่ให้รอยผ่าตัดปรากฏออกมาจนน่าเกลียด แต่ในขณะเดียวกันก็ยังต้องให้ทรงผมของลูกค้าคนนั้นสวยงามดูดีในแบบที่ควรจะเป็น

.

ด้วยเหตุนี้ ก่อนช่างตัดผมหนุ่มจะเริ่มตัดทุกครั้ง จึงเป็นธรรมเนียมที่เขาจะต้องฉีดน้ำพรมเบาๆแล้วใช้หวีฟันห่างไล่หวีผมเพื่อเช็ครอบศีรษะ 1 รอบก่อน

.

การทำเช่นนี้ นอกจากจะเป็นการทำให้เส้นผมของลูกค้าที่กระเซอะกระเซิงจากการใช้ชีวิตให้อยู่ในสภาพเรียบร้อยพร้อมตัดแล้ว ยังเป็นการเช็ครอยแผลเป็นต่างๆที่ซ่อนอยู่ใต้เส้นผมของลูกค้าอีกด้วย

.

“มันคงเป็นความรู้สึกที่เจ็บปวดมากเลยใช่ไหมครับ?” ช่างตัดผมถามด้วยสีหน้าแสดงความเข้าอกเข้าใจมากกว่าใคร่รู้

.

“จากอุบัติเหตุในครั้งนั้น ผมต้องรักษาตัวอยู่นานมาก” ลูกค้าสบตากับช่างตัดผมผ่านกระจก “นานจนพ่อผมที่ขี้เหล้าสรุปว่าผมเป็นต้นเหตุทำให้ท่านเป็นหนี้เป็นสินจากค่ารักษา”

.

“เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นมากี่ปีแล้วครับ?”

“เกือบยี่สิบปีได้แล้วครับ แต่นึกถึงมันทีไร ผมรู้สึกแย่กับตัวเองทุกครั้ง” ลูกค้าให้คำตอบด้วยความเจ็บปวดใจ

.

“คุณไม่มีทางเผชิญหน้ากับความผิดพลาดล้มเหลวที่จะเกิดขึ้นในอนาคตได้ หากคุณยังไม่ได้เรียนรู้วิธีจัดการกับความผิดพลาดล้มเหลวในอดีตของตนเอง”

.

“ยังไงนะครับ?” ลูกค้าอึ้งกับสิ่งที่ได้ยินจากปากช่างตัดผม

.

“เพราะวิธีที่เราปฏิบัติกับสิ่งๆหนึ่งคือวิธีที่เราปฏิบัติกับทุกสิ่งยังไงล่ะครับ” ช่างตัดผมเว้นระยะนิดนึงเพื่อให้คู่สนทนาได้ซึมซับทำความเข้าใจ “การรับมือกับความล้มเหลวก็เช่นกัน คุณรู้สึกอย่างต่อความผิดพลาดล้มเหลวในอดีต คุณก็ย่อมรู้สึกแบบเดียวกันกับความผิดพลาดล้มเหลวที่จะเกิดขึ้นในอนาคต”

.

“................”

“หากความผิดพลาดล้มเหลวในอดีตมันทำให้คุณกลัว ความกลัวนั้นจะบงการการตัดสินใจของคุณ ทำให้คุณไม่กล้าที่จะเผชิญหน้ากับความผิดพลาดล้มเหลวใดๆในอนาคตได้อีก ซึ่งจะทำให้คุณสูญเสียโอกาสและบทเรียนหลายๆบทเรียนที่มีประโยชน์และจำเป็นกับชีวิตไป ซึ่งบทเรียนที่จำเป็นต่อชีวิตเหล่านั้น คุณไม่สามารถเรียนรู้ได้ด้วยวิธีอื่นนอกจากต้องเผชิญกับความผิดพลาดหรือประสบความล้มเหลวในสิ่งที่ทำเท่านั้น”

.

“ความผิดพลาดหรือความล้มเหลวมีบทเรียนดีๆให้เราได้เรียนรู้จากมันด้วยเหรอ?” ลูกค้าถามเหมือนไม่เชื่อว่าสิ่งที่ได้ยินจะเป็นเรื่องจริง

.

“ความสำเร็จและความล้มเหลวต่างเป็นเหรียญคนละด้านของกันและกันครับ ดังนั้นจึงไม่มีความสำเร็จใดเลยในโลกนี้ที่เกิดขึ้นโดยปราศจากความล้มเหลว” ช่างตัดผมเฉลยให้ลูกค้าคลายความคลางแคลงใจ “หากหลังจากนี้คุณไปศึกษาประวัติของคนที่ประสบความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ทุกคนดูดีๆ คุณจะพบว่าไม่มีคนที่ประสบความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่คนใดเลยที่ชีวิตไม่เคยทำเรื่องล้มเหลวผิดพลาดครับ”

.

“ดูช่างตัดผมมีความสุขดี แล้วคนอย่างช่างเคยทำสิ่งที่ผิดพลาดหรือเคยล้มเหลวมาก่อนเหมือนกันเหรอครับ?”

“การทำผิดพลาดเป็นเรื่องของคนทุกคนครับ แต่การเรียนรู้จากความผิดพลาดเป็นเรื่องของคนบางคนเท่านั้น” ช่างตัดผมสบตาลูกค้าผ่านกระจก มือก็ทำหน้าที่ตัดแต่งทรงผมบนศีรษะลูกค้าอย่างชำนาญ

.

“แล้วช่างจัดการกับความรู้สึกที่ไม่ดีหรือมีวิธีอยู่กับเรื่องราวร้ายๆในอดีตอย่างไรครับ?”
“ในการแปลงความล้มเหลวในอดีตมาเป็นพลังในการสร้างอนาคต มี 3 ขั้นตอนที่คุณจำเป็นต้องทำ

1) ยอมรับ...ความผิดพลาดที่เกิดขึ้น

2) เรียนรู้...บทเรียนที่จำเป็นจากความผิดพลาดนั้น

3) เปลี่ยนแปลง...ความผิดพลาดในอดีตที่แก้ไขไม่ได้แล้วนั้นเป็นประสบการณ์ที่ดี”

.

ช่างตัดผมหนุ่มมองดูลูกค้าที่ทวนคำแต่ละคำช้าๆตามด้วยความพอใจ แต่เพื่อให้การเรียนรู้ในครั้งนี้คงอยู่ในสมองของลูกค้าในระยะยาว เขาจึงใช้วิธีตั้งคำถามที่เขาคุ้นเคย

“คุณลูกค้าคิดว่าทั้ง 3 ข้อนี้ ข้อไหนทำได้ยากที่สุดครับ?”

.

ลูกค้าใช้ความคิดชั่วครู่หนึ่งก่อนตอบออกมาด้วยน้ำเสียงที่ไม่มั่นใจนัก “ข้อแรกใช่ไหมครับ?”

“ถูกต้องครับ คุณลูกค้า ข้อแรก –การยอมรับ- ทำได้ยากที่สุด” ช่างตัดผมปรับพนักเก้าอี้ตัดผมให้เอนไปด้านหลังเพื่อเตรียมโกนหนวดกันหน้า “และเพราะการยอมรับความผิดพลาดในอดีตของเราเป็นสิ่งที่ทำได้ยากที่สุดจนบางคนหลีกเลี่ยงที่จะไม่ทำนี่เอง ทำให้คนเราสูญเสียโอกาสดีๆรวมถึงบทเรียนล้ำค่ามากมายที่จะใช้ทำชีวิตให้ดีขึ้นกว่าเดิมไปอย่างน่าเสียดาย”

.

“เพื่อที่จะได้ –เรียนรู้- และ –เปลี่ยนแปลง- คนเราต้องกล้าเผชิญหน้ากับความผิดพลาดของตนเองใช่ไหมครับ?” ลูกค้าป้อนคำถามต่อไป สายตามองพัดลมเพดานที่หมุนรอบตัวเองอย่างอ้อยอิ่ง แต่มีวินัย

.

ช่างตัดผมบรรจงไล่คมมีดอย่างเบามือเก็บหนวดเคราที่ขึ้นอย่างหรอมแหรมรอบปากและคางของลูกค้า ปากก็ทำหน้าที่ให้คำตอบ “ความกล้าหาญที่แท้จริง ไม่ใช่การเผชิญหน้ากับศัตรูภายนอก แต่คือความกล้าที่จะเผชิญหน้ากับศัตรูภายใน นั่นคือความอ่อนแอในจิตใจของตนเอง”

.

“ไม่มีใครรวยพอที่จะซื้ออดีตกลับมาได้ จริงไหมครับ?” ช่างตัดผมปรับเก้าอี้ตัดผมให้กลับมาตั้งตรงอีกครั้ง “ดังนั้นการที่คุณสามารถใช้บทเรียนที่ได้จากความผิดพลาดในอดีตมาเป็นอาวุธในการเอาชนะอุปสรรคในปัจจุบันเพื่อทำแต่ละวันให้ดีที่สุด จึงเป็นวิธีเดียวที่คุณจะสร้างอนาคตในแบบที่คุณต้องการได้”

.

ช่างตัดผมเปิดผ้าคลุมตัดผมออก ลูกค้าก้าวลงจากเก้าอี้ตัดผม หยิบธนบัตรจากกระเป๋าสตางค์เพื่อจ่ายค่าบริการ

ช่างตัดผมส่งเงินทอนให้ลูกค้าพร้อมกับปิดจ๊อบเคสนี้ของเขาว่า

“จำไว้นะครับ เราเปลี่ยนอดีตไม่ได้ เราทำได้เพียงเปลี่ยนมุมมองที่เรามีต่ออดีตเท่านั้น ทำ 3 ข้อนั้นให้ติดเป็นนิสัย แล้วชีวิตคุณจะพร้อมรับมือกับความไม่แน่นอนของอนาคตครับ”

++++++++++++++++++

.

หมายเหตุ : “คุณมีวิธีรับมือกับความล้มเหลวในชีวิตอย่างไร” โพสครั้งแรก ที่ Facebook Profile : Thanarak Konrakdee  วันที่ 7 ธ.ค. 2561

.

** สนใจฝึกทักษะและวินัยในการเขียนทั้งบทความและนิยาย หรือ ต้องการมีภาพประกอบน่ารักสวยงามสำหรับใช้ประกอบบทความหรือเรื่องสั้นในสไตล์ของคุณ

ติดต่อ โค้ชธนา ทางอินบ๊อคได้เลยครับ

โดย แมวเหมียวสิบชีวิต

 

กลับไปที่ www.oknation.net