วันที่ อาทิตย์ ธันวาคม 2561

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

Barber Story Episode 10 : เกมชีวิต


Barber Story Episode 10 : เกมชีวิต

เรื่องโดย : Coach Thana

ภาพประกอบโดย : Mim Pha Mon

+++++++++++++++

 

ลมหนาวที่ปกคลุมอยู่ภายนอกแผ่อาณาเขตเข้ามาถึงภายในร้านตัดผม

ชายต่างวัยสองคนกำลังนั่งหันหน้าเข้าหากัน สายตาของทั้งคู่จับจ้องอยู่ที่ตัวหมากบนกระดานอย่างใช้ความคิด

.

“หมากรุกมันมีความน่าพิสมัยมากกว่าหมากล้อม อาจารย์เห็นด้วยไหมครับ?” แม้คู่สนทนาของชายหนุ่มจะเป็นที่รู้จักของคนทั่วไปผ่านสถานะช่างตัดผม แต่กับเขา ช่างตัดผมที่นั่งเล่นหมากรุกอยู่ด้วยตอนนี้คือคนที่เขาเรียกว่า “อาจารย์” ได้อย่างเต็มปากเต็มคำ

.

“ทุกอย่างมันมีสองด้านนะ พ่อหนุ่ม” อาจารย์ในคราบของช่างตัดผมกล่าวเตือนชายหนุ่มไม่ให้มองบางสิ่งบางอย่างแบบสุดโต่งเกินไป เพราะความจริงเหรียญทุกเหรียญมีสองด้านเสมอ “หมากล้อมเกิดขึ้นบนแนวคิดของชาวตะวันออกที่เน้นการดึงคนอื่นมาเป็นพวกพ้องจนได้รับชัยชนะ แต่หมากรุกเกิดขึ้นบแนวคิดของชาวตะวันตกที่เน้นใช้กำลังเข้าห้ำหั่นให้ตายไปข้างหนึ่งจนได้รับชัยชนะ”

.

“อาจารย์กำลังจะบอกว่า การรบโดยเปลี่ยนคนอื่นมาเป็นพวกของเรา เป็นวิธีที่ดีกว่าใช่ไหมครับ?” ชายผู้อาวุโสน้อยกว่าถามขึ้น ขณะที่เดินโคนไปวางไว้ใต้เม็ดซึ่งจากจุดนี้ นอกจากโคนจะผูกเม็ดไม่ให้ใครมากินได้แล้ว โคนเองยังไปอยู่ในจุดที่ม้าผูกไว้ด้วย ทำให้คู่ต่อสู้หากคิดจะขยับมากินโคน ต้องคิดหลายตลบหน่อย

.

ฝ่ายผู้ที่ถูกเรียกว่าอาจารย์ไม่ยี่หระต่อการขยับมาของโคนแต่อย่างใด แม้ตัวเขาเองจะเป็นรองในเกมนี้อยู่พอสมควร แต่เขาก็ตัดสินใจลากเรือไปทางขวามือตามแผนโดยพื้นที่ที่โล่งโจ้งด้านหน้าของเรือมีม้าของอีกฝ่ายหนึ่งยืนจังก้าอยู่ มันแสดงท่าทีเกรี้ยวกราดทันทีที่ถูกปืนใหญ่จากเรือจ่อมาที่ใบหน้า

.

“ชัยชนะที่ถือเป็นสุดยอดของชัยชนะคือชัยชนะที่ได้มาโดยไม่ต้องรบ” ช่างตัดผมตอบน้ำเสียงราบเรียบแต่ลุ่มลึกก่อนจะกล่าวอย่างทอดถอนใจต่อว่า “แต่ในโลกที่ต่างฝ่ายต่างขัดแย้งกันเพราะผลประโยชน์และความเห็นแก่ตัวที่ไร้ขอบเขต ทำให้ทุกวันนี้ เราหลีกเลี่ยงการรบได้ยากเหลือเกิน”

.

“เราจะชนะโดยไม่ต้องรบได้อย่างไรครับ?” ชายที่อาวุโสน้อยกว่าเอ่ยถาม ขณะที่เดินเบี้ยตัวหนึ่งไปยังแถวที่สามของแดนข้าศึก ทำให้เบี้ยตัวนั้นซึ่งปกติจะเดินฉียงกินเฉียงและเดินหน้าได้อย่างเดียวได้รับการอวยยศเป็นเม็ดซึ่งเดินเฉียงกินเฉียงได้ทั้งหน้าและหลังทันที

.

“หากตัดสินจากแนวคิดเรื่องชนะโดยไม่ต้องรบ การดึงศัตรูมาเป็นพวกหรือทำให้ทุกฝ่ายได้ประโยชน์ น่าจะเป็นวิธีที่สอดคล้องกับแนวคิดนั้นมากที่สุด แต่ในเกมชีวิตหรือเกมการบริหาร การศึกษากลเม็ดของหมากรุกให้เข้าใจย่อมส่งผลให้เราบริหารคนได้มีประสิทธิภาพมากกว่า” ช่างตัดผมเดินขุนขึ้นหน้าไปหนึ่งตาเพื่อผูกกับโคนที่เดินไปเปิดพื้นที่ไว้ก่อนหน้า

.

“จริงด้วย เพราะในการทำงานส่วนใหญ่ไม่ว่าจะในภาครัฐหรือเอกชน ทักษะการบริหารคนถือเป็นหัวใจสำคัญที่ทำให้งานออกมามีประสิทธิภาพ” ชายหนุ่มใช้ความคิดเล็กน้อยก่อนจะขยับม้าที่เผชิญหน้ากับเรืออยู่ไปไว้ในจุดที่ปลอดภัยและเสี่ยงน้อยกว่า

.

“ตอนที่ผมเรียนตัดผมใหม่ๆ อาจารย์สอนว่า เครื่องมือแต่ละชิ้นทำหน้าที่ต่างกัน” ช่างตัดผมขยับเบี้ยตัวหนึ่งที่อยู่ใกล้ม้าของศัตรูที่หนีตายมาเมื่อครู่เพื่อตรึงพื้นที่บริเวณนั้นไว้ “ช่างมีหน้าที่ใช้เครื่องมือเหล่านั้นอย่างเหมาะสมทำงานให้ได้ผลลัพธ์ของงานที่ดีที่สุด เหมือนที่เขาสอนคนระดับหัวหน้างานแบบคุณมาไง put the right man on the right job”

.

“แล้วเราจะรู้ได้อย่างไรล่ะครับ ว่าใครเก่งอะไร?” ปากไม่ถามเปล่า ชายหนุ่มเริ่มเปิดฉากกินหมากของศัตรูไปทีละตัวสองตัวจนจากที่สูสี ตอนนี้หมากของชายหนุ่มเป็นต่อในเกม

.

“การจะรู้ว่าพนักงานคนไหนมีข้อดีข้อเสียอะไรเป็นหน้าที่ของคนที่เป็นหัวหน้าแบบคุณที่จะต้องไปสังเกตเอาเอง” ช่างตัดผมให้คำตอบพร้อมรอยยิ้ม “แต่การเข้าใจในข้อดีข้อเสียของพนักงานอย่างถ่องแท้ก็เรื่องหนึ่ง ความสามารถในการใช้คนให้เหมาะกับงานก็เรื่องหนึ่ง คุณต้องแยกเรื่องนี้ให้ออก”

.

“ถ้าอย่างนั้นก็แสดงว่า หมากรุกสอนให้เราเข้าใจการใช้คนได้มากกว่าหมากล้อมสิครับ?” ชายหนุ่มใช้เรือไล่กินเบี้ยของศัตรูที่เกะกะสายตาออกไปอีกสองสามตัวไม่ต่างอะไรกับทหารอังกฤษจับทรราชชาวสก๊อตแลนด์ได้แล้วไล่ตัวหัวไปทีละคนแบบไม่ปรารณี

.

“เหตุผลที่หมากรุกสร้างตัวหมากให้แตกต่างกัน ต่างจากหมากล้อมที่ตัวหมากมีแค่ขาวกับดำก็เพราะว่า....” แม้จะถูกอีกฝ่ายกินโคนและเสียเม็ดไป รวมถึงถูกเรือของอีกฝ่ายไล่กินเบี้ยอย่างสนุกสนาน แต่ช่างตัดผมก็ยังไม่แสดงอาการหวาดวิตกให้เห็น เขายังคงเดินหมากบางตัวไปวางไว้ในจุดที่เสี่ยงต่อการโดนกินได้ง่ายอีกสองสามตัว “ชัยชนะในเกมหมากล้อมอาศัยเชาว์ปัญญาของผู้เล่นในการทำศึก ต่อให้หมากแต่ละตัวมีศักดิ์เท่ากัน หากผู้เล่นรู้จักวางหมากธรรมดาๆให้ถูกที่ หมากแต่ละตัวย่อมทำหน้าที่ได้สมประโยชน์ แต่ชัยชนะในเกมหมากรุก ต้องอาศัยความเข้าใจในศักยภาพของหมากที่ตัวเองมี ดังนั้นไม่ว่าต่อให้ในกระดานจะเหลือหมากไม่กี่ตัวก็ตาม ผู้เล่นที่รู้จักใช้คนให้เหมาะกับงานคือรู้ว่าจะวางหมากตัวไหนไว้ตรงจุดไหน ย่อมสามารถพลิกสถานการณ์ที่เป็นรองให้กลายเป็นต่อจนสามารถเอาชนะอีกฝ่ายได้เสมอ”

.

ชายหนุ่มฟังคำพูดของชายที่อาวุโสกว่าเพลินจนเผลอเดินม้าไปกินเม็ดซึ่งช่างตัดผมวางเป็นเหยื่อล่อเข้า เปิดโอกาสให้ชายที่อาวุโสกว่าขยับเรือไปจนสุดแนวกระดานได้ ทำให้ปืนใหญ่ของเรือลำนั้นเล็งตรงไปทางขุนที่ซ่อนตัวอยู่หลังเม็ดแบบไม่มีหมากตัวไหนบัง ....รุก!!!!

เมื่อชายหนุ่มจะขยับขุนไปอีกทางหนึ่งก็ต้องเจอกับเรือของศัตรูที่ทอดสมอไว้รออยู่ก่อนหน้าแล้ว

.

“รุกฆาตนี่ยังมีทางเลือกนะอาจารย์ แต่รุกแบบนี้นี่ตายสถานเดียว” ชายหนุ่มกล่าวเชิงตัดพ้อ แต่ลึกๆไม่ได้คิดอะไรเพราะรู้ว่าพลาดเอง

.

“วันนี้ได้บทเรียนอะไรบ้าง?” อาจารย์ในคราบช่างตัดผมถามชายหนุ่มลูกศิษย์ของตนขณะที่กวาดตัวหมากรุกเก็บเข้ากล่อง

ชายหนุ่มตอบอาจารย์ของเขาอย่างมั่นอกมั่นใจ

“ผมว่าผมได้ 2 อย่างนะครับ

1) หมากรุกกับหมากล้อมถึงจะแตกต่างกันด้วยตัวหมาก แต่หลักในการพิชิตชัยไม่ต่างกัน

2) จะทำงานใดให้สำเร็จไม่ว่าจะใหญ่หรือเล็ก ผู้นำต้องรู้จักใช้คนให้เหมาะกับงาน”

.

“บทเรียนที่สาม” อาจารย์ในคราบช่างตัดผมกล่าวเสริม “-จนปัญญา- ว่าน่ากลัวแล้ว แต่ –จนตรอก-  น่ากลัวกว่า”

“อาจารย์หมายความว่าไงครับ?”

.

“หากเป็นการรุกฆาต เรายังจำใจยอมให้คู่ต่อสู้กินหมากอีกตัวเพื่อรักษาชีวิตขุนไว้ได้ แต่การรุกธรรมดาๆที่ทำให้ขุนเดินไปไหนต่อไม่ได้ (อับ) แล้วต้องตัดสินใจยอมแพ้นี่แหละ คือสุดยอดชัยชนะที่ผมหมายถึง เห็นไหมว่าเราไม่ต้องฆ่าต้องแกงกันจนหมดกระดาน ชัยชนะแบบที่ช่วยรักษาชีวิตทหารจำนวนมากทั้งของตนเองและของศัตรูไว้ได้นี่แหละจึงจะถือว่าเป็นชัยชนะที่แท้จริงในเกมหมากรุกและเกมชีวิต”

++++++++++++++++++

.

หมายเหตุ : “เกมชีวิต” โพสครั้งแรก ที่ Facebook Profile : Thanarak Konrakdee  วันที่ 8 ธ.ค. 2561

.

** สนใจฝึกทักษะและวินัยในการเขียนทั้งบทความและนิยาย หรือ ต้องการมีภาพประกอบน่ารักสวยงามสำหรับใช้ประกอบบทความหรือเรื่องสั้นในสไตล์ของคุณ

ติดต่อ โค้ชธนา ทางอินบ๊อคได้เลยครับ

 

โดย แมวเหมียวสิบชีวิต

 

กลับไปที่ www.oknation.net