วันที่ พฤหัสบดี มกราคม 2562

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

เลียบเมืองอุทัยธานี (๑)


เลียบเมืองอุทัยธานี (๑)

วันที่ ๑๖ มกราคม ของทุกปี นอกจากเป็นวันสำคัญคือเป็นวันครูแล้ว ยังเป็นวันครบรอบแต่งงานของผู้เขียนและภรรยาด้วย ตอนที่ยังรับราชการกันอยู่ก็ฉลองกันเงียบๆ ส่วนหลังจากเกษียณอายุราชการแล้วก็มักเดินทางไปเที่ยวต่างประเทศหรือต่างจังหวัดในช่วงเวลานั้นกันทุกปี

ปีที่แล้วไปฉลองกันที่จังหวัดน่านครับ ปีนี้ก็ไม่ได้คิดไปฉลองกันที่ต่างประเทศ เนื่องจากระหว่างกุมภาพันธ์ถึงมิถุนายนได้จองทัวร์ต่างประเทศไว้แล้ว  ๒ รายการ โดยไปเที่ยวที่ทวีปยุโรป รวม ๓ ประเทศ  ดังนั้น ปีนี้จึงเลือกการเดินทางท่องเที่ยวในประเทศแทน

กำลังคิดกันว่าจะไปเที่ยวจังหวัดไหนดี พระมหาศรีทนต์ สมจาโร (สุขเกษ) รองผู้อำนวยการสำนักหอสมุดและเทคโลโลยีสารสนเทศ มหาวิทยาลัยมหาจุถฬาลงกรณ์ราชวิทยาลัย (มจร) พระที่ผู้เขียนเคารพนับถือได้แนะนำสถานที่เที่ยวให้

เพราะท่านมหาศรีทนต์ ติดตามผู้เขียนไปเที่ยวทุกหนทุกแห่ง ไม่ว่าผู้เขียนจะไปเที่ยวที่ใด อย่าสงสัยครับ ท่านไม่ได้เดินทางไปกับผู้เขียนด้วยหรอกครับ ท่านติดตามผู้เขียนทางเฟสบุ๊ก ท่านได้แนะนำให้ผู้เขียนไปเที่ยวที่ห้วยขาแข้ง จังหวัดอุทัยธานี เพราะญาติของท่านทำงานอยู่ที่นั่น

แม้ว่าผู้เขียนเคยไปจังหวัดอุทัยธานีมาหลายครั้งและหลายแห่ง ไม่ว่าที่ห้วยขาแข้ง วัดท่าซุง เขาสะแกกรัง วัดอีกหลายแห่งในตัวเมือง และไปตักบาตรเทโวตั้ง ๒ ครั้ง ชื่นชอบกับการซื้อของในตลาด ที่สำคัญได้ล่องเรือกินอาหารเย็นในแม่น้ำสะแกกรังแล้วด้วย แต่ก็ยังประทับใจไม่รู้ลืม จึงตัดสินใจไปฉลองกันที่อุทัยธานีครับ

ท่านมหาศรีทนต์ได้แนะนำให้ไปพักในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้งนั่นแหละ แต่ทราบว่าที่พักที่นั่นไม่มีน้ำอุ่นอาบก็ถอดใจ เพราะผู้เขียนอาบน้ำอุ่นเป็นประจำ ไปพักตอนนี้ซึ่งอากาศก็เย็นสบายด้วยคงไม่ไหวแน่ พักในที่ที่สบายหน่อยแล้วค่อยไปเที่ยวเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้งก็ย่อมได้

จึงได้ขอให้เพื่อนช่วยจัดโปรแกรมรอบๆ เมืองอุทัยธานีให้ โดยให้มีโปรแกรมไปห้วยขาแข้ง รวมทั้งขอให้จองที่พักให้ด้วย

ตอนแรกเพื่อนจองโรงแรมในเมืองให้ เพราะอยากให้ได้รับความสะดวกสบาย ช้อปปิ้งก็ง่ายด้วย แต่ผู้เขียนอยากได้ธรรมชาติมากกว่า จึงขอให้จองรีสอร์ทที่ไหนก็ได้ขอให้อยู่ริมน้ำ โดยไม่ได้สนใจเรื่องอื่นครับ เพื่อนก็จัดหาให้ตามความต้องการ

ตอนที่เดินทางไปอุทัยธานีเกือบไปขึ้นรถตู้ที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิเหมือนที่เคยไปขึ้นเสียแล้ว ดีนะโทรศัพท์ไปสอบถามรายละเอียดก่อนไป จึงทราบว่ารถตู้ทุกคันทุกชนิดได้ย้ายไปอยู่ที่ศูนย์รถตู้ตรงข้ามกับสถานีขนส่งหมดชิตใหม่กันหมดแล้ว ไม่ถามก่อนก็คงต้องเสียเวลาและนั่งรถแท็กซี่ ๒ ต่อ

 

ในวันเดินทาง ฝุ่นพิษ PM2.5 โจมตี กทม. พอดี จึงได้โอกาสโพสต์ในเฟสบุ๊กส่วนตัวว่า อยู่ กทม ตอนนี้อาจเป็นมะเร็งตาย เพราะผู้รู้บอกว่า ฝุ่นพิษ PM2.5 เจาะทะลุปอดได้ จึงเผ่นดีกว่า เดี๋ยวไม่ได้เลือกตั้ง ฮิฮิฮิ

ครับ แล้วก็ได้เดินทางไปจังหวัดอุทัยธานี แต่ขาไปไม่ได้เป็นรถตู้หรอกนะครับ เป็นรถมินิบัส ๒๐ ที่นั่ง แวะระหว่างทางกลางทางพักรถและเข้าห้องน้ำที่ร้าน ๑๐๐ หม้อ มินิมาร์ท จังหวัดสิงห์บุรี ประมาณ ๒๐ นาที ก็เดินทางต่อไป ลงถึงที่สถานีขนส่งจังหวัดอุทัยธานี ใช้เวลาเดินทางเพียง ๓ ชั่วโมง 

 

เพื่อนมารับที่ บขส. แล้วเดินทางไปที่พักที่พญาไม้รีสอร์ท เป็นรีสอร์ทริมแม่น้ำสะแกกรัง อยู่ห่างจากสถานีขนส่งอุทัยธานี เพียง ๗ กิโลเมตร แต่ที่จริงนั้นอยู่ใกล้ๆ กับในเมืองเพียงแต่มีแม่น้ำสะแกกรังขวางอยู่ เพียงข้ามสะพานวัดอุโปสถารามซึ่งรถยนต์ผ่านไม่ได้ แต่ไปหน่อยเดียวก็ถึง 

ถึงที่พักนำเข้าของเก็บในห้องแล้วก็สำรวจบริเวณพญาไม้รีสอร์ท สมัยที่ผู้เขียนเป็นเด็กนั้น บ้านอยู่ติดกับแม่น้ำท่าตะเภา ชุมพร ดังนั้น ผู้เขียนเห็นแม่น้ำเมื่อไรก็เหมือน “ปลากระดีได้น้ำ” ตามสำนวนไทยนั่นแหละครับ ชื่นชมและชื่นชอบเป็นพิเศษ

 

เดินชมทั่วพญาไม้รีสอร์ททั้งบนบกและทางเดินไปเรือนแพที่อยู่ในแม่น้ำสะแกกรัง มีทิวทัศน์สวยๆ ให้ชมหลายภาพครับ ไม่ต้องอิจฉาหรอกนะครับ อุทัยธานีแค่นี้รถตู้แค่คนละ ๑๖๐ บาท ไปเมื่อไรก็ได้ จริงไหมครับ

 

พญาไม้รีสอร์ทมีรถจักรยานสวยๆ หลายคันหลายขนาดให้ลูกค้าเลือกใช้ให้เหมาะกับตัวเอง ไม่ต้องเช่าครับ ลูกค้าใช้ฟรี ไปจอดที่ไหนก็ได้ไม่กลัวหายเพราะมีป้ายชื่อรีสอร์ทอยู่ แต่ผู้เขียนคิดว่าคนอุทัยธานีเป็นคนดีมากกว่า ดังนั้น การขโมยรถจักรยานจึงไม่เกิดขึ้น

 

ขี่จักรยานออกจากรีสอร์ทที่พัก เลี้ยวขวาตรงทางเข้ารีสอร์ทไปอีกหน่อยเดียวก็ถึงสะพานวัดอุโปสถาราม จอดรถจักรยานไว้เชิงสะพานแล้วก็เดินขึ้นบนสะพานชมทิวทัศน์ยามเย็น สวยงามชื่นตาและชื่นใจครับ

 

ไม่ได้เดินทางไปที่ตลาดหรอกครับ เพราะตั้งใจจะมาตักบาตรที่ท่าน้ำของตลาดในวันครบรอบแต่งงาน ปีที่ ๔๙ 

แม้ว่าได้เคยไปและเคยฟังประวัติอันเก่าแก่ของวัดอุโปสถารามหรือวัดโบสถ์ ซึ่งเป็นวัดที่สำคัญมากวัดหนึ่งจากผู้เชี่ยวชาญเมื่อตอนเดินทางมาเที่ยวอุทัยธานีครั้งสุดท้ายเมื่อเดือนตุลาคม ๒๕๕๖ มาครั้งนี้ก็เข้าไปทำบุญไหว้พระกันอีก

 

เห็นภาพภายในฝาผนังพระอุโบสถและพระวิหารของวัดอุโปสถารามแล้วรู้สึกเสียดายครับ เพราะภาพเลอะเลือน ดูไม่สวยงามและเป็นสง่าสมกับเป็นวัดสำคัญวัดหนึ่งในประวัติศาสตร์

 

เดินออกมาพบกับพระที่กวาดลานวัดก็คุยกับท่าน สอบถามเกี่ยวกับภาพภายในฝาผนังพระอุโบสถและพระวิหาร ทราบว่ากรมศิลปากรได้มาบูรณะ แต่ผู้เขียนเห็นว่าการบูรณะที่ทำไว้ไม่สมกับเป็นฝีมือของกรมศิลปากร ไม่ทราบว่าให้ผู้อื่นบูรณะแล้วไม่ได้ดูแลใกล้ชิดหรือไม่


ฝากกรมศิลปากรได้ช่วยกรุณาศึกษาภาพฝาผนังต้นฉบับจากภาพถ่ายที่วัดได้ถ่ายเก็บไว้ ทราบว่าเป็นภาพที่ชัดเจน แล้วขอความกรุณาช่วยบูรณะใหม่เถิดนะครับ ให้ประชาชนคนไทยที่เข้าไปชมแล้วได้ความรู้สึกดีๆ กลับไปว่าคนไทยสมัยก่อนได้สร้างและวาดภาพฝาผนังพระอุโบสถและพระวิหารของวัดอุโปสถารามสวยงามอย่างไร

ขี่จักรยานกลับไปที่พญาไม้รีสอร์ท คราวนี้ได้เห็นห้องพักถนัดตา ที่นั่นเลือกพักได้ทั้งบ้านบนบกเป็นหลังๆ หรือหากชอบเรือนแพก็อาจไปพักได้ แต่คิดว่าอาจโคลงเคลง ราคาไม่แพงหรอกครับ ส่วนจะเท่าใดก็ติดต่อสอบถามกันเอาเองนะครับ

 

เย็นนั้นคุณอรุณี เต็งสุวรรณ์ พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดอุทัยธานี และคุณพรพิมล เพ็ญสุข หัวหน้าบ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดอุทัยธานี ได้นำไปกินอาหารเย็นที่ร้านนกน้อย ริมแม่น้ำสะแกกรัง

 

เสียดายมากๆ ครับที่ไม่อาจนั่งโต๊ะริมแม่น้ำได้เพราะยุงชุกชมมากเหลือเกิน ไม่งั้นคงได้บรรยากาศดีอีกแบบหนึ่ง หากนั่งข้างนอกยุงหามแน่ แล้วจะค่อยชมยุงที่อุทัยธานีกันนะครับว่าตัวโตขนาดไหน

อย่างไรก็ตาม เย็นวันนั้นได้กินปลามากมายหลากหลายชนิดครับ อร่อยทุกอย่างครับ โดยเฉพาะฉู่ฉี่ปลากราย อ้อ เพราะผู้เขียนไม่กินอาหารประเภทแป้งในตอนเย็น แต่ก็กินกับข้าวนะครับ

ที่ร้านนกน้อยไม่มีขนมหวานมีแต่ผลไม้ คุณอรุณี และคุณพรพิมล จึงได้นำไปกินน้ำเต้าหู้ที่ร้านน้ำเต้าหู้เซ็กเกี๋ยกั้ง - ไซ้จันทร์ เจ้าเก่า ว่ากันว่าไปอุทัยธานีแล้วหากไม่ได้กินน้ำเต้าหู้ร้านนี้ก็ไม่ถึงอุทัยธานี เพราะน้ำเต้าหู้ที่ร้านนี้เป็นของอร่อยของเมืองอุทัยธานีครับ ไปตอนเช้าอดนะครับ ขายตอนเย็นและค่ำเท่านั้นนะครับ

 

หลังจากนั้น ก็ได้ไปชมความงดงามของวัดอุโปสถารามยามค่ำคืน ถ่ายจากตัวเมืองคนละฝั่งของวัด เห็นโบสถ์และวิหารพร้อมแสงสะท้อนในแม่น้ำสะแกกรังแล้วสวยงามมาก ชมภาพดูนะครับว่าสวยจริงไหม

 

อาหารเช้านั้นที่พญาไม้รีสอร์ทเป็นอาหารฝรั่งครับ และเพราะผู้เขียนชอบอาหารไทย ดังนั้น จึงขอให้จัดเป็นข้าวต้มในเช้าวันรุ่งขึ้น นานๆ ได้กินละมุดฝรั่งที่แกะสลักอย่างสวยงามน่ากินครับ

 

คราวนี้ก็เจอยุงครับ ขนาดนั่งในห้องแอร์นะนี่ เป็นเพราะพญาไม้รีสอร์ทอยู่ท่ามกลางแมกไม้ต้นโตๆ ยุงที่นั่นจึงเป็นพญายุงไปด้วย แล้วก็เชื่องมาก ผู้เขียนไม่ได้ตบนะครับ บี้เบาๆ เท่านั้น ดูพญายุงในภาพซิครับ  

 

หลังจากอาหารเช้าแล้วก็เดินทางไปอำเภอบ้านไร่ เพื่อไปชมต้นเชียงยักษ์ ซึ่งอยู่ที่บ้านสะนำ อำเภอบ้านไร่ อุทัยธานี ต้นเชียงยักษ์นี้เป็นของเอกชนนะครับ ทั้งต้นไม้และที่ดินเป็นของคุณเฮียง แต่ก็ไม่ได้เก็บค่าชมหรอกครับ เพียงแต่มีกล่องให้บริจาคเพื่อเป็นค่าบำรุงรักษาต้นไม้ตามกำลังศรัทธา 


เพราะเป็นคณะแรกที่เดินทางไปถึง จึงโชคดีที่ได้พบกับคุณเฮียง กำลังกวาดโคนต้นเชียงยักษ์ เป็นกิจวัตรประจำวันในทุกๆ เช้าของคุณเชียงครับ

 

คุณเฮียงเจ้าของต้นเชียงยักษ์เล่าให้ฟังว่าเดิมที่บริเวณนี้เป็นของพ่อตา และพ่อตาได้ขายต้นไม้บริเวณนี้ให้กับพ่อค้าไม้เพื่อนำไปทำไม้ไอศกรีมและไม่จิ้มฟัน แต่ลุงเฮียงรักต้นเชียงต้นนี้จึงขอพ่อตาไว้ไม่ให้ขาย

 

ปัจจุบันต้นเชียงต้นนี้มีอายุกว่า ๓๐๐ ปี นอกจากต้นเชียงแล้ว ยังมีต้นหมากและต้นยางนาอีกด้วย อ้อ ลุงเชียงมีอายุน้อยกว่าผู้เขียนนะครับ แต่ก็เรียกว่าลุงตามที่เขาเรียกกัน

 

คงจบตอนเดียวไม่ได้หรอกครับ เพราะยังไปเที่ยวอีกหลายแห่งซึ่งไม่เคยไปมาก่อน ยกเว้นเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง แล้วค่อยพบกันนะครับ

พุธทรัพย์ มณีศรี

โดย พุธทรัพย์

 

กลับไปที่ www.oknation.net