วันที่ อังคาร มกราคม 2562

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ปฏิทินเดือนกุมภาพันธ์ที่บอกให้แชร์ต่อ


 

ของปีที่แล้ว  ปีนี้คงมาอีก
แบบ Reuse Recycle Reprocess Reproduct
ประดิษฐ์วาทกรรมซ้ำ ๆ 
หรือปรับปรุงข้อความใหม่อีกรอบ
แล้วบอกต่อ บอกต่อ ให้คนแชร์กัน


โดยทั่วไปเดือนหนึ่งมักจะมี 4 สัปดาห์ เศษ
เดือนกุมภาพันธ์ที่มี 28 วัน
จะลงตัวที่ 4 สัปดาห์พอดี
หรือ 4x7 = 28  ลงตัวพอดี
ดังนั้นจึงจะมีครบทุกวันในแต่ละสัปดาห์
ตามตัวอย่างปฏิทิน  หรือ กะดิทิน ภาษาปากของชาวบ้าน
ยกเว้นปีที่มี 29 วันที่จะมีวันเกิน
ไม่ลงตัวพอดีแบบ คำโฆษณาชวนเชื่อ


โปรดหยุดแชร์ได้แล้วครับ

เพราะจะทำให้ Server Line ทำงานหนักขึ้น
และเครื่องของแต่คนจะมีแต่ข้อมูล
เต็มไปด้วยข้อมูลขยะแบบ Junk Mail



 
 
 
 
 
 
 
 
 







เรื่องเล่าไร้สาระ


ตามตำนานเดือนกุมภาพันธ์เคยมี 30 วัน
Julius Caesar เถลิงอำนาจทรงไม่พอพระทัย
ที่เดือน July ที่มีชื่อของพระองค์
มีแค่ 30 วัน เลยดึงวันที่จากเดือนกุมภาพันธ์มาเพิ่มอีก 1 วัน
ต่อมาจักรพรรดิ์ Augustus ก็ไม่พอพระทัยเช่นกัน
ที่เดือน August ที่มีชื่อของพระองค์
มีแค่ 30 วัน เลยดึงวันที่มาจากเดือนกุมภาพันธ์มาเพิ่มอีก 1 วันเช่นกัน
ทำให้เดือนกุมภาพันธ์เหลือเพียงแค่ 28 วัน
ซึ่งการดึงวันมาถึง 2 วันนี้มีผลทางจิตวิทยามวลชนด้วย
เพราะชาวบ้านไม่อยากให้วันในฤดูหนาวยาวนาน
อยากให้เดือนนี้/ฤดูนี้ผ่านพ้นไปเร็วขึ้นกว่าเดิมด้วย


ต่อมา วันเดือนปีคลาดเคลื่อนไปมาก
เพราะวันที่ในปฏิทินผิดพลาด/ขาดหายไป
ไม่สอดคล้องกับวงโคจรของโลกรอบดวงอาทิตย์
ทำให้วันที่ในปฏิทินเริ่มจะไม่ตรงกับ
วันที่ประกอบพิธีกรรมต่าง ๆ ไม่สอดคล้องกับฤดูกาล
หรือวันเริ่มต้นฤดูกาลในการทำไร่ไถนา/เก็บเกี่ยว
ก็คลาดเคลื่อนไปจากฤดูกาลที่แท้จริงมาก
จนต้องมีการปรับปรุงปฏิทินใหม่โดยพระบัญชาของ
พระสันตปาปา Gregory XIII
ที่ใช้กันมาจนทุกวันนี้ด้วยการทำให้วัน/เดือนหายไป
แต่พระองค์ไม่ลดวันที่ใน 2 เดือนก่อน (July August)
เพียงแต่เพิ่มวันที่ในกุมภาพันธ์แทน
เพื่อทดแทนจำนวนชั่วโมง/วันที่อาจจะคลาดเคลื่อน
ด้วยการบวกเพิ่มเข้าอีก 1 วันในเดือนกุมภาพันธ์


เพราะโลกจะมี วงโคจร รอบดวงอาทิตย์
ราว ๆ ปีละ 365.2564 วัน
โดยการกำหนดสูตรคำนวณคือ 
วันที่ 29 กุมภาพันธ์ เรียกวันนี้ว่าเป็นวัน อธิกวาร (leap day) 
ในปฏิทิน Gregorian ปี ค.ศ. ที่หารด้วย 4 ลงตัวจะมีอธิกวาร 
แต่ปี ค.ศ. ที่หารด้วย 100 ลงตัวไม่มีอธิกวาร 
ยกเว้นปี ค.ศ. ที่หารด้วย 400 ลงตัวจะมีอธิกวาร 
ปีที่มีอธิกวารเรียกปีอธิกสุรทิน
ถ้าไม่ทำเช่นนี้  วันเดือนปียิ่งคลาดเคลื่อนเร็วขึ้น
แบบจำนวนวันจะสะสมมากขึ้นไปเรื่อย ๆ





ปีอธิกมาส Credit  : https://bit.ly/2Fd5Mv5


ส่วนวันในจันทรคติมีแค่ 29.5 วัน (29.530589 วัน) 
ตามปฏิทินที่ดูดวงจันทร์เป็นหลักนั้น
จะมี 1 เดือนเท่ากับ 29.5 วัน พอครบ 12 เดือน 
ก็จะนับวันทั้งหมดได้ 354.37 วัน 
แต่ใน 1 ปีนั้นโลกโคจรรอบดวงอาทิตย์
จะใช้เวลาถึง 365 วัน (365.2564 วัน)
ทำให้วันหายไปปีละ 11 วันเศษ 


ทุก ๆ 3 ปีจึงต้องเพิ่มวันเข้าไปอีก
ก็จะกลายเป็น 33 วัน ก็ไม่ถูกต้องอีก
เพราะตัองให้สอดคล้องกับ 1 เดือนมี 29.5 วัน
เพื่อให้ง่ายต่อการนับ/ดูดวงจันทร์
คนโบราณเลยกำหนดออกมาดังนี้
เดือนคู่ มี 30 วัน –> แบ่งเป็น ข้างขึ้น15 ข้างแรม 15
เดือนคี่ มี 29 วัน –> แบ่งเป็น ข้างขึ้น15 ข้างแรม 14

เพื่อเป็นการแก้ปัญหา เดือนขาดไป 1 เดือน
ถ้าปีไหน เกิดปรากฏการณ์เดือนขาด 
ด้วยการกำหนดให้เป็น ปีอธิกมาส
ให้เพิ่มเดือนที่ 13 เข้ามา เพื่อให้ ชดเชยวันที่หายไป 
และยังทำให้ทุกราศีได้มีวันเพ็ญ 
ซึ่งทำให้ปีอธิกมาสนี้จะมี 384 วัน (384-354=30 วัน)

จะเห็นว่าปีอธิกมาสนั้น 
สมควรจะเกิดทุก ๆ 3 ปี หรือคือ 6 ครั้งใน 18 ปี 
แต่ว่าถ้าคำนวนแบบละเอียดจริง ๆ แล้ว
จะพบว่า ปีอธิกมาสจะเกิด 7 ครั้งใน 19 ปี 
(ทุก 3 ปีบ้าง ทุก 2 ปีบ้าง)

ทำให้ในปีนั้นจะมีวันข้างขึ้นข้างแรมเพิ่มขึ้น
ในไทยแถวบ้านมักจะเรียกว่า 
ปีที่มีการเพิ่มวันอีก 30 วันว่า
เดือน 8  หนสอง หรือวันพระหลัง
ในเดือนที่มีการทำบุญเดือนสิบ
มีผลทำให้ วันเข้าพรรษา ล่าช้าไปอีก 30  วัน
ซึ่งปกติมักจะตกในวันแรม 1 ค่ำเดือน 8 
เพื่อให้ตรงกับวันเริ่มต้นฤดูฝนจริง ๆ 
การบวกวันเพิ่มเข้าไปนั้น 
จะทำให้วันเข้าพรรษาล่าช้าไปอีก 30 วัน
และวันทำบุญเดือนสิบของคนใต้จะช้ากว่าปีทั่วไป 
ถ้าดูตามวันปฏิทินระบบใหม่ Gregorian


ส่วนเศษวันที่ขาดไปอีก 3.5 วัน
จะถูกกระจายลงไปยังปีต่าง ๆ 
โดยจะถูกแจกไปให้กับเดือน 7 
ทำให้เดือน 7 ของปีนั้น ๆ 
จะมีวันข้างขึ้น 15 ข้างแรม 15 (รวม 30 วัน) 
(เดือนคี่ ตามข้อกำหนดจะมี 29 วัน
แบ่งเป็นวันข้างขึ้น 15 ข้างแรม 14)
ทำให้ปีนั้นจะมี 355 วัน จะถูกเรียกว่า  อธิกวาร
ซึ่งปีอธิกวาร จะไม่เกิดทุกปี
มีกฎเกณฑ์การคำนวณต่างหาก
เหตุผลก็เหมือน ๆ กับวันที่ 29 กุมภาพันธ์

สรุปหลักการปฏิทินจันทรคติ

ปีปรกติ (ปรกติวาร)มี 354 วัน
เดือนคู่ มี 30 วัน –> แบ่งเป็น ข้างขึ้น 15 ข้างแรม 15
เดือนคี่ มี 29 วัน –> แบ่งเป็น ข้างขึ้น 15 ข้างแรม 14
ปีอธิกวาร มี 355 วัน (บวก 1 วันให้เดือน 7 –> ข้างขึ้น 15 ข้างแรม 15)
ปีอธิกมาส มี 384 วัน (เพิ่มเตือน 8 หนที่ 2)
ถ้าปีไหนเพิ่มเดือน 8 แล้ว 
ก็ไม่ต้องไปบวกวันให้เดือน 7 
นั่นคือ ให้ทำแค่ปีละอย่างเดียว


มีบางคนระบุว่า ตอนนี้วันแรม 1 ค่ำ
พระจันทร์จะเต็มดวงกว่าวันขึ้น 15 ค่ำ
เพราะรอบระยะเวลานาที
ที่สะสมมานานนับพันปีแล้ว
ทำให้วันทางจันทรคติคลาดเคลื่อน
จนครบเกินกว่า 24 ชั่วโมงไปแล้ว

ทางแก้คือเพิ่มวันเข้าไปอีก 1 วัน
แต่เรื่องแบบนี้พูดง่าย  แต่ทำยากมาก
เพราะจะกระทบกับผู้ที่มีส่วนได้เสียมาก
ในการที่วันเวลาเพิ่มขึ้น กับวันที่เพิ่มขึ้น
มีผลกระทบกับวันที่มีพิธีกรรมทางศาสนา
ที่ยึดถือเอาปฏิทินจันทรคติเป็นหลัก
เช่น ศาสนาพุทธ ศาสนาจูดาห์(ยิว) ศาสนาอิสลาม
เพราะต้องปรับวันเวลาและการคำนวณปฏิทินใหม่
กอปรกับยังไม่มีผู้นำที่มีบารมี/ทรงอิทธิพล
ในการชี้ขาดและคนส่วนใหญ่ยอมปฏิบัติตาม


 
 

 

โดย ravio

 

กลับไปที่ www.oknation.net