วันที่ จันทร์ มกราคม 2562

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

พระราชาธิบดีมาเลเซียประกาศสละราชสมบัติ เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์


 โดย: ผู้จัดการออนไลน์
 
 
 
<i>สมเด็จพระราชาธิบดีมูฮัมหมัดที่ 5 กษัตริย์องค์ที่ 15 ของมาเลเซีย  (ภาพจากแฟ้มถ่ายเมื่อ 17 ก.ค. 2018) </i>
 
สมเด็จพระราชาธิบดีมูฮัมหมัดที่ 5 กษัตริย์องค์ที่ 15 ของมาเลเซีย
(ภาพจากแฟ้มถ่ายเมื่อ 17 ก.ค. 2018)

 

แถลงการณ์ของสำนักพระราชวังแห่งชาติระบุว่า การสละราชย์นี้มีผลในทันที แต่ไม่ได้ให้เหตุผลใดๆ

เมื่อ 1 สัปดาห์ที่ผ่านมา สมเด็จพระราชาธิบดีพระองค์นี้ซึ่งทรงมีพระชนมายุ 49 พรรษา เพิ่งกลับมาทรงประกอบพระราชกรณียกิจอีกครั้งหนึ่ง ภายหลังทรงลาประชวรเป็นเวลา 2 เดือน
 
ขณะที่ในเดือนธันวาคมปีที่แล้ว สื่อสังคมมีการเผยแพร่ภาพที่อ้างกันว่า เป็นพิธีอภิเษกสมรสของพระองค์กับอดีตมิสมอสโกที่รัสเซีย โดยที่สำนักพระราชวังไม่เคยออกมาแถลงแสดงความเห็นใดๆ เกี่ยวกับภาพเหล่านี้หรือรายงานข่าวเรื่องพิธีอภิเษกสมรส

มาเลเซียมีระบบกษัตริย์ภายใต้รัฐธรรมนูญ โดยที่สุลต่านผู้ครองรัฐ 9 รัฐของมาเลเซีย จะหมุนเวียนกันขึ้นเป็นสมเด็จพระราชาธิบดีของประเทศวาระละ 5 ปี

แถลงการณ์ของสำนักพระราชวังบอกว่า สมเด็จพระราชาธิบดีมูฮัมหมัดที่ 5 ซึ่งเดิมเป็นสุลต่านแห่งรัฐกลันตัน และเสด็จขึ้นครองราชย์เมื่อเดือนธันวาคม 2016 นั้น ทรงซาบซึ้งในโอกาสที่ได้รับจากสภาสุลต่านผู้ปกครองรัฐ และทรงขอบพระทัยนายกรัฐมนตรีตลอดจนรัฐบาลที่ให้ความร่วมมือในระหว่างที่ทรงครองราชย์

สำนักพระราชวังกล่าวในแถลงการณ์ว่า พระองค์ “พร้อมที่จะกลับบ้านสู่รัฐกลันตัน เพื่ออยู่ร่วมกับรัฐบาลของรัฐและ ... ประชาชนชาวกลันตัน”

แถลงการณ์ไม่ได้ระบุว่า สภาของสุลต่านผู้ปกครองรัฐ จะประชุมกันเพื่อคัดเลือกพระราชาธิบดีองค์ต่อไปกันเมื่อใด แต่ในระหว่างที่กษัตริย์มูฮัมหมัดที่ 5 ทรงลาประชวรนั้น สุลต่านแห่งรัฐเปรัก เป็นผู้ปฏิบัติกรณียกิจต่างๆ แทนพระองค์


<i>สมเด็จพระราชาธิบดีมูฮัมหมัดที่ 5 แห่งมาเลเซีย (ขวา) และนายกรัฐมนตรีมหาเธร์ โมฮาหมัด  ระหว่างพิธีเปิดรัฐสภาในกรุงกัวลาลัมเปอร์ เมื่อวันที่ 17 ก.ค. 2018 </i>
 
สมเด็จพระราชาธิบดีมูฮัมหมัดที่ 5 แห่งมาเลเซีย (ขวา)
และนายกรัฐมนตรีมหาเธร์ โมฮาหมัด
ระหว่างพิธีเปิดรัฐสภาในกรุงกัวลาลัมเปอร์ เมื่อวันที่ 17 ก.ค. 2018
 
 

ก่อนหน้านี้ หนังสือพิมพ์นิวสเตรทส์ไทมส์รายงานว่า มีความตึงเครียดระหว่างทางพระราชวังกับรัฐบาลของนายกรัฐมนตรีมหาเธร์ โมฮาหมัด ซึ่งนำฝ่ายค้านชนะการเลือกตั้งในเดือนพฤษภาคมปีที่แล้ว

มหาเธร์ ที่ขึ้นชื่อลือชาในเรื่องการมีความสัมพันธ์อันไม่ราบรื่นกับทางพระราชวังในระหว่างเวลา 22 ปีแห่งการดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีสมัยแรกของเขา กล่าวในบล็อกซึ่งโพสต์เมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่า ทุกๆ คน “ตั้งแต่สุลต่านผู้ปกครองจนถึงนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรี รวมทั้งข้าราชการพลเรือนและพลเมืองสามัญธรรมดา” ต่างต้องขึ้นต่อต้องปฏิบัติตามกฎหมาย ทั้งนี้เขาไม่ได้พูดอะไรให้ชัดเจนกว่านี้

ในเดือนมิถุนายนปีที่แล้ว รัฐบาลกับทางพระราชวังเผชิญภาวะอับจนไร้หนทางอยู่เป็นเวลาเกือบๆ 2 สัปดาห์ ในเรื่องแผนการแต่งตั้งบุคคลที่ไม่ใช่ชาวมาเลย์ขึ้นดำรงตำแหน่งอัยการสูงสุด แต่ในที่สุดสมเด็จพระราชาธิบดีก็ทรงลงพระปรมาภิไธยแต่งตั้ง ถึงแม้เหตุการณ์นี้กลายเป็นการเติมเชื้อเพลิงให้แก่ความตึงเครียดระหว่างคนเชื้อชาติต่างๆ ในมาเลเซีย
 
 
ขอบคุณ MGR Online
 
สิริสวัสดิ์จันทรวารค่ะ

โดย vinitvadee

 

กลับไปที่ www.oknation.net