วันที่ พฤหัสบดี มกราคม 2562

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

นวัตกรรมไทยเข้มแข็ง ก้าวขึ้น 5 อันดับในเวทีโลก...Bloomberg ได้จัดให้ประเทศไทย...


นวัตกรรมไทยเข้มแข็ง ก้าวขึ้น 5 อันดับในเวทีโลก

สำนักงานข่าว Bloomberg ได้จัดให้ประเทศไทยอยู่ในลำดับที่ 40 ของดัชนีผู้นำด้านนวัตกรรม ปี 2019 (Bloomberg Innovation Index 2019) จากประเทศที่เข้าร่วมการอันดับ 60 ประเทศทั่วโลก โดยขยับขึ้นจากปีที่ผ่านมาถึง 5 อันดับ ในขณะที่ประเทศที่ได้อันดับสูงสุด 3 อันดับแรก ได้แก่ ประเทศเกาหลีใต้ เยอรมนี ฟินแลนด์ ตามลำดับ โดยประเทศเกาหลีใต้เป็นประเทศที่ครองแชมป์เป็นอันดับ 1 มาแล้วถึง 6 ครั้ง




นวัตกรรมไทยเข้มแข็ง ก้าวขึ้น 5 อันดับในเวทีโลก

หนึ่งในเรื่องที่รัฐบาลภายใต้การนำของท่านนายกรัฐมนตรี พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก คือ เรื่องของการสร้างความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทยด้วยการสร้างนวัตกรรม ผ่านการขับเคลื่อนนโยบาย Thailand 4.0 ซึ่งเป็นเรื่องที่น่ายินดีครับว่า ในปีนี้ สำนักงานข่าว Bloomberg ได้จัดให้ประเทศไทยอยู่ในลำดับที่ 40 ของดัชนีผู้นำด้านนวัตกรรม ปี 2019 (Bloomberg Innovation Index 2019) จากประเทศที่เข้าร่วมการอันดับ 60 ประเทศทั่วโลก โดยขยับขึ้นจากปีที่ผ่านมาถึง 5 อันดับ ในขณะที่ประเทศที่ได้อันดับสูงสุด 3 อันดับแรก ได้แก่ ประเทศเกาหลีใต้ เยอรมนี ฟินแลนด์ ตามลำดับ โดยประเทศเกาหลีใต้เป็นประเทศที่ครองแชมป์เป็นอันดับ 1 มาแล้วถึง 6 ครั้ง

ดัชนีผู้นำด้านนวัตกรรม ปี 2019 อาศัยข้อมูลจากหน่วยงานระดับนานาชาติ ทั้ง ธนาคารโลก (World Bank) กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) องค์การทรัพย์สินปัญญาโลก (WIPO) และองค์การเพื่อความร่วมมือและการพัฒนาทางเศรษฐกิจ (OECD) โดยพิจารณาใน 7 ด้านสำคัญ ที่เกี่ยวข้องกับนวัตกรรม ได้แก่

1. เงินลงทุนในการวิจัยและพัฒนา (R&D intensity) พิจารณาจากสัดส่วนร้อยละของจีดีพี

2. มูลค่าเพิ่มเชิงอุตสาหกรรม (Manufacturing value-Added) พิจารณาเป็นสัดส่วนร้อยละของจีดีพีและค่าเฉลี่ย/คน/ปี

3. ผลิตภาพการผลิต (Productivity) พิจารณาจากจีดีพีและรายได้ประชาชาติ/คน/ปีของผู้อยู่ในระบบจ้างงานอายุ 15 ปีขึ้นไป

4. ความเข้มข้นของการใช้เทคโนโลยีระดับสูง (High-tech Density) พิจารณาจากจำนวนบริษัทเอกชนที่ทำธุรกิจด้านไฮเทค

5. ประสิทธิภาพระบบการศึกษา (Tertiary Efficiency) พิจารณาจากสัดส่วนนักศึกษาระดับอุดมศึกษา และสัดส่วนผู้สำเร็จการศีกษาด้านวิทยาศาสตร์และวิศวกรรมศาสตร์

6. จำนวนนักวิจัย (Researcher Concentration) พิจารณาจำนวนนักวิจัยและนักศึกษาระดับปริญญาเอก

7. กิจกรรมด้านสิทธิบัตร (Patent Activity) การยื่นจดและการได้รับสิทธิบัตร

ถึงแม้ว่าเราจะพัฒนาด้านนวัตกรรมขึ้นมาในช่วงปีที่ผ่านมา โดยสามารถสร้างความโดดเด่นในด้านมูลค่าเพิ่มในเชิงอุตสาหกรรม แต่เรายังมีด้านที่ต้องเร่งปรับปรุง คือ ผลิตภาพการผลิต ด้านจำนวนนักวิจัย และด้านเงินลงทุนในการวิจัยและพัฒนา ซึ่งทั้ง 3 ด้านนี้เป็นสิ่งที่รัฐบาลและผมในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีให้ความสำคัญและเร่งพัฒนามาโดยตลอด และผมเชื่อว่าสิ่งที่รัฐบาลดำเนินการผ่านนโยบาย Thailand 4.0 จะช่วยให้อันดับประเทศไทยจะขยับขึ้นสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องครับ

ขอขอบคุณข้อมูลจากเพจ ดร.สุวิทย์ เมษินทรีย์  https://www.facebook.com/drsuvitpage/

โดย redribbons07

 

กลับไปที่ www.oknation.net