วันที่ จันทร์ ธันวาคม 2561

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ปิดตำนาน นายมะเย็ง ดอเลาะห์ ผู้สืบทอดลิเกฮูลูจาก หมู่บ้านฮาลา


 

            

นายมะเย็ง ดอเลาะ (มีหนวด)

                     “ผม ไม่มีอะไรหรอก แค่อยากให้เด็กๆ ได้สืบทอด ได้เล่นกันต่อไป ผมไม่นานก็ไปแล้ว ก็จะทำให้ดีที่สุด เท่าที่จะมีลมหายใจ”

ปิดตำนาน นายมะเย็ง ดอเลาะห์ ผู้สืบทอดลิเกฮูลูจาก หมู่บ้านฮาลา

           นายมะเย็ง ดอเลาะ...ผู้ก่อตั้งลิเก ฮูลู เยาวชน อีแกมะห์ ได้กลับสู่ความเมตตาของอัลเลาะห์ หลังจากที่ท่านป่วยด้วยโรคชราได้สักพัก และหกล้มในห้องน้ำ ในเที่ยงในเวลา ประมาณ 12.40 น. ของวันที่ 31 ธันวาคม 2561 ที่บ้านพักเล็กๆ เลขที่ 290/5 ม.3 ต.อัยเยอร์เวง อ.เบตง จ.ยะลา : อินนาลิลลาฮวาอินนา อิลัยฮิรอญิอูน

            ลิเกฮูลู หรือ ดิเกฮูลู มาจากคำว่า ลิเก หรือดิเก และฮูลู ท่านผู้รู้ได้กล่าวไว้ว่าลิเกหรือ ดิเกมาจากคำว่า ซี เกร์ หมายถึง การอ่านทำนองเสนาะ ส่วนคำว่าฮูลู แปลว่า ใต้หรือทิศใต้ รวมความแล้วหมายถึง การขับบทกลอนเป็นทำนองเสนาะจากทางใต้ โดย ลิเกฮูลู เป็นการละเล่นพื้นบ้านแถบจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่ได้รับความนิยมมากของชาวไทยมุสลิม มักจะใช้แสดงในงานมาแกปูโละ งานสุหนัด งานเมาลิด งานฮารีรายอแล้ว คำว่า "ลิเก" หรือ ดิเกร์" เป็นศัพท์เปอร์เซีย มีความหมาย 2 ประการ คือ 1. เพลงสวดสรรเสริญพระเจ้า ซึ่งเรียกการสวดดังกล่าวนี้ว่า"ดิเกร์เมาลิด" 2. กลอนเพลงโต้ตอบ นิยมเล่นกันเป็นกลุ่มคณะ เรียกว่า "ลิเกฮูลู" บ้างก็ว่าได้รับแบบอย่างมาจากคนพื้นเมืองเผ่าซาไก เรียกว่า มโนห์ราคนซาไก บ้างก็ว่าลำไทยไทยมาจาก ลิเกฮูลู ดังนั้นการตั้งวงจึงคล้ายกับการตั้งวงลำตัด หรือเพลงฉ่อยของภาคกลาง ซึงคณะหนึ่งมีลูกคู่ประมาณ 10 กว่าคน ผู้ร้องเพลงและขับร้องมีประจำคณะอย่างน้อย 2 - 3 คน และอาจมีนักร้องภายนอกวงมาสมทบร่วมสนุกอีกก็ได้ กล่าวคือ คนดูคนใดนึกสนุกอยากร่วมวงก็จะได้รับอนุญาตจากคณะลิเกคล้ายๆ กับการเล่นเพลงบอกภาคใต้ เวทีแสดงยกสูงไม่เกิน 1 เมตร โล่งๆ ไม่มีม่านหรือฉาก ลูกคู่ขึ้นไปนั่งล้อมวงร้องรับและตบมือ โยกตัวเข้ากับจังหวะดนตรี ส่วนผู้ร้อง หรือผู้โต้กลอนจะลุกขึ้นยืนข้างๆ วงลูกคู่ ถ้ากรณีมีการประชันกันแต่ละคณะจะขึ้นนั่งบนเวทีด้วยกัน แต่ล้อมวงแยกกัน การแสดงก็ผลัดกันร้องทีละรอบ ทั้งรุกทั้งรับเป็นที่ครึกครื้นสบอารมณ์ผู้ชม

              ลิเกฮูลู คณะอีแกมะฮ ในตำบลอัยเยอร์เวง ก่อตั้งโดยนายมะเย็ง ดอเลาะ ซึ่งตั้งแต่จำความได้นายมะเย็ง ดอเลาะ ก็เห็นบิดาเล่นลิเกฮูลูแล้ว โดยบิดาจะเล่นกันสนุกๆแบบไม่จริงจัง เล่นตามงานประเพณีในหมู่บ้าน หมู่ที่ 3 บ้าน กม.36 ต.อัยเยอร์เวง อ.เบตง จ.ยะลา รวมไปถึงหมู่บ้านใกล้เคียงในตำบลอัยเยอร์เวง ดังนั้นนายมะเย็ง ดอเลาะ จึงได้รับอิทธิพลการละเล่นลิเกฮูลู จากคนในครอบครัวคือบิดา
ในปี พ.ศ. 2522 ขณะนายมะเย็ง ดอเลาะ ขณะอายุได้ 30 ปี จึงได้จัดตั้งคณะลิเกฮูลูเป็นของตนเอง โดยมีสมาชิกเริ่มต้นจำนวน 15 คน ซึ่งส่วนใหญ่สมาชิกจะเป็นคนในพื้นที่ จึงเริ่มซ้อมการละเล่นและรับแสดงในงานแต่งงาน งานประเพณี หรืองานกิจกรรมสังสรรค์ต่างๆ แต่ยังไม่มีเยาวชนเข้าร่วมเป็นสมาชิกวง
ต่อมาเมื่อปี พ.ศ. 2546 นายมะเย็ง ดอเลาะได้ฝึกสอนให้ลูกๆหลานๆให้รู้จักศิลปะการละเล่นลิเกฮูลู เพราะเด็กๆมีความสนใจ อยากเข้าร่วมเป็นสมาชิกวงลิเกฮูลู โดยในระยะแรกจะฝึกการร้องเพลงก่อน และคัดเลือกคนที่มีหน่วยก้านดี แก้วเสียงใส จากนั้นก็วางตำแหน่ง อุปกรณ์เครื่องดนตรีตามความสนใจ และเมื่อได้ลงมือฝึกฝนจึงทำให้สามารถคัดเลือกคนที่มีพรสวรรค์ เป็นสมาชิกวงลิเกฮูลู ฝึกซ้อมทุกวันในช่วง พร้อมๆกับเปิดโอกาสให้ ออกแสดงในงานที่มีหน่วยงานราชการติดต่อมา

                จากวันนั้นถึงวันนี้ คณะลิเกฮูลูมีสมาชิกทั้งหมดประมาณ 25 คน ประกอบด้วยผู้ใหญ่ 13 คน เยาวชน 12 คน ผ่านการแข่งขันระดับจังหวัด จนได้รับรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 3 ระดับจังหวัดยะลา และล่าสุดได้รับรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 4 ระดับ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ของศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้เลยทีเดียว 
นายมะเย็ง ดอเลาะ เคยบ่นๆว่าอยากจะได้เวทีขนาดมาตรฐาน เอาแบบมีหลังคาโค้งด้วย จะได้ไม่ต้องลำบากไปเช่าเขา หรือ ต้องเปียกเวลาฝนตก รวมไปถึงอยากได้เครื่องเสียงดีๆ ที่ไม่ต้องหน้าแตก หรือโดนหัวเราะเวลาแสดง แถมสามารถหารายได้จากค่าเช่า เวทีและเครื่องเสียง ไว้เลี้ยงข้าวสมาชิกของคณะ เวลาเดินทาง หรือเวลาซ้อม 
                 นายมะเย็ง ดอเลาะนั้น เคยกล่าวอย่างน้ำตาคลอว่า “ผม ไม่มีอะไรหรอก แค่อยากให้เด็กๆ ได้สืบทอด ได้เล่นกันต่อไป ผมไม่นานก็ไปแล้ว ก็จะทำให้ดีที่สุด เท่าที่จะมีลมหายใจ” นั่นคือ ปณิธาน ของผู้เฒ่า ที่จากไปไม่หวนกลับ คงจะต้องฝากไว้กับลูกหลานของ เปาะวอเย็ง หรือ นายมะเย็ง ดอเลาะ ว่าจะทำให้ เปาะวอ สมหวังดังปณิธานได้หรือไม่อย่างไร ..ศณีรา รายงาน.



ก่อเกิดใหม่ ลิเกฮูลู คณะอีแกมะฮ

เสียงอ้อนวอนจาก ลิเกฮูลู อีแกมะห์ (ปลาทอง)

โดย ศณีรา

 

กลับไปที่ www.oknation.net