วันที่ พฤหัสบดี มกราคม 2562

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

โซนร้อน ‘ปาบึก’ พัดขึ้นฝั่งภาคใต้ฝากอะไรให้คนไทย


ผ่านเคาท์ดาวน์ฉลองปีใหม่กันไม่นานคนไทยทั่วประเทศก็ได้รับข่าวใหญ่เมื่อกรมอุตุนิยมประกาศว่าพายุดีเปรสชั่นบริเวณทะเลจีนใต้ตอนล่างได้ทวีความรุนแรงขึ้นเป็นพายุโซนร้อน “ปาบึก” และจะเคลื่อนลงอ่าวไทยทำให้บริเวณจังหวัดสุราษฎร์ธานีนครศรีธรรมราชพัทลุงสงขลาปัตตานียะลาและนราธิวาสจะมีฝนตกหนักมาก 

ภาพเหตุการณ์ของพายุโซนร้อน “แฮเรียต” ที่พัดถล่มเข้าแหลมตะลุมพุกเมื่อหลายปีก่อน ย้อนกลับมาให้เห็นสภาพความสูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สินของพี่น้องชาวไทยมากมาย สร้างความประหวั่นพรั่นพรึงแก่คนใต้ รวมถึงคนไทยทุกจังหวัดที่เฝ้าดูพายุ “ปาบึก” ด้วยใจจดจ่อและภาวนาไม่ให้ประวัติศาสตร์ซ้ำรอย

เครดิตภาพ https://www.youtube.com/watch?v=K6OCzDzduJw

หลังจากนั้นหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและเอกชนต่างออกมาตรการเพื่อรับมือพร้อมทั้งช่วยเหลือชาวบ้านในพื้นที่เสี่ยงภัยไม่ว่าจะเป็นการอพยพไปในที่ปลอดภัยหรือตั้งศูนย์ช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากพายุปาบึก

โชคดีของประชาชนในพื้นที่ที่เป็นเป้าโจมตีของ “ปาบึก” เพราะความก้าวหน้าของเทคโนโลยี ด้านการประมวลผลพัฒนาขึ้นจากอดีต ทำให้เพิ่มโอกาสในการป้องกัน “ความสูญเสีย” ได้ล่วงหน้าเป็นวันๆ ด้วยการอัพเดตการแจ้งเตือนเป็นระยะๆ ของกรมอุตุนิยมวิทยา และอีกหลายฝ่ายที่ประเมินสถานการณ์จาก “แบบจำลอง” การพยากรณ์อากาศ ทำให้สามารถเตรียมตัวตั้งรับ อพยพ หลีกเลี่ยงความเสียหายได้ล่วงหน้า ซึ่งประชาชนเองก็ให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ นับเป็นตัวอย่างการรับมือสภานการณ์ภัยธรรมชาติ ที่เราทำได้ดีทีเดียว 

ในส่วนของภาคเอกชนค่ายมือถือทั้ง 3 ค่ายนำรถโมบายล์เคลื่อนที่ลงพื้นที่ดูแลสัญญาณในเขตพื้นที่เสี่ยงภัยพายุปาบึกเช่นเดียวกับซีพีเอฟที่มอบไข่ไก่จำนวน 5 หมื่นฟองให้กับเรือหลวงจักรีนฤเบศรเพื่อนำไปประกอบอาหารในครัวลอยน้ำส่งบรรเทาความเดือนร้อนให้กับผู้ประสบภัยตั้งแต่วันแรกที่ปาบึกขึ้นฝั่ง การช่วยเหลืออย่างรวดเร็วของทุกฝ่ายครั้งนี้ ทำให้เราสามารถควบคุมสถานการณ์ให้เกิดการสูญเสียน้อยที่สุดได้สำเร็จ

แม้ตอนนี้ปาบึกจะพัดผ่านประเทศไทยไปแล้ว แต่อิทธิพลของพายุโซนร้อนก็ทิ้งร่องรอยความเสียหายไว้กับหลายจังหวัดทั้งสิ่งปลูกสร้างได้รับความเสียหาย เสาไฟฟ้าหักโค่นน้ำท่วมขังเป็นบริเวณกว้างทั้งที่พักอาศัยและพื้นที่การเกษตรถนนถูกตัดขาดและประชาชนได้รับความเดือดร้อนกว่า 2 แสนครัวเรือน จำนวน 6 แสนคน หลายหน่วยงานจึงลงพื้นที่เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัย ไม่ว่าจะเป็น พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชานายกรัฐมนตรีจะลงพื้นที่.นครศรีธรรมราชเพื่อติดตามการช่วยเหลือผู้ประสบภัยและฟื้นฟูความเสียหายที่เกิดขึ้น รวมถึงสำนักนายกรัฐมนตรีและสถานีโทรทัศน์โมเดิร์นไนน์ที่ได้จัดกิจกรรมรับบริจาคเงินเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากพายุปาบึกโดยใช้ชื่องาน "รวมน้ำใจไทยช่วยวาตภัยใต้" ขณะนี้มียอดบริจาคทะลุ 132 ล้านบาท โดยได้รับความร่วมมือจากหลากหลายองค์กร อีกทั้งกระทรวงพาณิชย์ยังจัดมหกรรม "ซับน้ำตา" เพื่อเปิดโอกาสให้เกษตรกรนำสินค้าทางการเกษตรที่ยังเหลืออยู่หรือผู้ประกอบการชุมชนนำสินค้าที่ผลิตได้และยังมีอยู่มาจัดจำหน่าย

พายุโซนร้อนปาบึกได้พัดผ่านประเทศไทยไปแล้วการขึ้นฝั่งของ “ปาบึก” ไม่ได้ทิ้งไว้แค่ซากปรักหักพังเท่านั้นแต่ยังทิ้งไว้ซึ่งสิ่งดีงาม นั่นคือ การร่วมมือร่วมใจกันของคนไทยทุกหน่วยงานและทุกพื้นที่ที่เข้ามาช่วยเหลือ พร้อมทั้งส่งกำลังใจมาให้กับพี่น้องผู้ประสบภัยอย่างไม่ขาดสายทำให้คิดถึง วลีท่อนหนึ่งของเพลงชาติ ประเทศไทยรวมเลือดเนื้อชาติเชื้อไทย  นี่คงเป็นอีกภาพสะท้อนที่แสดงให้เห็นว่าเมื่อถึงคราวที่เราต้องร่วมมือร่วมใจกันคนไทยก็สามารถรวมพลังออกมาได้เป็นอย่างดี...

โดย ล.ลิงบ้าบอ

 

กลับไปที่ www.oknation.net