วันที่ ศุกร์ มกราคม 2562

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

หมีน้อยได้อะไรจากการไปญี่ปุ่น...ความสนุกหรือปัญหา ( ตอนจบ)


  ต่อจากตอนที่แล้วเลยนะคะ

       พี่หมีใหญ่เขาตั้งใจจะพาน้องไปโตเกียวกับเมืองใกล้ๆที่สามารถไปเช้าเย็นกลับเข้าที่พักได้   เพื่อจะไม่ให้ลำบากในการย้ายที่พักบ่อยๆ   พี่หมีใหญ่บอกน้องจะได้ไม่เหนื่อย  พี่หมีใหญ่เขาวางแผนไว้หมดตั้งแต่อยู่ที่เมืองไทยแล้วว่าตลอดเวลาที่อยู่ที่ญี่ปุ่นเขาจะพาน้องไปเที่ยวที่ใดบ้างเพราะเป็น "ทริปเพื่อน้องโดยเฉพาะ"  แม้ว่าจะเป็นสถานที่ที่พี่หมีใหญ่เคยไปมาแล้วก็ตาม  เป็นการตัดสินใจและวางแผนร่วมกัน  หมีน้อยอยากไปไหนอยากดูอะไร  พี่หมีใหญ่เขาจะจัดให้เลยว่า  วันนี้เดินทางเส้นนี้จะผ่านสถานที่ใดบ้าง   ตารางการเดินทางจึงแน่นเอี้ยดในแต่ละวัน   จะกำหนดแผนการเดินทางไว้ว่า  ตรงนี้ต้องเดินนะ  ตรงนี้ต้องขึ้นรถไฟนะ  พี่หมีใหญ่วางแผนทุกอย่างโดยหมีน้อยเห็นชอบด้วยทุกประการ  เมื่อวางแผนกันแบบนี้จึงไม่มีปัญหาที่ทำให้ขัดแย้งกัน  ไม่ว่าจะเรื่องการเดินทาง  การกินอาหาร  สถานที่ แม้กระทั่งการใช้เงิน  ไม่มีเรื่องที่จะทำให้ผิดใจกันได้เลย  จะมีก็แต่ความเหนื่อยอ่อนของการเดินทาง   เนื่องจากบางวันไปในสถานที่เส้นทางที่ต้องเที่ยวในวันเดียว   จะได้ไม่มีการย้อนไปย้อนมา   ถ้าวันไหนเจอแบบนี้ก็จะเหนื่อย   เพราะพี่หมีใหญ่จะพาเดินชมสถานที่อย่างละเอียดลออ  เก็บทุกเม็ด   

      ส่วนแม่หมีเองก็จะรอเวลาเย็นๆเพราะคิดว่าเวลานี้ลูกจะกลับเข้าที่พักแล้ว   จะได้ติดต่อพูดคุยกันแบบเปิดวิดีโอคอล  ส่วนใหญ่หมีน้อยก็จะเป็นฝ่ายเล่าให้ฟัง   ส่วนพี่หมีใหญ่นั้นจะพูดน้อยมาก   แต่จากสีหน้าของพี่หมีใหญ่ทำให้เรารู้ว่า   พี่หมีใหญ่เหนื่อยมาก   ส่วนเจ้าหมีน้อยอาจมีหน้าเพลียๆบ้างแต่ก็ดูแฮปปี้กับการเที่ยวดี    แม่หมีสัมผัสได้ว่า  มันต้องมีเรื่องอะไรแน่ๆที่ทำให้พี่หมีใหญ่หนักใจ  แม่หมีกังวลใจแต่ยังไม่ควรถาม  แม่หมีเฝ้ารอ....  รอให้พวกเขากลับมาแล้วเราจะคุยกัน   จึงได้แค่พูดว่า  "สนุกมั๊ยครับลูก, เดินทางกันเหนื่อยสิเนี่ย, นอนพักนะครับพรุ่งนี้ตื่นมาจะได้สดชื่นจะได้เที่ยวต่อ, เก็บเกี่ยวประสบการณ์มาเยอะๆนะครับ, โชคดีนะครับลูก ,ไปไหนก็ขอให้ปลอดภัยขอพระเจ้าคุ้มครองให้ลุกของแม่ปลอดภัย , แม่คิดถึงลูกจัง,แม่นับวันที่ลูกกลับทุกวันเลย "   พูดประมาณนี้ทุกเย็นค่ะ

      เมื่อทริปจบลงลูกๆกลับมาถึงบ้านด้วยความปลอดภัย   เขามาถึงบ้านตอนตี1 ซึ่งเป็นวันที่12 ธันวาคม แม่หมีลุกขึ้นมาทักทายแล้วก็นอนหลับต่อ    รอให้ลูกๆหายเหนื่อยแล้วค่อยคุยกัน   ลูกๆเขาหยุดงานอีก 1 วัน   จนกระทั่งหลังอาหารมื้อเที่ยง    แม่หมีถามว่า " พร้อมที่จะเล่าให้แม่ฟังหรือยัง"  

                       ลูกๆบอก "ได้เลยครับ"

                       แม่หมีถาม  "ไปเที่ยวมาสนุกมั๊ยลูก"

                       หมีน้อยตอบ  "สนุกครับ"  แล้วแม่หมีก็ถามเรื่องดินฟ้าอากาศ  เสื้อผ้ากันหนาวที่เอาไปพอมั๊ย   ไปเที่ยวไหนบ้าง บลาๆๆๆ 

                       แล้วแม่หมีก็ถามเรื่องที่คาใจ   " มีทะเลาะกันบ้างมั๊ยครับ"

                      หมีน้อยหันไปถามพี่หมีใหญ่  " เรามีทะเลาะกันมั๊ย"

                      พี่หมีใหญ่  "ไม่มีนะ"

                      แม่หมียิงคำถาม  " แต่แม่ดูหน้าลูก (พี่หมีใหญ่) แม่ว่าลูกหน้าเหนื่อยมากๆ  มีอะไรกดดันหรือเครียดบ้างมั๊ย  แม่ดูจากโทรศัพท์  หน้าลูกมันฟ้อง "

                      พี่หมีใหญ่  "ก็มีนะ  แต่ไม่รู้จะเล่าให้ฟังดีมั๊ย"    หมีน้อยทำหน้างงๆ  พี่หมีใหญ่ทำหน้าพยักเพยิดไปทางหมีน้อยเหมือนจะบอกเป็นนัยๆว่า  เรื่องน้องนั่นแหล่ะ

                       แม่หมีหันไปมองหน้าหมีน้อย   " หมีน้อย  ลูกพร้อมที่จะฟังพี่พูดมั๊ย  อันนี้คือแม่ขอฟังจากพี่หมีใหญ่ก่อนนะ  ลูกยังไม่ต้องพูด  ให้พี่พูดให้จบก่อน  ลูกค่อยพูด  ตกลงนะครับ"  

             หมีน้อยพยักหน้า  ครอบครัวเราจะเป็นแบบนี้ค่ะ  ให้ทุกคนได้พูดในมุมมองของตัวเองนั่งฟังห้ามขัด  รอให้อีกฝ่ายพูดจบถึงจะถึงคราวที่ตนเองพูดบ้าง  จะชี้แจง จะแก้ต่างได้หมด  โดยฝ่ายแรกก็จะรับฟัง   แล้วแม่หมีก็จะรับฟังแล้วมาสรุปอีกที  ใครผิดใครถูกค่อยมาคุยกันแล้วจะปรับความเข้าใจกัน   แล้วถ้าผิดก็ขอโทษกัน   ดังนั้นสองคนพี่น้องก็จะได้เคลียร์ใจกัน  แล้วไม่มีการเก็บเรื่องราวไปไว้ในใจให้ตกตะกอนจนเป็นปัญหาในอนาคต  นี่ล่ะค่ะวิธีเลี้ยงลูกของแม่หมี   แม่ลูกก็เป็นแบบนี้เช่นกัน  มุมมองของแม่ มุมมองของลูก  ต้องเคลียร์ให้ชัดเจนค่ะ

             เมื่อหมีน้อยพร้อมที่จะรับฟัง  พี่หมีใหญ่ก็เริ่มพูด   เขาบอกตลอดเวลาที่ผ่านมาตั้งแต่ขึ้นเครื่อง  น้องเริ่มมีอาการเครียด อาการกังวล  ยิ่งเมื่อถึงญี่ปุ่นน้องไม่เหมือนน้องที่อยู่ที่เมืองไทย   ดูน้องมึนงง   พี่หมีใหญ่ต้องคอยดูแลน้องทุกเรื่อง      ทำให้พี่เหนื่อยมากๆ  จะพูดเลยก็อาจแรงไปก็เลยเก็บเอาไว้ในใจ   กะจะหาโอกาสพูดก็เกรงจะเสียบรรยากาศ  หากน้องนอยด์มากๆ  เดี๋ยวก็จะเป็นปัญหา  ดีที่สุดคือเก็บไว้ก่อนแล้วค่อยมาเล่าให้แม่ฟังให้แม่เป็นคนจัดการแล้วกัน   แม่หมีก็ปล่อยให้พี่พูดจนจบแล้วก็หันมาบอกหมีน้อย

              แม่หมีฟังหมีใหญ่จบแล้วก็หันมาพูดกับหมีน้อย   " หมีน้อยพูดบ้างครับ"   หมีน้อยเขาก็เล่าให้ฟังทั้งหมดว่า  ทำไมเขาถึงทำแบบนั้น  ทำไมเขาต้องถาม  ทำไมเขาต้องบอกทุกครั้งที่เขาจะเดินไปที่ไหน   ซึ่งพอแม่หมีได้ฟัง    แม่หมีก็สรุปได้ว่า  จากมุมของพี่หมีใหญ่  พี่หมีใหญ่อยากให้น้องทำทุกอย่างได้ด้วยตนเอง  ให้รู้จักสังเกตและมองดูว่าพี่หมีใหญ่ทำอย่างไร  คนอื่นๆทำอย่างไร  แต่มุมมองของหมีน้อย  ด้วยความที่เป็นออทิสติกซึ่งจะมีปัญหาเรื่องการปรับตัว  ปัญหาเรื่องสภาพแวดล้อมที่ไม่คุ้นเคย   ภาษาญี่ปุ่นก็พูดไม่ได้  คนญี่ปุ่นก็ไม่ใช้ภาษาอังกฤษอีก  การที่จะพูดจะต่อราคา  หรือจะสั่งอาหารหมีน้อยไม่สามารถ  ที่สำคัญกลัวพลัดหลงจากพี่   ในขณะที่พี่หมีใหญ่พูดอ่าน เขียนภาษาญี่ปุ่นได้บ้าง   น้องก็เลยไม่มั่นใจและเหมือนต้องขอความช่วยเหลือจากพี่หมีใหญ่ตลอดเวลา  ซึ่งพี่หมีใหญ่ก็ต้องมีหน้าที่ต้องดูแลน้องให้ปลอดภัยจึงเป็นภาระที่หนักอึ้ง  ถ้าดูแลน้องไม่ได้น้องหลงทางน้องจะทำยังไง   ซึ่งก่อนไปพี่ก็สอนภาษาญี่ปุ่นง่ายๆ  เช่นสถานีตำรวจ  สถานฑูต  และสั่งหมีน้อยว่าถ้าหลงทางให้อยู่กับที่   ไม่ต้องตกใจตั้งสติ  ถ่ายภาพส่งมาให้ดูว่าอยู่ที่ไหนหรือโทรมาบอกแล้วพี่จะไปหาน้องเอง   แต่ด้วยหมีน้อยไม่อยากหลงทางจึงเกาะพี่แจ

              แต่ในความกังวล  ในปัญหาที่เกิดขึ้น  แม่หมีเห็นความรักที่พี่ชายมีต่อน้อง   เห็นความอดทนที่จะไม่เม้งแตกใส่น้อง   แม่หมีคิดไม่ผิดเลยค่ะที่จะให้ทริปนี้เป็นทริปที่มีแต่สองคนพี่น้อง   แม่หมีเชื่อว่า  ในวันที่แม่หมีไม่อยู่  พี่หมีใหญ่จะดูแลน้องได้เป็นอย่างดี  และน้องก็จะเป็นน้องที่ดี  ขอแค่อย่าเก็บงำความรู้สึกไม่ดีให้ตกตะกอนในใจ  มันจะทับถมจนเป็นความรู้สึกที่ไม่ดี  แม้จะมีปัญหาแต่สองคนพี่น้องก็แฮปปี้กับการได้ไปเที่ยวด้วยกัน   เมื่อเข้าใจแบบนี้  แม่หมีก็ขอบคุณพี่หมีใหญ่ที่เต็มใจพาน้องไปท่องโลกกว้าง  และอดทนดูแลน้องจนปลอดภัย   และไม่ลืมที่จะบอกหมีน้อยให้ไหว้และขอบคุณพี่หมีใหญ่สำหรับทุกเรื่องที่ผ่านมา   ความจริงพี่หมีใหญ่เขาจะอยู่สบายๆโดยไม่พาน้องไปก็ไม่มีใครว่า  แต่นี่คือเขาตั้งใจและอยากให้น้องได้เห็นในสิ่งที่น้องชอบ    ขอบคุณนะครับลูก  และนี่คือสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับการไปญี่ปุ่นของหมีน้อย  นอกจากการได้เที่ยว  ได้เห็นอะไรแปลกใหม่  ได้มีประสบการณ์หลากหลาย  เราได้เห็นปัญหาที่เกิดขึ้นและเราพร้อมที่จะแก้ไขและฝึกฝนเขาให้ดีขึ้น   ถ้าไม่ได้ไปเที่ยวและพี่หมีใหญ่ไม่เอาใจใส่น้องเราก็จะไม่เห็นปัญหาที่เกิดขึ้นเลย  "ขอบคุณมากๆนะครับ  พี่หมีใหญ่  พี่ชายที่แสนดี"

                     แม่หมีถามพี่หมีใหญ่ว่า  "จะมีทริปต่อไปมั๊ยลูก "

                     พี่หมีใหญ่ตอบ  " ขอคิดดูก่อนนะแม่  ขอพักเหนื่อยก่อน "   นั่นสิ  55555

                                                       ---------------------------------------

     คำสารภาพจากหมีน้อย ( ความคิดของออทิสติกคนนี้)

             แม่หมีถามเขาว่า  " ลูกพอจะบอกแม่ได้มั๊ย  สำหรับความรู้สึกของลูกที่มาอยู่ในโลกของคนปกติ  แม่อยากรู้ว่าลูกมีความสุขมั๊ย "

             หมีน้อย   " ก็มีความสุขบ้าง ไม่มีความสุขบ้าง  เท่าที่จำได้  หมีน้อยว่าโลกของหมีน้อยไม่สับสนวุ่นวาย หมีน้อยชอบอยู่เงียบๆ  ชอบคิดอะไรทำอะไรที่คิดว่า หมีน้อยไม่เจ็บปวด   วาดรูป  อ่านหนังสือ  เปิดคอมพ์ดูอะไรที่หมีน้อยชอบ "                     

              แม่หมี   " แสดงว่าโลกของลูก   ดีกว่ามากเลยใช่มั๊ย "

             หมีน้อย  " ครับ  โลกข้างนอกมีแต่คนที่ดีบ้าง ไม่ดีบ้าง แต่ร้ายที่สุดคือแกล้งกัน  ทำร้ายกัน  บางทีมาว่าเรามาตัดสินเราทั้งๆที่หมีน้อยไม่เคยคิดร้ายกับใคร   บางครั้งหมีน้อยก็รู้สึกว่าตัวเองต้องทำแบบคนปกติ  คือใส่หน้ากากเข้าหากัน  ไม่ชอบเลยจริงๆ  "

             แม่หมี   " ขอบคุณที่ลูกบอกแม่  แม่ถามเพราะคิดว่าหมีน้อยโตพอที่จะเล่าความรู้สึกของลูกได้   แม่เข้าใจแล้วล่ะว่า  ทำไมเด็กออทิสติกบางคนจึงร้องไห้เอะอะโวยวายแล้วกลับไปอยู่ในโลกของตนเอง  เพราะเขารู้สึกปลอดภัยในโลกของเขานี่เอง "

            แม่หมีกอดหมีน้อย   " แม่คิดผิดใช่มั๊ย  ที่แม่พยายามพาลูกออกมาจากโลกของลูก  เพราะแม่รวมทั้งหมอและใครๆต่างคิดว่า  นั่นคือสิ่งที่ถูกต้อง  แต่มันก็คือโลกใบใหม่ที่ลูกต้องอยู่กับมันให้ได้   แต่ถ้าลูกจะกลับไปอยู่ในโลกใบเดิมของลูกมันก็ไม่ได้เพราะแม่ได้ทำลายโลกใบนั้นของลูกไปแล้ว   ขอโทษนะครับลูก  เมื่อออกมาแล้วลูกก็ต้องเดินต่อไปไม่มีใครไม่เจอปัญหา  ไม่มีใครที่จะไม่เจ็บปวด  คนปกติก็เช่นกัน  แต่ลูกก็ต้องปรับตัวเข้ากับทุกสิ่งให้ได้   แม่เอาใจช่วยนะครับ  อย่างน้อยโลกใบนี้ก็มีคนที่รักลูกและให้กำลังใจลูกเสมอมา   อย่างคนในโอเคเนชั่นนี่ไงครับ  ลุง ป้า น้า อา  ผู้คนที่แวะเวียนมาอ่านทุกคนต่างเอาใจช่วยหมีน้อยของแม่กันทั้งนั้นเลย  สู้ๆนะครับ  หมีน้อยของแม่"                      

          หมีน้อยพยักหน้าตอบเบาๆว่า  " ครับ  หมีน้อยจะสู้ต่อไปครับ"

          ค่ะ   คำสารภาพของหมีน้อยทำให้เราเข้าใจเขามากขึ้น  โลกใสบริสุทธิ์ไม่มีอีกแล้ว  แต่หนุ่มคนนี้ก็พร้อมที่จะเดินต่อไป  อาจยาก อาจลำบาก  อาจต้องเสียใจ  ยังไงส่งกำลังใจให้เจ้าหมีน้อยของพวกเรานะคะ

                                             แม่หมี (แม่ที่พรากลูกมาจากโลกใบน้อยของเขา  ฮือๆๆๆ)

      มาดูรูปภาพกันค่ะ  


         ไม่บรรยายภาพนะคะ  แต่หมีน้อยเล่าว่าพี่พาน้องไปศาลเจ้ายาซูกูนิ ไปดูพิพิธภัณฑ์แสดงเครื่องบินรบ,รถถัง ,อาวุธยุทโธปกรณ์สมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 , ไปสักการะกันดั้ม ( เจ้าหุ่นยักษ์จากการ์ตูนเรื่องกันดั้มที่หมีน้อยจำชื่อได้ทุกตัว  ตั้งแต่สมัยที่เขายังไม่เกิดจนปัจจุบัน)  , ไปขึ้นโตเกียวสกายทรี (ซึ่งโชคดีมากๆฟ้าเปิด  เลยมองเห็นวิวด้านล่าง และที่สุดๆคือได้เจอนิทรรศการจากการ์ตูนเรื่องดราก้อนบอล)  ,ไปคามาคูระเพื่อชมพระไดบุตสึ , อะควาเรียม, พิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์  เจอหุ่นอาซิโม (หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ หรือหุ่นยนต์เลียนแบบมนุษย์ของบริษัทฮอนด้า) , ไปดูรถโบราณของบริษัทโตโยต้า ,ไปหลายศาลเจ้า หลายวัดและอื่นๆอีกหลายแห่ง  เรียกว่า  พี่หมีใหญ่พาน้องเที่ยวเยอะมาก  และให้เวลาน้องได้ดื่มด่ำกับบรรยากาศ ได้ซึมซับอารยธรรม  ได้พาน้องไปกินอาหารทั้งร้านอาหารและสตรีทฟู้ด  เรียกว่าเต็มอิ่มและเหนื่อยมากๆ  และเหนืออื่นใดตลอดทริปพี่หมีใหญ่เก็บอาการที่กังวลเรื่องปัญหาของน้องไว้ตลอด  เหนื่อยทั้งกายทั้งใจ   ขอบคุณมากๆครับพี่ชายที่แสนดีที่ดูแลน้องเป็นอย่างดี  ลูกอดทนกับน้องมากๆ   แม่หมีคงวางใจได้  "ขอให้เป็นพี่น้องที่รักกันและดูแลกันแบบนี้ต่อไปนะครับ   รักลูกมากๆเลยครับ"

        เมื่อกลับมาถึงเมืองไทย   หมีน้อยปวดฝ่าเท้ามากค่ะคงเป็นเพราะเดินเยอะมาก   เลยต้องพาไปหาหมอ  หมอบอกเป็นโรคเท้าแบน  555 เหมือนแม่หมีเลย ก็เลยต้องซื้อแผ่นรองเท้าสำหรับคนเท้าแบนให้ใส่  และคงต้องซื้อรองเท้าเพื่อสุขภาพให้ใส่  

        การไปเที่ยวครั้งนี้เรียกว่าได้รู้อะไรมากมายทั้งปัญหาที่เกิด  คงต้องไปอีกค่ะ  หมีน้อยจะได้เก่งมากขึ้น  ส่วนคนพาไปตอนนี้ขอพักก่อน  เหนื่อยจริงๆ  ครอบครัวหมีของเรายังคงจับมือเดินกันต่อไป   ปัญหาที่เจอก็จะค่อยๆแก้ไข  ปัญหามีไว้ให้แก้ชิมิๆ

                                            ----------------------------------------------------------------

          เรื่องเก่าของหมีน้อยเมื่อครั้งท่องโลกครั้งแรกกับอาจารย์และเพื่อนๆ ตอนเรียนอยู่ปี1 คลิกที่ชื่อเรื่องได้เลยค่ะ

หมีน้อยตะลุยรั่ว...ทั่วเกาหลี(ตอน 1 "ก่อนไป")

หมีน้อยตะลุยรั่ว...ทั่วเกาหลี(ตอนที่ 2 ของฝาก)

หมีน้อยตะลุยรั่ว...ทั่วเกาหลี(ตอนที่ 3 เจอ..เบยองจุน)

หมีน้อยตะลุยรั่ว...ทั่วเกาหลี(ตอนที่ 4 รั่วแล้วครับ)

หมีน้อยตะลุยรั่ว...ทั่วเกาหลี(ตอนที่5 ไม่แม่รั่วก็ลูกรั่ว...)

หมีน้อยตะลุยรั่ว...ทั่วเกาหลี(ตอนที่ 6 Technology of Korea)

 

 


                 

โดย แม่หมี

 

กลับไปที่ www.oknation.net